จนแล้วจนรอดทั้งสามชีวิตในที่สุดก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านริมแม่น้ำซึ่งเป็จุดที่จะให้พวกเขาได้เดินทางต่อไป แต่เพราะเจอเหตุการณ์ร้ายๆมาหมาดๆผสมกับอาการอ่อนแรงจากการเดินทาง ชิงหลงแนะนำให้พักยังหมู่บ้านแห่งนี้ไปก่อนเพื่อเอาแรง ถึงแม้จะเป็หมู่บ้านเล็กๆแต่ก็พอมีที่ให้พักอยู่
ชิงหลงที่พึ่งจะออกไปคุยกับคนในหมู่บ้านเพื่อถามหาเส้นทางอื่นดู กลับมาถึงยังที่พักโดยมีหลินเอ๋อที่กำลังเตรียมข้าวของอยู่ ส่วนหลินเฟยนั้นนอนหลับไปแล้ว
“พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”
“อื้ม”หลินเอ๋อพยักหน้ารับคำ ในขณะเดียวกันชิงหลงมองนางอย่างตริตรอง ความคิดของเขาก็คือจะเริ่มฝึกนางยังไงดี ควรเริ่มจากตรงไหนก่อน
“เ้าถนัดมือไหน”ชิงหลงถามขึ้น หลินเอ๋อเมื่อได้ยินคำถามก็มองเ้าของคำถามอย่างงุนงงก่อนจะก้มมองมือตัวเอง
“คงจะเป็มือขวา ท่านผู้เฒ่าถามทำไมเหรอ”
“ที่ข้าถามเพราะจะได้คำนวณถูกว่าควรสอนวิชาอะไรให้กับเ้าดีไง”พอได้ยินถึงการสอนวิชาก็ทำเอาหลินเอ๋อต้องลุกขึ้นยืนทันที
“ท่านจะสอนวิชาให้ข้าแล้วเหรอ”ร้องถามด้วยความตื่นเต้น
“ใจเย็นๆ เดี๋ยวลูกเ้าก็ตื่นพอดี”หลินเอ๋อรีบยกมือปิดปากตัวเองในทันที”ใช่ ข้าจะสอน แต่ต้องรู้เสียก่อนว่าเ้าถนัดอะไรเหมาะสมหรือคู่ควรกับวิชาไหน ไม่ใช่ว่าจะเรียนส่งเดช”
“ข้าอยากเรียนวิชากระบี่”จู่ๆนางก็พูดขึ้น
“กระบี่ ทำไมถึงอยากเรียนวิชากระบี่ล่ะ”ชิงหลงถามกลับ
“สามีของข้าที่หายตัวไป เขาใช้กระบี่เป็อาวุธคู่กาย ข้าอยากเป้นเช่นเขา”นางตอบกลับอย่างใสซื่อ ชิงหลงถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินมานั่งยังเก้าอี้ไม้ตัวยาว
“รู้ไหม ตอนข้าเริ่มเรียนวิชาใหม่ๆก็เป็เช่นเ้านี่แหละ”หลินเอ๋อนั่งลงข้างๆฟังอย่างตั้งใจ”เห็นผู้เป็อาจารย์ใช้วิชากรี่บี่อย่างชำนาญ ข้านึกฝันอยากที่จะเป็เช่นเขา แต่ความเป็จริงแล้วการจะเรียนวิชากระบี่มันไม่ใช่ว่าจะสำเร็จได้ด้วยความอยาก”
“หมายความว่ายังไงหรือท่านผู้เฒ่า”หลินเอ๋อถามด้วยความสงสัย
“การจะสำเร็จวิชาใดวิชาหนึ่งมันอาศัยความอดทน อดทนต่อการฝึก อดทนต่อสถานการณ์โดยรอบ อดทนต้องสิ่งยั่วยุ อดทนต่อแรงกดดัน และที่ร้ายที่สุดคืออดทนต่อจิตใจของตัวเอง ข้าในตอนนั้นไม่สามารถฝ่าด่านสุดท้ายได้เพราะจิตใจข้าไม่หนักแน่นพอ”พูดพร้อมมองมือของตัวเองข้างหนึ่ง
“รู้ตัวอีกที มือของข้าจากที่เคยจับกระบี่ ก็กลายเป็ว่าต้องจับอาวุธชิ้นอื่นๆแทน มันตลกนะที่วิชาอื่นๆที่ข้าไม่ได้สนใจอย่างจริงจังกับสามารถฝึกสำเร็จได้เพียงเพราะข้าสามารถอดทนกับมันได้ แต่กับวิชากระบี่ข้ากับทำไม่ได้”
“แล้วตอนนี้ล่ะ”ชิงหลงหันมองเ้าของคำถามที่ยังคงรอฟังคำตอบจากเขา
“ตอนนี่น่ะเหรอ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวของข้าพร้อมที่จะใช้มันไหม”
“แสดงว่าท่านไม่รู้วิชากระบี่งั้นเหรอ”หลินเอ๋อถามโดยภายในใจของนางแอบรู้สึกผิดหวังนิดๆ
“อย่าคิดเช่นนั้น ถึงข้าจะไม่ชำนาญการในการใช้กระบี่ แต่วิชากระบี่ข้าศึกษาเผื่อมาด้วยสำหรับในวันข้างหน้าข้าจะได้ใช้มันบ้าง ก็อาจจะ”พูดพร้อมยักไหล่เบาๆ
