หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 55 ของที่ได้มามันควรเป็นของเรา

    ตอนที่ 55 ของที่ได้มามันควรเป็นของเรา

    กลางคืน

    เบนจามินและพวกออสก้ากับทหารมืดพวกเขาช่วยกันหอบเอากล่องทั้งหมด 6 ใบออกมาด้านนอก พริบตาที่ออกมาเบนจามินคิดว่าจะเจอกับกองกำลังจำนวนมากที่รอคอยอยู่

    แต่สิ่งที่เจอกลับเป็นสนามรบที่เกิดการต่อสู้กันมีศพกระจายอยู่ทั่วทุกที่และมีซอมบี้รุมกินซากศพ พวกมันแย่งชิงเหมือนกับแมลงที่แย่งกันตอมชิ้นเนื้อจนไม่มีที่ว่างให้กับซอมบี้ตัวอื่น ๆ แทรกตัวเข้าไปได้

    ลำไส้ ปอด หัวใจอวัยวะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ มือที่เปื้อนเลือดของพวกซอมบี้ต่างก็ยื้อแย่งกันอย่างสุดกำลัง

    “เกิดอะไรขึ้นที่นี่กัน”เบนจามินสับสนไปหมด ตกลงพวกเขาออกมาด้านนอกแล้วหรือยังอยู่ด้านในดันเจี้ยน เพราะมันก็มีสภาพไม่แตกต่างกัน

    “ซอมบี้เต็มไปหมด แล้วกองกำลังของพวกเราหายไปไหน”

    “ไม่ใช่ว่าโดนกินไปแล้วหรอกนะ”

    “ออสก้าเราเอาไงกันต่อ”

    เหล่าผู้เล่นทั้งสามต่างก็สับสนไม่รู้จะเอายังไงกันต่อจึงหันไปถามออสก้าเพราะออสก้าและทหารมืดอีกนายเป็นสองคนที่ชำนาญในพื้นที่

    ออสก้าขมวดคิ้วมองไปรอบตัวแต่ก็ไม่พบเห็นพวกอมีเลียอยู่เลย

    “ออกไปจากที่นี่กันก่อน” ออสก้ากล่าว

    ตอนที่พวกเขาปรากฏตัวพวกซอมบี้ยังไม่ทันสังเกตเห็นแต่ไม่นานพวกมันก็เห็นพวกเขา เนื้อก้อนใหม่ที่อยู่ ๆ ก็โผล่มา ซอมบี้พากันคำรามและวิ่งเข้าหาทันที

    “ไป” เบนจามินเองก็เห็นด้วยกับการออกจากที่นี่เช่นกัน

    ...

    10 นาทีต่อมาพวกเขาในตอนนี้หนีออกมาจากด้านหน้าดันเจี้ยนได้แล้วและสลัดทิ้งซอมบี้บางส่วนไปได้แต่ว่าตอนนี้มันไม่ได้ปลอดภัยเท่าไหร่นัก เพราะรอบตัวพวกเขายังมีฝูงซอมบี้อยู่อย่างกระจัดกระจาย

    ดินแดนนี้ราวกับกลายเป็นของซอมบี้ไปแล้ว

    ในป่ายังมากขนาดนี้ พวกเขาก็นึกไม่ออกว่าในเมืองจะมากขนาดไหน

    ทั้งกลุ่มจำเป็นต้องหาที่หยุดพักเพราะว่าพวกเขาพึ่งจะผ่านศึกหนักภายในดันเจี้ยนกันมา แถมยังต้องวิ่งหนีซอมบี้ออกมาจนถึงที่นี่อีกทุกคนจึงกำลังอ่อนล้า

    ออสก้ากับทหารมืดอาสาจะเฝ้าระวังภัยให้ในระหว่างที่พวกของเบนจามินพักเอาแรง

    ไม่มีการก่อกองไฟ เพราะแสงจะล่อซอบี้มาได้พวกเขาหลบกันอยู่ในมุมมืด ๆ ของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

