The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 1 บทที่ 45 พรของเทพีแห่งโชคลาภ

            บรรยากาศคุกรุ่นภายในพื้นที่เล่นพนันยังคงดำเนินต่อไปตามย่างก้าวของเด็กหนุ่ม เดินมาสักพักหนึ่งก็มาหยุดลงที่เบื้องหลังสตรีทั้งสอง พวกนางที่แสดงสีหน้าหงุดหงิดไม่พอใจกำลังฟึดฟัดจะลงไม้ลงมือ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหู



            "เกิดอะไรขึ้นกัน… ทำไมพวกเจ้าถึงดูไม่พอใจนัก?"



            มิเนอร์วาเอ่ยกระซิบถามสตรีทั้งสองเสียงเบา แม้แต่กลุ่มซัลวาโตเรที่ยืนถัดออกไปไม่ไกลก็ไม่อาจได้ยิน เมื่อสตรีทั้งสองได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็รีบหันหน้าเข้าหากัน แล้วจ้องมองกลับหลังไปยังเด็กหนุ่มผู้มาเยือน เป็นอลิซที่กระซิบเสียงแผ่วเล่าให้อีกฝ่ายฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ในตอนแรกสตรีทั้งสองนางรวมถึงกลุ่มคนจากซัลวาโตเรกำลังเล่นพนันกันอย่างสนุกสนาน มีได้บ้างเสียบ้างเป็นเรื่องปกติ หากแต่เมื่อมาเล่นที่โต๊ะทอยเต๋าแห่งนี้กลับแพ้ต่อเนื่องติดต่อกันจนผิดสังเกต เหรียญทองที่หามาได้ก่อนหน้านั้นทั้งหมดถูกเจ้ามือกินเรียบ จนเกรเซียทนไม่ไหวอีกต่อไปตะโกนงอแงกล่าวหาว่าถูกทางบ่อนโกง



            สถานที่ให้บริการด้านความบันเทิงเช่นบ่อนพนันย่อมต้องมีผู้มีอิทธิพลเป็นเจ้าของ และการกล่าวหาทางบ่อนว่าโกงนั้นย่อมเป็นการกล่าวหาที่ร้ายแรงทำให้เสียชื่อ เหล่าอันธพาลลิ่วล้อที่คอยดูแลควบคุมที่นี่เมื่อได้ยินดังนั้นก็พากันเข้ามารุมจะเอาเรื่อง แต่กลับถูกกลุ่มซัลวาโตเรเข้ามายืนขวางซะก่อน สงครามน้ำลายฝ่ายเดียวของพวกมันมีกลุ่มซัลวาโตเรยืนคุมเชิงอยู่เงียบๆ พวกเขาไม่สนใจการกระทำของอีกฝ่ายยังคงทำตามหน้าที่ซึ่งได้รับการฝากฝัง เพียงอารักขาให้ความปลอดภัยสตรีทั้งสอง และรอคอยให้ผู้นำของตัวเองออกมาจัดการสะสางปัญหา พวกมันไม่กล้าตัดสินใจแทนและไม่คิดจะทำเช่นนั้นด้วย ทำตามคำสั่งที่ถูกให้ไว้อย่างเคร่งครัด



            "พวกเจ้าจะพนันต่อหรือไม่? หากกลัวไม่กล้าลงพนันต่อก็ไสหัวออกไปซะ พวกข้าเนี่ยนะ... จะโกงพวกกระจอกแบบพวกเจ้า หลักฐานน่ะมีหรือไม่? หากไม่มีก็เรียกว่าไม่ได้โกง! ฝีมือกระจอกแล้วไม่เจียมตัว เล่นเสียแล้วโวยวายหน้าไม่อาย"



