ตอนที่71 เงาสงครามปกคลุมดัลลัส
ค่ายแกนนอน
ภายในอาคารคอนกรีตที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องโถงบัลลังก์เสียงโวยวายดังสะท้อนกำแพงเหล็ก
แกนนอนนั่งอยู่บนบัลลังก์เหล็กของตนเอง ขณะที่กำลังฟังรายงานของลูก้าด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความโกรธ
“ตราประทับดินแดน…หายไป? ร่องรอยพวกมันก็หาไม่เจอไม่รู้ใครคือคนที่ปล้นของพวกเขาไป!”
ลูก้าก้มหน้าเงียบเพราะรู้ว่าตอนนี้อารมณ์ของท่านลอร์ดกำลังเดือดสุด ๆแน่นอนว่าทุกอย่างก็ไม่ใช่ความผิดของเขาใครจะไปคิดว่าตอนที่กำลังติดตามไปจะเกิดเรื่องคลื่นซอมบี้ขึ้น
สุดท้ายโดนเรียกตัวกลับมากะทันหันหลังจากจบเรื่องคลื่นซอมบี้แล้ว แต่พอไปตามหาล่องลอยมันก็หายไปด้วย
“นายท่านพวกซอมบี้คงลบล่องลอยของพวกมันจนหายไปหมดถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าเราจะตามหามันไม่เจอ” มอร์กล่าวขึ้นมา
“หมายความว่ายังไง พูดมาเดี๋ยวนี้”ลอร์ดแกนนอนจ้องเขม็ง เสียงที่เปล่งออกมาช้าและเย็นเฉียบ
มอร์รู้ว่าถ้าเขาให้คำตอบที่ดีไม่ได้คงโดนลงโทษแน่
“นายท่านคลื่นซอมบี้ทำให้ค่ายในเขตดัลลัสลดลงใช่ไหมถ้าร่วมกับข้อมูลที่ว่าพวกที่โจมตีขบวนขนส่งตราประทับดินแดนที่นำโดยบารอนจะต้องเป็นพวกที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอนดังนั้นพวกมันจะต้องไม่ถูกทำลายในคลื่นซอมบี้”
“พันธมิตรผู้แก้แค้น ลอร์ดพยัคฆ์จากค่ายอสูร”ลูก้ากล่าวขึ้นมา
“มีโอกาสอยู่ แต่ว่าก็ไม่มากขนาดนั้นท่านลอร์ดเส้นทางที่พวกนั้นหนีไปมันอยู่คนละทางกับค่ายอสูร แถมตอนเกิดเรื่องพวกค่ายอสูรก็ยังทำสงครามกับพวกเราและค่ายดีแลนอยู่”
“ว่าต่อ” ลอร์ดแกนนอนตั้งใจฝังมากขึ้นเพราะรู้สึกว่าคำพูดของมอร์มีเหตุผล
“พวกที่โจมตีต้องเป็นค่ายที่พวกเราคาดไม่ถึงไม่อ่อนแอเกินไป แต่ก็ไม่แข็งแกร่งจนอยู่ในสายตาของเรา แบบนั้นจึงจะหลบเลี่ยงสายตาเราได้”
“จะบอกว่ามีคนแอบซ่อนพลังแล้วดัดหลังค่ายพวกเราอย่างเหรอ”ลูก้าถาม “ใครมันกล้าว่ะ บอกมาเดี๋ยวฉันจะไปถล่มมันเอง”
“นายไปได้แน่นอนทิศทางที่พวกมันหนีไปมีค่ายอยู่ไม่มาก มันขึ้นไปยังเส้นทางเมืองร้างในบริเวณนั้นมีค่ายระดับ 2 อยู่สองสามค่าย สองในสามค่ายเป็นค่ายที่บอกว่าตัวเองเป็นกลางตอนนี้ตั้งกลุ่มค่ายที่เป็นกลางคอยช่วยเหลือกันอยู่”
“สองในสามค่าย แล้วอีกค่ายหนึ่งละ”ลอร์ดแกนนอนถามน้ำเสียงเริ่มเย็นชามากขึ้น เพราะพอจะเดาออกบ้าง
“ค่ายที่ยึดครองโรงเรียนมัธยมปลายดัลลัสค่ายมิดไนท์”
“ค่ายนั้นนะเหรอ ที่แย่งยึดที่นั่นไป”ลูก้าจำได้ดีเพราะคำว่าโรงเรียนมัธยมปลายดัลลัสคือหนึ่งในสถานที่เป้าหมายที่พวกเขาอยากจะยึดอยู่เหมือนกัน
“ลอร์ดตัวเล็กแบบนั้น จะกล้าลอบกัดฉัน? ลูก้าส่งคนไปสืบเรื่องค่ายมิดไนท์มาฉันต้องการรู้ทุกอย่างของมัน”
“ขอรับนายท่าน”
ลอร์ดแกนนอนกดความโกรธลงไปและหันกลับมาดูเรื่องสงครามที่ใกล้เข้ามาลุกขึ้นจากบัลลังก์ไปยังห้องบัญชาการ
แผนที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะมือของแกนนอนเลื่อนไปบนแผนที่เขตดัลลัส ตำแหน่งค่ายหลายแห่งถูกขีดไว้ด้วยหมึกสีแดง
ตั้งแต่เหตุการณ์คลื่นซอมบี้เขตดัลลัสก็แบ่งออกเป็นสองฝ่ายพันธมิตรผู้แก้แค้นกับพันธมิตรราชาและทั้งสองฝ่ายกำลังทำสงครามกองโจรอยู่ทั่วเขต
แม้แต่ค่ายที่เป็นกลางก็เริ่มถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง
“ส่งคำสั่งไปยังพันธมิตรราชา”
แกนนอนกล่าวช้า ๆ
“ให้พวกมันตรึงกำลังของพันธมิตรผู้แก้แค้นไว้ลอบโจมตีไปเรื่อย ๆ” เขาหยุดเล็กน้อยก่อนยิ้มเย็นยะเยือก“อย่าให้พวกมันมีเวลาหายใจ”
ลูก้าถามขึ้น
“แล้วเรื่องการขึ้นชั้นสองล่ะครับ”
ดวงตาของแกนนอนเป็นประกาย
ในเขตดัลลัสตอนนี้มีเพียงค่ายแกนนอนที่มีสิทธิ์ขึ้นไปยังชั้นสอง
“แน่นอน ต้องขึ้นชั้นสอง”ลอร์ดแกนนอนพูดเสียงต่ำ “และก่อนวันนั้น…”
สายตาของเขาเลือนไปยังตำแหน่งค่ายมิดไนท์บนแผนที่
“จะต้องกำจัดทุกคนที่ขวางทางให้หมด ทรัพยากรผู้รอดชีวิต ทุกสิ่งที่นี่ต้องเป็นของฉัน”
...
ภายในค่ายอสูร บรรยากาศตึงเครียดผิดปกติ
ลอร์ดพยัคฆ์ยืนอยู่หน้ากระดานแผนที่ไม้ขนาดใหญ่ดวงตาคมกริบกวาดมองตำแหน่งค่ายต่าง ๆ ที่ถูกปักหมุดเอาไว้
หมุดสีแดงจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ทางทิศตะวันออก
ค่ายแกนนอน
หนึ่งในนายทหารของค่ายอสูรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักใจ
“นายท่านลอร์ดพยัคฆ์ข่าวจากหน่วยสอดแนมยืนยันแล้วครับพันธมิตรราชากำลังเคลื่อนกำลังเข้ามาใกล้เขตของเรา”
อีกคนเสริมทันที
“กำลังของพวกมันมีทหารฝีมือดีจำนวนมากโดยเฉพาะจากกองกำลังของค่ายแกนน่อน”
ลอร์ดพยัคฆ์เงียบไปครู่หนึ่งสีหน้าของเขาเคร่งเครียด
หลังเหตุการณ์คลื่นซอมบี้หลายค่ายสูญเสียกำลังไปมาก แต่ค่ายแกนน่อนกลับฟื้นตัวเร็วผิดปกติ ชัดเจนว่าพวกนั้นได้กวาดเอาทรัพยากรจากค่ายที่พวกมันร่วมมือกันโจมตีเอาไปเป็นจำนวนมาก
แถมพอเกิดคลื่นซอมบี้ค่ายโดนทำลายเยอะมากผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่จะโดนซอมบี้กิน แต่ว่าก็มีอีกเยอะที่หนีไปได้แม้ชื่อเสียงของค่ายแกนนอนจะย่ำแย่ แต่ความแข็งแกร่งก็ชัดเจน มันพอดึงดูดผู้รอดชีวิตหน้าใหม่เข้าไปร่วมค่ายได้
เติมกำลังทหารที่เสียหายไปอย่างรวดเร็ว
ต่างจากพันธมิตรผู้แก้แค้นพวกเขาไม่มีทรัพยากรมากขนาดนั้นแถมหลังเกิดเรื่องคลื่นซอมบี้จำนวนคนก็ลดน้อยลงไปมากถ้าไม่ใช่เพราะค่ายอสูรช่วงชิงคนจากค่ายโลหิตที่แตกกระจายมาได้ถูกเวลา
ค่ายอสูรคงไม่สามารถเป็นผู้นำและควบคุมพันธมิตรได้แต่นอนชั่วคราว ถ้ายืดเยื้อนานเข้าพวกเขาก็แบกพันธมิตรผู้แก้แค้นไม่ไหว
“พวกนั้นมีกำลังระดับสูงมากเกินไป”ลอร์ดพยัคฆ์พูดเสียงต่ำ
“หากปะทะกันตรง ๆ ค่ายอสูรอาจเสียเปรียบ”หนึ่งในหัวหน้าหน่วยถามขึ้น
“งั้นเราควรทำอย่างไรดีครับท่านลอร์ด”
ลอร์ดพยัคฆ์ยกมือขึ้นช้า ๆ
“เตรียมพร้อมรับศึกหนักสั่งให้ทุกค่ายในพันธมิตรผู้แก้แค้นเข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมรบ”เขาหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “แต่เราจะไม่บุกก่อน”
หลายคนมองหน้ากันอย่างสงสัย
ลอร์ดพยัคฆ์หันกลับมาที่แผนที่
นิ้วของเขาเคลื่อนผ่านเส้นทางหลายสายก่อนจะหยุดที่พื้นที่ใจกลางของเขตตรงจุดนั้นเรียกว่าเป็นส่วนตัดของเขตเลยก็กว่าได้
“ค่ายแกนนอนอยู่ตรงนี้ ค่ายเราอยู่ทางด้านนี้แล้วก็เส้นทางตรงนี้คือพวกค่ายที่เป็นกลาง เราจะใช้แผนยั่วพวกมันให้บุกเข้าไปเคาะประตูหน้าบ้านของพวกค่ายเป็นกลาง”
“แผนการท่านลอร์ดสุดยอดมากหาศัตรูให้ค่ายแกนนอน หาพันธมิตรเพิ่มให้กับพวกเรา”
“แบบนี้เราก็ไม่ต้องระแวงค่ายที่เป็นกลางจะลอบกัดด้วยยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”
“สามตัวต่างหาก ได้ทั้งกำลังเสริมได้ทั้งกดดันพันธมิตรราชา แล้วยังควบคุมพวกค่ายเป็นกลางด้วย”
“แต่ว่าจะทำแบบนั้นได้มันต้องระวังมากเพราะถ้าพวกนั้นรู้ว่าเราจงใจชักนำไฟไปเผาบ้านพวกมันคงไม่ดีแน่นอน”
ในเวลานั้นเอง เสียงโกลาหลเล็ก ๆดังขึ้นด้านนอก
ทหารคนหนึ่งรีบเข้ามารายงาน
“ท่านลอร์ด! มีนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งขอเข้าพบครับพวกเขาบอกว่าหนีออกมาจากค่ายแกนนอน”
ลอร์ดพยัคฆ์หรี่ตา
“หนีออกมา?”
ทหารพยักหน้า
“พวกเขาบอกว่าค่ายนั้นกดขี่นักผจญภัยมือใหม่บังคับให้หาทรัพยากร แล้วยังขูดรีดทุกอย่างที่ได้มาแถมตอนเกิดคลื่นซอมบี้ยังถูกบังคับสู้ตายที่แนวกำแพงด้วยพอได้ยินว่ามีพันธมิตรผู้แก้แค้นที่ต่อต้านค่ายแกนนอนพวกเขาก็อยากจะร่วมมือกับพวกเรา”
ห้องประชุมเงียบลง
ลอร์ดพยัคฆ์หัวเราะเบา ๆ หันไปหานายทหาร
“สมกับเป็นแกนน่อนจริง ๆพาเหล่านักผจญภัยพวกนั้นเข้ามา”
...
ค่ายมิดไนท์
หลังเที่ยงคืนในหอคอยโลกาวินาศเงียบงันกว่าปกติแสงจันทร์สีซีดส่องลอดผ่านหน้าต่างสูงของห้องทำงานตกกระทบพื้นไม้เป็นเงายาว
กัสยืนอยู่ข้างหน้าต่างเพียงลำพังสายตามองออกไปยังความมืดที่ปกคลุมเขตดัลลัสตลอดแนวรั่วของค่ายมีแสงคบเพลิงจากค่ายมิดไนท์ส่องวูบไหวราวกับดาวเล็ก ๆท่ามกลางทะเลแห่งความมืด
ลมกลางคืนพัดผ่านช่องหน้าต่างพาเอากลิ่นดินกลิ่นควันไฟ และเสียงหอนแผ่วของซอมบี้จากที่ไกลออกไปเข้ามาในห้อง
เขายืนเงียบอยู่เช่นนั้นมือข้างหนึ่งวางอยู่บนขอบหน้าต่าง ความคิดหมุนวนอยู่กับข่าวคราวของค่ายต่าง ๆในเขตดัลลัสพันธมิตรที่กำลังแตกแยก สงครามกองโจรที่ลุกลามและเงาของค่ายแกนนอนที่เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ในความเงียบของค่ำคืนนี้กัสรู้ดีว่าทุกก้าวต่อไปของเขาจะกำหนดชะตาของค่ายมิดไนท์เขาไม่ได้มองเพียงแค่การเอาตัวรอดอีกต่อไป แต่กำลังมองไปยังทั้งเขตดัลลัสราวกับกำลังวางหมากบนกระดานที่มองไม่เห็นรอเพียงจังหวะที่เหมาะสมเพื่อเดินหมากตัวต่อไป
โดยหมากต่อไปของเขาตอนนี้ได้มาถึงแล้วพิมพ์เขียวที่ปรากฏอยู่ในมือของกัส
ช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่แค่ไม่กี่ชั่วโมงค่ายมิดไนท์ก็ไม่เคยหลับใหลทหารมืดลาดตระเวนไม่หยุดพัก เพราะแม้จะผ่านช่วงคลื่นซอมบี้มาแล้วแต่ก็ยังมีซอมบี้อีกจำนวนมากที่หลบเลี่ยงอยู่ในอาคารและตึกร้างต่าง ๆ
บางครั้งพวกมันก็ร่วมฝูงเข้ามาที่ค่ายได้ช่วงนี้มันลดน้อยลงไปมาก เพราะว่ากัสสั่งให้แอรีสออกไปกวาดล้างอยู่หลายรอบ
กัสเดินลงจากอาคารกลางไปยังพื้นที่ด้านหลังแม้จะเป็นหลังเที่ยงคืน แต่การทำงานที่พื้นที่ด้านหลังค่ายก็ไม่ได้หยุดลง
โดยเฉพาะกับโรงหลอมอาวุธที่มีโรเจอร์เป็นผู้ดูแลควบไปกับตำแหน่งผู้ดูแลผู้รอดชีวิตไปก่อน
ระบบหลายอย่างในค่ายยังไม่ถูกสร้างขึ้นโดยเฉพาะฝ่ายบริหารที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง กัสมีแนวคิดที่จะทำอยู่แต่เพราะวุ่นวายมากในช่วงนี้และยังไม่จำเป็นมากนัก
ที่นี่ผู้รอดชีวิตไม่กล้าก่อเรื่องเพราะอำนาจทางทหารอยู่กับกัสเพียงผู้เดียว เขาบังคับใช้ผ่านทหารมืดแม้กัสจะไม่ได้สนใจควบคุม ก็ไม่มีผู้รอดชีวิตตาบอดที่ไหนกล้าก่อความวุ่นวาย
กัสไม่ต้องเข้าไปที่โรงหลอมอาวุธก็มองเห็นผ่านประตูที่เปิดอยู่ของโรงหลอมว่ามีผู้รอดชีวิตจำนวนมากกำลังทำงานอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ
โรงหลอมอาวุธเปลี่ยนไปเยอะมากโดยเฉพาะเมื่อมีเตาหลอมฟินิกซ์เพิ่มเข้ามา