ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 นางเอกนี่เฮี้ยนจริงๆ

            หมูป่าล้มลงบนพื้นเสียงดังตึงตายสนิท

            เมื่อเห็นเช่นนั้น ทุกคนก็โล่งอก

            หลินเสวี่ยจู๋ลอบชมเชยในใจ‘สมกับเป็นพระเอก ถึงจะพิการทว่ายังสามารถต่อสู้ได้เก่งกาจถึงเพียงนี้ รัศมีที่มีนับว่าไม่ได้เสียเปล่าเลย!’

            ผู้คุมเห็นว่ามีผู้บาดเจ็บหลายคนจึงนำยารักษาบาดแผลออกมาแจกจ่ายเป็นครั้งแรก แล้วสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน

            ทว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นผู้ใดจะยังมีกะจิตกะใจนอนต่างก็รอดูว่าคนสกุลหลินจะจัดการหมูป่าตัวนี้อย่างไร

            จะยังจัดการอย่างไรได้อีก? ย่อมต้องนำมาทำเป็นอาหารอยู่แล้ว

            หลินเฉิงจางให้ญาติผู้หญิงหลบออกไปเพื่อไม่ให้พวกนางตกใจขณะที่เขาจัดการกับซากหมูป่า

            มีเพียงหลินเสวี่ยจู๋ที่ไม่ได้จากไปนางเดินวนรอบหมูป่าอยู่หลายรอบพลางนึกในใจ ‘หมูป่าดุร้ายตัวนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าหยวนซิวแล้วก็เป็นได้เพียงก้อนเนื้อเท่านั้น’

            ไม่แปลกใจเลยที่ผู้อื่นต่างวิ่งหนีแต่หยวนซิวยังคงนั่งอยู่กับที่ด้วยสีหน้าสงบนิ่งเขาตั้งใจที่จะให้ทั้งครอบครัวได้กินเนื้อหมูป่านี่เอง

            เหยียนต้าหยิบมีดผ่าฟืนที่ยืมจากหม่าซิงมาผ่าท้องของหมูป่ากลิ่นเครื่องในช่วยขับไล่ผู้คนบางส่วนที่ยืนมุงดูออกไปได้สำเร็จ

            ลู่โม่กลัวว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้จะได้กลิ่นจึงเตรียมขุดหลุมฝังเครื่องในเหล่านั้น

            เหยียนต้าเห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยปากห้าม“น้องชายลู่โม่ ของเหล่านี้ล้างให้สะอาดย่อมสามารถนำมากินได้ หากเหล่าเจ้านายไม่ต้องการก็ให้พวกเรากินเถิด”

            “ต้องการข้าต้องการทั้งหมด!” หลินเสวี่ยจู๋ได้ยินเช่นนี้ก็ตัดสินใจทันทีว่าจะเก็บเครื่องในไว้นางตะโกนออกมาอย่างร้อนใจ

            ปอดหมู ท้องหมู ตับหมูหัวใจหมู ไส้หมู และไตหมูล้วนเป็นของดีทั้งสิ้น จะนำไปฝังได้อย่างไร? นางไม่ยอมมอบให้ผู้ใดทั้งนั้น!

            เมื่อได้ยินนางเอ่ยเช่นนี้เหวินซิ่วชิงกับหลินเฉิงจางก็มองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจเล็กน้อย

            ครอบครัวของพวกเขาไม่เคยกินของพวกนี้เลยเหตุใดบุตรสาวถึงต้องการมัน?

            หยวนซิวเองก็ทำสีหน้ารังเกียจใส่หลินเสวี่ยจู๋เช่นกัน

            สตรีผู้นี้จะเล่นกลอะไรอีก?

            แม่นมหม่ายิ้มแห้ง“ยังเป็นคุณหนูเสวี่ยจู๋ที่จัดการเรื่องราวได้ดี บ่าวจะนำเครื่องในไปทำความสะอาดเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”

            นางกำลังจะเอ่ยปากเรียกกู้เจินเหนียงกับชุ่ยเอ๋อร์จู่ๆ หูเอ้อร์ถ่งกับหูซานถ่งก็รีบรุดมาหา “งานสกปรกพรรค์นี้พวกเราสองพี่น้องทำเองพี่สะใภ้หม่ายืนดูอยู่ด้านข้างก็พอขอรับ”

            แม่นมหม่ายินดีเป็นอย่างยิ่งรีบพาสองพี่น้องไปที่ริมลำธารทันที

            หลินเสวี่ยจู๋เดินไปหาหยวนซิวแล้วยื่นมือไป“ยังมีแท่งไม้ไผ่อีกเท่าไรเจ้าคะ?”

            หยวนซิวส่งสายตาไปที่ตะกร้าหวายของลู่โม่

            หลินเสวี่ยจู๋หยิบแท่งไม้ไผ่ออกมาจากในตะกร้าก่อนจะรวบไว้ในมือตนเอง แล้วนับจำนวน ปรากฏว่าแท่งไม้ไผ่ถูกนางริบไปทั้งหมด

            หยวนซิวขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยถาม“เจ้าจะทำอันใด?”

