จินหยางปรากฏตัวที่ด้านหน้าของชายชราเขาใช้มือซ้ายคว้าจับไปที่มือขวากระชากออกมา ใช้มือขวาคว้าจับไปที่ใบหน้ากดกระแทกลงพื้น เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! ทั้งหมดต่างหันไปมองด้วยความตื่นตกใจ จินหยางกระชากแขนขวาของชายชราโยนลงพื้น เสียงร้องโหยหวนดังลั่นไปทั่วบริเวณ ศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณสามสิบคนกำลังพุ่งทะยานเข้ามา จินหยางรีบยกร่างของชายชราขึ้นมาตะโกนออกมาเสียงดังลั่น
“หยุดซะ”
พลังปราณที่แฝงมาพร้อมเสียงศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณสามสิบคนลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น ตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัว ศิษย์สำนักกระบี่หลงอู่ตอนนี้ต่างหลบถอยออกไป จินหยางหันไปมองเจ้าสำนักหลงมู่เหยียนที่ตอนนี้กำลังยืนขึ้นมา
“คารวะท่านเจ้าสำนัก ข้าน้อยศิษย์จินหยางมาที่นี่เพื่อออกจากสำนักขอรับ”
หลงมู่เหยียนถึงกับขมวดคิ้ว
“เจ้าคิดดีแล้วอย่างนั้นรึ?”
“ข้าคิดดีแล้วขอรับ ข้าไม่อยากให้พวกท่านต้องพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีก เช่นนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ข้าจะเป็นคนจัดการเอง”
จินหยางหันไปมองศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณที่นั่งคุกเข่าอยู่
“เจ้าแจ้งนามข้าให้แก่เจ้าสำนักของพวกเจ้าว่าข้าจินหยางผู้นี้เป็นคนสังหารชายชราผู้นี้ และตัวข้าหาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่หลงอู่อีกต่อไป”
สิ้นเสียงกล่าวจินหยางแทงมือซ้ายไปที่จุดตันเถียนของชายชราทะลุออกไปด้านหลัง พลังปราณมากมายพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วชายชราตัวสั่นสะท้าน หลังจากชายชราตกตายไปจินหยางก็โยนศพของเขาไปยังศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณ
“ข้าให้พวกเจ้าสิบลมหายใจหากยังอยู่ที่นี่ก็อย่าหาข้าไม่เตือน”
ศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณทั้งหมดต่างรีบแบกร่างของชายชราออกไปอย่างเร่งรีบ จินหยางก้มคารวะหลงมู่เหยียนอีกครั้ง
“ตอนนี้ข้าคงต้องไปแล้วขอรับท่านเจ้าสำนัก”
“เจ้าจะไปที่ใดจินหยาง”
“ต้นเหตุอยู่ที่ตระกูลหยาง ข้าจะไปจัดการกับปัญหาที่ข้าก่อในอดีตเองขอรับ”
จินหยางรีบเดินออกไปจากสำนักในระหว่างนั้นได้มีชุนฟงและเล่อคังวิ่งติดตามมาจากด้านหลัง
“รอก่อนจินหยาง”
“มีสิ่งใดรึ”
“พวกข้าทั้งสองจะติดตามเจ้าไปด้วย”
จินหยางส่ายศีรษะไปมา
“อย่าดีกว่าพวกเจ้าอยู่ที่สำนักเถอะ ข้าเดินทางผู้เดียวสะดวกกว่า อีกอย่างพวกเจ้ามีเรื่องที่จะต้องทำหลังจากข้าออกเดินทางแล้ว”
จินหยางล้วงไปที่อกเสื้อดึงขวดยาออกมาสองขวดยื่นให้แก่ทั้งสอง
“มันคือเม็ดยาเพิ่มพลังปราณสุริยัน หวังว่าอีกสามเดือนที่หูเป่ย์พวกเจ้าทั้งสองจะเป็นกำลังให้แก่ข้าได้ ตอนนี้ข้าต้องรีบไปแล้ว”
“แล้วพบกันที่หูเป่ย์”
หลังจากนั้นจินหยางก็รีบกลับมาหาหวังซุน เขาได้ให้หวังซุนพาเด็ก ๆ ทั้งหมดหลบไปที่เขาด้านหลังตระกูลจินเพื่อความปลอดภัยเพราะหากยังอยู่ที่นี่อาจถูกพวกสำนักกระบี่วิญญาณบุกเข้ามาโจมตี จินหยางได้ถ่ายทอดทักษะวิชาฝ่ามือเมฆนภา เพลงเตะแปดทิศ และหมื่นลักษณ์คัมภีร์ทั้งสามเล่มที่ได้มาจากหวังซุนให้แก่หวังซุน ผ่านไปสามวันจินหยางก็ออกเดินไปมุ่งหน้าสู่แคว้นฉงชิ่งที่ตั้งของตระกูลหยาง โดยเขาปลอมตัวเป็นคนคุ้มกันขบวนสินค้าของเถ้าแก่จาวเมิ่งที่หวังซุนแนะนำมา ขบวนสินค้ามีเกวียนลากขนาดใหญ่สี่เกวียนบรรทุกผ้าไหม ข้าว และสมุนไพร รถม้าขนาดกลางสองคัน มีผู้คุ้มกันทั้งหมดสิบสามคนรวมจินหยาง ผู้คุ้มกันทั้งหมดขี่ม้าล้อมรอบขบวน การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นเมื่ออยู่ในส่ายซีแต่ทันทีที่เข้าพื้นที่ของฉงชิ่ง จินหยางที่อยู่ท้ายขบวนก็ตรวจพบว่ามีคนแอบติดตามพวกเข้าอยู่ โดยมีซุนอินอินทรีขนสีน้ำตาลบินวนรอบขบวนบนท้องฟ้า
ค่ำของวันที่สี่ขบวนสินค้าของเถ้าแก่จาวเมิ่งหยุดพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ในระหว่างที่กำลังทานอาหารกันอยู่ได้มีชายฉกรรจ์สี่คนสวมชุดนักพรตสีเทาก้าวเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม ผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อทันใดนั้นได้มีใครบางคนตะโกนออกมาเสียงดังลั่น
“ผู้ใดเป็นคนปรุงอาหารของที่นี่ พ่อครัวอยู่ไหน?”
ทันใดนั้นเองได้มีเสียงเอ่ยวาจาดังแว่วออกมาจากห้องครัว
“เกิดสิ่งใดหรือขอรับ”
ชายฉกรรจ์รูปร่างผอมเดินออกมาพร้อมกับเสี่ยวเอ้อที่เป็นเด็กสาว
“ศิษย์พี่เตียวฮู้
“เป็นเจ้าเองรึเฮ้งเปา นี้คือวิธีแก้แค้นของเจ้าอย่างนั้นรึ”
สิ้นเสียงกล่าวเตียวฮู้ก็สาดน้ำแกงในถ้วยไปที่เฮ้งเปา
“ท่านพ่อ”
เด็กสาวเมื่อเห็นเช่นนั้นรีบกระโดดขวางเอาไว้ ทำให้น้ำแกงสาดไปที่ตัวนาง
“ลูกพ่อ”
เฮ้งเปารีบเข้าไปดูอาหารลูกสาวพบว่าเสื้อผ้ามีแต่คราบน้ำแกง เขาหันไปจ้องมองเตียวฮู้อย่างไม่วางตา
“ศิษย์พี่ ทำไมท่านถึงทำเช่นนี้ข้าหาได้ยุ่งเกี่ยวกับอารามม้าขาวมาหลายสิบปีแล้ว ท่านทำเช่นนี้ไม่เกิดไปรึ?”
“อาหารของเจ้าทั้งเผ็ดทั้งเค็มเจ้ามีสิ่งใดจะกล่าว”
“อาหารทุกจานข้าปรุงอย่างสุดฝีมือและตรวจสอบก่อนถึงลูกค้าทุกครั้ง ศิษย์พี่ท่านยังเจ็บแค้นเรื่องในวันนั้นอยู่อีกรึ?”
เมื่อสิบปีก่อน อารามม้าขาวมีการประลองยุทธ์ทุก ๆ สามปี ในวันนั้นเตียวฮู้ได้พ่ายแพ้ต่อเฮ้งเปา ด้วยความเจ็บแค้นเขาจึงวางแผนใส่ร้ายเฮ้งเปา ไม่กี่เดือนต่อมาเฮ้งเปาถูกจับกุมตัวเพราะขโมยยาและสมบัติของอารามม้าขาว แน่นอนเป็นเตียวฮู้ขโมยเอามาซ่อนในห้องของเฮ้งเปาเอง จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเฮ้งเปาถูกทำลายเส้นลมปราณและถูกขับไล่ออกจากอารามม้าขาว
“สิ่งเดียวที่ท่านได้รับวันนั้นคือความสะใจและตัวท่านได้เป็นถึงผู้สืบทอดอารามม้าขวา แต่ตัวข้าถูกตัดสินอย่างไร้คุณธรรมและต้องสูญเสียความสามารถในการฝึกยุทธถูกขับไล่ออกจากอารามม้าขาว ผ่านไปหลายสิบปีท่านยังต้องมาทำเช่นนี้กับข้าอีกรึ?”
เฮ้งเปาหันไปมองโต๊ะของจินหยาง
“คุณชายข้าของถามบางอย่างได้หรือไม่?”
“เชิญเถอะเถ้าแก่”
“หมูผัดพริกหยวกจานนั้นของท่านทั้งเผ็ดทั้งเค็มเช่นที่นักพรตผู้นี้บอกหรือไม่?”
“หมูผัดพริกหยวกของท่านอร่อยมากข้ายืนยันได้ ความนุ่มของหมูและความกรอบของพริกหยวกเป็นรสชาติที่เข้ากันลงตัว”
เฮ้งเปาหันไปมองเตียวฮู้
“อนาคตของอารามม้าขาวช่างน่าสิ้นหวังยิ่งนัก คงไม่เหลือคำสอนใดของท่านอาจารย์อยู่ในจิตใจของพวกท่านแล้ว ช่างน่าละอายยิ่งนัก”
เตียวฮู้ตัวสั่นสะท้าน
“หุปปากของเจ้าซะ”
เตียวฮู้กระโดดออกไปซัดฝ่ามือขวาไปที่หน้าอกของเฮ้งเปาอย่างถนัดถนี่ เปรี้ยง! เฮ้าเปากระเด็นออกไปชนกับผนักไม้ด้านหลัง โครม! เด็กสาวรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นพ่อ
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ”
“เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้กับพ่อข้าด้วย อย่าทำร้ายพ่อของข้า”
จินหยางกำลังจะลุกขึ้นแต่ทว่าถูกใครบางคนคว้าจับที่หัวไหล่ขวาเอาไว้
“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังจะทำสิ่งใด แต่อารามม้าขาวเกินกำลังที่เราจะต่อต้านได้อีกอย่างพวกเขามีความสัมพันธ์กับตระกูลหยาง หากเจ้าผิดใจกับพวกเขาเจ้าเองจะอยู่ที่ฉงชิ่งลำบาก”
เด็กสาวรีบวิ่งออกไปขวางเตียวฮู้ที่เดินเข้ามา
“ท่านเป็นคนโกหก อาหารทุกอย่างข้าเป็นคนเตรียมเครื่องปรุงแล้วรสชาติมันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร”
เตียวฮู้แสยะยิ้มง้างมือขวาตบไปที่ใบหน้าของเด็กสาว เพียะ! เด็กสาวถึงกับกระเด็นออกไปทางซ้ายมือ
“เรื่องของผู้ใหญ่เด็กอย่างเจ้าไม่เกี่ยว”
เด็กสาวไม่ร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำบ้วนเลือดที่อยู่ในปากทิ้งวิ่งออกมาขวางเตียวฮู้อีกครั้ง จินหยางลุกขึ้นมาจากโต๊ะ
“อย่าโง่ไปหน่อยไอ้หนู ควบคุมความโกรธของเจ้าเอาไว้”
“หากท่านหวาดกลัวก็จงนั่งอยู่กับที่เถอะ”
ในจังหวะนั้นเองเตียวฮู้ใดชักกระบี่ออกจากฝักฟาดฟันไปที่เด็กสาว จินหยางใช้ความเร็วปรากฏด้านหลังของเด็กสาวใช้นิ้วชี้แล้วนิ้วกลางมือขวาคีบไปที่กระบี่ ผู้คนในโรงเตี๊ยมต่างตื่นตกใจกับภาพที่เห็น เตียวฮู้เป็นถึงผู้สืบทอดอารามม้าขาวมีพลังยุทธไม่ต่ำกว่าร้อยยี่สิบปีแต่ทว่าเด็กหนุ่มผู้หนึ่งคว้าจับกระบี่ของเขาโดยง่าย จินหยางหาได้สนใจเตียวฮู้เขาใช้มือซ้ายล้วงไปที่อกเสื้อนำขวดยาขนาดเล็กออกมาหนึ่งขวดยื่นให้แก่เด็กสาว
“นำยาไปรักษาพ่อของเจ้าเถอะ”
เด็กสาวรับขวดยาจากจินหยางรีบวิ่งไปหาเฮ้งเปาที่ด้านหลัง
“เจ้าเป็นใครกันไอ้ลูกหมา? กล้าดียังไงถึงได้คิดมาขวางข้า เจ้าไม่รู้รึว่าข้าคือใคร?”