            เสียงขับไล่ยั่วยุของอีกฝ่ายลอยเข้าหูมิเนอร์วาพอดีจนต้องหันมองไปทางต้นเสียง การคิดไวทำไวย่อมเป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่ดีของผู้นำ เด็กหนุ่มเดินขึ้นไปข้างหน้ามาร์ตี้เอ่ยถามท้าทายอีกฝ่ายน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ปรากฏอารมณ์โกรธเคืองหรือโมโห



            "กลุ่มซัลวาโตเรของข้าย่อมไม่เกรงกลัวผู้อ่อนแอ พวกเจ้าจะบอกว่าฝีมือคนของข้ากระจอกหน้าไม่อาย? งั้นมาพนันกันหน่อยไหมเล่า เดิมทีข้าคิดแค่จะมาซื้อขายสิ่งของแล้วจากไป แต่ไม่คาดว่าจะมีคนกล้ารังแกผู้หญิงของข้า"



            "หากบอกให้รบ พวกข้าก็จะรบ"



            เป็นมาร์ตี้กล่าวขึ้นโดยมีผู้ติดตามทั้งหมดเริ่มเปลี่ยนท่าทีกระจายตัวออกรอคำสั่ง มิเนอร์วาเดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะพนัน ชำเลืองมองไปยังเหล่าอันธพาลพร้อมกับดึงเงินจำนวน 1,000 เหรียญทองออกมาจากแหวนแล้ววางไว้บนโต๊ะพนัน



            "ขอเพียงมีเงินก็สามารถพนันได้ กล้าหรือไม่เล่า? หากพวกเจ้ากลัวก็ถือว่าข้าไม่เคยพูดก็แล้วกัน"



            มิเนอร์วายังคงไม่เลิกท้าทายอีกฝ่าย หวังยั่วยุท้าทายให้อีกฝ่ายเดินหลงทาง



            "ซัลวาโตเร? กลุ่มบ้านนอกที่ไหนกันข้าไม่เห็นจะเคยได้ยิน แต่ก็เอาเถอะที่นี่ขอแค่มีเงินเจ้าจะท้าผู้ใดพนันก็ได้ พนันทอยเต๋ากับข้ายิ่งไม่มีปัญหา หากพร้อมแล้วก็ลงเดิมพัน!"



            อีกฝ่ายยิ้มเยาะไร้ซึ่งความหวาดกลัว บนโต๊ะพนันที่ทำมาจากศิลาแกะสลักสวยงาม ตรงกลางโต๊ะมีช่องสี่เหลี่ยม 6 ช่องที่แกะสลักจุดแทนตัวเลขเอาไว้ มีตั้งแต่ 1 แต้มไล่ไปจนถึง 6 แต้ม การพนันทอยเต๋านั้นง่ายดายเป็นอย่างมาก เพียงทายผลจากหน้าแต้มที่ได้จากการทอยลูกเต๋า 2 ลูกให้ถูกต้องเพียงเท่านั้น อัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 ต่อ 3 หากลง 1 เหรียญทองก็ต้องได้รับผลตอบแทน 3 เหรียญทองเมื่อเป็นผู้ชนะ



            อัตราการจ่าย คือ 1 ลูกเต๋า ที่ทายถูกเท่ากับ 3 เท่า ของเงินเดิมพัน ยกตัวอย่างเช่น แทง 3 แต้มแล้วลูกเต๋าออกหน้า 3 แต้ม ทั้ง 2 ลูก ก็จะได้รับเงินเดิมพันกลับคืนเป็น 6 เท่าของยอดเงินที่แทงนั่นเอง มิเนอร์วาวางเงินไปที่ช่องจุด 3 แต้ม 10 เหรียญทองอย่างแน่วแน่เชื่อมั่น อันธพาลผู้นั้นกำลังจะนำลูกเต๋าขึ้นมาโยนแต่ก็ถูกห้ามไว้เสียก่อน



            "ช้าก่อน! ถึงข้าจะรับปากว่าจะลงพนัน แต่ข้าไม่เคยบอกว่าจะให้เจ้าเป็นผู้ทอยเต๋า เอาแบบนี้เป็นอย่างไรให้พี่สาวพนักงานคนนั้นเป็นผู้ทอยก็แล้วกัน คนก็คนของเจ้า คงไม่ได้กลัวว่าจะโดนพี่สาวท่านนั้นโกงแน่ใช่หรือไม่?"