            “หมูป่าเสียบไม้ย่างเจ้าค่ะ”หลินเสวี่ยจู๋เอ่ยอย่างไม่กระดากอาย

            หยวนซิวเกือบใช้หอกไม้ไผ่แทงนาง

            สตรีผู้นี้นับวันยิ่งกระทำการอุกอาจขึ้นเรื่อยๆ!

            ขณะที่คิดก็เห็นหลินเฉิงเหยาวิ่งมาเขายื่นตะกร้าให้หลินเสวี่ยจู๋ แล้วเอ่ยราวกับกำลังมอบสมบัติล้ำค่า “หลานสาวนี่คือสมุนไพรที่ข้ากับอาสะใภ้ของเจ้าเก็บตลอดหลายวันมานี้ เจ้านำไปใช้เป็นเครื่องเทศได้ลองดูว่าใช้ได้หรือไม่”

            หลินเสวี่ยจู๋ราวกับได้รับสมบัตินางรับตะกร้ามาดู ดีเหลือเกิน มีทั้งใบสะระแหน่ ใบกระวาน หนิวจื้อ[1] โกฐสอ เฉ่ากั่ว[2] แม้แต่อบเชยก็ยังมี

            ท่านอากับท่านอาสะใภ้ของนางต่างก็เป็นนักล่าสมบัติหลินเสวี่ยจู๋อุ้มตะกร้าไว้แน่นราวกับมันเป็นสมบัติจริงๆ ก็ไม่ปาน

            หยวนซิวครุ่นคิด‘พวกเจ้าสองอาหลานอย่ากระทำการอุกอาจเกินไปจะได้หรือไม่!’

            หนังหมูป่าถูกถลกออกจนหมด

            เหยียนต้ามีฝีมือในการฟอกหนังสัตว์ลู่โม่จึงนำหนังหมูป่าไปผึ่งไว้บนหลังคารถม้าเพื่อตากแดด ส่วนเนื้อหมูป่าถูกแบ่งออกเป็นชิ้นใหญ่หลายชิ้นทาเกลือ แล้วนำไปเก็บในตะกร้า

            ไม่นานแม่นมหม่าก็เดินนำสองพี่น้องสกุลหม่ากลับมาพร้อมกับเครื่องในของหมูป่า

            หลินเสวี่ยจู๋เทเกลือและเครื่องเทศจำนวนเล็กน้อยลงไปในเครื่องในก่อนจะเติมน้ำแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน

            เห็นนางใช้มือคลุกเคล้าเครื่องในด้วยสีหน้าจดจ่อสีหน้าของหยวนซิวก็เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ

            สตรีผู้นี้ช่างกระทำการอุกอาจเสียยิ่งกว่าอุกอาจ

            หลินเฉิงจางกับคนอื่นๆก็มีความคิดคล้ายกับหยวนซิว

            เพียงเพราะหลินเสวี่ยจู๋เป็นแก้วตาดวงใจของครอบครัวพวกเขาจึงไม่ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงเกินไปนัก แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเหตุใดนางถึงอยากกินเครื่องในและถึงขั้นลงมือปรุงมันด้วยตนเอง

            โดยเฉพาะหลินเฉิงเหยาเขาส่งเครื่องเทศเพื่อให้หลานสาวหมักเนื้อ ผลลัพธ์คือเครื่องเทศที่เขาเก็บมาอย่างยากลำบากกลับถูกเทลงไปผสมกับน้ำเขารู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาทันที หากรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เขาย่อมไม่มอบเครื่องเทศให้นางแน่

            หลินเสวี่ยจู๋ไม่สนใจสายตาแปลกใจของผู้คนรอบตัวนางจดจ่ออยู่กับวัตถุดิบอันล้ำค่า และเริ่มตั้งตารออาหารเย็น

            ทั้งครอบครัวรองท้องด้วยมันสำปะหลังย่างที่เหลือจากเมื่อคืนจากนั้นก็เริ่มเตรียมตัวออกเดินทาง

            เนื่องจากหลินเสวี่ยอีได้รับบาดเจ็บที่ขาจึงต้องนั่งรถม้ากับหยวนซิว

            เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาหลินเสวี่ยจู๋จึงจำต้องไปนั่งบนรถม้ากับนาง

            ส่วนหลินอวี่เซวียนตัวติดหลินเสวี่ยจู๋เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมเดิน หลินเสวี่ยจู๋จึงต้องอุ้มเขาไว้

            สุดท้ายหนึ่งบุรุษสองสตรี หนึ่งเด็ก เนื้อหมูป่าหนึ่งตะกร้า และเนื้อหมูป่าในหม้อที่เต็มไปด้วยน้ำเกลือ และเครื่องเทศ ก็อยู่บนรถม้าด้วยกัน

            ขบวนเนรเทศเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า

            หม่าซิงเอ่ยกับหลินเสวี่ยจู๋ผ่านทางหน้าต่าง“หลินเหนียงจื่อ ระหว่างทางต้องการอันใดบอกข้าได้เลย”

            หลินเสวี่ยจู๋เห็นหลินเสวี่ยอีมองออกไปนอกม่านหน้าต่างเป็นครั้งคราวก็เอ่ยปากถามหม่าซิง“หาพี่หญิงหลินเสวี่ยหลานของข้าเจอหรือไม่?”