“ถ้าเช่นนั้น ท่านก็สอนข้าได้น่ะสิ”ชิงหลงพยักหน้าเป็คำตอบกลับไป และมันทำให้หลินเอ๋อดีใจเป็อย่างมากเพราะมันคือความใฝ่ฝันของนางั้แ่ได้ครองรักกับฉางเฟยมาเลย นางกำลังจะได้เรียนวิชากระบี่และถ้านางเรียนสำเร็จนางจะนำมันไปใช้เพื่อช่วยสามีของนาง นั้นคือสิ่งที่หลินเอ๋อคิด
ตะวันเริ่มลับขอบฟ้าบ่งบอกเวลาในยามเย็น ชีวิตของผู้คนภายในหมู่บ้านยังคงดำเนินไปทว่าใกล้สิ้นสุดของวัน ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการฝึกวิชาของหลินเอ๋อ
“ฟัน ฟาด ฟัน ฟาด”เสียงของชิงหลงดังอยู่แบบนี้มันเป็เวลานานพอสมควรแล้ว ในขณะที่หลินเอ๋อเองก็ทำตามเสียงนั้นไปทีละขั้นละตอน
“บอกได้ไหมว่าการฟันกับการฟาดมันต่างกันยังไง”นางเกิดความสงสัยเพราะทั้งสองท่าที่นางทำมันแทบไม่ต่างกันเลย
“การฟันคือการปล่อยพละกำลังจากแขนโดยไร้ซึ่งพลังภายใน เป็การสกัดการจู่โจมของศัตรู การฟาดคือการอาศัยพลังลมปราณภายในร่างกายเพื่อออกกระบวนท่าวิชาในแต่ละกระบวนท่า ยกตัวอย่างวิชากระบี่ไร้เงา พื้นฐานเบื้องต้นของวิชานี้อาศัยการสะกัดการจู่โจมหรือออกกระบวนท่าของอีกฝ่ายและใช้การฟาดซึ่งแล้วแต่กระบวนท่า อาศัยพลังลมปราณ”
“แต่มันก็ยังคงท่าเดียวกันนี่นา”หลินเอ๋อยังคงสงสัยไม่หาย ชิงหลงที่นั่งอยู่ต้องลุกขึ้นและเดินมาหานางก่อนจะหยิบกระบี่ไม้ในมือที่เขาทำให้นางฝึกมาถือไว้
“ดู แล้วจำ”พูดจบก็ยกกระบี่ขึ้นเหนือหัว
“ฟัน!”
ฟึบบบ!!!....
ชิงหลงฟันกระบี่ในมือผ่าอากาศตรงหน้าเกิดเป็เสียงขึ้น ก่อนจะยกขึ้นอีกครั้ง
“ฟาด!!!”
กระบวนท่าเดียวกันทว่าเมื่อเขาฟาดกระบี่ผ่าอากาศอีกครั้งเกิดเป็คมกระบี่สีฟ้าพุ่งลงกระทบพื้นสร้างรอยที่ไม่ใหญ่นัก ทำเองหลินเอ๋อต้องตกตรึง
“ฟันคือฟัน ฟาดคือฟาด กระบวนท่าเดียวกันแต่ใช้ต่างวาระ”พูดจบก็โยนกระบี่ไม้คืนให้กับหลินเอ๋อก่อนจะเดินกลับไปนั่ง”ทีนี้ลองทำอีกที ฟัน ฟาด”
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลินเอ๋อตื่นขึ้นมาด้วยอาการเหนื่อยอ่อนและปวดตามข้อแขนของตน เมื่อคืนกว่าชิงหลงจะยอมให้นางหยุดฝึกก็ดึกเอามากๆ ไหนจะต้องให้นมลูกอีกแถมเ้าตัวเล็กก็งอแงแปลกหูแปลกตาไปจากเมื่อก่อนมาก หลินเอ๋อคิดว่าคงเพราะหลินเฟยกำลังโตคงหิวมากกว่าเดิมเป็เื่ธรรมดา
“เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วนะ”ชิงหลงเอ่ยถามหลังออกจากที่พักมา
“เรียบร้อยแล้ว”หลินเอ๋อตอบกลับ
“ดี งั้นไปที่ท่ารถ จะมีรถม้าพาเราไปส่งยังชายแดนแล้วค่อยเดินเท้ากัน”พูดจบก็พากันเดินไปยังท่ารถซึ่งอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน ทว่าเมื่อมาถึงทั้งหลินเอ๋อและชิงหลงก็ต้องพบกับกลุ่มชาวบ้านมุงดู
“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”หลินเอ๋อเอ่ยถามขึ้น ชิงหลงเข้ามาเพื่อดูเหตุการณ์
“เกิดอะไรขึ้น”
“คนรถน่ะสิ บุตรสาวของเขาถูกพวกโจรูเาจับตัวไป”หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง”ข้าได้ยินว่าเด็กๆหมู่บ้านอื่นก้โดนจับตัวไปเช่นกัน”
“น่ากลัวจังเลยนะ แล้วลูกๆของพวกเราจะปลอดภัยเหรอ”
“นั้นน่ะสิ”ชิงหลงเดินฝ่าฝูงชนกลับมาหาหลินเอ๋อ
“มีเื่อะไรงั้นเหรอ”
“ลูกของคนรถถูกโจรจับตัวไป เราคงต้อง....”
“ไปช่วยพวกเขากลับมา”หลินเอ๋อพูดแทรกขึ้นมาทันที
“อะไรนะ?”ชิงหลงถามขึ้น
“ก็ไปช่วยพวกเด็กๆไง ท่านผู้เฒ่าพวกเด็กๆไม่รู้เื่อะไรเลยนะ แถมคนเป็พ่อเป็แม่เมื่อถูกพรากลูกออกจากอ้อมอกไปย้อมต้องใจไม่ดีเป็แน่ ข้าก็เช่นกันหากถูกแย่งหลินเฟยไปข้าคงอยู่ไม่สุขเป็แน่”
“เ้าไม่คิดบ้างเหรอว่ามันอันตรายมาก”
“แต่เด็กพวกนั้น....”นางหยุดพูดแล้วก้มมองหลินเฟยน้อยที่กำลังมองนางอยู่เช่นกัน”ได้โปรดท่านผู้เฒ่า ช่วยเด็กพวกนั้นคืนสู่พ่อแม่ของพวกเขาด้วยเถอะ”ชิงหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะมองหน้าหลินเอ๋ออีกหน
ชาวบ้านในหมู่บ้านเมื่อทราบความว่าชิงหลงจะไปช่วยเด็กกลับคืนมาจึงได้บอกเส้นทางไปยังที่อยู่ของพวกโจรูเาซึ่งมันไม่ได้ไกลจากหมู่มากมายอะไรนัก ชิงหลงจึงได้ออกเดินทางมาโดยมีหลินเอ๋อติดตามมาด้วย
“เ้าไม่ต้องตามข้ามาก็ได้นะ”
“ที่ข้าตามมาก็เพราะจะได้ช่วยเหลืออะไรท่านได้บ้างไง”หลินเอ๋อตอบ ตอนนี้หลินเฟยนางฝากคนในหมู่บ้านช่วยดูแลให้ก่อน ส่วนตัวเองขอตามมาเพื่อช่วยเหลือชิงหลงอีกแรงหนึ่งด้วย
“ลืมไป เ้าเป็วิชากระบี่แล้วหนิ”ชิงหลงแอบแซะหลินเฟยไปนิดๆหน่อยๆก่อนจะหันมองเส้นทางข้างหน้า เมื่อเดินไม่ได้ไกลพอสมควรทั้งสองก็ต้องมาเจอกับทางแยกสองทาง
“ชาวบ้านในหมู่บ้านบอกว่าให้ไปทางซ้ายหรือทางขวานะ”ชิงหลงหันไปถามหลินเอ๋อ
“ข้าไม่ได้อยู่กับท่านตอนที่พวกเขาบอกเส้นทาง ข้าไม่รู้”เมื่อได้คำตอบกลับมา ชิงหลงยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองทันที
“ถ้าจำไม่ผิดพวกเขาบอกว่าทางหนึ่งจะไปโผลหลังที่พักของพวกโจรูเา เราสามารถตลบหลังพวกมันแล้วช่วยเด็กๆออกมาได้”
“แล้วอีกทางล่ะ?”หลินเอ๋อถามขึ้น
“จะไปโผลที่หน้าทางเข้าที่พักของพวกมันพอดีเลยไง”ชิงหลงตอบกลับ เขามองเส้นทางทั้งสองก่อนจะตัดสินใจ”ไปทางนี้แล้วกัน”
“ท่านแน่ใจ?”หลินเอ๋อทวงถามขึ้น
“มั้ง...”
ทั้งสองเดินมาตางเส้นทางซึ่งทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และเลยผ่านขึ้นไปก็เป็ูเาสูงตระหง่า ทว่ากลับไร้ซึ่งเสียงของสิ่งมีชีวิตให้ได้ยิน ยิ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจและไม่ลปอดภัยอย่างมาก ชิงหลงเดินตรงต่อไปเรื่ยอๆส่วนหลินเอ๋อก็คอยตามหลังอยู่ไม่ห่าง สายตาพยายามกวาดมองหาสิ่งผิดปกติ
“เดินมาไกลแล้วทำไมยังไม่เห็นวี่แววของพวกโจรูเาเลยล่ะท่านผู้เฒ่า”หลินเอ๋อถามขึ้นหลังสังเกตได้ว่าระยะทางที่ผ่านมามันไกลมาก ชิงหลงหยุดเดินในทันทีก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้า
“เ้าว่า ท้องฟ้าวันนี้มันแปลกๆบ้างไหม”แล้วก็ถามขึ้นท่ามกลางความงุนงงของหลินเอ๋อ นางค่อยๆเงยหน้ามองท้องฟ้าซึ่งมันก็เป็อย่างที่ชิงหลงถามมาก่อนหน้าจริงๆ ทำไมท้องฟ้าวันนี้มันช่างแปลกประหลาด เหมือนกับว่าข้างบนนั้นมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่เหนือก้อนเมฆขึ้นไปแต่พวกเขามองไม่รู้เื่
“ฝนอาจจะกำลังตกหรือเปล่าท่านผู้เฒ่า”หลินเอ๋อหันไปถามชิงหลง
“อีกเดือนกว่าๆจึงจะเข้าหน้าฝน”ชิงหลงตอบกลับก่อนจะก้มหน้ากลับมามองทางแล้วออกเดินต่อ ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นว่าเขารู้อะไรบางอย่างจากการมองท้องฟ้าประหลาดเมื่อกี้ หลินเอ๋อรีบเดินตามอย่างงุนงง
“ท่านผู้เฒ่า เราจะไม่ไปช่วยพวกเด็กๆแล้วเหรอ”หลินเอ๋อร้องถามขึ้นเมื่อพบว่าชิงหลงกำลังพานางเดินกลับ
“ทำไมข้าคิดไม่ออกนะ”ชิงหลงกล่าวบ่นกับตัวเอง
“ท่านกำลังพูดถึงเื่อะไร ท่านผู้เฒ่าช้าๆลงหน่อย”หลินเอ๋อได้แต่รีบเดินตามพร้อมถามหาคำตอบซึ่งนางตามเื่ราวไม่ทันแล้วในตอนนี้ สีหน้าของชิงหลงบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขากำลังวิตกกังวล แต่มันเื่อะไรกันล่ะ!?
แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่อยู่ในความกังวลของชิงหลงนั้นกลับมาปรากฏอยู่ตรงทางข้างหน้าของพวกเขาเลยในตอนนี้ ทั้งสองหยุดเดินในที่สุดสายตาจับจ้องไปยังชายบนหลังม้าตัวใหญ่สีน้ำตาลเข้ม ในมือถือทวนหัวชี้ลงไปที่พื้นดิน ร่างใหญ่ในชุดเกราะเหล็กมันวาว หน้ากากรูปคล้ายยักกำลังมองมาทางพวกเขาทั้งสองคน
“หลบหลังข้าไว้”ชิงหลงกระซิบบอก หลินเอ๋อเมื่อได้ยินก็พยักหน้าแล้วค่อยๆก้าวถอยหลังไปหลบ ตาเฒ่าชิงหลงกระชับไม้เท้าในมือเอาไว้แน่น”เ้าคงเป็พวกเดียวกับพวกที่ดักทำร้ายพวกข้าที่แม่น้ำสินะ”ชิงหลงเอ่ยถามขึ้น
“ส่งตัวนางมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า”อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรเพียงแต่ออกคำสั่งพร้อมชี้ปลายทวนมายังหลินเอ๋อ
“ข้าชักเริ่มสงสัยแล้วสิ ว่าใครเป็คนส่งพวกเ้ามา”อีกฝ่ายค่อยๆเอียงคอไปทางซ้ายช้าๆ
ย๊า!!!
ก่อนจะออกคำสั่งพร้อมตวัดเชือกทำเอาเ้าอาชาตัวใหญ่ใช้เท้าของมันตะกุยดินถีบตัวเองเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรุนแรง เสียงฝีเท้าทั้งสี่กำลังพุ่งตรงมาหาชิงหลงพร้อมด้วยปลายทวนที่ชี้นำมาก่อนเป็อย่างแรก
“งานนี้คงไม่หมูสินะ!!”
ตึ่งงงงง!!!