            "ตกลง… เจ้ามานี่… มาเป็นผู้ทอยเต๋าให้แก่พวกข้า"



            หญิงสาวที่เดินถือถาดเครื่องดื่มแม้จะยังงุนงง แต่ก็เดินเข้ามาทำหน้าที่ทอยเต๋าอย่างว่าง่าย เมื่ออันธพาลคุมบ่อนให้สัญญาณหญิงสาวพนักงานเสิร์ฟก็โยนเต๋ากลิ้งลงบนโต๊ะศิลาทันที แต่ทว่ามิเนอร์วาหาใช่เซียนพนันที่มือไม้ฉับไวเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ดังใจนึก ลูกเต๋าสี่เหลี่ยมสองลูกกลิ้งไปบนโต๊ะแล้วมาหยุดลงเบื้องหน้ามิเนอร์วา ผลที่ได้ช่างผิดไปจากที่ทุกคนได้คาดหวังไว้



            "1 และ 4 แต้มน่าเสียดายนะเจ้าหนู 10 เหรียญทองนี้เป็นของพวกข้า"



            "3 แต้ม 10 เหรียญทอง ทอยเต๋า!"



            มิเนอร์วาไม่ได้สนใจรอยยิ้มละโมบที่ปิดไม่มิดของอีกฝ่าย ยังคงวางเดิมพันที่ช่องจุด 3 แต้มเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ท่ามกลางสายตาของเหล่าลูกน้องคนสนิทและคนรอบข้าง เอ่ยพูดสั่งเสียงเรียบไร้อารมณ์ พนักงานสาวย่อมไม่คิดจะขัดคำสั่งเช่นกัน หลังจากใช้ไม้ยาวรูปตัวทีกวาดเอาลูกเต๋าทั้งสองลูกกลับมาได้ก็โยนออกไปอีกครั้ง



            "ฮ่าๆ ๆ 2 และ 4 อีกนิดเดียวไม่น่าพลาดเลยนะ ใกล้แล้วๆ อย่าพึ่งถอดใจไป ลองดูใหม่นะเจ้าหนูข้าชอบความใจสู้ของเจ้าอย่าพึ่งยอมแพ้ซะล่ะ"



            มิเนอร์วายกยิ้มให้อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกเสียหน้าเลยสักนิด หลังจากที่แพ้ติดต่อกันถึง 2 ครั้ง แต่ทว่าในครั้งที่สาม สี่ ห้าผลลัพธ์ก็ยังคงออกมาเป็นความพ่ายแพ้เช่นเดิม สตรีทั้งสองและกลุ่มซัลวาโตเรเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดี ผิดจากฝั่งของกลุ่มอันธพาลผู้คุมบ่อนที่ยินดีปรีดาในชนะ ซึ่งปรากฏติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง มิเนอร์วายังคงยกยิ้มไม่ยินดียินร้ายให้กับผลลัพธ์ที่ออกมา นานๆ ครั้งจึงจะมีลูกเต๋าทอยออกหน้าจุด 3 แต้มให้ได้เห็น



            ในยามปกติเดิมพันตาละ 10 เหรียญทองนั้น หากชนะก็จะได้มากถึง 30 เหรียญทอง แต่สถานการณ์ในตอนนี้ของเด็กหนุ่มนั้น เรียกได้ว่าเสียมากกว่าได้ ถึงจะชนะไม่กี่ครั้งแต่ก็ไม่สามารถทดแทนส่วนที่เสียไปหลายครั้งได้ การใช้พลังวิญญาณช่วยโกงอย่างไม่รอบคอบย่อมไม่ใช่วิธีที่ฉลาดนัก เพราะอีกฝ่ายสามารถเอามาเป็นจุดอ่อนอ้างความชอบธรรมในการลงไม้ลงมือได้เช่นกัน เรื่องต่อสู้เชื่อว่ากลุ่มซัลวาโตเรย่อมไม่เกรงกลัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเป็นต่อสู้กับผู้ที่มีระดับใกล้เคียงหรือมากกว่ากันเล็กน้อยเท่านั้น



            ถึงมิเนอร์วาจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไร้พ่าย กับบุคคลที่แข็งแกร่งกว่ามากเกินไป ดังเช่นตัวตนระดับเหนือมนุษย์ ความสามารถของเด็กหนุ่มในเวลานี้ย่อมไม่เพียงพอ อย่างมากก็สามารถต่อกรได้แค่ระดับสูงสุดของผู้วิเศษชั้นสูงเท่านั้น ถึงจะไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ แต่ก็เชื่อว่าต่อกรได้อย่างไม่เสียเปรียบแน่นอน ไม่รู้ว่าลงเดิมพันเล่นพนันมาแล้วกี่ครั้ง ในเวลานี้กองเหรียญทองตรงหน้าได้หายไปเกือบจะหมดแล้ว ทุกสายตารอบด้านจ้องมองมาราวกับเห็นคนโง่งมผู้หนึ่ง ที่กล้าวางพนันด้วย 3 แต้มมาโดยตลอดอย่างเชื่อมั่น



            เด็กหนุ่มกำลังสูญเสียเหรียญทองจำนวนมากให้กับบ่อนพนันแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง มิเนอร์วาไม่ได้แยแสความคิดของผู้คนรอบด้าน แม้แต่กับคนของตัวเองที่มีสีหน้าสำนึกผิดเสียใจก็ด้วยเช่นกัน พวกเขากำลังรู้สึกแย่ที่ไม่สามารถช่วยหัวหน้าของตนได้ ท่ามกลางเสียงให้กำลังใจปนเยาะเย้ยจากอีกฝ่ายที่มีมาเรื่อยๆ หลายครั้งครา มิเนอร์วาเอื้อมมือไปคว้าลูกเต๋าทั้งสองขึ้นมากำเอาไว้



            "เจ้าจะทำอะไร! ไหนตกลงกันไว้แล้วว่าจะให้พนักงานของทางเราเป็นผู้ทอยเต๋า หรือเจ้าจะงอแงหาว่าพวกข้าโกงอีก ขอบอกไว้ก่อนนะเงินของเจ้า เจ้ายื่นมาให้พวกข้าเอง หากจะโทษก็จงโทษตัวเองเถิดที่ไม่นั่งทับมือเอาไว้ให้ดี แส่หาเรื่องสูญเสียเอง!"



            อันธพาลผู้คุมบ่อนคนเดิมรีบเอ่ยห้ามและสั่งสอนมิเนอร์วา เพราะพวกมันชนะมาได้หลายตาจนเหรียญทองอีกฝ่ายบนโต๊ะพนันหายไปจนเกือบหมด มิเนอร์วาอมยิ้มส่ายหัวเบาๆ สมเพชให้กับท่าทางชอบโวยวายของพวกมัน



            "เกรเซียมานี่… ช่วยเป่าลูกเต๋าเรียกโชคลาภให้ข้าหน่อย ข้าก็คิดไว้แล้วว่าขาดสิ่งใดไป ที่แท้ก็ดันลืมให้เทพธิดาอำนวยพร อย่าได้ลืมเป่าโชคลาภให้แก่ข้า"



            "เทพธิดา?... ข้า?... คนบ้า!... ผู้ใดสอนเจ้าพูดแบบนี้กับสตรีกัน"



            ถึงจะเสียอาการจนหน้าแดงตัวบิด แต่ก็ยอมก้มหน้าลงมาเป่าลูกเต๋าในกำมือเด็กหนุ่มอย่างว่าง่าย ไม่พอนางยังเอ่ยอวยพรกำกับมนตรามหาโชคให้อีกด้วย



            "3 แต้มคู่ เพี้ยง!"



            เห็นสตรีที่ชมชอบมีรอยยิ้มบุรุษใดบ้างจะไม่มีความสุขสม มิเนอร์วารีบวางเต๋ากลับคืนไปบนโต๊ะทันที ด้วยสัมผัสได้ถึงความน้อยใจบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวอลิซ มันดันลืมตัวเสียสนิทว่าที่ตรงนี้ยังมีศิษย์ของเวอร์โนสตรีที่พร้อมปะทุอารมณ์ยืนอยู่ด้วย



            'ไม่ได้การครั้งหน้าคงต้องแบ่งให้นางเป่าบ้าง ไม่อย่างนั้นข้าต้องปวดหัวในภายหลังเป็นแน่'



            มิเนอร์วารีบวางแผนในใจขณะที่สายตายังคงจดจ้องไปที่ลูกเต๋าทั้งสองที่ถูกเก็บกลับไปโดยพนักงานสตรีผู้นั้น



            บนโลกใบนี้มีทฤษฎีหลากหลายมากมายให้เรียนรู้ มีทั้งที่ถูกต้องเที่ยงแท้ มีทั้งผิดพลาดไม่สมบูรณ์รอการแก้ไข และในทฤษฎีมากมายเหล่านั้นมิเนอร์วาก็ได้แก้ไขปรับปรุงมาแล้วอยู่หลายครั้งอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีผลการทดลองวิจัยที่จดบันทึกเป็นตัวเลขและตัวอักษร เพื่อใช้สำหรับการพิสูจน์ยืนยันข้อเท็จจริงที่ได้มา และเรื่องราวในครั้งนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้ต่างๆ ที่ร่ำเรียนมาไม่ได้สูญเปล่า เด็กหนุ่มไม่ได้เป็นราชาผีพนันที่ใช้มือล่องหนสับเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ดังใจนึก แต่กลับเป็นจักรพรรดิผู้ครอบครององค์ความรู้อันมากมาย เหรียญทองจำนวนมากถูกดึงออกมาวางกองลงบนโต๊ะอีกครั้ง



            "3 แต้ม 100 เหรียญทอง ทอยเต๋า!"



            มิเนอร์วาเอ่ยสั่งเสียงเรียบ ผู้คนรอบข้างต่างทำตาโตแปลกใจ ไม่คิดว่าคนบ้าผู้หนึ่งที่เอาแต่แทง 3 แต้มมาโดยตลอดจะยังไม่ยอมแพ้ แถมยังเพิ่มเดิมพันขึ้นจากเดิมเป็น 10 เท่า กลุ่มซัลวาโตเรที่ยังคงเชื่อใจในตัวผู้นำของตน เกิดความรู้สึกหัวใจบีบเกร็ง 100 เหรียญทองถึงจะไม่ได้เป็นจำนวนมากมหาศาลสำหรับเด็กหนุ่ม แต่ก็ยังคงมากมายนักสำหรับลิ่วล้ออย่างพวกมัน และในตอนนี้หัวหน้าของพวกตนลงเดิมพันสูงขนาดนี้ จะไม่ให้พวกมันไม่รู้สึกรู้สาได้อย่างไร เหล่าอันธพาลผู้คุมบ่อนต่างพากันแลบลิ้นเลียปาก แต่ก็ทำได้เพียงแค่ไม่นาน



