1 ชั่วโมงต่อมา.....
หลังจากน็อกจัดการปิดปากอาเธน่าเสร็จเรียบร้อย ก็เลิกสนใจนางและหันมาพูดคุยกับครอบครัวของเขาต่อทันที ถึงเรื่องที่เขาต้องเร่งจัดการ และได้ข้อสรุปว่าอีก 7 วันจะให้ครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เกาะยูโทเปียให้หมด ในช่วงเวลานี้ให้แจนหนึ่งในเมดสาวใช้วิชาแปลงโฉมเป็นน็อก เพื่อเตรียมตัวออกสื่อต่างๆ แทนเขาไปก่อนเหมือนที่ทำมาตลอด 1 ปีนั่นแหละ
"แล้วช่วงที่ลูกไม่อยู่จะจัดการกับอาเธน่ายังไงดีล่ะ!!?" แม่ของน็อกเปิดประเด็นขึ้นมา
"ก็ให้เธอทำหน้าที่เป็นเมดแทนแจนไปสักระยะก่อนก็แล้วกัน แจนจะได้มีเวลาพักผ่อนด้วย!!" น็อกชั่งใจอยู่ครู่นึง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ทุกคนภายในบ้านถึงกับจ้องมองไปที่น็อกเป็นตาเดียวกัน คงไม่มีใครในโลกที่มีความกล้ามากพอจะจับเอาเหล่าทวยเทพมาเป็นเมดรับใช้ภายในบ้านอย่างแน่นอน ก่อนที่น็อกจะเดินไปหาอาเธน่าที่กำลังนั่งอย่างสงบเสงี่ยมเพราะก่อนหน้านี้พึ่งโดนน็อกขู่ว่าจะทำลายโฉมหน้า ทำให้เทพีผู้รักสวยรักงามถึงกับเงียบกริบไปในทันที
"เธอคงได้ยินแล้วใช่ไหม ว่าต้องทำอะไรต่อจากนี้!?" น็อกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เราทำไม่เป็น" อาเธน่าตอบด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ
"ทำไม่เป็นก็หัดสิ ค่อยๆ เรียนรู้งานบ้านไป หากเธอไม่เชื่อฟังฉันล่ะก็รับรองได้เลยว่าฉันจะทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่อัปลักษณ์ที่สุดแน่นอน!!" น็อกพูดอย่างไม่แยแส
"นี่เจ้า.....!!" อาเธน่าถึงกับหวาดกลัวจนพูดอะไรไม่ออก
"หรือยังข้องใจ"
"ก็ได้เราจะยอมทำตาม แต่อย่าลืมที่สัญญาว่าเมื่อท่านเสร็จสิ้นภารกิจจะต้องปล่อยเรากลับไป" อาเธน่ารีบเอ่ยทวงสัญญาทันที
"โอ้...ย่อมได้ เดี๋ยวจะพาไปส่งถึงที่เลย" น็อกกล่าวตอบอย่างไร้อารมณ์
"ตกลง" อาเธน่าครุ่นคิดเพียงอึดใจก่อนจะเอ่ยตอบ
พ่อกับแม่ของน็อกมองดูลูกชายของตนที่ใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็สามารถทำให้อาเธน่าเชื่อฟังได้ทันที ไม่รู้ว่าควรจะดีใจที่ลูกชายของพวกเขาแข็งแกร่งกว่าเหล่าทวยเทพ หรือจะสงสารอาเธน่าที่โดนน็อกข่มขู่ซะจนไม่กล้ามีปากมีเสียงดี
ส่วนมินมินกับฮันน่านั้นมองไปที่ทั้งสองตลอดเวลา เพื่อคอยตรวจดูอาการของน็อกว่ามีปฏิกริยาตอบสนองยังไงบ้างกับเทพีที่มีความงดงามถึงเพียงนี้ [ปะมาณว่ากลัวน็อกหวั่นไหว] แต่เมื่อเห็นท่าทางของน็อกแล้วก็รู้สึกโล่งใจไม่ได้ ก่อนที่มินมินจะเอ่ยถามอย่างอดสงสัยไม่ได้
"น็อกนายจะไม่สอบถามข้อมูลจากอาเธน่าก่อนหรอ ว่าเหตุผลที่ต้องการตัวนายคืออะไร"
"ไม่ต้องหรอก เหล่าทวยเทพคงมาจับตาเฝ้ามองโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน แล้วอาเธน่าก็คงสัมผัสพลังจากดวงเนตรอสูรที่ฉันพยายามควบคุมมันเพื่อเปิดดูอนาคต จึงได้มาที่นี่เพื่อจับกุมตัวฉันล่ะมั้ง"
"ดูเหมือนนายจะรู้ดีจังเลยนะเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้!?"
"ก็นิดนึงนะ ว่าแต่ว่าพวกเธอรีบไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้อีริคน่าจะกลับมาถึงที่นี่ พวกเราจะได้ออกเดินทางต่อทันที"
"ตกลง"
สิ้นเสียงของมินมินเธอก็จูงนีน่าพร้อมกับพาฮันน่าไปที่ห้องเพื่อบ่มเพาะพลังแล้วก็พักผ่อน พ่อของน็อกก็พาลิลลี่และแจนที่แปลงโฉมเป็นน็อกออกไปทำธุระข้างนอก ส่วนแม่กับหลินจับจ้องไปที่อาเธน่าก่อนจะพาเธอไปอบรมฝึกฝนการเป็นเมดประจำบ้านหลังนี้ สุดท้ายก็เหลือแต่น็อกก่อนที่เขาจะเดินกลับขึ้นห้องไปอย่างเงียบๆ
ภายในห้องนอนของน็อก.....
น็อกกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เรื่องการไล่ล่าเหล่าผู้คนที่ได้รับเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้าง การสังหารผู้คนเหล่านี้แม้มันจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก แต่ก็เป็นเหมือนกับการป้องกันภัยคุกคามใหญ่หลวง เพราะการปล่อยให้มีชีวิตรอดไปได้หนึ่งคน แล้วเกิดคนที่ปล่อยไปคลุ้มคลั่งอย่างน้อยก็ต้องมีหลายร้อยหรือหลายพันชีวิตที่ต้องตายอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
ทว่าการที่จู่ๆ จะให้เขาไปสังหารคนธรรมดามันก็มีความรู้สึกผิดในใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แม้เขาจะสังหารคนไปมากก็จริง แต่คนส่วนใหญ่ที่ถูกเขาสังหารก็ล้วนแล้วแต่สมควรตายทั้งนั้น จึงทำให้เขายังพอทำใจยอมรับได้บ้าง
ในเวลานี้เขาจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างเงียบๆ อยู่ภายในห้องเพียงลำพัง เพราะเขาไม่อาจแสดงออกซึ่งอาการอ่อนแอหรือลังเลต่อหน้าคนอื่นๆ และครอบครัวได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ทุกๆ คนเกิดความหวั่นไหวและมีความคิดที่แตกแยกออกไปได้ สิ่งที่เขาต้องเผชิญในเวลานี้ยากเกินคำอธิบายได้จริงๆ
ขณะที่น็อกกำลังใจลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น ก็พลันสะดุ้งขึ้นอีกครั้งเมื่อจู่ๆ ก็มีมือเรียวบางมาบีบนวดไหล่ของเขา และเมื่อหันไปมอง
"ท่านพ่อกำลังไม่สบายใจเรื่องอะไรหรอคะ!?" นีน่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา
"นีน่าลูกเข้ามาได้ยังไงกันเนี่ย"
"ก็เปิดประตูเข้าแล้วเดินเข้ามาเฉยๆ นี่แหละค่ะ แต่เพราะท่านพ่อกำลังใจลอยเลยไม่ทันได้สังเกต"
"อ่อ!! ว่าแต่ลูกมีเรื่องอะไร ถึงเข้ามาหาพ่อล่ะ"
"ท่านแม่บอกว่าท่านพ่อกำลังไม่สบายใจอยู่ เลยให้หนูมาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ"
น็อกถึงกับตะลึงไปทันที เพราะเขาคิดว่าเก็บอาการได้อย่างแนบเนียนแล้ว แต่ก็ไม่อาจที่จะรอดพ้นสายตาของมินมินไปได้ และการที่ให้นีน่ามาอยู่เป็นเพื่อนเขาก็แสดงว่าเธอเองก็คงรู้สึกถึงจิตใจของเขาเป็นอย่างดี ที่ไม่ต้องการเปิดเผยความไม่สบายใจนี้ให้คนอื่นได้รับรู้ ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างสุขใจ
"ว่าแต่นีน่าพ่อมีเรื่องสงสัยอยู่นะ ทำไมหนูถึงได้เปลี่ยนมาเรียกว่าท่านพ่อแทนกันล่ะ แล้วจู่ๆ ทำไมถึงมาปรากฏตัวกลางสนามประลองอีก ทั้งยังรูปร่างนี้อีกทำไมถึงได้โตไวนักนะ!?" น็อกปล่อยวางเรื่องไม่สบายใจไปทันที และเอ่ยถามถึงสิ่งที่สงสัย
"ก็ท่านยายเสวี่ยเยวี่ยนบอกให้หนูเปลี่ยนมาเรียกว่าท่านพ่อแทนค่ะ และเพื่อไม่ให้มีผู้หญิงคนไหนมาเกาะแกะท่านพ่ออีกจึงให้หนูลงไปเปิดตัวที่งานประลอง ส่วนร่างกายนี้หนูปรับแต่งใหม่เอง เพราะท่านยายบอกว่าท่านพ่อน่าจะชอบร่างนี้มากกว่า ถึงจะต้องใช้พลังในการรักษารูปร่างนี้แต่หนูยินดีทำให้ท่านพ่อชอบค่ะ"
น็อกที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที นี่เป็นแผนการกลั่นแกล้งของเจ้าตำหนักนั่นเอง เขาได้สบถในใจ "แกล้งกันดีนัก กลับไปจะต้องเอาคืนให้สาสม..." ก่อนจะมองไปทางนีน่าที่ยังอ่อนต่อโลกนัก และพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
"จริงๆ แล้วป๊ะป๋าชอบให้นีน่าเรียกแบบเดิมมากกว่านะ ทั้งยังร่างกายของหนูด้วยปรับเป็นแบบเดิมก็ดีนะ เอาไว้รอให้มันเจริญเติบโตไปแบบธรรมชาติดีกว่านะ"
"ป๊ะป๋าไม่ได้หลอกหนูใช่ไหมคะ"
"จ้า"
ไม่นานนักนีน่าก็คลายพลังที่คงรูปร่างของเธอเอาไว้ และกลับกลายมาเป็นเด็กอีกครั้งถ้าเทียบกับก่อนที่น็อกจะเข้าไปฝึกวิชากับเหล่าบรรพบุรุษ ก็ถือว่าโตกว่าเดิมนิดนึงแต่ก็ยังน่ารักน่าเอ็นดู จากนั้นไม่นานสองพ่อลูกก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานจนกระทั่งนีน่าหลับไปทั้งรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสา หลังจากนั้นน็อกก็ค่อยๆ ออกไปจากห้องอย่างเงียบเพื่อไปปรึกษากับกลุ่มของเขา
ห้องนอนของมินมิน.....
เมื่อน็อกที่เข้ามาในห้องของมินมินก็ต้องแปลกใจในสไตล์การแต่งห้องของเธอ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาที่ห้องของมินมินจึงอดที่จะแปลกใจไม่ได้ เพราะผู้หญิงที่ดูเย็นชาอย่างมินมินจะจัดห้องอย่างหวานแหวว ทั้งยังตุ๊กตาที่เรียงรายเต็มห้องราวกับเด็กๆ มินมินที่เห็นสายตาของน็อกรีบเอ่ยขึ้นทันที
"อย่าไปสนใจเลย เพราะนีน่ามานอนที่ห้องฉันบ่อยก็เลยมีของแบบนี้เยอะ!!"
"ฉันยังไม่ได้ถามอะไรเลยนะ ร้อนตัวหรอ!?"
"นี่...ถ้าจะมาคุยเรื่องไร้สาระก็กลับห้องไปเลยนะ" มินมินพูดด้วยเขินอาย
"แหม!! ก็แค่แหย่เล่นนิดเดียวเองนะ ไม่เห็นต้องโกรธกันเลย เอาล่ะ มาเข้าเรื่องดีกว่า" น็อกแซวเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง
"ว่ามามีอะไร"
ฮันน่ามองการสนทนาของน็อกกับมินมินด้วยสีหน้าที่หดหู่ เธอเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเขาเช่นกัน แต่ในเวลานี้เธอกลับรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นเพียงส่วนเกิน ก่อนจะได้ยินเสียงน็อกเรียกสติ
"ฮันน่าเธอพอรู้ข้อมูลของเหล่าทวยเทพบ้างไหม!?"
"อะ..อืม ถ้าเป็นข่าวสารจากทางราชวงศ์ที่เรามีอยู่ รู้เพียงแค่ว่าเหล่าทวยเทพนั้นเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณ ซึ่งเป็นพลังติดตัวมาแต่กำเนิด หากเปรียบเทียบกับมนุษย์แล้วถือว่าแข็งแกร่งกว่ามาก แต่ถ้าเทียบกับเหล่าผู้ฝึกตนถือว่าระดับใกล้เคียงกัน แต่เหล่าทวยเทพค่อนข้างรักความสงบไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับเหล่าผู้ฝึกตนเท่าไหร่ แต่ชอบที่จะมาเที่ยวเล่นในโลกใบนี้ซะมากกว่า จึงทำให้มนุษย์ในโลกพบเจออยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นเรื่องที่มนุษย์เล่าสืบต่อกันมาและสักการะบูชาเหล่าทวยเทพ" ฮันน่าครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะเอ่ยตอบ
"อืม...แล้วเธอคิดว่าถ้าสู้หนึ่งต่อหนึ่งกับอาเธน่า เธอสามารถเอาชนะได้หรือไม่!?" น็อกถามต่อทันที
"ถ้าดูจากพลังของอาเธน่าแล้วแข็งแกร่งกว่าฉันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าต้องต่อสู้กันจริงๆ ฉันเชื่อว่าฉันสามารถเอาชนะได้ เพราะทักษะการต่อสู้ของอาเธน่าอ่อนด้อยเป็นอย่างมาก" ฮันน่าตอบอย่างตรงไปตรงมา
"อืมมม!! เอาล่ะ!! เรื่องที่อยากจะคุยก็คือหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจไล่ล่า ฉันจะไปแดนสวรรค์เพื่อเจรจาหากตกลงกันได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้แน่นอนต้องมีการปะทะกันเกิดขึ้น พวกเธออยากจะกลับไปพักรอที่ตำหนักหลังเสร็จสิ้นภารกิจ หรือจะไปหาความตื่นเต้นที่แดนสวรรค์กับฉันล่ะ!?" น็อกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะอย่างน้อยๆ เขาก็สามารถเดินทางไปแดนสวรรค์ได้ โดยที่ไม่ต้องตายตามความเชื่อที่เขาเคยได้เรียนมา