(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 143 ค่าเช่าพื้นที่

    ตอนที่ 143 ค่าเช่าพื้นที่



    “ค่าเช่าพื้นที่?”

    ไลท์เองก็ไม่รู้ว่า การตั้งร้านเช่นนี้ มีการจัดเก็บค่าเช่าพื้นที่แบบนี้ด้วย ชายหนุ่มจึงถามกลับเพื่อนำมาเป็นความรู้ หากวันข้างหน้าเขาและคนอื่นๆ ของร้านอาหารสามเวลา จะเดินทางไปเปิดร้านอาหารตามสถานที่ต่างๆ บ้างนั่นเอง



    “ปกติแล้ว ถ้าไม่ได้มีการโค่นล้มต้นไม้เพื่อมานำมาตั้งเป็นพื้นที่ของตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ตรงนี้ครับ แต่จากที่ท่านไวทเคานต์ได้เข้าไปตรวจสอบ ท่านไวทเคานต์พบว่า เจ้าของร้านรวงเหล่านี้ต่างก็โค่นล้มต้นไม้ในแถบนี้ไปเป็นจำนวนมาก หากไม่มีการเก็บค่าเช่าพื้นที่ เกรงว่าต้นไม้ในเขตป่าดาราฉายจะถูกโค่นล้มและนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวมากเกินไปครับ”



    ทหารได้อธิบายถึง ค่าเช่าพื้นที่ ให้กับไลท์ได้รับฟังอย่างละเอียด ซึ่งทางด้านของไวทเคานต์นิคที่มาตั้งกระโจมและฐานที่มั่นในการออกล่าสัตว์อสูรหมาป่าสีชาด ก็ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ในส่วนนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

    ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะปกป้องผืนป่า ไม่ให้มีใครบุกรุกและมาช่วงชิงความอุดมสมบูรณ์ไปเป็นของตัวเองนั่นเอง



    ‘ถึงโลก The Gloria จะล้าหลังในด้านต่างๆ แต่พวกเขาก็มีจิตสำนึกในการที่จะอนุรักษ์ป่าอยู่มากทีเดียว’



    ไลท์ได้ชมเชยกับวิธีการอนุรักษ์ผืนป่าของคนในโลก The Gloria อยู่ไม่น้อย ผิดกับประเทศไทยที่เขาจากมา กว่าจะมีการอนุรักษ์และคุ้มครองป่าอย่างเป็นจริงเป็นจัง ก็มีผู้คนมากมายบุกรุกและกอบโกยสิ่งที่มาจากธรรมชาติ จนแทบจะไม่เหลืออะไรไว้อีก



    “เจ้าของร้าน เนื้อรมควัน โปรดชำระค่าเช่าพื้นที่ที่ต้องจ่ายเป็นจำนวนเงิน 2000 เหรียญทองมณีตามที่ได้รับแจ้งไปก่อนหน้านี้ด้วยครับ ไม่เช่นนั้นทางท่านไวทเคานต์จะขอใช้อำนาจในการจับกุมและยึดทรัพย์สินของท่าน” ในระหว่างที่ไลท์กำลังพูดคุยอยู่กับหัวหน้าทหาร

    เขาก็ได้เห็นเหล่าทหารองครักษ์ที่กระจายตัวกันไปจัดเก็บค่าเช่าพื้นที่กับเจ้าของร้านที่กำลังจะเดินทางออกจากป่าดาราฉาย

    หลังจากถอดใจ ไม่คิดที่จะเปิดร้านแข่งกับร้านอาหารสามเวลาของเขาอีกต่อไปแล้วนั่นเอง



    “2000 เหรียญทองมณี! ไม่เอาหน่า ท่านไวทเคานต์น่าจะเห็นใจพวกเราบ้าง พวกเรายังขายของไม่ได้เลยสักแดงเดียว ไหนจะค่าวัตถุดิบที่ขาดทุนไปหลายพันเหรียญ พวกเราจะมีเงินที่ไหนมาจ่ายกัน” เจ้าของร้านรวงกว่าสิบคน ต่างร่ำร้องด้วยความหมดอาลัยตายอยาก

    ซึ่งก็มีบางส่วนที่พยายามอ้อนวอนขอให้ ทหารในสังกัดของท่านไวทเคานต์ เห็นใจพวกเขาอยู่บ้าง