    เบนจามินหยิบเอาอาหารแห้งที่เตรียมไว้ตอนนี้เหลือไม่มากแล้ว เพราะตอนที่เข้าไปในดันเจี้ยนพวกเขาไม่คิดว่าเวลาด้านในจะผ่านไปหลายวันแบบนี้อาหารที่เตรียมมาเกือบหมดแล้ว

    เขากัดและกลืนเนื้อแห้งโดยไมได้บ่นอะไรมากนักสำหรับนักผจญภัยพวกเขาเคยชินกับการกินอยู่แบบนี้แล้ว เดินทางค้นหาสมบัติสิ่งของที่มีค่าพัฒนาพลังของตัวเอง และเอาสิ่งของออกไปขายภายนอก

    นั่นคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้กินดีอยู่ดีขึ้นนี่แหละคือชีวิตของนักผจญภัย

    ในความเป็นจริงแล้วเบนจามินก็ใช่ว่าจะไม่อยากเป็นลอร์ดแต่ว่าผู้เล่นลอร์ดยากเกินไป เลียมและมาโครเคยลองด่านทดสอบผู้เล่นลอร์ดมาก่อนแต่ไม่ผ่านการทดสอบ

    ส่วนเบนจามินเขาไม่เคยทดสอบเพราะเลือกเส้นทางนักผจญภัยตั้งแต่แรกอย่างไม่ลังเลเพราะรู้ดีว่าตนเองต้องการอะไร

    ผู้เล่นนักผจญภัยอิสระกว่าเยอะพลังก็เป็นของตัวเองไม่ต้องพึ่งพาพลังจากตราประทับหรืออำนาจแห่งลอร์ด ไม่ว่าจะโลกในหอคอยหรือโลกด้านนอกพลังของนักผจญภัยไม่เปลี่ยนไปไม่เหมือนกับผู้เล่นลอร์ดที่พอออกไปด้านนอกก็ไม่มีพลังเสริมจากตราประทับร่างกายแทบจะไม่ต่างจากคนธรรมดา

    มีลอร์ดไม่มากนักที่จะฝึกฝนร่างกายพวกเขาเองเพราะการโจมตีค่ายกลืนกินตราประทับดินแดนเอาพลังมามันง่ายกว่าการฝึกฝนเองเยอะเลย

    แน่นอนว่าก็ขึ้นอยู่กับความถนัดและความต้องการของแต่ละคน

    ขณะที่เบนจามินกำลังนั่งกินอาหารฟื้นเอาแรงอยู่นั้นมาโครก็เดินเข้ามานั่งใกล้ ๆ และพูดคุยด้วย

    “เราจะเอายังไงต่อ”

    “หมายความว่ายังไง”เบนจามินเหลือบไปมอง

    “นายก็รู้ใช่ไหม ตอนนี้ไม่มีทหารจากกองกำลังต่างๆ ที่เหลือก็แค่สองคนนั้น พวกนั้นสู้เราไม่ได้หรอก ถ้าเป็นตอนนี้เรายังสาสมารถ...”มาโครหันไปมองกล่องทั้ง 6 ใบที่วางรวมกันไว้

    เบนจามินเข้าใจความคิดของมาโครในทันที

    “ฉันไปคุยกับเลียมแล้วเจ้านั้นมันฟังแต่นาย ของที่ได้มามันควรเป็นของเรา แถมมันยังมากพอให้กิลด์เราเดินหน้าต่อไปได้เลยนะ”มาโครพยายามเกลี้ยกล่อมเบนจามิน

    เบนจามินขมวดคิ้ว

    “พวกเขาพึ่งช่วยชีวิตเรา”

    “แต่ว่า...”

     มาโครต้องการจะพูดต่อ

    “ไม่ เอาตามนี้เราตกลงกันแล้วฉันจะทำตามข้อตกลง” เบนจามินไม่ต้องการความเห็นจากมาโครอีก เขาลุกขึ้นและกล่าวทันที

    “พวกคุณมาพักกันก่อนก็ได้ ผมจะไปเฝ้าต่อเอง”เบนจามินเดินไปพูดกับออสก้า

    “ไม่จำเป็น แต่ถ้าพวกคุณหายเหนื่อยกันแล้วพวกเราก็ควรจะไปต่อได้แล้ว” ออสก้ากล่าว เขายังมีท่าทีเย็นชาแต่ในใจก็เริ่มสงสัยและร้อนใจไม่น้อย

    แผนการของนายท่านเกิดความผิดพลาดออสก้าไม่ได้โทษกัส แต่กำลังคิดว่าคงมีตัวแปรหรือไม่ก็ปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมา

    ตอนนี้ไม่รู้ว่าพวกอมีเลียหายไปไหน พวกเขาทำได้เพียงแค่คุ้มกันกล่องทั้ง6 ใบเดินทางกลับไปที่ค่ายเท่านั้น

    ยังไม่ทันที่พวกเขาทุกคนจะได้ออกไปก็มีเสียงเคลื่อนไหวอยู่ในป่าพวกเขาทุกคนพากันเงียบเสียงและหยิบอาวุธของตนเองออกมาเตรียมพร้อมสู้

    ซอมบี้ตัวหนึ่งเดินออกมา มองดูให้ชัดซอมบี้ตัวนี้ก็คือ“สาม” หนึ่งในผู้นำค่ายระดับ 3 ของค่ายดีแลนนั่นเองด้านหลังของมันมีซอมบี้อีกหลายตัวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา

    “ไอ้เจ้านั่น ทำไมมันสภาพเป็นแบบนั้น”

    “ผิวหนังปริแตกกล้ามเนื้อพองโต ร่างกายขยายตัวกลิ่นไอของความอันตราย มันกำลังจะวิวัฒนาการ” เบนจามินวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ

    ซอมบี้ที่เกิดจากศพที่แข็งแกร่งก็จะมีพลังแข็งแกร่งและการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถคาดเดาหนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยคือการตายของผู้แข็งแกร่ง พอกลายเป็นซอมบี้ก็มักจะเกิดการวิวัฒนาการตามธรรมชาติ

    และเจ้านี่ก็คือซอมบี้ที่กำลังวิวัฒนาการ

    “พลังก่อนหน้านั้นอยู่ในระดับพื้นฐานขั้นสูงอยู่แล้วความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอาจจะเท่ากับบอสซอมบี้ระดับฝันร้ายได้ถ้าไม่ฆ่ามัน”

    ทุกคนเคร่งเครียดและรู้ว่าหนีไม่ได้พวกเขาโดนมันเจอตัวแล้ว ความเร็วของซอมบี้ระดับฝันร้ายเหนือกว่าออสก้าและทหารมืดมีแค่เบนจามินกับพวกที่พลังขั้นสูงพอจะมีโอกาสหนี

    “เบนจามินนายต้องตัดสินใจแล้ว” มาโครกดดันเบนจามิน

    “ไม่ ช่วยกันฆ่ามันเรามีโอกาศรอดทั้งคู่”

    ภาพในตอนนั้นย้อนเข้ามาอีกหลายครั้งโดยเฉพาะภาพของฮอร์คิงที่ยอมเสียสละตัวเองอยู่ที่รถถังภาพของทหารมืดที่ยอมระเบิดตัวตายเพื่อช่วยชีวิต

    เบนจามินปฏิเสธที่จะทิ้งใครเอาไว้อีกครั้ง

    “ตาย!” เบนจามินพุ่งเข้าไปหวังจะรีบฆ่าซอมบี้สามให้ได้โดยเร็วที่สุด

    “ฆ่ามัน ย้า!” เลียมเองก็ทะยานตามเบนจามินไปด้วย

    “บ้าเอ้ย! ไอ้พวกสมองกล้าม” มาโครเริ่มใจร้อน สุดท้ายก็กัดฟันเข้าไปสู้ด้วยอีกแรง

    ออสก้าและทหารมืดอีกนายก็ต่อสู้ด้วยเช่นกันแต่ว่าพวกเขามีพลังแค่ขั้นกลางเท่านั้น ทำได้แค่กำจัดซอมบี้ตัวอื่น ๆเพื่อไม่ให้เข้าไปยุ่งกับการต่อสู้ของเบนจามินกับพวก

    สามรุมหนึ่ง แต่ว่าซอมบี้ตัวนี้อย่างน้อยก็มีค่าความแข็งแกร่งทะลุ200 กว่าไปแล้ว มันยังไม่ถึงระดับสูงสุดที่ค่าความแข็งแกร่งต้องเกิน 250 หน่วยขึ้นไป

    ถึงอย่างนั้นก็พอจะสู้กับสามคนได้

    เบนจามินใช้โล่กระแทกเข้าใส่ด้านหน้า ซอมบี้ระดับฝันร้ายใช้มือทั้งสองข้างจับโล่ไว้และกระชากโล่เข้ามาหาก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาหมายจะกัดเบนจามิน

    เห็นแบบนั้นเบนจามินรีบปล่อยโล่ทิ้งย่อตัวลงเพื่อเตะไปที่ขาของมัน

    ซอมบี้ระดับฝันร้ายเตะผสานเข้าใส่ขาเบนจามินจนต้องถอยกลับออกมา

    พละกำลังและร่างกายแข็งแกร่งมาก! เบนจามินรู้สึกเหมือนขาจะหัก

    เลียมที่ตามเข้ามาใช้หอกแทงเข้าไปที่มันซอมบี้ระดับฝันร้ายขว้างโล่ในมือใส่เลียมกลางอากาศ เห็นเช่นนั้นเลียมใช้หอกต้านรับไว้แต่หอกที่ทำจากโหละธรรมดาที่เก็บได้มาจากด้านหน้าของดันเขี้ยนตอนหนีพวกซอมบี้กลับงอตามแรงปะทะของโล่จนบิดผิดรูปไป

    อั๊ก! ปัง!

    เลียมลอยกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ก่อนจะดีดตัวขึ้นไม่สนใจอาการบาดเจ็บคว้าโล่ขึ้นมา

    “หลบ” เสียงมาโครดังขึ้น อีกฝ่ายขว้างระเบิดเข้าใส่ซอมบี้ระดับฝันร้าย

    ตูม!

    ซอมบี้ระดับฝันร้ายตอนแรกมันไม่เข้าใจแต่พอโดนลูกแรกเข้าไปมันก็รู้ว่าสิ่งนี้อันตราย ใบหน้าฉีกจนเห็นถึงกระดูกเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง มันลุกขึ้นมาและคำราม

    “ว๊ากกกก!!!” ซอมบี้ระดับฝันร้ายมีความฉลาดไม่ต่างจากมนุษย์มันโมโหและโกรธมากพุ่งเข้าไปหามาโคร

    เลียมรีบเข้ามาขว้างไว้โดยใช้โล่ต้านการโจมตีซอมบี้ระดับฝันร้ายข่วนเข้าใส่อย่างต่อเนื่องทั้งสองรีบช่วยกันใช้โล่ต้านกำลังของซอมบี้ระดับฝันร้าย

    ตอนนั้นเองเบนจามินก็เข้ามาที่ด้านหลังและกระโดดล็อกคอมันไว้

    มาโครเห็นแบบนั้นก็หมุนตัวออกมาก่อนจะล็อกขามันไว้ทำให้ซอมบี้ระดับฝันร้ายไม่สามารถดิ้นรนได้ แต่มันก็ยังไม่ยอมแพ้กระชากโล่ในมือของเลียมจนหลุดและทุบลงไปที่มาโครเต็มกลางหลัง

    “อัก!”

    มาโครกระอักเลือดและบาดเจ็บอย่างรุนแรงแต่ก็ไม่ยอมปล่อย

    พอมือเป็นอิสระซอมบี้ระดับฝันร้ายก็ตบเข้าไปที่ตัวของเลียมจนร่างกายหมุนไปหลายตลบบาดแผลจากกรงเล็บรุนแรงมาก

    ก่อนที่มันจะเหวี่ยงจนมาโครลอยกระเด็น

    แต่ทว่าในจังหวะที่มันกำลังจะดิ้นหลุดออสก้าก็พุ่งเข้ามาใช้มีดสั้นกระหน่ำแทงเข้าไปที่ตัวของซอมบี้อย่างรวดเร็วจากนั้นก็แทงเข้าไปที่หัวของมัน

    “ตาย!”

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน