“ แม่นางซินอี๋ คุณหนูอยากให้แม่นางพาไปที่โรงเตี๊ยมตระกูลไป่ในคืนวันพรุ่งนี้ แม่นางพอจะพาคุณหนูไปได้หรือไม่ ”
ลุงหานยืนอยู่หน้าประตู นับตั้งแต่แม่นางซินอี๋เข้ามาอาศัยอยู่ภายในตระกูลม่อ เธอออกมาจากห้องเพียงแค่ช่วงเช้าเท่านั้น หลังจากทานอาหารเธอจะเก็บตัวพักฟื้นไม่พบผู้ใด
“ ทำไมคุณหนูถึงอยากไปสถานที่เช่นนั้นกัน ”
“ ตระกูลไป่เชิญคุณหนูไปที่นั่น ข้าคิดว่าคงเป็นเรื่องการชำระล้างปราณปีศาจ ”
“ จะให้ข้าพาไปเช่นใด ”
“ ปกปิดตัวตน ”
“ คงกลัวว่าจะมีผู้คนรู้เกี่ยวกับอาการป่วยในโรงเตี๊ยมสินะ ข้าจะพาคุณหนูไปเองท่านไม่ต้องเป็นห่วง ”
“ ขอบคุณแม่นางซินอี๋ ”
ซินอี๋หันกลับมามองมือของตนหลังจากเสียงเท้าของลุงหานเดินจากไปไกลแล้ว เมื่อวานเธอบอกคุณหนูเสวี่ยหรงให้รับรู้เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเธอว่าหายดีแล้ว เพียงแต่ยังไม่สามารถฟื้นฟูพลังปราณกลับมาได้ดังเดิม
ไม่ใช่เพียงเพราะตันเถียนเสียหายจากปราณพิษและปราณปีศาจที่กัดกร่อนเป็นเวลานาน การสละซึ่งปราณมารทำให้วรยุทธ์ของเธอถดถอยลงมาหลายขั้น การจะฟื้นฟูวรยุทธ์กลับไปยังจุดเดิมจะต้องใช้สมุนไพรและโอสถจำนวนไม่น้อย ถึงอย่างนั้นการกลับไปยังระดับเดิมในครั้งนี้ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนครั้งแรก เพียงใช้การเก็บสะสมปราณครึ่งหนึ่งก็สามารถเลื่อนระดับไปยังระดับที่สูงกว่าได้
“ เข้ามาใกล้ขนาดนี้ยังไม่ตื่นอีกหรือ อดหลับอดนอนมาจากที่ใดกัน ”
เสวี่ยหรงเดินวนเรียนรอบๆสาวใช้ เธอกำลังนั่งหลับด้วยท่าทางสบายใจ แม้จะดูปวดหลังไม่น้อย ใบหน้าของเธอกลับยิ้มระรื่นราวกับกำลังฝันหวาน
เสวี่ยหรงจึงยื่นมือไปแตะไหล่เบาๆแล้วลองใช้สกิลข้ามขีดจำกัด จากคำอธิบายของสกิลใช้เพื่อทะลวงคอขวดให้กับผู้ฝึกยุทธ์จนก้าวข้ามไปอีกระดับ
สกิลนี้ไม่ได้มีไว้ใช้สำหรับเธอแต่ใช้กับผู้อื่น ทันทีที่เสวี่ยหรงลองจินตนาการให้สกิลทำงาน บนร่างของยี่ยี่ก็เกิดแสงสีทองวูบวาบก่อนจะลืมตาตื่นด้วยท่าทางตกใจ
“ คุณหนูทำสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ โอ๊ย! ”
หลังจากพูดจบยี่ยี่ก็กลิ้งไปกับพื้น เธอรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างราวกับกำลังถูกมดนับล้านกัดไปตามร่างกาย เธอไม่ได้เจ็บแค่ผิวหนังแต่รู้สึกเจ็บไปจนถึงภายใน เสวี่ยหรงจึงบอกให้ยี่ยี่ทำใจให้เย็นแล้วโกหกไปว่าเธออาจจะสร้างตันเถียน
“ คุณหนูเจ้าคะ ตอนที่คุณหนูสร้างตันเถียนทำไมข้าไม่เห็นได้ยินคุณหนูร้องเลยเจ้าคะ โอ๊ยโอ๊ย! ”
“ ตั้งสติเอาไว้แล้วลองโคจรลมปราณตามที่ข้าบอก ”
ยี่ยี่หลับตาแล้วพยายามลุกขึ้นนั่งสมาธิ จากนั้นเธอก็เริ่มควบคุมปราณให้พวกมันไหลไปทางเดียวกัน จุดหมายของพวกมันคือตันเถียน
เสวี่ยหรงเห็นยี่ยี่กำลังตั้งใจเธอจึงรออยู่ใกล้ๆ เพียง 1 ก้านธูปที่เห็นสาวใช้ทนเจ็บปวด เธอก็เห็นดวงตากลมโตค่อยๆหันมองมา
“ ข้าปลุกตันเถียนได้แล้วเจ้าค่ะ แฮ่แฮ่ เกือบไม่รอดแล้วเจ้าค่ะคุณหนู ”
“ เจ้าเก่งมากยี่ยี่ ข้ายังใช้เวลาตั้งหลายวัน เจ้าใช้แค่ไม่กี่วันก็สร้างตันเถียนได้แล้ว แม้แต่ผู้ที่เป็นถึงระดับเซียนยังใช้เวลา 1 เดือนเลยนะ ”
“ แต่ข้าไม่อยากเป็นเซียนเลยนะเจ้าคะ ข้าแค่อยากทำงานบ้านได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อย ”
“ เอาเถอะ จะทำอะไรก็ช่าง ข้าจะสอนเกี่ยวกับวรยุทธ์ท่าเท้าของตระกูลม่อให้ก็แล้วกัน ”
“ ข้าได้ยินมาว่าวรยุทธ์ตระกูลม่อจะไม่ส่งต่อให้คนนอกตระกูล ข้าเป็นเพียงสาวใช้เรียนไม่ได้หรอกนะเจ้าคะคุณหนู ”
“ ตอนนี้ข้าเป็นผู้นำตระกูลแล้ว ข้าจะสอนให้ผู้ใดมันก็เรื่องของข้า หรือเจ้าอยากจะถูกข้าทิ้งห่าง ”
“ ข้าฝึกเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากถูกคุณหนูทิ้งระหว่างทาง ข้าจะฝึกมันเพื่อให้วิ่งตามคุณหนูให้ได้เลยเจ้าค่ะ ”
เสวี่ยหรงมองท่าทางของยี่ยี่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกฮึกเหิม เพียงแต่ว่าการฝึกวรยุทธ์เธอไม่สามารถช่วยย่นระยะเวลาให้ได้ อีกฝ่ายจะต้องพึ่งตนเอง
หลังจากบอกวิธีโคจรลมปราณของก้าวย่างชมจันทร์ส่วนแรกให้กับยี่ยี่แล้ว เสวี่ยหรงจึงเดินไปยังต้นท้อปล่อยให้สาวใช้ฝึกมันด้วยตนเอง ในระหว่างนี้เธอไม่ลืมมองมือของตนเพราะดูเหมือนว่าเธอจะได้สกิลโกงมาหลายอย่างเช่นกัน
สกิลข้ามขีดจำกัดไม่สนใจเลยว่าปราณที่สั่งสมเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดมากน้อยแค่ไหน ขอเพียงแค่รวบรวมลมปราณจนมาถึงคอขวด เธอสามารถทะลวงคอขวดให้เขาผู้นั้นได้
ในอนาคตสกิลนี้จะทำให้ตระกูลม่อกลับมายิ่งใหญ่ เธอสามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ นอกจากนั้นยังช่วยเหลือผู้ที่จะกลายเป็นกองกำลังให้กับตระกูลม่อให้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปยังระดับถัดไปได้ง่ายๆ
ทรัพยากรจำนวนมากที่ใช้สำหรับก้าวข้ามขีดจำกัดจะถูกนำไปใช้กับการสะสมปราณเพื่อไปให้ถึงคอขวดระดับต่อไปแทน ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าลุงหานและพ่อบ้านหวางอยู่ในจุดสูงสุดของระดับก่อกำเนิดปราณเธอจึงเดินไปหาลุงหานเป็นลำดับแรก
“ คุณหนู ท่านมาหาข้ามีเรื่องใดเช่นนั้นหรือ ”
ลุงหานยังคงนั่งเฝ้าประตูทางเข้าตระกูลม่อ เสวี่ยหรงจึงใช้โอกาสนี้ส่องดูด้านนอก ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาส่วนหนึ่งกลับไปแล้ว แต่ก็ยังเหลืออีกส่วนหนึ่งที่ปักหลักรอบๆตระกูลม่อรอคอยโชควาสนา
“ ลุงหานติดอยู่ระดับก่อกำเนิดลมปราณนานเท่าใดแล้ว ”
“ คุณหนู แม้ข้าจะได้รับทรัพยากรก็เถอะ วรยุทธ์ของข้าไม่สามารถก้าวข้ามคอขวดได้ ท่านมีสิ่งใดจะพูดกับข้างั้นหรือ ”
“ ข้าขอลองทำบางสิ่งดูหน่อย เผื่อมันจะช่วยท่านลุงได้ ”
ลุงหานไม่ได้คิดสิ่งใดมาก เขาทำเพียงปล่อยให้คุณหนูใช้มือสัมผัสแผ่นหลัง พริบตานั้นเองเขาก็พบเข้ากับความรู้สึกร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ตามผิวหนังมีเม็ดเหงื่อผุดออกมาราวกับว่าเขากำลังอยู่ในเตาเผา ชั่วอึดใจเขาก็พบว่าตนเองกลายเป็นระดับปราณไหลเวียนขั้นเริ่มต้นแล้ว จึงอดไม่ได้จนต้องหันมองคุณหนูเพื่อขอคำตอบ
“ คุณหนู ท่านทำได้เช่นไร ”
“ ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ”
“ คุณหนู หากสิ่งที่ท่านทำเหมือนกับการชำระล้าง ท่านอย่าได้บอกผู้ใดเด็ดขาด ท่านรู้หรือไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้างหากมีคนรู้ว่าท่านช่วยให้คนก้าวข้ามคอขวดไปได้ ”
“ ปัญหา ”
“ ใช่แล้วคุณหนู ปัญหาจะถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน แม้คุณหนูจะได้ประโยชน์จากมัน ข้ากลับคิดว่ามันจะให้ผลเสียมากกว่า ฝ่ายที่ไม่ชอบท่านจะต้องรีบหาทางกำจัดท่านอย่างแน่นอนก่อนที่ตระกูลม่อจะกลับมาอีกครั้ง ”
“ ข้าเข้าใจแล้ว ท่านลุงอย่าได้ไปบอกผู้ใดเช่นกันล่ะ ”
เสวี่ยหรงมุ่งหน้าไปหาพ่อบ้านหวางที่กำลังกวาดลานบ้าน
“ คุณหนูมีสิ่งใดหรือ ”
“ พ่อบ้านหวาง ข้าขอสัมผัสแผ่นหลังท่านหน่อย ”
พ่อบ้านหวางไม่ได้ถามสิ่งใดต่อ เขาทำเพียงยืนนิ่งๆรอให้คุณหนูเข้ามาสัมผัสแผ่นหลัง เมื่อรับรู้ได้ถึงมืออุ่นๆวางทาบลงไปบนหลังของตนเองนั้น พ่อบ้านหวางก็สัมผัสได้ถึงความร้อนกำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
“ คุณหนูทำสิ่งใด เหตุใดข้าถึงก้าวข้ามคอขวดจนกลายเป็นระดับปราณไหลเวียนได้กัน ”
พ่อบ้านหวางรู้สึกตกใจ เขาติดอยู่ระดับนี้มาเป็นเวลานานไม่คิดว่าตนเองจะฝ่ามันมาได้ คุณหนูทำเพียงวางมือลงบนแผ่นหลังกลับทำให้เขาก้าวข้ามคอขวด
“ อย่าไปบอกผู้ใดล่ะ ”
พ่อบ้านหวางเข้าใจสิ่งที่คุณหนูเอ่ย สิ่งนี้คงจะเป็นพลังแปลกประหลาดที่คล้ายกับความสามารถในการชำระล้างปราณปีศาจ
หลังจากเสวี่ยหรงช่วยพ่อบ้านแล้วเธอจึงเริ่มลงมือตามหาห้องลับด้วยการเดินเคาะไปตามส่วนต่างๆของตระกูลม่อจนกว่าจะเจอพื้นที่แปลกๆที่นำเธอไปสู่ห้องลับ เธอยังไม่คิดจะใช้สกิลข้ามขีดจำกัดกับผู้อื่นแม้แต่พี่สาวซินอี๋ เนื่องจากยังไม่เชื่ออีกฝ่ายดีพอ
พ่อบ้านหวาง ลุงหาน ยี่ยี่และแม่นมหลิงคือคนที่อยู่กับเธอมานาน ภายในนิยายทั้ง 4 คนคือข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ เธอจึงกล้าแสดงหลายอย่างให้เห็น
กระทั่งพระอาทิตย์ตกดินเสวี่ยหรงจึงเดินไปห้องครัวเพื่อดูสบู่
“ คุณหนูทำสิ่งใดอยู่อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ” ยี่ยี่สอบถามคุณหนูพลางใช้มือลูบท้องตนเองเพื่อไม่ให้เสียงร้องเล็ดลอดออกมา เธอรู้สึกหิวมากหลังจากฝึกวรยุทธ์จึงคิดจะแอบมาหาอะไรกินสักเล็กน้อย แม้จะตกใจที่เปิดประตูเข้ามาเจอเข้ากับคุณหนูในห้องครัวก็ตาม เธอกลับต้องรีบเก็บท่าทาง แต่ก็ไม่รอดจากสายตาของเสวี่ยหรงไปได้เพราะท่าทางของยี่ยี่กำลังแสดงออกว่าเธอกำลังประหม่าจนเห็นได้ชัดเจน
“ ข้ามาดูสบู่ เจ้ายังไม่ได้อาบน้ำใช่หรือไม่ หลังจากกินข้าวแล้วลองใช้สบู่อาบน้ำดู ”
“ เจ้าค่ะคุณหนู ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาสิ่งใดกินเลยนะเจ้าคะ ”
“รู้แล้วๆ เจ้าไม่ได้มาหาสิ่งใดกินเลย เจ้าไม่หิวเลย ...อ้าว แม่นมหลิงมาพอดี หลังจากกินข้าวแล้วช่วยใช้สิ่งนี้อาบน้ำด้วยนะเจ้าคะ ข้าอยากรู้ว่ามันจะหอมได้นานกี่ชั่วยาม ”
“ มันเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ ”
แม่นมหลิงมองไปยังสบู่ที่คุณหนูทำขึ้นมาเองกับมือ กลิ่นหอมของมันยังไม่เทียบเท่ากับน้ำหอม แต่เธอรู้สึกได้ว่ามันหอมกว่าสบู่ที่ขายตามท้องตลาด เธอจึงรับสบู่มาเก็บไว้ในชายเสื้อแล้วเริ่มทำอาหารสำหรับมื้อเย็น
เสวี่ยหรงมองแม่นมหลิง เธอไม่สามารถใช้สกิลข้ามขีดจำกัดได้เพราะแม่นมหลิงยังไม่ใช่ระดับตัวอ่อนขั้นสูงสุด เธอยังคงเป็นเพียงขั้นกลาง.