    “ขาดทุน? แต่จากการสอบปากคำของ ผู้ร้ายที่เข้ามาก่อกวนในร้านอาหารสามเวลาเมื่อวันก่อน ตอนนี้ได้มีสอบสวนและผู้ร้ายได้ยอมรับสารภาพมาหมดแล้วว่า ได้รับการจ้างวางมาจากพวกคุณเจ้าของร้านในละแวกเป็นเงินจำนวนเงินที่สูงมากถึงหลายหมื่นเหรียญทอง เช่นนี้จะมายกอ้างว่าไม่มีเงินค่าปรับก็คงไม่ได้”


    หลังจากทหารหัวหน้าหมู่ได้บอกเล่าถึงค่าเช่าพื้นที่ให้กับไลท์เสร็จสรรพ

    ก็ได้ขอตัวแยกออกมาเพื่อปฏิบัติหน้าที่โดยทันที ทหารหัวหน้าหมู่ได้ยื่นกระดาษที่ลงนามและประทับตราสัญลักษณ์ของอาณาจักรลูนาเทีย หยิบยื่นให้กับกลุ่มเจ้าของร้านที่กำลังโวยวายได้ดู...ก่อนที่ในพริบตาเดียว เงินจำนวน 2000 เหรียญทองมณี หรือ ตั๋วเงินที่ค้ำประกันร้านของพวกมันเอาไว้ ก็ถูกหยิบยื่นพร้อมกับส่งให้ทหารอย่างว่าง่าย



    ทั้งนี้ก็มีเจ้าของร้านบางคน ที่ตอนนี้ได้หมดเนื้อหมดตัว จนไม่อาจมีอะไรไปค้ำประกันและจ่ายค่าเช่าพื้นที่ให้กับทางการอยู่อีก 2-3 ร้าน

    เจ้าของร้านทั้ง 3 ร้านที่ว่านี้ ได้แต่ยืนร้องไห้ พยายามเรียกร้องหาความช่วยเหลือและแน่นอนพวกมันต่างก็หันหน้าไปหา เจ้าของร้านกระทะทองและเจ้าของร้านรวงที่ยังเปิดอยู่


    หวังจะให้อีกฝ่าย ที่เคยคบหาตนเองเป็นเพื่อนในก่อนหน้านี้ ช่วยเหลือตนเองสักครั้ง



    “ท่านกระทะทอง ท่านพอจะมีเงินให้ผมยืมสัก 2000 เหรียญทองมณีจะได้หรือไม่ หากไม่มีเงินไปจ่ายตรงนี้ ร้านของผมที่ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสายหมอก ก็อาจจะถูกยึดไปด้วย...ได้โปรดท่านกระทะทองช่วยผมด้วย” เจ้าของร้านที่ต้องเสียค่าปรับ ได้วิ่งไปกอดขาเจ้าของร้านกระทะทองอย่างน่าสงสาร


    สภาพเจ้าของร้านที่วิ่งไปทั่ว เพื่อขอหยิบยืมเงินจากร้านรวงที่เคย รวมหัวเราะเฮฮากันเมื่อวันก่อน ล้วนแล้วแต่เป็นภาพที่น่าสังเวชเสียเหลือเกิน



    เพื่อน?! ไร้สาระ


    “ร้านกระจอกของพวกแก มีเหรอจะมีปัญญาคืนเงินให้กับฉัน...ฉันไม่มีทางให้พวกแกยืมเงินหรอก” เจ้าของร้านกระทะทองสะบัดขาของตัวเองที่ถูกอีกฝ่ายเกาะกุม เตะออกอย่างแรง จนอีกฝ่ายถึงกับล้มหงายหลัง


    ก่อนจะระบายความโกรธที่มีต่อไลท์ในก่อนหน้านี้ มาระบายลงกับเจ้าของร้านที่เข้ามาหยิบยืมเงินจากตัวเอง


    “ผมสัญญาว่าจะหาทาง นำเงินมาคืนให้กับท่านกระทะทองอย่างแน่นอน ได้โปรดเถอะครับ ช่วยเหลือผมสักครั้ง” แม้จะถูกเจ้าของร้านกระทะทองปฏิบัติราวกับเป็นหมูเป็นหมา

    แต่ด้วยสถานการณ์ที่กำลังจะถูกยึดทรัพย์ไปทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ร้านอาหารที่เปิดอยู่ในหมู่บ้านสายหมอกของพวกเขา ก็ทำให้เจ้าของร้านพวกนี้ ไม่หลงเหลือความละอายใจใดๆ อีกแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายจะดุด่าพวกเขาเป็นหมูเป็นหมาก็ตามที



    “ไสหัวไปจากหน้าร้านของฉันให้พ้น อย่าให้ความซวยของแกมาแปดเปื้อนหน้าร้านของฉันเป็นอันขาด” โครม...เจ้าของร้านกระทะทองได้เอาน้ำล้างจาน มาสาดใส่เจ้าของร้านที่มาขอยืมเงิน จนอีกฝ่ายนั้นตัวเปียกปอน

    และจากการกระทำนี้เอง ก็ทำให้เจ้าของร้านที่ถูกหมางเมิน ได้รู้ถึงธาตุแท้ของอีกฝ่ายแล้วเช่นเดียวกัน



    “พวกแกทั้งหมดมันน่ารังเกียจ ฉันไม่น่าไปหลงเชื่อคำพูดของพวกแกตั้งแต่แรกเลย...ฉันมันโง่เอง!” เจ้าของร้านที่ถูกขับไล่ ต่างร้องห่มร้องไห้ อย่างน่าเวทนา



    ก่อนที่ในระหว่างที่มันกำลังหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับกลุ่มทหารที่เตรียมการยึดทรัพย์และจับกุมอยู่นั่นเอง


    สายตาของพวกมันก็บังเอิญไปประเข้ากับ ไลท์ ที่ยืนมองอยู่ห่างออกไป เข้าพอดิบพอดี

    พวกมันจ้องมองไลท์ ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย! ในเมื่อเจ้าของร้านคนอื่นๆ ไม่อาจช่วยเหลือพวกมันได้

    งั้นก็มีทางเดียวคือ ไปขอความช่วยเหลือจากไลท์ ซึ่งพวกมันต่างก็รู้ที่ ไวทเคานต์ดำเนินการตามกฏหมายกับพวกมันในลักษณะนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะอยากจะหาทางช่วยเหลือร้านอาหารสามเวลาที่ถูกพวกมันเล่นงานอย่างไม่เป็นธรรม


    โดยกฎหมายก็ไม่อาจเอาผิดพวกมันได้นั่นเอง และด้วยความสนิทสนมกับของไลท์และไวทเคานต์นิค ถ้าหากพวกมันสามารถเอาอกเอาใจต่อไลท์ได้สำเร็จ ก็อาจจะเป็นไปได้ที่พวกมันจะไม่ต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่จนหมดตัวนั่นเอง



    “พ่อหนุ่มช่วยพวกเราด้วย เห็นแก่คนเฒ่าคนแก่อย่างฉันเถอะนะ” เมื่อคิดได้ดังนั้น พวกมันก็รีบวิ่งมาหาไลท์อย่างสุดแรงเกิด

    หากแต่ว่า ยังไม่ทันที่จะเข้าถึงตัว หรือพยายามเกาะกุมขาของไลท์ ดั่งเช่นที่เคยทำกับเจ้าของร้านกระทะทอง



    จู่ๆ พวกมันก็เหมือนวิ่งชนกับกำแพงลมที่มองไม่เห็น จนผงะล้มลง ก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นในทันที



    “เบาๆ หน่อยเจ้าโปริ่ง เดี๋ยวพวกเขาก็กระดูกหักกันไปหมดหรอก” ไลท์ก้มลงมองไปที่ใต้เสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะมีร่างของสไลม์โผล่หัวขึ้นมา พลางส่งสายตามองดูเจ้าของร้านที่ล้มกลิ้งอยู่กับพื้น ด้วยแววตาที่ดูเอาจริงเอาจัง


    ประหนึ่งตักเตือนว่าอย่าเข้ามาใกล้กับเจ้านายของฉันไปมากกว่านี้ อะไรทำนองนั้น


    หลังจากเจ้าโปริ่งได้ดูดกลืนพลังของไวทเคานต์นิคและคาห์นมาในการต่อสู้ที่ผ่านๆ มา ทำให้ตอนนี้พลังเวทของมันที่ไร้ขอบเขต ก็พลันเพิ่มสูงขึ้นมาก มันสามารถปลดปล่อยคลื่นพลังเวทออกมาได้ในเสี้ยววินาที จนไลท์ก็ยังต้องประหลาดใจกับพลังอันแข็งแกร่งของเจ้าโปริ่ง ที่นับๆ วันยิ่งเข้าใกล้คำว่า คิงสไลม์ สมกับชื่อของมันไปเสียทุกที



    ปรอย~!

    เจ้าโปริ่งที่โผล่ออกมาจากชายเสื้อของไลท์ ได้ป่ายปีนขึ้นไปนั่งบนไหล่ของไลท์ เหมือนในทุกครั้งๆ


    ซึ่งกลุ่มของทหารองครักษ์แม้จะตกใจกับพลังของเจ้าโปริ่งที่ ทำให้เจ้าของร้านต่างล้มกลิ้งไปกับพื้น แต่พอได้พบเห็นร่างอันน่ารักน่าชังของมัน ที่อ้วนกลมเหมือนลูกบอล ยังไงเสียก็ไม่มีทางที่จะมองว่าเจ้าโปริ่งจะเป็นอันตรายได้ตรงไหนเลย คงเป็นพลังเวทจากท่านไลท์ที่ปลดปล่อยออกมาแล้วแสร้งทำเป็นโบ้ยความผิดให้ สไลม์ตัวกลมนี้อย่างแน่นอน...ท่านไลน์นี่น่าใจร้ายจริงๆ เจ้าสไลม์ออกจะน่ารัก น่าเอ็นดู



    “พวกเราไม่ได้มาร้าย พวกเราแค่ต้องการให้พ่อหนุ่มช่วยเหลือเราก็เท่านั้นเอง” เจ้าของร้านพยายามฝืนตัวลุกขึ้นนั่ง


    ก่อนจะร่ำร้องขอให้ไลท์ช่วยเหลือพวกมัน อย่างหน้าไม่อาย ทั้งๆ ที่ในก่อนหน้านี้ คนเหล่านี้ยังเคยวางแผน มาหาเรื่องร้านของเขาอยู่เลย



    “ทำไมผมต้องช่วยเหลือพวกคุณด้วยครับ?” ไลท์ยังคงวางตัวเรียบเฉย พลางเอ่ยถาม ว่าทำไมเขาจะต้องช่วยเหลือคนเหล่านี้ด้วย

    “พวกเรารู้แล้วว่า พ่อหนุ่มนั้นไม่ใช่คนไม่ดี ไม่ได้เป็นคนเลวแบบที่ร้านกระทะทองได้กล่าวหา...พวกเราอยากจะขอโทษและขอให้พ่อหนุ่มช่วยเหลือเราสักครั้ง ถ้าหากพวกเราไม่มีเงินไปจ่ายค่าเช่าพื้นที่พวกนี้ ร้านของพวกเราจะต้องถูกยึดแน่ๆ” ในกระดาษที่ทางทหารหยิบยื่นให้กับเจ้าของร้านได้ดู



    มันคือ เอกสารที่ลงนามโดยไวทเคานต์นิค กอปรกับมีอำนาจเบ็ดเสร็จที่มอบอำนาจโดยตรงจากพระราชาโจเซฟ แห่งอาณาจักรลูนาเทีย

    หากผู้ใดฝ่าฝืน นอกจากจะถูกลงโทษแล้ว เมื่อพ้นโทษยังถูกเนรเทศให้ออกจากอาณาจักรลูนาเทียอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความที่อาณาจักรลูนาเทียนั้นเป็นพันธมิตรกับดินแดนทางเหนือด้วยแล้ว



    ทำให้การเนรเทศนี้ส่งผลไปถึง พันธมิตรทางแดนเหนือไปด้วย ที่สุดแล้วเจ้าของร้านที่ถูกลงโทษ อาจจะต้องระเห็จไปอยู่ที่จักรวรรดิมังกรทมิฬ ที่ว่ากันว่าเป็นอาณาจักรที่โหดร้ายทารุณและชอบก่อสงครามอยู่เนืองๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


    “แล้วตอนที่ร้านของผมถูกกลั่นแกล้ง ตอนที่ร้านของผมต้องปิดไปสองวัน พวกคุณเคยคิดไหมครับว่าผมจะลำบากกันแค่ไหน? พอพวกคุณลำบากถึงค่อยมาขอโทษ แบบนี้มันไม่ทุเรศเกินไปหน่อยเหรอครับ” ไลท์ถามย้อนกลับ


    คำถามนี้เล่นเอา เจ้าของร้านที่กำลังร้องห่มร้องไห้ ปั้นน่าเศร้า ถึงกับชะงักกันไปเลยทีเดียว


    “พวกเรา...”

    ไม่มีคำตอบใดๆ หลุดออกมาจากปาก เจ้าของร้านเหมือนพยายามจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ต้องกลืนคำกลับลงคอไป เพราะทุกคำที่จะพูด สุดท้ายก็หนีไม่พ่น ความเห็นแก่ตัวของพวกมันอยู่ดี


    แต่ทว่า...ในขณะที่เจ้าของร้านที่หน้าไม่อายกำลังจะยอมแพ้ จู่ๆ ไลท์ก็พูดขึ้นมาคำหนึ่ง คำพูดที่เปรียบได้ดั่งแสงสว่างที่ช่วยให้พวกมันกลับมามีชีวิตขึ้นอีกครั้ง


    “ผมจะไปช่วยพูดกับท่านไวทเคานต์ให้ก็แล้วกัน พวกคุณที่ยังไม่จ่ายค่าเช่าพื้นที่ก็รออยู่ตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน”


    ไลท์พูดจบ ก็หันไปถามกับหัวหน้าทหาร เพื่อที่จะขอเข้าพบท่านไวทเคานต์...ก่อนที่เขาจะเดินตามไปยังกระโจมของท่านไวทเคานต์ ที่ตลอดทางหัวหน้าทหารก็ได้พยายามทักท้วงไลท์ ว่าอย่าใจดีกับคนพวกนี้จะดีกว่า


    “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ได้ช่วยพวกเขาเปล่าๆ อยู่แล้ว” ไลท์ตอบกลับพลางยิ้ม


    ไม่นานนักไลท์ก็ได้มาถึงกระโจมที่พักของไวทเคานต์นิคที่ดูกำลังมืดหม่นกับมื้ออาหารที่อยู่บนโต๊ะ


    “ท่านไวทเคานต์ขอรับ...ท่านไลท์มาขอเข้าพบอยู่ที่ด้านนอกขอรับ” เสียงทหารที่เฝ้ากระโจมอยู่ด้านนอก ได้แจ้งถึงการมาของไลท์ให้ขุนนางวัยกลางคนได้รับทราบ



    แน่นอนว่า เรื่องที่ไลท์จะมาทำอาหารได้รับแจ้งมาในก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ในทันทีที่ไวทเคานต์นิคและครอบครัวได้ยินถึงการมาของไลท์

    ขุนนางวัยกลางคนก็แทบจะพุ่งตัวออกมาจากกระโจมเพื่อมาต้อนรับเข้าในทันที



    “ท่านไลท์มาสักที ฉันและครอบครัวกำลังรออยู่เลย มาๆ รีบเข้ามาด้านในก่อนเถอะครับ”


    ไลท์ยิ้มแห้งให้กับการออกมาต้อนรับของไวทเคานต์นิคที่แทบจะอุ้มเขาเข้าไปในด้านในด้วยตัวเองแล้ว

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนที่เขาจะพูดในสิ่งที่เจ้าของร้านพวกนั้นฝากมา อย่างน้อยๆ เขาต้องให้ท่านไวทเคานต์นิคอิ่มท้องเสียก่อน

    ไม่เช่นนั้น การเจรจาหรือการพูดคุย อาจจะไม่ราบรื่น ดั่งเช่นคำที่ว่า



    หากท้องไม่อิ่ม...การเจรจาก็จะติดขัด

    หากท้องอิ่มแล้วต่อให้เดือนหรือตะวัน...ก็จะไม่ยากเย็น



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน