เจียงหยุนยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อเขาและโคลนสังสารวัฏทำการสร้างรูปแบบทดสอบทั้ง 3,000 เส้นเสร็จสมบูรณ์ หลังจากที่ได้ทุ่มเทอย่างหนักถึง 20 วันผ่านไป ในที่สุดทุกอย่างก็พร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไป เจียงหยุนตัดสินใจประกาศรับศิษย์ใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขามองเห็นว่าการสร้างศิษย์ที่แข็งแกร่งขึ้นมาจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการเพิ่มแต้มวายร้ายของเขา
เขาหันไปสั่งให้โคลนสังสารวัฏไปเรียกทุกคนมารวมตัวกัน ทันใดนั้น ออร่าที่รุนแรงมหาศาลก็ปรากฏขึ้นมาทีละคน พร้อมกับโคลนและผู้ติดตามที่ทยอยเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่พวกเขามาถึง ทั้งหมดก้มลงทำความเคารพ "นายท่าน!"
เจียงหยุนโบกมือให้ทุกคนตามสบายได้ " พวกเจ้าไม่ได้ทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ "
สายตาของเขามองไปที่โคลนและผู้ติดตามทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมา ในช่วงนี้เขาไม่ได้ส่งโคลนออกไปล่าแต้มเลย เพราะเขากำลังรอให้เศษโลกนี้เข้าร่วมกับโลกที่แท้จริงก่อนเพื่อผลประโยชน์ที่มากขึ้นและในตอนนี้ต้องการสร้างเสริมความแข็งแกร่งกองกำลังของตนก่อน
ด้วยการใช้รูปแบบเวลาระดับจักรพรรดิและรูปแบบรวบรวมวิญญาณ คนของเขาสามารถปรับปรุงระบบการเพาะปลูกและการฝึกฝนในอาณาจักรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ เขายังได้ปรุงยาที่ทำให้ร่างกายสามารถดูดกลืนพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าและเมื่อเขาไปถึงระดับจักรพรรดิแล้วยังทำให้โลกใบเล็กของเขามีความสามารถในการให้กำเนิดจักรพรรดิคนอื่นได้ด้วย
เจียงหยุนยิ้มอีกครั้ง เมื่อคิดถึงกองกำลังที่เขาได้สร้างขึ้นมาในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ ถ้านับรวมผู้คนทั้งหมดในนิกายของเขา ตอนนี้มีร่างกายที่เหนือกว่าศักดิ์สิทธิ์ 1 ร่าง ร่างกายศักดิ์สิทธิ์ถึง 136 ร่าง ที่อยู่ในระดับจักรพรรดิ ตั้งแต่ระดับที่ 1 ถึงระดับที่ 3 นอกจากนี้ยังมีโคลนร่างกายจักรพรรดิอีก 857 ร่าง ที่อยู่ในระดับกึ่งจักรพรรดิ ตั้งแต่ระดับที่ 1 ถึงระดับที่ 3
เขาตัดสินใจยกระดับโคลนที่มีร่างกายสวรรค์ทั้ง 19,280 ร่างให้กลายเป็นร่างกายระดับราชาทั้งหมด เพื่อเพิ่มพลังในการต่อสู้ นอกจากนี้ เขายังสร้างโคลนใหม่อีก 79,240 ตัว และเขาจึงได้สั่งซื้อร่างกายระดับราชาจากระบบอีก 98,520 ร่างเพื่อให้ครบ 100,000 ร่าง เมื่อรวมกับร่างกายราชาที่มีก่อนหน้านี้อีก 1,480 ร่าง ทำให้กองทัพโคลนของเขามีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก และสมุนไพรที่จำเป็นสำหรับการปรุงยาดูดซึมพลังวิญญาณ โดยใช้แต้มที่สะสมไว้มูลค่ากว่า 200,000 ล้านแต้ม ตอนนี้ทุกคนในนิกายของเขามีระดับราชานักบุญตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปแล้ว
เจียงหยุนหันไปมองเหล่าโคลนและผู้ติดตามด้วยสายตาที่มั่นคง “เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งหมด ข้าจะประกาศแบบทดสอบให้พวกเจ้าได้รู้”
เสียงของเขาดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ “ก่อนอื่น พวกเจ้าจะต้องทำการทดสอบเพื่อเลือกยอดเขาที่เหมาะสมสำหรับตนเอง”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายต่อ “การเลือกยอดเขานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเจ้าจะถูกทดสอบในอาณาจักรลับที่ข้าสร้างขึ้นมา ภายในนั้นพวกเจ้าจะได้เผชิญหน้า กับ 3,000 เส้นทางที่จะทดสอบความสามารถของพวกเจ้าทุกด้าน เพื่อให้ไม่ขาดตกบกพร่องใด ๆ หรือทำให้เจ้าไม่เดินไปในเส้นทางที่ไม่ถนัด มันเสียเวลาเปล่า”
เหล่าโคลนและผู้ติดตามฟังอย่างตั้งใจ เจียงหยุนพูดต่อ “เมื่อพวกเจ้าเข้าสู่อาณาจักรลับแล้วพวกเจ้าจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆ เท่าๆ กันเพื่อเข้าไปทดสอบโดย และเจ้าจะพบกับแผ่นจารึกที่อยู่ข้างในนั้น หน้าที่ของเจ้าคือศึกษามันภายใน 1 ชั่วโมง หรือเร็วกว่านั้นถ้าเป็นไปได้”
เขาหยุดเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ “หลังจากครบ 1 ชั่วโมง หรือเมื่อเจ้าทำความเข้าใจได้สำเร็จแล้ว จะมีประตูมิติอยู่ทางซ้ายมือ หลังประตูบานนั้น เจ้าจะได้เผชิญกับบททดสอบที่เจ้าจะต้องใช้ความรู้ที่เจ้าฝึกฝนมาเมื่อครู่นี้ พวกเจ้าต้องทำให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ การหลบหนี หรือการทดสอบใด ๆ ที่อาณาจักรลับจะท้าทายเจ้า และเมื่อพวกเจ้าทดสอบเสร็จแล้วไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน ให้ไปทดสอบเส้นทางฝึกฝนถัดไปได้เลย เจ้าไม่ควรปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไร”
เขายกมือขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทาย “เข้าไปได้”
ทุกคนในที่นั้นตะโกนรับคำสั่ง "รับทราบ นายท่าน!" พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น พวกเขารีบเดินเข้าสู่ประตูมิติไปยังอาณาจักรลับที่เจียงหยุนสร้างขึ้น เตรียมตัวที่จะเผชิญกับความท้าทายที่จะพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเอง
ท่ามกลางลานกว้างที่เต็มไปด้วยเสียงกระซิบและการเคลื่อนไหวอันเร่งรีบ หมิงไห่ปรากฏตัวพร้อมกับผู้คนมากกว่า 30 คน ในบริเวณตรงกลางของลานกว้าง มีศิลาจารึกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เบื้องหน้าของศิลาจารึกนั้นมีตัวอักษรที่เขียนไว้ว่า "น้ำ" เด่นชัด
หมิงไห่ยิ้มบางๆ และเดินไปนั่งลงอย่างสงบ ราวกับไม่มีความตื่นเต้นหรือกังวลใจเลยแม้แต่น้อย เขาหลับตาลงและเริ่มใช้จิตวิญญาณของเขาในการเรียนรู้ตัวอักษรที่ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลาทันที การศึกษาของเขาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีสมาธิ
เพียงแค่ผ่านไปประมาณ 5 นาที หมิงไห่ก็เรียนรู้เสร็จสิ้น เมื่อเขามองไปรอบๆ ตัว เห็นว่าไม่มีใครสามารถเรียนรู้ได้เสร็จสิ้นเหมือนเขา เขายิ้มเบา ๆ แล้วเดินตรงไปยังประตูมิติที่อยู่ใกล้ๆ ทันที
เมื่อเขาเดินผ่านประตูมิติไป เขาพบว่าตนเองอยู่ในอาณาเขตที่แปลกประหลาด ตรงหน้าของเขาคือร่างสีดำที่คล้ายกับหมึกพู่กันที่ส่องแสงระยิบระยับ และก่อนที่เขาจะได้คิดหรือทบทวนอะไร ร่างหมึกนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างรวดเร็ว ด้วยวิชาที่สกัดจากตัวอักษร "น้ำ" บนศิลาจารึก
ในขณะนั้น หมิงไห่รู้สึกถึงการถูกปิดกั้นทั้งการเพาะปลูกให้อยู่ในระดับนักบุญและพลังวิชาที่เขาถนัดใช้ในยามปกติไม่สามารถใช้งานได้ มีเพียงวิชาที่เขาเพิ่งศึกษาจากศิลาจารึกเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ เขาจึงต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ใช้พลังที่ได้เรียนรู้มาเพื่อต่อสู้กับร่างหมึกตรงหน้า
แต่สำหรับหมิงไห่ นั่นไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ แม้จะเป็นวิชาใหม่ที่เขาเพิ่งเรียนรู้ แต่เขาก็ยังคงจัดการกับศัตรูอย่างคล่องแคล่วและมั่นคง ภายในเวลาเพียง 1 นาที เขาก็สามารถสังหารร่างหมึกสีดำนั้นได้ ประตูมิติที่สองก็เปิดออกทันทีหลังจากที่ร่างหมึกพ่ายแพ้
หมิงไห่เดินผ่านประตูมิตินั้นไป และพบกับ หลงเถิง ที่กำลังเดินอยู่ในบริเวณที่กว้างใหญ่ หลงเถิงเงยหน้าขึ้นและยิ้มเมื่อตระหนักถึงการมาของหมิงไห่ เขายกมือขึ้นทักทาย "หมิงไห่!"
หมิงไห่ยิ้มและทักทายกลับ “หลงเถิง! เจ้าผ่านการทดสอบรอบแรกแล้วงั้นรึ”
หลงเถิง ถอนหายใจและพูดอย่างไม่สนุกสนานนัก " ใช่ของข้าเจอเส้นทางการฝึกฝนที่เหมาะกับตัวข้านะเลยผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว”
ทั้งสองคนคุยกันสักพักก่อนจะมองไปที่แผ่นศิลาจารึกที่มีคำว่า "ยา" เขียนอยู่ หลงเถิงถอนหายใจและพูดอย่างไม่สนุกสนานนัก "การปรุงยานี้มันไม่เหมาะกับข้าเลยจริงๆ ข้าน่าจะต้องนั่งอยู่ที่นี้เต็มเวลา 1 ชั่วโมงแน่นอน”
หมิงไห่หัวเราะเล็กน้อย “ข้าเองก็คิดเหมือนกัน มันไม่เหมาะกับข้าเท่าไหร่ แต่ก็ต้องทำตามแบบทดสอบนี้ให้ได้”