            ทันทีที่ลูกเต๋าทั้งสองหยุดลง รอยยิ้มของพวกมันก็เลือนหาย กลายเป็นสีหน้าดูไม่ได้รับไม่ไหว แต่ตรงกันข้ามกับทางฟากฝั่งของกลุ่มซัลวาโตเรที่โห่ร้องดีใจอย่างตื่นเต้น เกรเซียและอลิซยืนอึ้งราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความฝัน หน้าเต๋าทั้งสองลูกออกมาเป็นจุด 3 แต้มทั้งสองลูก หากบอกว่าได้ 3 เท่าเมื่อทายถูกหนึ่งหน้าเต๋า ถ้าเช่นนั้นเดิมพันที่จะได้จากการทายถูก 2 หน้าเต๋าก็คือ 6 เท่าหรือก็คือ 600 เหรียญทองนั่นเอง สตรีทั้งสองร้องกรี๊ดดีใจกระโดดจับมือกอดกันอย่างลืมตัว



            เคยมีปราชญ์โบราณกล่าวเอาไว้ว่า การพนันก็เหมือนสารเสพติดประเภทหนึ่ง ที่สามารถทำให้ผู้คนหลงดีใจไปกับเงินเพียงเล็กน้อยที่ชนะมาได้ และคิดกันเอาเองว่าการหาเงินจากการพนันนั้นช่างง่ายดายไม่ยุ่งยาก โดยที่ลืมไปว่ากว่าจะชนะแต่ละครั้งนั้น ตนเองต้องเคยสูญเสียไปมากเท่าใดแล้ว แต่คำพูดของปราชญ์โบราณท่านนั้นใช้ไม่ได้กับมิเนอร์วา เด็กหนุ่มจดจำทองทุกเหรียญที่เสียไปได้เป็นอย่างดี เพียงแค่กำลังรอคอยเวลาที่เหมาะสมก็เท่านั้น



            "หึ!... ก็แค่ดวงดี เจ้ากล้าลงเดิมพันอีกหรือไม่? หวังว่าคงไม่หัวหดไปซะก่อนนะเจ้าเด็กน้อย"



            "ฮ่าๆ ๆ… ถูกแล้ว ข้าแค่ดวงดีอย่างที่ท่านว่าจริงๆ นั่นแหละ ครั้งนี้ข้าตั้งใจจะแทง 4 แต้มดูบ้าง สายลมกำลังพัดเปลี่ยนทิศ ข้าคงทำได้แค่เพียงปล่อยกายให้ลอยไปกับสายลม อลิซครั้งนี้เป็นท่านก็แล้วกัน มาเป่านี่สิ"



            มิเนอร์วาไม่ได้หัวเสียเพราะคำพูดของอีกฝ่าย เอ่ยยอมรับออกมาตรงๆ พลางกำมือที่มีลูกเต๋าอยู่ด้านในยื่นไปให้อลิซเป่า สตรีสองคนที่กอดกันกลมเป็นต้องรีบแยกออกห่างกันราวกับนึกอะไรขึ้นได้พร้อมกัน อลิซหน้าแดงด้วยความอายรีบเป่าลมใส่หลังมือเด็กหนุ่มพร้อมอธิษฐานเลียนแบบเกรเซีย



            "ขอให้ได้ 4 แต้มคู่ เพี้ยง!"



            "4 แต้ม 1,000 เหรียญทอง!"



            มิเนอร์วาไม่ปฏิเสธคำท้าทาย ยกยิ้มน้อยๆ จ้องตาอีกฝ่ายอย่างสงสาร ลูกเต๋าถูกทอยออกมาอีกครั้ง ท่ามกลางการกลั้นหายใจลุ้นของผู้คน ลูกเต๋าทั้งสองกลิ้งมาหยุดตรงหน้ามิเนอร์วาอีกครา



            "4 แต้มคู่! สวรรค์ลูกพี่ช่างเก่งกาจ ถ้าไม่เป็นเพราะสตรีของท่านโดนรังแก ข้าก็คงไม่ลงเดิมพันทั้งหมด ช่างน่าเสียดาย…"



            "นี่มันแค่โชคดีจริงๆ หรือ!..."



            "สวรรค์! ตั้งแต่เกิดมาข้าก็พึ่งเคยได้เห็นบุตรสวรรค์ที่แท้จริงเป็นครั้งแรก…. นี่มันลูกรักของพระเจ้าชัดๆ"



            "นี่มันไม่จริง!... เจ้าโกงใช่หรือไม่เพราะตั้งแต่เจ้าจับลูกเต๋าไปเป่าเจ้าก็ชนะติดต่อกัน ไปเรียกคนมาให้หมดบอกหัวหน้าด้วยว่าพบผู้โกงพนัน… ไป!"



            มิเนอร์วาหัวเราะอย่างขบขันใช้มือปิดใบหน้าอยู่ครึ่งหนึ่ง ทำให้ทุกคนที่กำลังจะปลีกตัวไปต้องหยุดยืนมองดู รอคอยว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยอะไรเพื่อแก้ตัว



            "ฮ่าๆ ๆ โกง?... ข้าเนี่ยนะโกง! เจ้ามีหลักฐานหรือไม่? หากไม่มีหลักฐาน ก็ไม่นับว่าเป็นการโกง เป็นเจ้าพูดเองไม่ใช่หรือไร คนทอยก็พนักงานของเจ้า ทางข้าแค่เป่าลมใส่แล้วจะโกงพวกเจ้าได้อย่างไร ปรักปรำกันแบบนี้ข้าเสียหายนะ… จงเงียบปากเข้าเจ้าเสียแล้วยืนมองดูซะ นี่คือความหายนะที่เจ้าสร้างให้แก่ตัวเอง ครั้งนี้ไม่ต้องเป่าแล้วก็ได้หรือเจ้าจะเปลี่ยนเต๋าลูกใหม่ก็เรื่องของเจ้า! หรือบ่อนพนันแห่งนี้ไม่กล้า?"



            มิเนอร์วายืนมองอย่างเวทนา หากอีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้และจะส่งผลอย่างไรกับตัวมันเอง พวกมันย่อมต้องเปลี่ยนใจเอ่ยขอร้องอย่างเกรงกลัวเป็นแน่แล้ว หลังจากรอให้อีกฝ่ายไปเอาลูกเต๋าคู่ใหม่มาเปลี่ยน มิเนอร์วายกยิ้มราวกับคิดอะไรสนุกๆ ได้ เอ่ยสั่งลูกน้องและบอกสตรีทั้งสองคนข้างกาย ท่าทีช่างเป็นมิตรผิดกับที่แสดงออกเมื่อก่อนหน้า



            "พวกเจ้าก็เอาไปคนละ 100 เหรียญทองก็แล้วกัน เลือกลงพนันได้ตามใจ ทอยลูกเต๋ามันต้องเล่นหลายๆ คนถึงจะสนุก ส่วนพวกท่านทั้งสองก็เอาไปคนละ 1,000 เหรียญทองเป็นอย่างไร เทพธิดาแห่งโชคลาภอยู่ฝั่งข้า ย่อมต้องเอื้อเฟื้อให้แก่ผู้คนของข้าเช่นกัน รอบนี้ 1 แต้ม"



            "ตกลง!"



            ทุกคนตอบรับเป็นเสียงเดียวกันโดยมีเหล่าลูกน้องของมิเนอร์วาเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ พวกเขาช่วยกันวางกองเหรียญทองจำนวนมากไปยังช่องเดิมพันต่างๆ ลูกเต๋าถูกทอยออกมาอีกครั้งและแต้มที่ออกก็เป็นจุด 1 แต้มลูกหนึ่ง และจุด 3 แต้มอีกหนึ่งลูก เสียงฮือฮาเกิดขึ้นทันทีจนผู้คนทั่วทั้งบ่อนต่างพากันมารุมมุงดู



            "3 แต้ม!"



            "6 แต้ม!"



            "2 แต้ม!"



            "3 แต้ม!"



