ตอนที่ 19 หินระดับสูง (1)
แรงกดดันที่มาจากตัวเหว่ยฉงไม่มีอยู่แล้ว หมอผีผ่อนลมหายใจครั้งหนึ่ง แต่ยังคงไม่กล้าคลายความระแวดระวังลง
อาไน่เดาความตั้งใจของอาซีออก แต่ไม่ยอมให้อาซีเข้าไปเสี่ยงอันตราย ด้วยเหตุนี้เขาจึงเดินออกไปก้าวหนึ่งด้วยความกล้าหาญ กระนั้นตัวเหว่ยฉงก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา
เขาวางอาวุธลงบนหม้อหินที่ตั้งอยู่ข้างๆ ตัวเหว่ยฉง แล้วยกขึ้น ก็ไม่เห็นว่าตัวเหว่ยฉงจะมีปฏิกิริยาตอบโต้อะไร
หัวหน้าเผ่าคิดจะรุดหน้าไปช่วย ทว่าพอตัวเหว่ยฉงหันมาถลึงตาข้างหนึ่งใส่ หัวหน้าเผ่าก็หย่อนก้นลงกับพื้น หายใจแรงไม่กล้าก้าวออกไป
ทุกๆ ครั้งที่อาซีทำน้ำแกงเนื้ออาไน่จะคอยมองอยู่ข้างๆ ไม่วางตา มองดูอาซีที่กำลังวุ่นอยู่ มองดูอาซีทำอาหารให้กับเขา
ชอบความรู้สึกตอนที่อาซีหันหน้ามายิ้มกับเขา
นึกไม่ถึงเลยว่าการมองเช่นนี้จะกลายเป็ว่าสามารถช่วยเหลือทุกคนได้
อาไน่ใส่วัตถุดิบลงไปในหม้อหินได้เหมือนอาซีอย่างมาก
ตัวเหว่ยฉงรอคอยจนทนไม่ไหว จึงขูดกรงเล็บลากไปกับพื้น จนเกิดเสียงสูงแหลมออกมา
อาซีที่ถูกทำให้เป็กังวลขนลุกชันไปทั่วร่างกายราวกับหนังไก่ เพื่อที่จะลดความทรมานจากเสียงดังแสบแก้วหู อาซีจึงะโหาอาไน่ว่า “อาไน่เติมไฟแรงๆ เติมไฟแรงๆ เลย”
อาไน่วางคบไฟลงไปสามอัน กองคบไฟลุกโชนจนส่องสว่างทั่วทั้งโพรงถ้ำ
ตัวเหว่ยฉงหลับตาปี๋ ถอยหลังกลับไปอย่างต่อเนื่อง
“มันกลัวไฟ!” อาซีเอ่ย
พ่อของอาซานกล่าว “มันกลัวไฟแต่ก็ไม่ได้กลัวไฟเช่นกัน มันอาศัยอยู่ภายในซอกหินูเาตลอดเวลา น้อยยิ่งนักจะได้เห็นตะวันก็เลยกลัวแสง แต่มันมีประสาทััที่ดีเยี่ยม และมีกำลังอันแข็งแกร่งในการโจมตี ไม่มีอะไรที่มันกลัว แม้แต่การสังหารสัตว์ร้ายภายใต้แสงะวันก็ยังง่ายดาย”
พ่อของอาซานกระซิบบอกอาซีว่า “เ้าต้องให้อาหารมันจนอิ่ม ให้มันขับถ่ายออกมา สิ่งที่มันกินเข้าไปคือหินกรวดธรรมดาทั่วไป เมื่อถ่ายออกมาจะกลายเป็วัสดุหินระดับสูง” “เพียงแค่มันถ่ายออกมากองเดียวก็เพียงพอให้ชนเผ่าใช้ได้หลายฤดูกาลแล้ว”
หมอผีมองไปที่อาซี “ถ้าหากเ้ามั่นใจเ้าก็ไปเถอะ”
อาไน่อยู่ในสถานการณ์เสี่ยงอันตรายถึงแก่ชีวิต อาซีก็อยากจะเข้าช่วยเขาสักหน่อย
อาซีสืบเท้าออกไปทีละก้าวๆ เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าวอาไน่ก็มองมาแวบหนึ่งอย่างเ็า
อาไน่พูดกับอาซีอย่างเฉยเมยว่า “ถอยไป ข้าไม่อาจให้เพศเมียของข้าเข้าไปในที่เสี่ยงอันตรายได้”
ดูเหมือนว่าอาไน่จะกระทบกระเทือนไปถึงตัวเหว่ยฉงแล้ว มันมองมาแวบหนึ่ง แล้วหันกลับไปจดจ้องในหม้ออีก
อาซานรุดขึ้นหน้าลากอาซีกลับมา “เ้าไปไม่ได้ ไม่อาจทำให้เพศผู้ที่ปกป้องเ้าต้องพะวงอยู่กับเ้าได้”
แต่ทว่า อาซีมองไปทางหมอผี แล้วมองไปทางพ่อของอาซาน
อาซานตบบ่าอาซีเบาๆ “เ้ามีเพศผู้ที่ดีคนหนึ่ง”
หมอผีเอ่ย “เพศเมียที่ดีก็คู่ควรกับเพศผู้ที่ดี ยอดเยี่ยมจริงๆ อาซีเ้าต้องทะนุถนอมอาไน่ไว้”
หมอผีพูดกับหัวหน้าเผ่าอีกว่า “พาพวกนางออกไปจากที่นี่ ขึ้นไปอยู่ข้างบน”
หัวหน้าเผ่าเหลือเพศผู้ไว้ แล้วให้เย่ว์พาเหล่าเพศเมียและเด็กน้อยเดินขึ้นไปตามทาง
อาซีนั่งอยู่บริเวณที่อาไน่สามารถมองเห็นได้ จะได้รู้สึกอบอุ่นใจ เธอนึกคิดมาโดยตลอดว่าคนยุคาไม่เข้าใจเื่ความรักความผูกพัน นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีความรักความผูกพันอยู่ด้วย
อาไน่ที่เป็คนเด็ดขาดทำให้เธอรู้สึกชอบจริงๆ อย่างแท้จริง
ท้องของตัวเหว่ยฉงเสมือนกับโพรงที่ไร้ก้นบึ้งโพรงหนึ่ง กินเท่าไรก็กินไม่พอ หลังจากกินน้ำแกงเนื้อไปห้าหม้อใหญ่ในที่สุดก็พอใจแล้ว
ส่วนหัวที่ชูสูง เอนลงนอนคว่ำอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ จมสู่ห้วงนิทรา คล้ายกับว่าที่นี่ยังดีกว่าชั้นหินที่อยู่้า มันจึงไม่คิดที่จากไปไหน
เมื่อเห็นว่าตัวเหว่ยฉงหลับใหลไปแล้ว อาไน่ก็ผ่อนลมหายใจครั้งหนึ่ง เช็ดเหงื่อบนร่างกายแล้วปลีกตัวออกไปอย่างระมัดระวัง
เสียง ‘พลั่ก’ ดังขึ้นครั้งหนึ่ง และมีของกองหนึ่งปรากฏอยู่ด้านล่างปลายหางของตัวเหว่ยฉง
ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นั์ตาของบรรดาเพศผู้ก็ทอประกาย มองดูคนที่เหลืออยู่อย่างระยิบระยับ
จะเข้าไปดีหรือไม่
จะไม่เอาวัสดุหินระดับสูงหรือไง
อาไน่เอี้ยวตัวไปยังส่วนหางของตัวเหว่ยฉง ซึ่งอาซีก็มองดูอยู่ด้วยความกังวล
“วัสดุหินระดับสูง!”
“เป็วัสดุหินที่ดีที่สุดที่ข้าเคยเห็นมาเลย”
“ใน่เวลาหนึ่งจากนี้ไปไม่ต้องกลัวว่าจะมีเครื่องมือเครื่องใช้ไม่พอแล้ว!”
เมื่อได้รับวัสดุหินระดับสูงหลายก้อนแล้วสามารถทำให้เพศผู้เ่าั้ดีอกดีใจได้
บรรดาเพศเมียที่ได้เห็นก็รู้สึกยินดีปรีดาเช่นกัน แต่มีแค่เพียงวัสดุหินจะมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่มีอาหารแล้ว
เย่ว์ไปหาหมอผี “แล้วอาหารเล่าจะทำอย่างไร ทุกคนกำลังหิวอยู่”
ข้างนอกเป็โลกที่มีแต่หิมะและน้ำแข็ง ข้างในยังมีตัวเหว่ยฉงซ้ำอีก แล้วควรใช้ชีวิตผ่านไปอย่างไรเล่า
หมอผีครุ่นคิดพักหนึ่งแล้วกล่าวกับทุกคนว่า “ฉวยจังหวะตอนที่ตัวเหว่ยฉงหลับอยู่ไปนำของที่อยู่รอบๆ ออกมา เอาออกได้มากเท่าไรก็เอาออกมาเท่านั้น”
หัวหน้าเผ่าอาหลู่เลือกคนที่คล่องแคล่วว่องไวจำนวนหนึ่งเข้าไปกับอาไน่โดยเฉพาะ ค่อยๆ ย่องเข้าไปหยิบของออกมา
กลับไปกลับมาอยู่สองรอบ ตัวเหว่ยฉงก็ยังไม่ไหวติง นี่จึงทำให้คนในชนเผ่าวางใจขึ้นมาก
เป็ไปได้ว่าตอนนี้เป็่เวลาที่สัตว์ร้ายโดยส่วนใหญ่จำศีล พอตัวเหว่ยฉงได้กินแล้วก็เลยหลับใหล ต่อเนื่องกันเจ็ดแปดวัน
ยิ่งมันหลับนานเท่าไรอากาศก็ยิ่งหนาวมากขึ้นเท่านั้น เพราะว่าไม่เหลือความร้อนอยู่ที่ผิวดินแล้ว มันจึงไม่อาจไม่ลุกขึ้นมาแล้วกลับไปที่รังเก่าได้ มันรู้สึกได้ว่ารังเก่าดีกว่าที่นี่
แท้จริงแล้วเป็เพราะคนของเผ่าเสือออกไป เมื่อไม่ได้ก่อไฟก็ไม่มีความร้อน จึงทำให้อุณหภูมิพื้นผิวดินลดต่ำลง
“ตัวเหว่ยฉงไปแล้ว”
“ไม่อยู่ข้างในแล้วหรือ” เย่ว์มองหัวหน้าเผ่าด้วยความประหลาดใจ
หัวหน้าเผ่าพูดกับหมอผีว่า “ดูจากทิศทางที่มันออกไป ไม่เห็นว่ามันอยู่ที่โพรงถ้ำอื่นแล้ว”
หมอผียิ้มพลางเอ่ย “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ย้ายกลับเข้าไปอยู่เถอะ”
ข้างนอกนั้นหนาวเกินไปแล้วจริงๆ หากไม่ใช่เพราะว่าตัวที่อาศัยอยู่ข้างในคือตัวเหว่ยฉง คนในชนเผ่าจะต้องย้อนกลับเข้าไปสังหารอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นก็เข้าไปในอาณาเขตที่เป็ของตัวเองอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนไม่ได้อยู่อย่างอิสระเสรีเหมือนอย่างแต่ก่อน
พวกเขากังวลและกลัวว่าตัวเหว่ยฉงนั่นจะกลับมา ครั้งนี้พวกเขาจึงตั้งกระโจมอยู่ใกล้ๆ กับทางออกไปข้างนอก
“ยังต้องต้มน้ำแกงเนื้ออีกหรือไม่ ไม่ต้องแล้วกระมัง”
“ถ้าดึงดูดตัวเหว่ยฉงกลับเข้ามาอีกจะทำอย่างไร”
“ถ้าหากไม่ใช่น้ำแกงเนื้อ ตัวเหว่ยฉงก็จะไม่มาอีก”
ดูเหมือนว่าพวกนางจะโทษน้ำแกงเนื้ออยู่บ้าง พวกนางไม่กล้าพูดว่าเป็ความผิดของอาซีโดยตรงทำได้เพียงโทษอาซีผ่านน้ำแกงเนื้อ เป็ตัวอย่างของ ‘ตีวัวกระทบคราด’ ได้อย่างดีเยี่ยม
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/76f07e529f3c1a75eba98cbfe7f71f72