เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่35 งานประมูลตึกไห่เทียน

    ข่าวการประมูลครั้งใหญ่จาก ตึกไห่เทียน แผ่กระจายไปทั่ววงการฮันเตอร์เขต40 (ชิงเต่า) แม้แต่คนที่ไม่ค่อยสนโลกอย่าง นิโคลัส ที่มักจะนั่งพ่นควันบุหรี่เงียบๆ ยังถึงกับโพล่งออกมา "งานนี้ ข้าไม่พลาดแน่ ฉานเฟิง ลงชื่อข้าไปด้วย"

     

    ชายวัยกลางคนผู้มีดวงตาเฉียบคมแต่มั่นคง นั่งอยู่ที่โต๊ะประธานบริษัทวีแลน เขาเหลือบมองสมาชิกในทีม ทั้งแบฮันที่ดูตื่นเต้น และเชนที่มีแววตาสงสัย ปนสนใจ "เอาล่ะ ในเมื่อสนใจกันขนาดนี้ เราจะไปกันทั้งทีมนี่แหละ"

     

    ฉานเฟิง เขากล่าวพลางใช้อภิสิทธิ์ในฐานะผู้ปิดเกตระดับสูง ลงทะเบียนรายชื่อกลุ่มวีแลน เข้าสู่งานประมูลระดับสูงอย่างไม่ลังเล

     

    พวกเชนแยกย้ายกลับที่พัก ยังถามไถ่เกี่ยวกับงานประมูลตึกไห่เทียน กับพวกแบฮัน ยูมิไปพลาง ซึ่งพวกเขาไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก แค่บอกเชนว่า เป็นงานประมูลใหญ่ ของเมืองเขต40 (ชิงเต่า) ก็เท่านั้น ที่เดินแยกกัน…ไปเตรียมพร้อม

     

    “งั้นหรือ?” เชนหยุดมองด้านล่างตึก ใกล้สำนักงานฮันเตอร์ หลายคนเอาวัตถุดิบของ มีค่า เก็บสะสมเปลี่ยนมูลค่าของมัน ออกมาขายเป็นกอง แลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา ให้บริษัทกว้านซื้อเหล่านั้น รูปปากหวานเจี๊ยบ

     

    เชนก็กล่าวพึมพำ “สงสัยเงินในบัญชี เราคงไม่เพียงพอซื้อของที่ประมูล เลยสักชิ้นกระมังแบบนี้”

     

    “…………”

     

    เมื่อเวลาค่ำคืนมาถึง เชนปรากฏตัวในชุดสูทสากลที่ดูเรียบร้อยแปลกตา ทีมวีแลนยืนอยู่เบื้องหน้าตึกไห่เทียนที่ตั้งตระหง่านดุจเสาค้ำฟ้า แสงสีโฮโลแกรมสาดส่องจากยอดตึก ตัดกับความมืดของเมืองชิงเต่า อย่างตระการตา

     

    "ที่นี่แหละ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของฮันเตอร์เขต 40" แบฮันตบบ่าเชนเบาๆ เมื่อเห็นรุ่นน้องทำท่าประหม่า

     

    ภายในงานที่ชั้นดาดฟ้าถูกเนรมิตให้เป็นกระโจมแสงสีขนาดใหญ่ มีศาลารับรองสุดหรู ผุดขึ้นราวกับดอกไม้เหล็ก ฮันเตอร์นับพันชีวิตมารวมตัวกันที่นี่ บางคนอยู่ในชุดสูทราคาแพงระยับ บางคนสวมชุดเกราะนาโนเทคโนโลยีรุ่นล่าสุด ที่เพิ่งใส่กลับมาจากสมรภูมิรบ

     

    ในประเทศไทย ฮันเตอร์ แรงค์ A มีไม่ถึง 30 คนด้วยซ้ำ แต่ภายในงานนี้งานเดียว กลับมีฮันเตอร์ระดับท็อป ที่ติดอันดับบนกระดานบอร์ดมารวมตัวกันไม่ต่ำกว่า 13-14 คน! เขาอดไม่ได้ที่จะเผยความประหม่า ออกมาน้อยๆ ซึ่งมองอย่างไรเชน ก็ไม่เหมาะกับสถานที่แห่งนี้

     

    นิโคลัส สวมสูทเนี้ยบ ยังหัวเราะออกมา ที่อีกฝ่ายเดินพ่นควัน ออกจากปาก ปุยๆ เหมือนมาเฟีย นำพวกเขา...เข้าไป

     

    "ฉานเฟิง! ทางนี้!" เสียงของ เจียงเฉิน ดังขึ้น พร้อมเขายกแก้วเหล้าขึ้น ให้เกียรติเพื่อนเก่าฉานเฟิงอย่างจริงใจ ท่ามกลางสายตาของผู้คนในงาน ที่เริ่มซุบซิบถึงตำนาน 'นายกองฉานเฟิง'

     

    แต่ในความยกย่องนั้น ยังมีสายตาบางคู่ที่จับจ้องมาที่เชน "นั่นไง เด็กสายสนับสนุน ที่ทำดาเมจบอสติดอันดับ 80"

     

    เสียงกระซิบดังขึ้น…ก่อนจะจางหายไป เมื่อพวกเขาเห็นเลเวล เชน ที่ยังดูน้อยนิดเกินไป พลางส่ายหัว เลิกสนใจ ไปในทันที

     

    ทว่าที่มุมหนึ่ง เวยป๋อ และกลุ่มนักเรียนจากมัธยมชิงเต่า กลับนั่งอยู่กับเหล่าผู้อาวุโสตระกูลใหญ่

     

    เวยป๋อที่เคย 'ชนะ' เชนในสนามประลอง กลับรู้สึกขัดใจอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นเชนยังมีท่าทีสงบนิ่ง และได้รับความสนใจจากยอดฝีมือบางกลุ่ม พูดคุยกันอยู่บ้าง

     

    "เจ้าจะไปสนใจเขาทำไม ในเมื่อเจ้าชนะเขาไปแล้ว?" ลูกพี่ลูกน้องในตระกูลถาม พลางส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ

     

    "พวกท่านไม่รู้สึกแปลกใจหรือ..." เวยป๋อแค่นเสียง ชิ! ในลำคอ "ทำไมคนแพ้ถึงได้รับการยกย่อง เหมือนผู้ชนะแบบนั้นเล่า?"

     

    ห่างออกไป อี้ชิง ที่นั่งอยู่ข้างผู้อำนวยการชรา โบกมือทักทายเชนด้วยรอยยิ้มกว้าง

     

    เชนลอบพยักหน้า รับคำทักทาย อี้ชิงเล็กน้อย ก่อนเขาจะรีบสำรวมท่าที เมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบ ของผู้อำนวยการที่ถือไม้เท้าผู้นั้น

     

    จนฝ่ายชายชรา ต้องเป็นฝ่ายชักสายตากลับไปเอง เจ้าหนูนี่ แววตา ‘น่าจะผ่านอะไรมาไม่น้อยซินะ’  ขณะผู้อำนวยการชราลอบยิ้มมุมปาก

     

    ทันใดนั้น แสงโฮโลแกรมรอบด้านพลันดับวูบลง ก่อนจะปรากฏภาพไอเทมชิ้นแรกขึ้นกลางอากาศ เรียกเสียงฮือฮา ผู้คนไปทั่วบริเวณ

     

    "สมุดสกิลภายนอกหายาก ผสานอัสนี!"

     

    เชนเบิกตากว้างเมื่อเห็นราคาเริ่มต้น กับราคาพุ่งทะยานไปถึงจุดจบที่ 15,000,000 หยวน  (70 ล้านบาทไทย) ราคาสูงลิบลิ่วขนาดนี้เชียวหรือ

     

    "ไอ้ปีกเหล็กแห่งแดนมังกร (โจวยี้) ..." เชนสบถด่างึมงำในใจ เมื่อนึกถึงตอนที่แรงค์ S คนนั้นมาซื้อสกิลเขา อีกฝ่ายดันให้ราคาแค่ 50 ล้านบาทไทย

     

    ซึ่งเห็นได้ชัดว่า สมุดสกิลสีทองของเขา ล้ำค่ากว่าสมุดสกิลเล่มนี้อีก "S ขี้ตืดคนนั้น นี่มันหลอกหักคอกัน ชัดๆ เลยนี่หว่า!"

     

    ขณะเดียวกันที่ศาลาไม้เหนือยอดเขาอันไกลโพ้นเหนือน้ำทะเล โจวยี้ จามออกมาเบาๆ พลางพึมพำ น้อย ๆ "ใครนินทาข้าอยู่กันนะ?"

     

    ก่อนตัดมาที่งานประมูลแย่งของกันอย่างดุเดือด การประมูลดำเนินมาถึง เกราะโมบิลสูทเหล็กดำ ฉานเฟิงตั้งใจจะประมูลมันให้เชน เพื่อเพิ่มพลังป้องกัน

     

    แต่เวยป๋อที่คอยจ้องอยู่ กลับเริ่มเสนอราคาแข่งอย่างไม่ลดละ เพื่อขัดขวางทีมวีแลน…

     

    เชน เห็นดังนั้นจึงส่ายหัว ช้า ๆ เป็นเชิงบอกหัวหน้าว่าเขาไม่ต้องการชุดเกราะนี้ เขาไม่อยากให้ทีม ต้องเสียเงินมหาศาลไปกับการกลั่นแกล้งของเด็กเมื่อวานซืน

     

    เพราะสิ่งที่เชนคาดหวังและเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ไม่ใช่อาวุธหรือชุดเกราะล้ำสมัย... แต่เป็น 'ของล้ำค่า' ที่สามารถเยียวยารักษา อาการป่วยของแม่เขาได้ต่างหาก

     

    "ออกมาหรือยัง... ของล้ำค่าที่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาของแม่ได้" เชนกำหมัดแน่น ดวงตาจ้องมองไปที่ภาพโฮโลแกรมเคลื่อนไหว ด้วยความหวังที่แรงกล้า

     

    ซึ่งแม้จะไม่สามารถซื้อมันมาครอบครองได้ ทว่าได้เห็นรูปร่าง กับเบาะแสของมัน ก็ยังดี 


    คล้ายกับเรื่องเมื่อยามรัตติกาล ที่คุณอ่าน