            กองภูเขาเหรียญทองคำยิ่งมายิ่งมีจำนวนมาก กองสูงจนต้องหาโต๊ะอีกตัวมาต่อเสริม อันธพาลคนนั้นทำหน้าราวกับอมอาจมสุนัขไว้ในปาก การลงเงินที่ได้จากกำไรเพื่อทำกำไรนั้น ย่อมไม่มีผลเสียหากต้องเสียเงินจำนวนนั้นไป มิเนอร์วาได้สอนให้พวกเขาอย่าได้โลภมากจนเกินไป รู้จักหักกำไรครึ่งหนึ่งมาเก็บไว้ หากเสียเงินทองทั้งหมดไปในคราวเดียว คงยากที่จะหาโอกาสได้แก้ตัว และสาเหตุของการชนะติดต่อกันนี้ ไม่ได้เป็นเพราะมิเนอร์วาใช้พลังหรือกลโกงแต่อย่างใด หากแต่เป็นการใช้สมองและสายตาล้วนๆ ในการอนุมาน



            การที่ทนยอมแพ้มากมายหลายครั้ง ยอมสูญเสียเหรียญทองจำนวนมากก็เพื่อยืนยันในสิ่งหนึ่งและสิ่งนั้นก็คือ ความเร็วโดยเฉลี่ยในการออกแรงเหวี่ยงแขนแต่ละครั้งของพนักงานสาวผู้ทอยเต๋านั่นเองจากการเฝ้ามองจนได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงมากที่สุด ก็สามารถนำมาเข้าสมการที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยเฉพาะทั้งระยะทาง เวลา อัตราเร็ว ความเร็ว ความเร่ง อีกทั้งยังต้องนำสถิติและความน่าจะเป็นมาคำนวณผสมรวมเข้าไปด้วย



            เมื่อตัวแปรทุกอย่างพร้อมเข้ารหัส สมการก็ถูกถอดออกมาในทันที และที่ดวงดีจริงๆ คือการที่อีกฝ่ายหลงเชื่อในคำพูดเบี่ยงเบนของตนเองอย่างไม่คิดจะเอะใจ เปลี่ยนแค่ลูกเต๋าจนลืมเปลี่ยนคน หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นทอย มิเนอร์วาก็คิดจะเลิกเล่นอยู่พอดี คร้านจะต้องมานั่งสังเกตแรงทอยจากคนใหม่ให้ยุ่งยาก จะอย่างไรก็ได้มาเป็นกอบเป็นกำแล้ว ย่อมสมควรต้องรู้จักคำว่าพอ



            "เจ้าโกงพวกข้าแน่ๆ… บัดซบทนไม่ไหวแล้ว รีบไปเรียกลูกพี่มาให้ไว ปิดประตู! อย่าให้เจ้าพวกนี้ออกไปได้!"



            มิเนอร์วาเลิกคิ้วส่ายหัวถอนหายใจอย่างสมเพช



            "ตอนผู้อื่นเสียกลับบอกห้ามโวยวาย ถึงคราวตอนตัวเองต้องเสียบ้างกลับไม่ยินยอม สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลายพวกท่านเห็นความเป็นธรรมซื่อสัตย์ของสถานที่แห่งนี้บ้างหรือไม่ หวังว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะไม่แอบทำอะไรลับหลังพวกท่านนะ…"



            "นั่นสิ… ที่เด็กนั่นพูดมาก็ถูกอยู่ ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะเอาแต่ได้อย่างเดียวรึยังไง มีที่ไหนเล่นเสียไม่พูด แต่เล่นได้ไม่ให้จากไป…"



            เสียงผู้คนรอบด้านเริ่มดังระงม จนชายอันธพาลคนนั้นเริ่มรู้สึกหวั่นใจ มันเริ่มรับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ทันแล้ว ไม่รู้จะควบคุมสถานการณ์ได้นานอีกสักแค่ไหน

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน