เจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย

    วันที่ 2 ดินแดนกลาง

    ที่ดินแดนกลาง ที่ซึ่งผู้คนคาดหวังว่าจะเป็นสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการนองเลือด กลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาดใจ แม้จะมีเสียงการขัดแย้งและความตึงเครียดในบางพื้นที่ แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นล้วนถูกระงับอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด โดยกองกำลังที่สวมชุดเกราะเพลิงฟีนิกซ์จะปรากฏตัวขึ้นทุกครั้งที่เกิดความขัดแย้ง พวกเขาสังหารทุกคนในเวลาอันสั้น ทำให้ดินแดนกลางไม่ตกอยู่ในสภาวะสงครามรุนแรงเหมือนดินแดนอื่น ๆ

    ภายในห้องประชุมอันโอ่อ่าและวิจิตรตระการตา บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ผู้นำกองกำลังจักรพรรดิจากทุกสารทิศได้มารวมตัวกันที่นี่ การประชุมครั้งนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อหารือถึงการเคลื่อนไหวของกองกำลังต่าง ๆ

    "ข้าบอกพวกเจ้าแล้ว... อย่าส่งคนไปโจมตีทวีปอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต! ยิ่งในช่วงที่พลังแห่งสวรรค์ยังคงปิดกั้นเศษโลกนี้อยู่ การกระทำเช่นนั้นไม่เพียงแต่เป็นการยั่วยุนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น แต่ยังเป็นการท้าทายต่อกฎของสวรรค์!"

    เสียงนั้นดังก้องไปทั่วห้อง ทำให้ทุกคนในที่ประชุมต่างนิ่งเงียบ และหันไปมองกลุ่มคนที่ยืนตัวสั่นอยู่กลางห้อง ท่ามกลางกองกำลังระดับจักรพรรดิมากมายที่นั่งอยู่ เหล่าผู้นำต่างพากันตำหนิติเตียนตระกูลหวังที่กระทำการโดยพลการ

    "ตระกูลหวัง เจ้าคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ขนาดนั้นรึไง?" ชายผู้หนึ่งในที่ประชุมตะโกนเสียงดัง

    “ความโลภทำให้คนกลายเป็นคนโง่ได้จริงๆ”

    "การส่งคนเข้าโจมตีทวีปตะวันตกโดยพลการไม่เพียงแต่เป็นการกระทำที่ไม่รับผิดชอบ แต่ยังเป็นการละเมิดสัญญาของพวกเราที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้อีกด้วย!"

    หัวหน้าตระกูลหวังคนใหม่ยืนด้วยท่าทางไม่สนใจใดๆ อยู่ท่ามกลางเสียงตำหนิ เขารู้ดีว่าการกระทำของเขาได้พา ตระกูลของเขาเข้าสู่การถูกต่อว่าหรือดูถูกจากกองกำลังอื่นๆ เพียงเพราะเขาได้ตัดสินใจแอบส่งบรรพบุรุษที่ก้าวสู่ระดับอมตะของตระกูลไปโจมตีแดนตะวันตก หวังว่าจะสามารถทำลายนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นให้ได้และยึดทรัพยากรทั้งหมด

    แต่ไม่กี่วันหลังจากที่บรรพบุรุษของตระกูลหวังออกเดินทาง หยกวิญญาณของบรรพบุรุษก็พังลงอย่างไร้ร่องรอย ส่งผลให้ตระกูลต้องตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนก บรรพบุรุษของพวกเขา ผู้ที่เป็นความหวังของตระกูลได้จากไปแล้ว และไม่มีโอกาสที่จะได้กลับมา

    "บรรพบุรุษของข้า..." หัวหน้าตระกูลหวังพูดด้วยเสียงเรียบเฉย "เขาถูกสังหารหยกวิญญาณของเขาพังลงในชั่วข้ามคืน..."

    ความเงียบสงัดแผ่ปกคลุมทั่วห้องประชุม ไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่สายตาทุกคู่ต่างเต็มไปด้วยความเย็นชาและตำหนิ พวกเขาต่างรู้ดีว่าบรรพบุรุษตระกูลหวังได้กลายเป็นอมตะไปแล้วแต่ก็ยังตาย พวกเขาเริ่มคิดว่าในตอนนี้ นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นมันจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่

    แต่ผู้นำตระกูลบางแห่งพูดขึ้นด้วยเสียงหนักแน่นและหยิ่งยโส

    "อีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น….ข้าหวังว่าพวกมันจะแข็งแกร่งพอสำหรับตระกูลของข้านะ ฮาฮาฮา"

    แต่การประชุมยังคงดำเนินต่อไป แต่บรรยากาศก็ยิ่งเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ ความเงียบสงบของดินแดนกลางอาจเป็นเพียงพายุที่กำลังรอเวลาให้มันระเบิดเต็มที่

    ในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยความเครียด ทุกคนยังคงถกเถียงเรื่องบทลงโทษที่สมควรแก่ตระกูลหวัง ด้วยตระกูลนี้เป็นหนึ่งในตระกูลสำคัญที่มีอิทธิพลสูงในราชวงศ์จักรพรรดิฟีนิกซ์อมตะ พวกเขามีอำนาจมากพอที่จะโยกย้ายดุลอำนาจในราชวงศ์จักรพรรดิฟีนิกซ์อมตะได้ การหารือจึงเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ไม่มีผู้ใดกล้าตัดสินใจโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบ แต่การสนทนาที่ยืดยาวก็ถูกขัดจังหวะอย่างฉับพลัน

    ทันใดนั้น พลังประหลาดปรากฏขึ้นในห้องประชุม เป็นพลังผสมระหว่างแสงสว่างและความมืด มันก่อให้เกิดคลื่นพลังที่ไม่คุ้นเคย ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มตื่นตระหนกเมื่อลมปราณแห่งความมืดขยายตัวออกมาอย่างรวดเร็ว

    ความมืดที่แผ่กระจายออกมากลืนกินสมาชิกตระกูลหวังเข้าไปเป็นลำดับแรก เสียงร้องของพวกเขาถูกกลบด้วยพลังที่รุนแรงเกินจะต้านทาน เหล่าผู้ที่นั่งในห้องประชุมพยายามจะต่อต้าน แต่พลังนั้นดูเหมือนไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งได้ การดูดกลืนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดทุกคนในห้องประชุมถูกดูดเข้าไปในความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด

    ในขณะที่เหล่าทหารแห่งราชวงศ์จักรพรรดิฟีนิกซ์อมตะเห็นเหตุการณ์นี้ พวกเขาต่างตกใจอย่างสุดขีด หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

    "นี่มัน... หรือว่าพลังของอมตะแห่ง….!"

    คำพูดนั้นยังไม่ทันจบดี แสงสว่างเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นทั่วทั้งห้อง แสงสว่างที่แผ่กระจายไปในทุกทิศทางก่อให้เกิดการระเบิดที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เศษโลกเทียนหยวนเคยพบเจอ พลังที่เกิดจากแสงและความมืดปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงระเบิดดังสะท้านไปทั่วทั้งทวีป

    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!

    ทุกคนในเศษโลกเทียนหยวนต่างพากันหันหน้ามองไปยังจุดที่เกิดการระเบิด พื้นดินสั่นสะเทือนและพลังงานที่ไหลออกมาจากจุดนั้นแผ่กระจายไปทั่ว หลายคนตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

    เสียงคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ตามมาจากการระเบิด

    "ไอ้พี่น้องสองคนนั้น... เล่นใหญ่กันจริง ๆ!"

    ชายคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ

    “ถ้าพวกนั้นจัดการทุกอย่างไปหมดแล้ว ข้าจะเหลืออะไรให้ทำบ้าง?”

    “เรารีบไปดีกว่า ก่อนที่คนอื่นจะไปถึง!”

    หวังหลินนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของตระกูลหวัง ความสุขที่เอ่อล้นอยู่ในหัวใจของเขาพร้อมกับสาวน้อยผู้เป็นที่รักนั่งอยู่เคียงข้าง ทั้งคู่ต่างจมอยู่ในความสุขกับอนาคตอันสดใสที่รออยู่เนื่องจากตระกูลหวังเป็นหนึ่งในตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในราชวงศ์จักรพรรดิฟีนิกซ์อมตะ และอีกไม่กี่วันหวังหลินก็จะได้เดินทางไปพบกับพ่อแม่ของเขา หลังจากที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาคิดว่าพวกท่านเสียชีวิตไปแล้ว

    แต่ในขณะที่เขากำลังจินตนาการถึงวันที่จะได้กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว แสงสว่างแปลกประหลาดก็สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทันใดนั้น หวังหลินก็รู้สึกถึงพลังที่เข้มข้นมหาศาล

    "เจ้า…!”

    เขาตะโกนขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัวหรือคิดหาคำตอบใด ๆ แรงเตะมหาศาลก็ซัดเขาและหญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ จนร่างทั้งสองกระเด็นทะลุกำแพงออกมานอกคฤหาสน์

    หวังหลินกระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรง ทุกส่วนของร่างกายบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวด การเพาะปลูกพลังที่เขาฝึกฝนมาตลอดชีวิตพังทลายลงในชั่วพริบตา เขาพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับมีเพียงเสียงครางแผ่วเบาออกมาจากปากของเขา

    ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร ลำแสงแปลก ๆ ก็ยิงตรงมาที่คอของเขา หวังหลินไม่สามารถกรีดร้องความเจ็บปวดออกมาได้และหญิงสาวข้างกายของเขาได้รับชะตากรรมเช่นเดียวกัน เสียงกรีดร้องของเธอคลอเคลียไปกับลมหายใจสุดท้ายของหวังหลิน ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมองภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า

    ภาพที่เขาเห็นทำให้เขาแทบจะนิ่งเงียบไปตลอดชีวิต เมื่อเขามองไปยังตระกูลหวัง บ้านเกิดที่เขารักและเติบโตมาตลอดกลับถูกพลังแห่งความมืดกลืนกิน ไฟแห่งความมืดลุกโชนไปทั่วทุกทิศ ศิษย์และสมาชิกของตระกูลต่างกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ไม่มีผู้ใดหลบหนีออกไปได้ ไม่มีใครรู้แม้แต่น้อยว่าใครหรืออะไรคือผู้สังหารพวกเขา

    หวังหลินกลัวจนตัวสั่นไปทั้งร่าง แต่ก่อนที่ความกลัวจะกลายเป็นความตื่นตระหนก เขาก็สลบลงไปในที่สุด

    ขณะเดียวกัน หญิงสาวข้างกายเขาลุกขึ้นอย่างลำบาก พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สะท้านไปด้วยความกลัวและความโกรธ

    "ข้าเป็นเจ้าหญิงของราชวงศ์ฟีนิกซ์ไฟ! พวกเจ้าต้องการทำอะไรกับข้าหรือพี่ชายหวัง….!"

    แต่คำพูดของนางถูกขัดจังหวะ ชายชุดดำที่น่ากลัวเดินเข้ามาจากด้านหลังของนางอย่างเงียบ ๆ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยออร่าที่แฝงไปด้วยความอำมหิต มือหนาของเขายกขึ้น จับคอของนางด้วยพลังอันรุนแรง ราวกับจะสังหารนางในทันที

    แต่ก่อนที่นางจะถูกสังหาร หวังไป๋ พูดด้วยเสียงขบขันเล็กน้อย "อย่าพึ่งฆ่านางซะละ!"

    ชายชุดดำยิ้มเล็กน้อย สายตาคมกริบของเขาจ้องมองหญิงสาวอย่างเย็นชา ก่อนจะค่อย ๆ คลายมือที่จับคอนางออก ทิ้งให้นางล้มลงกับพื้น

    หวังไป๋ยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเครียดสุดขีด ขณะที่เห็นพลังแห่งความมืดกลืนกินตระกูลหวัง

    "แย่แล้ว!"

    เขาตะโกนลั่น พร้อมรีบหันไปทางน้องชายของเขา "ไอ้น้องชาย! รีบไปกันเถอะ!"

    แต่ทว่า หวังเหอ น้องชายของเขากลับเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงไปยังเมืองถัดไปโดยไม่หันกลับมาฟังคำสั่งของพี่ชายแม้แต่น้อย

    หวังไป๋มองตามด้วยความโกรธและสบถออกมา "ไอ้น้องเวรเอ้ยยย!" ก่อนจะรีบไปที่เมืองอื่นด้วยความเร่งรีบ

    ด้านหวังเหอ เมื่อเคลื่อนที่มาถึงเมืองถัดไป เขาพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด หญิงสาวรูปร่างเล็ก ผิวขาวน่ารักที่ยืนอยู่กลางเมือง ด้วยท่าทางที่ดูไม่เกรงกลัวใคร เธอกล่าวด้วยเสียงเรียบเย็น

    "เมืองนี้เป็นของข้าแล้ว เจ้าจงไปหาที่อื่นเถอะ"

    หวังเหอยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "เอาล่ะ... เนื้อหมูย่างน้ำผึ้งชั้นดี 10 ที่ล่ะ?"

    ชางเชียนยิ้มมุมปาก "10 ที่งั้นเหรอ? เจ้าไม่สามารถซื้อข้าด้วยอาหารได้หรอก" นางตอบกลับพร้อมยิ้มเยาะ

    หวังเหอไม่ยอมแพ้ เขาขบคิดก่อนจะเพิ่มข้อเสนอ "งั้น... 20 ที่เป็นไง?"

    ชางเชียนได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างขึ้นทันที "ตกลง!"

    หวังเหอมองด้วยสีหน้าหนักใจ "ข้าถูกยัยเด็กผี นี้เล่นงานเข้าแล้วไง" เขาพึมพำเบา ๆ รู้ตัวว่าได้ถูกรีดไถไปแบบไม่รู้ตัว

    ในเวลาเดียวกัน หวังไป๋ก็ไม่ได้โชคดีไปกว่าน้องชายของเขา เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์ไม่ต่างกันมาก มูชูหยวน ได้ทำการรีดไถทรัพยากรจากเขาอย่างไร้ปรานีเช่นกัน

    หลังจากการรีดไถและแย่งชิงทรัพยากรเป็นไปอย่างดุเดือด ไม่นานนักทวีปกลางก็ถูกยึดครอง และทรัพยากรทั้งหมดถูกนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นกวาดล้างไปเป็นที่เรียบร้อย

    เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง กองกำลังที่เหลือจากนิกายต่าง ๆ ได้มุ่งหน้ากลับสู่ฐานทัพหลักที่นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น ทุกคนกลับไปพร้อมกับทรัพยากรที่ได้มาอย่างมากมาย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย ที่คุณอ่าน