“คุณหนู นี่ท่าน ท่าน แอบไปล่าสัตว์หรือเ้าข้า บ่าวบอกแล้วว่ามันอันตราย” ทันทีที่พวกนางเดินเข้ามาในลานบ้านพร้อมกับแบ่งสัตว์ป่าตัวเล็กกันคนละ 2 ตัว ทำเองแม่นมเฉิงใเป็อย่างมาก
“เอาน่านม ข้าไม่ไดไปไหนไกลสักหน่อย ไม่เชื่อท่านก็ถามจินเอ๋อดูสิเ้าค่ะ” นางเดินเข้ามาจับมือแม่นมเฉิงอย่างออดอ้อน
“ท่านแม่ๆ ดูสิเ้าค่ะข้ากับคุณหนูได้เนื้อมากินตั้งเยอะนะเ้าค่ะ” อาผิงรู้งานเดินข้ามาสวมกอดแม่นมเฉิงสมทบกับคุณหนูอีกแรงทำเอาเด็กชายยืนทำหน้างงงวยกับท่าทางของหญิงสาวทั้งสอง แม่เช้าพวกท่านุยังดูเหี้ยมโหดกระตือรือร้นในการล่าสัตว์อยู่เลย ไม่ได้ไปไหนไกลตรงไหน พวกท่านเข้าไปลึกเกือบเข้าไปในกลางป่าแล้วด้วย
“เอาหล่ะๆ คราวหลังก็รอท่านอาเฉิงหายดีค่อยให้ท่านอาเฉิงไปหามาให้ก็ได้นะเ้าค่ะ” แม่นมเฉิงพูดถึง รองแม่ทัพเฉิงต้าเหนิง ด้วยเหตุหลบหนีมาอยู่ต่าแคว้นละไม่ให้ชาวบ้านต้องสงสัยจึงเปลี่ยนไปเรียกแม่ทัพเฉิงว่า ท่านอาเฉิง
เนื่องจากรองแม่ทัพเฉิงเป็เหมือนน้องชายของแม่ทัพไป๋ตงหลาน ได้ท่านแม่ทัพช่วยชีวิตไว้จึงจงรักภักดีและขอติดตามมาจนถึงทุกวันแม้ตนจะเป็ถึงรองแม่ทัพก็ตาม จากนั้นเมื่อท่านแม่กับได้แต่งงานกับท่านหญิงเหลียงซินซีบุตรสาวในอ๋องแห่งแคว้นเหลียงน้องชายในสายเืของฮ่องเต้แคว้นเหลียง เขาจึงตกหลุดรักสาวใช้ของฮูหยินไป๋และสู่ขอแม่นมเฉิง มาแต่งงานด้วย ฮูหยินไป๋จึงตกลงแล้วให้แม่นมเฉิงไปอยู่จวนรองแม่ทัพเป็จวนเล็กติดกับจวนแม่ทัพ
ต่อมาแม่นมเฉิงก็คลอดบุตรอายุไล่เลี่ยกันกับไป๋ลี่หลิน นางจึงขออาสาไปเป็แม่นมช่วยอดีตฮูหยินเลี้ยงดูคุณหนู เมื่อองค์ชายเหลียงติ้งเจาของหนึ่งในสนมก่อกฏสั่งสังหารสายเืราชนิกุลทั้งหมดแต่หากยอมสวาดิภักดิ์ก็จะละเว้น ฮ่องเต้แคว้นเหลียงไม่ยินยอมสั่งให้แม่ทัพไป๋คุ้มครองพาสายเืราชนิกุลหนีออกไปจากแคว้น
แม่ทัพไป๋จงรักภักดีต่อฮ่องเต้เขาได้ดีจนถึงทุกวันนี้เป็เพราะฮ้องเต้จึงสั่งให้รองแม่ทัพเฉิงที่เชื่อฟังท่านแม่ทัพทุกอย่างไปคุ้มกันเหล่าราชนิกุล เป็เพราะองค์ชายเหลียงติ้งเจารู้ทันจึงส่งนักฆ่าไปรอมพวกเขาไว้จึงถูกสังหารเกือบสิ้น ฮูหยินไป๋จึงสละตัวถ่วงเวลาให้บุตรของนางได้หนีจนตัวตาย
สุดท้ายพวกนางก็หนีออกมาได้ส่วนพวกองค์ชายองค์หญิงพวกนั้นก็วิ่งหนีกันกระเจิงไปคนทิศคนละทาง เหลือแต่พวกนาง 4 คนส่วนรองแม่ทัพเฉิงก็าเ็สาหัส บุตรสาวของแม่นมเฉิงกับรองแม่ทัพก็ตายระหว่างหลบหนี สุดท้ายก็เหลือแต่เถ่ากระดูกติดตัวเดินทางอย่างทุลักทุเลมาถึงแคว้นฉิน
“ท่านแม่ๆ ข้าอยากกินไก่ตุ๋น ท่านช่วยทำให้ข้ากินหน่อยนะเ้าค่ะ” เสียงอาผิงดังเข้ามาขัดจังหวะความคิดของไปลี่หลินทันที
“เ้าเด็กคนนี้นี่” แม่นมเฉิงถึงกับส่ายหัวให้กับเด็กน้องเห็นแก่กินคนนี่
หลังจากที่ปาร์ตี้เนื้อจบสิ้นนางจึงเดินเข้าไปในถ้ำน้อยติดกับลำธารที่ไหลผ่านลานบ้านของนางเพื่อไปอาบน้ำ ซึ่งนางสร้างโดยใช้เถาวัลย์ไม้เลื่อยเป็ประตูปิดในถ้ำไว้ แปลกยิ่งนักแม้ข้างนอกจะหนาวเย็น แต่ข้างในถ้ำกลับอบอุ่นน้ำในบ่อกลับมีไออุ่นร้อนพุ่งขึ้นมาอวบอวนลอยทั่วถ้ำ ช่างเหมือนดั่งวิมารของนางยิ่งนัก
“โอ๊ะ!! เ้านั่งทับข้า ลุกออกไปเดี๋ยวนี้นะ” ทันทีที่นางลงไปแช่ในบ่อน้ำก็ได้ยินเสียงใสๆ ดังขึ้นมาอย่างโกรธเคลืองทำให้นางใเป็อย่างมาก
“ใคร! เสียงใครน่ะ ออกมานะ” นางกวาดตามองดูรอบๆ อย่างหวาดละแวงแต่็ไม่เห็นมีอะไร
“ข้าอยู่นี่เ้านั่งทับข้าอยู่นี่ เอ๊ะ! เ้าไม่ยินเสียงข้าด้วยหรอ พิเศษไปเลยข้าเงียบเหงามานานไม่มีเคยได้ยินเสียงข้าเลย”
นางรีบลุกขั้นมาจึงเห็นดอกบัวน้อยสีขาวบนหัวเป็ดอกบัวบานมีลำตัวเป็ลักษณะเหมือนบัวหิมะมีตาและปาก “นะ นี่ เป็ตัวประหลาดอะไรกันนี่”
“ตัวประหลาดอะไรหล่ะ ข้าคือเซียนน้อยดอกบัวขาว ยานพาหนะของท่านเทพธิดาไป๋เหลียงฮวาพระนางเป็เ้าแห่งมวลบุปผาตัวแทนเห่งความดีและคุณธรรมเป็เ้าแห่งการรักษา ส่วนที่ข้าเป็แบบนี้ก็เพราะข้ามีเพื่อนคนหนึ่งเป็เซียนบัวหิมะ นางสละตัวเองกลั่นเป็ยาให้กับเทพสงความคนรักของพระนาง พระนางไป๋เหลียงฮวาจึงตอบแทนเชื่อมิญญาพวกข้าให้เป็ส่วนหนึ่งของกันและกันตะบะและลมปรานที่ข้าทั้งสองบำเพ็ญมานับพันปีจึงทำให้ข้ากลายร่างเป็เซียนแห่งสมุนไพร มีร่างกึ่งดอกบัวและบัวหิมะไงหล่ะ”
“นี่มันจะแฟนตาซีเกินไปแล้ว” นางนั่งฟังบัวน้อยเล่าที่มาของมันด้วยอาการที่เหลือเชื่อ คิดว่าตัวเองฝันไปนินางทะลุเวลามาอยู่ที่นี้นางว่ามหัศจรรย์มากแล้วมาเจอเื่ราวเทพเซียนอะไรนี่อีก นางจะบ้าตาย