            “ยังไม่เจอแต่คนที่หัวหน้าส่งไปก็ยังไม่กลับมาเช่นกัน น่าจะยังพอมีหวัง” หม่าซิงตอบตามจริง

            หลินเสวี่ยจู๋กุมมือเล็กของหลินเสวี่ยอีเอาไว้แล้วยิ้มปลอบโยน

            นางไม่สงสัยเรื่องความปลอดภัยของหลินเสวี่ยหลานเลยแม้แต่น้อยต่อให้นางเอกโง่เขลาเพียงใดก็ยังมีรัศมีของนางเอกอยู่ และหากอิงจากความเชื่อมโยงระหว่างนางเอกกับพระเอกย่อมมีความเป็นไปได้ว่าหลินเสวี่ยหลานจะกลับมาที่ขบวนเนรเทศ

            แค่รอไปเรื่อยๆ ก็พอ ไม่แน่ว่าจะมีเรื่องน่าประหลาดใจเกิดขึ้นอีก

            หลินเสวี่ยจู๋หยิบธูปฤาษีสองสามเส้นขึ้นมาถักอย่างเงียบงัน

            “พี่หญิงท่านกำลังถักอันใดหรือเจ้าคะ?” หลินเสวี่ยอีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            “หมอนน่ะ”

            เมื่อเช้านางได้ยินเหวินซิ่วชิงกับหลินเฉิงจางบ่นว่าปวดคอนางก็รู้ทันทีว่าเป็นเพราะไม่มีหมอน ธูปฤาษีมีความยืดหยุ่นสูง นางจึงคิดที่จะถักหมอนให้ผู้อาวุโสหลายคนในครอบครัวตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จก่อนเข้านอนคืนนี้

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็หันไปมองหลินเสวี่ยอีแล้วถาม“อยากให้ข้าสอนถักหรือไม่?”

            “อยากเจ้าค่ะ”หลินเสวี่ยอีคว้าธูปฤาษีมากำหนึ่งทันที

            นางเห็นการใช้ชีวิตของครอบครัวพี่หญิงแล้วไม่เพียงมีรองเท้าบูทฟางและหมวกฟางใส่เท่านั้นตอนนอนยังมีเสื่อฟางปู และมีตะกร้าไว้ใส่ของอีกด้วย

            แม้แต่พี่เขยก็ยังมีเก้าอี้พนักพิงสูงที่ทำจากไม้ไผ่การใช้ชีวิตของสกุลรองนับว่าสะดวกสบายยิ่งกว่าครอบครัวของนางเสียอีก

            นี่ทำให้นางเข้าใจหลักการที่ว่า‘ผู้คนต้องทำงานหนักและพึ่งพาตนเอง’ อย่างลึกซึ้ง

            เมื่อเห็นเด็กสาวถักได้ดีหลินเสวี่ยจู๋ก็เอ่ยอย่างพึงพอใจ “หมอนที่พวกเราถักทั้งหมดในวันนี้ ข้าอนุญาตให้เจ้าเลือกใบที่ชอบก่อน”

            “เช่นนั้นก็ดียิ่งเจ้าค่ะ!”หลินเสวี่ยอีเบิกบานใจ ก้มหน้าก้มตาถักไม่หยุด

            หยวนซิวเห็นท่าทางไร้เดียงสาของเด็กสาวก็มองหลินเสวี่ยจู๋ด้วยสายตาประณาม

            โน้มน้าวให้ทุกคนแสดงความสามารถออกมาจนถึงขีดสุดแม้แต่น้องสาวของตนเอง สตรีผู้นี้ก็ยังไม่ปล่อยไป!

            ขณะที่หลินเสวี่ยจู๋กำลังถักหมอนจู่ๆ ก็นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยกับหม่าซิงโดยมีตู้โดยสารกั้น“คืนนี้ครอบครัวพวกเรามีเนื้อกิน ท่านก็มากินกับพวกเราเถิด”

            หม่าซิงรับปากอย่างเบิกบาน“ตกลง ประเดี๋ยวข้าต้องแจ้งหัวหน้าก่อน”

            ขณะที่ทั้งสองคนกำลังสนทนาก็ได้ยินเสียงเกือกม้าดังแว่วมาจากหลังขบวนจากนั้นก็มีคนตะโกน “หัวหน้า หาหลินเสวี่ยหลานพบแล้วขอรับ”

            หลินเสวี่ยจู๋คิ้วกระตุก

            โอ้โหนางเอกนี่เฮี้ยนจริงๆ

            .............................

            [1] หนิวจื้อหมายถึง ออริกาโน เป็นเครื่องเทศที่ใช้โรยหน้าพิซซ่า

            [2] เฉ่ากั่วหมายถึง พืชในวงศ์ขิง

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808