Age of war

    ตอนที่ 94 กำเนิดผู้กล้าเผ่ามนุษย์

    ***ผู้กล้าสมองกล้าม [เอรีส]

    “ยังหรอก! ”

    ง้าวที่ควรจะเฉือนคริสตัลออกเป็นสองส่วนได้ถูกหยุดเอาไว้ด้วยแขนของฉัน

    คลื่นกระแทกระหว่างคมง้าวกับแขนข้างนั้นได้กระจายออกเป็นวงกว้างจนแอร์บาส์รปลิวกระเด็นออกไปไกล

    ถึงจะดูเหมือนว่าไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ข้างในนี้นะแขนหักไปแล้วละ

    แต่ว่าฉันยังมีกล้ามเนื้อเพื่อใช้ประคองแขนที่กระดูกหักได้อยู่

    กล้ามเนื้อจงเจริญ!

    ก่อนขอพูดถึงสาเหตุที่ฉันตัดสินใจกลับมาสวมชุดนี้อีกครั้งก่อน

    เมื่อวานตอนที่ใส่ชุดเกราะนี้ครั้งแรก ฉันรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่แปลกออกไป แต่เพราะว่ายังไม่คุ้นกับมัน เลยทำให้จบลงด้วยความตายในการทดลอง

    แต่วันนี้นับว่าเป็นการสวมใส่ครั้งที่สองของฉัน

    ซึ่งมันต่างไปจากเมื่อวานราวฟ้ากับดิน

    รู้สึกได้ว่าความเป็นมนุษย์ของตัวเองกำลังจะหมดไป

    เห็นยะมะโตะบอกว่านี่คือชุดเกราะที่สร้างโดยดึงเอาจุดเด่นของทุกเผ่ามารวมเข้าด้วยกัน

    การรับรู้ภัยอันตรายของเผ่ามนุษย์นก

    พละกำลังของเผ่ายักษ์

    การรับรู้ที่ว่างของเผ่ามนุษย์มด

    และพลังในการควบคุมธรรมชาติของเผ่าภูติ

    รู้สึกได้เลยว่าตัวเองกำลังรับรู้ที่ว่างโดยรอบตัวได้กว้างไกลถึงสองร้อยเมตร

    รู้สึกได้ถึงสามารถในการควบคุมธรรมชาติรอบตัวเองได้ดั่งใจนึก

    รับรู้ได้แม้แต่ภัยอันตรายราวกับมองเห็นอนาคต

    ชุดเกราะนี้มัน… สุดยอด

    ถึงจะมีรูปร่างอุปบาทตาไปหน่อยก็ตามเถอะนะ

    "เข้ามา"

    "..."

    ศัตรูตรงหน้าหอบหายใจอย่างรุนแรงพร้อมกับดึงอาวุธทิ้งระยะห่างออกไป

    ดูแล้วอีกไม่นานเคียวยมทูตคงจะคร่าเอาชีวิตของเขาไปอย่างแน่นอน

    แต่จิตใจของเขายังไม่ยอมแพ้

    ห้องโถงคริสตัลที่เต็มไปด้วยเสียงดังได้ฉับพลันเงียบลงราวกับดินแดนคนตาย

    พวกเราทั้งสองคนต่างจับจ้องไปที่ศัตรูตรงหน้าอย่างไม่วางสายตา

    หยาดเหงื่อกาฟของผู้ชมเริ่มไหลย้อยไปตามผิวแก้ม ก่อนจะไหลหยดลงสู่พื้นหินเป็นดั่งสัญญาณเปิดการต่อสู้

    ทั้งฉันและศัตรูต่างพุ่งเข้าปะทะกันโดยตรง

    ง้าวขนาดใหญ่ยาวสามเมตรถูกวาดเป็นวงกว้างโดยเล็งมาที่คอของฉัน

    ฉันจัดมุมฝ่าเท้าตัวเอง หมุนตัวผลิกออกข้าง แล้วใช้แขนข้างซ้ายหนีบด้ามของง้าวเอาไว้จนแน่น

    "! "

    ก่อนจะใช้ศอกขวากระแทกด้ามเต็มแรงจนหักครึ่งลงมา

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงห้าวินาที

    ศัตรูโยนง้าวทิ้งแล้วใช้แขนทั้งสี่ข้างหยิบมีดพร้าออกมาวาดลวดลายใส่

    มีดพร้าทั้งสี่เล่มของเขามีแสงสีฟ้าเรืองขึ้นที่คมของมีด

    แสงสีฟ้าที่เหวี่ยงนั้นรุนแรงและเฉือนผิวเกล็ดของชุดเกราะจนเป็นบาดแผลยาว

    ฉันรีบล้มตัวนอนราบ แล้วใช้ขาของตัวเองเกี่ยวขาของศัตรูที่บอบบาง

    ร่างของศัตรูเริ่มเสียศูนย์และล้มตัวลง

    แต่ทว่าเขาสามารถใช้แขนทั้งสี่ข้างยันพื้น แล้วพลิกตัวกลับขึ้นมายืนได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ฉันจะบุกเข้าไปคร่อมตัวมันได้

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาห้าวินาที

    พวกเราทั้งคู่ต่างจ้องท่าร่างเป็นเวลาหนึ่งวินาที

    พริบตานั้นก็มีอะไรบางอย่างถูกเหวี่ยงออกมาเป็นวงกว้าง

    ศัตรูใช้ขาเกี่ยวด้ามง้าวที่ตกบนพื้นมาโจมตีใส่ช่วงเอวของฉัน

    ฉันกระโดดถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะกระแทกเท้าดันตัวเองเข้าคลุกวงใน

    ปล่อยหมัดกระหน่ำใส่สี่ข้างของมัน แล้วตามด้วยศอกเข้าที่ใต้คางของศัตรู

    ศัตรูใช้มีดพร้ารับหมัดที่หุ้มชุดเกราะอย่างเร็ว แต่เขาพลาดท่าในตอนศอกสุดท้ายที่เสยเข้าตรงคางเต็มแรง

    ชั่วพริบตานั้นฉันคิดว่าศัตรูคงชะงักงันชัวขณะและเป็นโอกาสให้ฉันได้ฟาดหางจระเข้ใส่

    แต่ทว่าสิ่งนั้นทำให้ฉันเผลอลดการระวังตัว

    แขนทั้งสี่ข้างนั้น มีอยู่สองข้างที่ยกขึ้นมาดึงความสนใจไปจากสายตาของฉัน

    ดังนั้นช่วงท้องของฉันจึงถูกมีดพร้าจากแขนอีกสองข้างแทงเข้าจากมุมอับ

    ปลายมีดแทงเข้าใส่สี่ข้างของฉันเต็มแรง

    แต่ด้วยความทนทานของชุดเกราะ จึงทำให้มีดพลังงานของอีกฝ่ายแทงไม่เข้า

    แต่แรงกระแทกอันรุนแรงยังคงส่งถ่ายผ่านเข้ามาในชุดจนกระดูกแถวซี่โครงเป็นผุยผง

    ฉันรีบดึงความรู้สึกที่เรียนรู้จากการใส่ชุดเมื่อวาน ใช้พลังของภูติควบคุมร่างกายตัวเองตัวเองโดยตรง

    ควบคุมกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายให้เร็วขึ้นผิดธรรมชาติ

    ฉันรู้สึกได้ว่ากระดูกที่แตกร้าวกับลังคืนสภาพ อีกทั้งยังมีอะดรีนาลีนหลังไหลออกมาจนหายเจ็บ

    ศัตรูเริ่มบุกโจมตีอีกครั้งในสองวินาทีหลังจากการปะทะเมื่อกี้

    มันเหวี่ยงพร้าเข้าใส่ฉันอีกครั้ง

    แต่คราวนี้การเคลื่อนไหวของศัตรูเริ่มช้าลงอย่างมาก

    บางที่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเหนื่อย ก็อาจจะเป็นเพราะบาดแผลสะสมที่เกิดขึ้นกับตัวเขา

    ฉันงอแขนกำหมัด แล้วปัดป้องมีดพร้าออกด้วยการเบี่ยงตัว

    พุ่งตัวคลุกวงใน ฟันศอกขวาเป็นวงเข้ารอยต่อช่วงส่วนหัวกับลำตัวของมันเต็มแรง

    ศัตรูตัวโค้งงอด้วยความเจ็บปวด

    ฉันรีบฟันศอดซ้ายตาม แต่ทว่ามันเร็วกว่า

    ในจังหวะที่ฉันหมุนตัวเพื่อฟันศอกนั้น ได้ถูกแขนข้างหนึ่งหวดเข้าใส่ลำตัวเต็มแรงจนกระเด็น

    เท่านั้นไม่พอ ศัตรูยังรีบถีบพื้นพร้อมกับแทงมีดทั้งสี่เล่มมาที่ฉันในระหว่างที่กระเด็นออกมา

    มันหมายที่จะซ้ำฉันให้ตายคาที่

    แต่ยังพอมีช่องว่างให้สวนกลับไปได้อยู่

    ฉันรีบงอเข่าแล้วสปริงตัวสวนกลับไปด้วยเข่าลอย

    ใช้แขนทั้งสองข้างยกขึ้นมาปิดจุดตายของตัวเอง ยอมให้ถูกเฉือนแขนเพื่อแลกกับเข่าลอยใส่หน้าท้องของมันเต็มแรง

    พริบตาที่เข่าของฉันกระทบกับร่างของมัน ก็บังเกิดคลื่นลมกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้างไปทั่วโดม

    ร่างของศัตรูที่ตัวใหญ่กว่าได้ถูกส่งลอยข้ามห้องโถงไปกระแทกกับผนังโค้งตรงหน้า

    ควันฟุ้งกระจายไปทั่วพร้อมกับแรงสั่นไหวประดุจยิงปืนใหญ่

    เขาจมฝังลงไปในเนื้อเหล็กและแน่นิ่งลง

    อาวุธในมือของเขาหล่นสู่พื้นที่ห่างลงไปสิบเมตร

    "ชนะแล้ว…"

    เหตุการณ์การต่อสู้ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายเวลาเพียงสามสิบวินาทีเท่านั้น

    และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันถูกเรียกว่า [ผู้กล้าเอรีส]



    ในเวลาเดียวกัน

    ***ผู้กล้าทมิฬ [สเลบ]

    "เข้าระยะโจมตีของอาวุธแล้วครับท่านผู้กล้าสเลบ"

    "แล้วกองทัพของฮอร์เนสยังมีชีวิตรอดอยู่หรือเปล่า? "

    "จากรายงานแล้ว เห็นว่าแพ้ราบคาบเลยครับ แต่อย่างน้อยก็คิดว่าทำให้ศัตรูเผยไพ่ทุกอย่างออกมาหมดตามแผนการ รวมไปถึงทำลายแนวป้องกันทั้งหมดได้ครับ"

    "อย่างงั้นหรือ… ดี งั้นเตรียมโจมตีได้! "

    ระยะห่างระหว่างปราการเคลื่อนที่กับเมืองหลวงของพวกจอมมารนั้นอยู่ที่สามสิบห้ากิโลเมตร

    มันเป็นระยะที่พวกเราสามารถโจมตีถล่มด้วยระเบิดแรงโน้มถ่วงได้ไม่มีทางพลาดเป้า

    "รุกฆาต"

    ว่าแล้วกระสุนทั้งเก้านัดก็ถูกยิงออกไป

    เป้าหมายคืออาคารทรงแปดเหลี่ยมสูงสี่สิบเมตรที่ตั้งใจกลางเมือง

    แน่นอนว่าจากตรงนี้มองไม่เห็นหรอก

    แต่พวกเรามีข้อมูลมากพอที่จะคำนวณระยะยิงได้อย่างแม่นยำ

    กระสุนสีดำทั้งเก้าวิ่งตัดผ่านผืนฟ้ากว้าง ก่อนจะไประเบิดที่เส้นขอบฟ้าไกล

    แสงสีดำที่กำลังกลืนกินตรงเส้นขอบฟ้านั้น กำลังทำลายฐานบัญชาการกับคริสตัลของไปพร้อมกัน

    นั่นคือสิ่งที่เราคาดหวังเอาไว้

    "ยืนยันจากหน่วยสังเกตุการในแนวหน้า กระสุนทั้งเก้ากระทบเป้าหมาย เป้าหมายถูกทำลายราบ พวกเราชนะแล้วครับ เผ่าปีศาจน้อยจบสิ้นแล้วครับท่านผู้กล้าสเลบ"

    ทุกคนในห้องบัญชาการต่างโห่ร้องดีใจกับพลลัพธ์นี้

    "... ง่ายไปหรือเปล่า? เตรียมบรรจุกระสุนชุดที่สองซะ เราจะยิงซ้ำอีกสามรอบ"

    "เออ ท่านสเลบครับ? "

    " แค่ถล่มฐานได้ใช่ว่าคริสตัลจะถูกทำลายไป พวกเราต้องยิงซ้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าถูกทำลายจริง อีกอย่าง อย่าลืมให้หน่วยรบเฝ้าระวังด้วย เพื่อว่าพวกมันมีการขนย้ายหนีไปก่อน"

    "คะ-ครับผม! "

    ใช่แล้ว มันยังเร็วไปที่จะดีใจตอนนี้

    อีกอย่าง มันยังมีอีกเรื่องที่ผมรู้สึกเป็นกังวลอยู่

    นั่นคือการเคลื่อนไหวของพวกปีศาจแสง

    แผนการรบทุกอย่าง หากดูผ่าน ๆ แล้วจะเหมือนว่าเป็นการร่วมมือทำสงครามของพวกเรา

    แต่ถ้าหากดูให้ถ่องแท้แล้ว ล้วนแต่เป็นแผนการตัดกำลังรบของพวกเราไม่ใช่หรือ?

    ทั้งจำนวนทัพที่ออกไปในแนวหน้า ทั้งการจัดรูปขบวนที่เหมือนจะจงใจใช้พวกเราเป็นกำแพงเนื้อแบบนี้

    "เจ้าพวกนี้จะเชื่อใจได้หรือเปล่านะ…"

    ผมพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันไปมองกองทัพของพันธมิตรที่อยู่ขนาบซ้ายขวาของป้อมปราการเคลื่อนที่

    จากห้องบัญชาการที่อยู่จุดสูงสุดของป้อมปราการ ผมสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบตัวได้อย่างชัดเจน

    ผมเห็นเจ้าพวกตัวจิ๋วเหล่านั้นกำลังเปล่งแสงสว่างออกมาจากปีกของพวกมันกันอยู่ แถมยังหันหน้าเข้าหาพวกเราที่อยู่ตรงกลางกองทัพของพวกมันด้วย

    เฮ้ย!?

    "ทุกคนหาที่ยึดเอาไว้! "

    ในตอนนั้นเองที่เกิดระเบิดรุนแรงขึ้นมา

    ป้อมปืนและทหารที่เฝ้าโดยรอบกำลังถูกโจมตีขนาบข้าง

    เปลวไฟกับผืนแผ่นดินยกตัวขึ้นสูงจากใต้ป้อมปราการเคลื่อนที่ [ผู้ทำลายล้าง-ดีเวสธาดอร์ส] สิ่งนั้นได้ทำลายฐานยืนของพวกเราจนตัวปราการล้มครืนลงมา

    โลกทั้งใบเริ่มหมุนเอียงไปในทิศทางที่ผมไม่ต้องการ

    "เกิดขึ้นขึ้นจริง ๆ ด้วยสินะ"

    ใช่แล้ว กรณีที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยคาดการเอาไว้ คือการถูกแทงหลังโดยพวกปีศาจแสงทันทีที่พวกเราได้รับชัยชนะ

    "ท่านสเลบครับ! มีแจ้งรายงานด่วนจากเมืองหลวง… เมืองหลวงของพวกเรา… ถูกทำลายไปแล้ว…ครับ..."

    "องค์ราชินีปลอยภัยมั้ย? "

    "ตอนนี้ขาดการติดต่อกับเมืองหลวงใต้ดินไปแล้ว คาดว่าคงตาย… กันหมดแล้วครับ..."

    "อย่างงั้นหรือ"

    เมืองหลวงใหม่ที่พวกเราย้ายหนีจากทางใต้ขึ้นเหนือนั้น มันอยู่ช่วงตอนกลางของทวีปที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง

    หรือก็คือพวกเราย้ายหนีการกลืนกินของเงามืดกลับมาที่ดินแดนดั้งเดิมของพวกเรานั่นละ

    ผมไม่รู้ว่าพวกปีศาจแสงมันใช้วิธีไหนตรวจจับพวกเราที่ซ่อนอยู่ใต้ดินได้ แต่มันเกิดขึ้นไปแล้ว

    "ถึงสเลบกับพวกอาร์โธร์โพดาทุกคน ขอบคุณมากที่ช่วยทำลายศัตรูของพวกเรา และตอนนี้พวกเจ้าคงรู้แล้วสินะ ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเราได้ทำลายเมืองหลวงของพวกเจ้าไปแล้ว คริสตัลของพวกเจ้านะพังไปแล้ว ดังนั้นจงทิ้งอาวุธและยอมแพ้ซะดอง! "

    ที่ด้านนอกห้องบัญชาการนั้นมีภาพของเอสเทอบินอยู่บนท้องฟ้ากว้าง

    เธอแผ่แสงสว่างออกจากปีกแผ่กว้างกว่าห้าเมตร และแผดเสียงดังอย่างน่าเกรงขาม

    อย่างงั้นหรือ พวกมันวางแผนทรยศมาตั้งแต่แรกแล้วสินะ

    "กองทัพฝั่งเราเหลือเท่าไหร? "

    "ถ้าไม่นับพวกที่อยู่ข้างนอกปราการเคลื่อนที่ซึ่งโดนสังหารไป… ตอนนี้มีแค่หนึ่งหมื่นนายเท่านั้นเองครับ ส่วนพวกที่อยู่เมืองหลวงสองแสนห้าหมื่นนายยังไม่รู้ชะตากรรมครับ"

    "..."

    น่ากลัวจริง ๆ

    "ว่ายังไงละสเลบ? ยังอยากจะสู้ต่อ หรทอว่ามีชีวิตต่อไปภายใต้การดูแลของเราดะละดอง? "

    เป็นไปตามที่คาดการไว้จนน่ากลัวเลยละ

    “คิดว่าพวกแพ้ราบคาบไปแล้วสินะเอสเทอ? หึ หึ หึ ฮะ ฮะ ฮะ วะ ฮะ ฮะ ฮะ! ”

    ผมรู้สึกอดที่จะขำออกมาไม่ได้

    ทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมกับราชินีเฟตคาดการเอาไว้หมดเลย

    "อะไรกัน เป็นไปตามแผนเลยไม่ใช่หรือยังไง? "

    "ครับ? "

    ลูกน้องหันมาทางผมด้วยสีหน้าที่งุนงงไม่เข้าใจ

    คนที่รู้แผนนี้มีแค่องค์ราชินีเฟตกับลูกน้องคนสนิทผมเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนในหอบัญชาการตรงนี้จะรู้สึกสับสน

    "ส่งสัญญาณรหัสดำออกไป ได้เวลาเปิดตัว [ผู้ทำลายล้าง-ดีเวสธาดอร์ส] ที่เหลือได้"

    "เออ.. ครับผม! "

    [ผู้ทำลายล้าง-ดีเวสธาดอร์ส] ปราการเคลื่อนที่อีกสองลำที่หายไปนั้น ความจริงมันถูกส่งไปรออยู่ที่ภาคตะวันออกพร้อมกับกองทัพที่เหลืออีกสองแสนคนมาตั้งแต่แรกแล้ว

    สรุปคือที่หน้าบ้านของพวกมันนะมีกองทัพของผมซึ่งเตรียมพร้อมที่จะขย้ำคอหอยเตรียมรอเอาไว้อยู่แล้วยังไงละครับ

    ที่อยู่เฝ้าเมืองหลวงจริง ๆ นะมีแค่หนึ่งหมื่นคน ส่วนอีกสี่หมื่นคนนะคงกำลังขนย้ายคริสตัลไปที่ไหนสักที่พร้อมกับองค์ราชินีนั่นละ

    ผมไม่รู้หรอกว่าตำแหน่งที่ตั้งของคริสตัลใหม่อยู่ที่ไหน เพราะการจะหลอกศัตรูได้ต้องหลอกพวกเดียวกันก่อน ข้อมูลสำคัญนั้นจึงไม่มีการเปิดเผยบอกใครนอกจากกลุ่มของราชินีกันเอง

    ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเอาไว้เวลาที่ถูกจะถูกทรยศอย่างที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้

    อีกเรื่องหนึ่ง ผมนะยังคิดว่าคริสตัลของพวกจอมมารยังไม่ถูกทำลายหรอกนะ

    พวกมันตายยากเหมือนกับแมลงสาบเลยละ

    เอสเทอนะใจร้อนเกินไป ความจริงมันน่าจะรอให้พวกเรายิงซ้ำอีกสองถึงสามรอบก่อนแล้วค่อยเริ่มแผนทรยศนะรู้ตัวไหม

    เธอทำให้พวกเราพลาดโอกาสที่จะขยี้เผ่าจอมมารไปแล้ว

    เอสเทอ เธอนะเดินเกมส์ผิดแล้วละ



    ***ผู้กล้าสมองกล้าม [เอรีส]

    "เจ็บ… ทำไมถึงเกิดระเบิดขึ้นมาได้เนี่ย? "

    มีระเบิดเกิดขึ้นที่ด้านนอกของอาคารเพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่ล้มศัตรูได้

    ระเบิดนั้นทำให้เพดานถล่มลงมาทับพวกเรา

    โชคดีที่โครงสร้างถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี เลยทำให้เวลาถล่มลงมานั้น ตัวโครงจะกลายเป็นค้ำยันทรงพีระมิดเหนือคริสตัลเอาไว้ เลยทำให้รอดมาได้อย่าวฉิวเฉียด

    "ไม่เป็นไรนะมิลเลอร์"

    "ปี้…"

    โชคดีที่ทั้งฉันกับเจ้ามังกรน้อยมิลเลอร์อยู่ใกล้คริสตัล เลยทำให้มันไร้ซึ่งบาดแผลใด ๆ

    "เอรีส… อั๊ก…"

    "แอร์บาส์ร!? รอเดียวก่อนนะ ฉันจะช่วยเดียวนี้เอง"

    ที่ด้านขวานั้นมีร่างของแอร์บาส์รกำลังถูกซากอาคารทับนอนแนบพื้นอยู่

    เลือดจำนวนมากกำลังไหลออกมาจากช่วงเอวของเขา

    "ไม่ต้องสนใจ… รีบไป… ศัตรู…"

    "แต่ว่า"

    "ตอนนี้...มีแค่เธอ… ปกป้อง…คริสตัล… ด้วย"

    "... เข้าใจแล้ว"

    แอร์บาส์รพูดถูก

    ตอนนี้ฉันควรให้ความสำคัญกับการปกป้องคริสตัลมากกว่า

    ถึงไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ถ้าลองออกไปดูก็น่าจะทราบได้ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น

    ฉันหันหน้าไปทางเจ้ามิลเลอร์

    มันพยักหน้าให้ทีหนึ่งพร้อมกับหันแผ่นหลังให้ขึ้นขี่

    มังกรน้อยแผ่ปีกออกกว้าง แล้วพุ่งทะยานขึ้นสูง ผ่านรูกว้างหลังคาโดมที่ถล่มลงมา สู่ท้องฟ้ากว้างข้างนอก

    แล้วฉันก็ได้พบกับตัวต้นเหตุที่อยู่เส้นขอบฟ้าในทางทิศเหนือ

    มันมีรูปร่างคล้ายกับเรือประจัญบานขนาดใหญ่ที่ถูกยกขึ้นมาวิ่งบนพื้นดิน

    "นั่นสินะคือตัวการ รีบไปกันเถอะมิลเลอร์! "

    "ปี้! "

    ว่าแล้วพวกเราก็มุ่งตรงไปที่สิ่งนั้นในทันที



    ***นักรบยันเดเระ [แครอท]

    "การต่อสู้จบแล้วเรอะ? "

    ฉันเงยหน้าออกมาจากถังขยะพร้อมกับบานา

    การต่อสู้ที่วุ่นวายข้างนอกนั้นได้สงบลงทันทีที่เกิดเสียงระเบิดนั้นขึ้นมา

    "ดูนั่น… ฐานพวกมัน… พังพินาจ… แค๊ก! "

    "เจ้าอย่าพึ่งผืนตัวเองสิ! "

    บานาชี้ไปที่อดีตอาคารซึ่งเคยสูงตระหง่านด้วยสภาพที่ไม่ดีนัก

    อดีตอาคารที่ดูสำคัญและมีการป้องกันหนาแน่น ได้กลายสภาพเป็นซากไปเรียบร้อยแล้ว

    หรือว่าคริสตัลของเผ่ายักษาน้อยจะถูกทำลายไปแล้วด้วย? พวกมันแพ้แล้วหรือเนี่ย?

    "... หนีกันเถอะ"

    ฉันเป่าแตรเขาสัตว์อีกอันเพื่อเรียกเจ้าโทเมมารับในเมือง

    หากเป็นเวลานี้คงไม่มีการตอบโต้จากพวกยักษาน้อย

    ได้เวลากลับบ้านของพวกเราแล้ว

    "แครอท… แล้วฝูงอสูรที่เธอเรียกมา… แค๊ก! "

    "ทำไมหรือ? "

    "ช่วยหยุดพวกมัน… ที…. ไม่มีความจำเป็น… ต้องฆ่า"

    "บานา…"

    ยังเป็นชายที่อ่อนโยนและอ่อนหัดเหมือนเคยเลยนะบานา

    มันไม่มีอะไรรับประกันเสียหน่อยว่าพวกยักษาน้อยจะไม่แว้งกลับมากัดพวกเรา ต่อให้ถูกทำลายคริสตัลไปแล้วก็ตาม

    "อือ ฉันสั่งให้พวกมันถอยไปแล้วละ"

    ดังนั้นฉันจึงพูดโกหกออกไป

    มาทำร้ายบานาขนาดนี้แล้ว คิดว่าฉันจะปล่อยพวกมันไปหรือยังไง?

    เผ่ายักษาน้อยต้องถูกลบทิ้งไปจากโลก นั่นละคือสิ่งที่ฉันต้องการ

    ที่บนท้องฟ้ามีเงาขนาดห้าเมตรบินลงมารับพวกเรา

    อสูรปีกที่มีเกล็ดสีเขียวทั้งตัวเจ้า [โทเม] ที่น่ารักของฉัน

    *โกรว! *

    มันคำรามอย่างดีใจที่เห็นพวเราปลอดภัย

    “เอากลับกันเถอะ”

    ฉันอุ้มบานาขึ้นไปบนแผ่นหลังของมัน แล้วขี่เจ้าโทเมบินขึ้นท้องฟ้า

    เนื่องจากไม่อยากให้เสียงเวลามากนัก ฉันเลยให้มันบินตัดตรงไปทิศเหนือเลย

    แน่นอนว่าตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าการที่เรียกกองทัพอสูรออกมา และบินกลับไปในทิศเหนือโดยไม่คิดอ้อมผ่านทางหุบเขานั้น จะทำให้ฉันต้องพบกับเรื่องที่น่าหวาดกลัวในอนาคตอันใกล้นี้

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810