ทั้งสองมองหน้ากันและนั่งลงข้างๆ กัน ก่อนจะเริ่มทำการศึกษาแผ่นจารึกต่อไป การทดสอบในอาณาจักรลับยังคงไม่จบสิ้น และพวกเขารู้ว่าต้องเผชิญหน้ากับสิ่งท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ความยากลำบากและบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ยังคงอยู่เบื้องหน้า พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะใช้ทุกวินาทีที่มีให้คุ้มค่าที่สุด
หลังจากเวลาผ่านไป ทุกคนที่เข้าร่วมการทดสอบได้ผ่านการทดสอบรอบแรกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ละคนต้องเผชิญกับเส้นทางที่แตกต่างกันออกไปตามความถนัดและความสามารถของตนเอง สำหรับบางคน เช่น ปาจื้อ, มูชูหยวน, เฉินเวย, ชางหมิง และโมจุน พวกเขาได้ผ่านเส้นทางการฝึกฝนหลายเส้นทางอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความสามารถและการเตรียมพร้อมที่ดีกว่า
ส่วนคนอื่น ๆ นั้น บางครั้งพบเส้นทางที่ไม่เหมาะสมกับทักษะหรือความเชี่ยวชาญของตน ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าเพื่อปรับตัวและผ่านไปได้ ทว่า เวลาภายนอกนั้นยังคงผ่านไปไม่นานนัก เพราะเจียงหยุนได้ใช้รูปแบบเร่งเวลาภายในอาณาจักรลับ ที่สามารถควบคุมและเร่งเวลาได้จนไม่เสียอายุขัยเลยแม้แต่น้อย
เจียงหยุนนั่งดื่มชาด้วยความสงบ เขาคิดถึงแผนการที่เขาเตรียมไว้อย่างรอบคอบ ในตอนแรกเขาเคยมีความคิดที่จะสร้างโคลนที่ร่างกายศักดิ์สิทธิ์จากตัวเขาเอง แต่เมื่อพิจารณาอีกครั้ง เขาพบว่าร่างกายส่วนใหญ่ที่ เขาได้ครอบครองนั้นแข็งแกร่งมาก อย่างร่างกายศักดิ์สิทธิ์น้ำแข็งที่อ่อนแอ่ที่สุดในการโคลนเพียงแค่ร่างเดียวอาจทำให้เขาต้องสูญเสียอาณาจักรจักรพรรดิไปเลย เขาคิดว่าจะใช้แต้มจากระบบเพื่อช่วยในการเพาะปลูก แต่แต้มระบบนั้นก็มีจำกัด และเขาต้องเก็บไว้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
เขาเลิกคิดถึงเรื่องนี้ก่อนในตอนนี้ และหันมาสนใจเตรียมเนื้อหาสำหรับการรับศิษย์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และเขาได้สร้างตราประจำนิกายขึ้น มาให้ กับคนของเขาด้วย
ภายในอาณาจักรลับ ชางเชียนกำลังขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเมื่อหม้อปรุงยาของนาง ระเบิดด้วยเสียงดังมาก ในขณะที่ชางหมิงนั่งเรียนวิชาหอกด้วยความยากลำบาก เหงื่อไหลอาบหน้า แต่ยังคงมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ปาจื้อเองกลับเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถผ่านการทดสอบไปได้อย่างรวดเร็ว รองลงมาคือ มูชูหยวน และ เกาหยวน
เฉินเวยและกงซุนเล่ย ยังคงติดอยู่ในเส้นทางแห่งเสียงเพลง ต้องใช้ความสามารถในการประสานและควบคุมจิตใจเพื่อบรรเลงเพลงให้เข้ากับบรรยากาศรอบข้าง หวังไป๋และหวังเหอ ยังคงวาดรูปกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาพบความสุขในวิถีศิลปะของตนเองแล้ว
ผ่านไปไม่นานนัก ทุกคนก็สามารถทำการทดสอบจนเสร็จสิ้นกันได้ โดยที่บางคนพบเจอความยากลำบากมากกว่าคนอื่นๆ แต่ก็ไม่มีใครละทิ้งหรือย่อท้อ เจียงหยุนพึงพอใจในความมุ่งมั่นของพวกเขา
ในที่สุด การทดสอบทั้งหมดก็เสร็จสิ้นลง
เมื่อการทดสอบทั้งหมดสิ้นสุดลง ทุกคนได้ออกมารวมตัวกันที่ลานกว้างหน้าอาณาจักรลับ เจียงหยุนยังคงนั่งอยู่ด้วยท่าทางนิ่งเฉย ทันทีที่ทุกคนมารวมตัวกันครบถ้วน เจียงหยุนเพียงแค่โบกมือเบาๆ โคลนแห่งสังสารวัฏก็ปรากฏตัวขึ้นทันทีจากอากาศที่ว่างเปล่า โคลนแห่งสังสารวัฏเดินออกมาอย่างเงียบขรึม พร้อมกับม้วนคัมภีร์เล่มหนึ่งที่เปล่งแสงสว่างเจิดจ้า
“เรามาเริ่มสรุปผลการทดสอบกันเถอะ” โคลนแห่งสังสารวัฏกล่าวเสียงเรียบ ขณะปล่อยมือที่ถือม้วนคัมภีร์ขึ้นสู่ฟากฟ้า ม้วนคัมภีร์นั้นแผ่ออกกว้าง ทำให้ตัวอักษรทองคำวิจิตรส่องประกายอยู่บนฟากฟ้า ทุกสายตาจ้องมองไปที่ตัวอักษรเหล่านั้นอย่างตั้งใจ
“จะมีการเรียงลำดับจากผู้ที่ออกมาไวสุดไปยังผู้ที่ออกมาได้ช้าที่สุด” โคลนแห่งสังสารวัฏกล่าวต่อ “ข้าจะบอกสองเส้นทางการฝึกฝนที่เหมาะสมกับเจ้า เจ้าต้องเลือกหนึ่งในสองเส้นทางนั้น และหากเจ้าสามารถเป็นผู้ครองยอดเขาได้ เจ้าจะได้รับตราประทับประจำนิกาย ซึ่งเป็นสมบัติระดับจักรพรรดิที่สามารถใช้ป้องกันหรือโจมตี วาร์ปกลับมาที่นิกายได้ทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ส่วนหากเจ้าได้เป็นผู้อาวุโสจะได้รับตราประทับระดับนักบุญที่ช่วยเสริมพลังและป้องกันตัว ต่อไปจะเป็นการเลือกเจ้าแห่งยอดเขาทั้ง 3000 คน”
โคลนแห่งสังสารวัฏยกมือขึ้นเรียกชื่อคนแรก "ปาจื้อ!" เสียงของเขากังวานก้องในอากาศ ปาจื้อก้าวออกมาอย่างมั่นใจ และเงยหน้ามองม้วนคัมภีร์ที่แขวนอยู่บนฟากฟ้า
“เจ้ามีทางเลือกสองเส้นทาง” โคลนแห่งสังสารวัฏกล่าว “ยอดเขาแห่งปีศาจ หรือยอดเขาแห่งรูปแบบ เจ้าเลือกได้หนึ่งในสอง”
ปาจื้อตอบด้วยความมั่นใจ "ข้าขอเลือกยอดเขาแห่งปีศาจ!" ทันทีที่เขาเลือก โคลนแห่งสังสารวัฏเขียนชื่อปาจื้อลงในคัมภีร์ และมอบตราประทับประจำนิกายให้เขา
“ต่อไป มูชูหยวน!” โคลนแห่งสังสารวัฏกล่าวต่อ ขณะที่มูชูหยวนก้าวออกมา
“เจ้ามีทางเลือกสองเส้นทาง ยอดเขาแห่งหยก หรือยอดเขาแห่งดาบ” มูชูหยวนตอบอย่างไม่ลังเล "ข้าขอเลือกยอดเขาแห่งหยก!" โคลนแห่งสังสารวัฏเขียนชื่อมูชูหยวนลงในคัมภีร์และมอบตราประทับให้
ต่อไป เกาหยวนตะโกน "ข้าเลือกยอดเขาแห่งไฟ!"
หมิงไห่ตะโกน "ข้าเลือกยอดเขาแห่งน้ำ!"
กงซุนเล่ยตะโกน "ข้าเลือกยอดเขาแห่งสายฟ้า!"
เฉินเวยตะโกน "ข้าเลือกยอดเขาแห่งดวงจันทร์!"
หลงเถิงตะโกน "ข้าเลือกยอดเขาแห่งมังกร!"
ชางหมิงตะโกน "ข้าเลือกยอดเขาแห่งดาบ!"
โมจุนตะโกน "ข้าเลือกยอดเขาแห่งเลือด!"
หวังไป๋ตะโกน "ข้าเลือกยอดเขาแห่งแสง!"
หวังเหอตะโกน "ข้าเลือกยอดเขาแห่งความมืด!"
ชางเชียนตะโกน "ข้าเลือกยอดเขาแห่งหอก!"
โคลนร่างศักดิ์สิทธิ์สายลม "ข้าเลือกยอดเขาแห่งสายลม!"
……
…..
……
…..
สุดท้าย โคลนร่างศักดิ์สิทธิ์แห่งดนตรี "ข้าเลือกยอดเขาแห่งเสียงเพลง!"
เมื่อการคัดเลือกเจ้าแห่งยอดเขาเสร็จสิ้น เจียงหยุนก็หันมาที่กลุ่มผู้อาวุโสที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ เขากวาดสายตามองอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้โคลนสังสารวัฏออกมาและสรุปผลการจัดสรรตำแหน่ง
"ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกผู้อาวุโสภายนอกจำนวนกว่า 80,000 คน พวกเจ้าจะถูกกระจายไปตามยอดเขาต่าง ๆ ที่พวกเจ้ามีความถนัดในเส้นทางการฝึกตนนั้นๆ โดยแต่ละยอดเขาจะมีผู้อาวุโสภายนอกอยู่ระหว่าง 20 ถึง 27 โดยพวกเจ้ามีหน้าที่คอยกำกับดูแลศิษย์ใหม่ที่กำลังจะเข้ามา" เจียงหยุนกล่าวด้วยเสียงกังวาน สะท้อนความมั่นใจในอำนาจของเขา
"สำหรับผู้อาวุโสภายใน ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจำนวนเกือบ 20,000 คน โดยจะแบ่งไปอยู่ประจำยอดเขาต่าง ๆ ที่พวกเจ้ามีความถนัดในเส้นทางการฝึกตนนั้นๆ ยอดเขาละ 3 ถึง 7 คน ผู้อาวุโสภายในจะมีหน้าที่สำคัญในการช่วยเหลือและสนับสนุนเจ้าแห่งยอดเขา " เจียงหยุนกล่าวต่อ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังทุกคนที่ยืนเรียงราย พวกเขาทุกคนก้มศีรษะลงแสดงความเคารพอย่างสูงสุด
เมื่อการประกาศเสร็จสิ้น เจียงหยุนเงียบลงชั่วครู่ แล้วพูดต่อด้วยเสียงที่ทรงพลัง "ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะเริ่มรับศิษย์ใหม่เข้าสู่นิกาย พวกเจ้าทุกคนจงกลับไปเตรียมตัวให้พร้อม และสำหรับตราประจำนิกาย จงหยดเลือดลงไปบนตรานั้นซะ มันจะทำให้เจ้าสามารถเข้าถึงโลกใบเล็กที่ข้าสร้างขึ้นได้และจำเอาไว้ว่า คนอื่นไม่สามารถใช้ตราประจำนิกายที่เลือดถูกหยดไปแล้วได้ หากผู้ใช้ตายมันจะพังทันที"
เมื่อเจียงหยุนกล่าวจบ ทุกคนต่างมีสีหน้ามุ่งมั่น เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะมาถึง "พวกเจ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม อย่าประมาทและอย่าหยุดพัฒนาตัวเองถ้าหากพวกเจ้ายังอยากเดินตามข้าอยู่ จงทำให้ข้าเห็นว่าพวกเจ้าเหมาะสมกับนิกายของข้าซะ"
ผู้อาวุโสทั้งหลายก้มศีรษะลงพร้อมกันเพื่อแสดงความเคารพ "พวกเราขอรับคำสั่ง ท่านเจ้านิกาย!"
เจียงหยุนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขาเห็นความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้นในดวงตาของผู้อาวุโสแต่ละคน และรู้ว่าพวกเขาจะทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด หลังจากนั้น ทุกคนก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัว