บทที่ 31 โอ้โห สองคนนี้ช่างเหมาะสมกันจริง ๆ!
คุณปู่เวิงหัวเราะเสียงดัง “ได้สิ ๆ ต่อไปเธออยากเรียนอะไร ฉันก็สามารถสอนเธอได้ ถ้าฉันไม่อยู่ เสี่ยวหลี่ก็สามารถสอนเธอได้ เสี่ยวฉีกับเสี่ยวเฉินก็วาดรูปเก่งมาก...”
“ใช่ ฉันก็สามารถสอนเธอได้ ซีซี มีอะไรอยากเรียน ถามฉันได้เลย ต่อไปฉันจะมาบ่อย ๆ” หลี่จงไฮว๋พูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลง ทุกคนต่างก็มีความสุข ส่วนคุณปู่เวิงก็เป็คนลงมือทำทันที จึงรีบพาลูกน้องไปซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียง
ฟ่านซีซีคิดว่าพวกเขาคงจะต้องพบกับอุปสรรคในการไปครั้งแรกอย่างแน่นอน เพราะตอนที่พี่จิ่นเฉิงไปซื้อที่ดินนั้น พวกเขายินดีขายให้เพียงแค่สิบไร่เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด
ไม่รู้ว่าคุณปู่เวิงและคนอื่น ๆ ไปพูดคุยกับพวกเขาอย่างไร แต่พอถึงตอนเเที่ยง ที่ดินทั้งหมดรอบ ๆ พื้นที่เพาะปลูกก็ตกเป็ชื่อของฟ่านซีซีด้วยสัญญาเพียงฉบับเดียว
พอตกบ่ายก็มีนักออกแบบมาถึง เพื่อวางแผนพื้นที่เพาะปลูกและห้องเรียนวาดรูปใหม่
ฟ่านจื้อซิงและเฉินเยว่อิงถึงกับพูดไม่ออก เมื่อรู้ว่าคุณปู่เวิงและคนอื่น ๆ ที่มาซื้อดอกไม้ ได้พูดคุยเื่ความร่วมมือใหม่กับลูกสาวของพวกเขา
หลิ่วซิ่งฟางเป็ฝ่ายพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม “ฉันว่าร้านของพวกเราน่าจะเพิ่มรายการสินค้าอีกสักหน่อยนะ เช่น กระดาษวาดรูป อุปกรณ์วาดรูป อะไรพวกนี้”
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ใช่ค่ะ สิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ นอกจากนี้ หนูคิดว่าเราต้องจ้างคนเพิ่มอีกสักคนสองคน เพราะต่อไปพวกคุณอาจจะยุ่งมากจนไม่มีเวลา”
เฉินเยว่อิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ซีซี เพื่อนของลูก อวี๋เสี่ยวอิน พ่อกับแม่เขานิสัยดีนะ พวกเขาก็ยังไม่มีงานทำ ได้ยินมาว่าแม่ของเสี่ยวอินเคยเป็แม่ครัวร้านอาหาร ทำอาหารอร่อยมาก แม่เลยคิดว่าจะให้เขามาทำอาหาร ดูแลร้านอาหารเล็ก ๆ นั่น ส่วนพ่อของเสี่ยวอินถนัดงานเกษตร ชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้ อีกทั้งยังเป็คนซื่อสัตย์ แม่ว่าจะให้เขาไปช่วยลูกที่พื้นที่เพาะปลูก ลูกคิดว่ายังไง?”
ฟ่านซีซีไม่มีความเห็นใด ๆ จึงพยักหน้า “ได้ค่ะ พวกแม่ตัดสินใจกันเองเลยค่ะ”
“งั้นแม่จะหาโอกาสไปคุยกับพวกเขานะ”
“อืม”
“จริงสิ พรุ่งนี้วันเกิดของจิ่นเฉิง พรุ่งนี้ลูกต้องตื่นเช้ามาทำอาหารเช้านะ อย่าให้จิ่นเฉิงเ้าของวันเกิดต้องมาคอยปรนนิบัติลูกแต่เช้า” เฉินเยว่อิงกำชับด้วยท่าทางจริงจัง
ฟ่านซีซีแลบลิ้นออกมาอย่างล้อเลียน เธอไม่ใช่ฮองเฮาสักหน่อย ทำไมต้องใช้คำว่าปรนนิบัติด้วย พี่จิ่นเฉิงอย่างมากก็แค่ช่วยเธอตักข้าวเช้า แบกกระเป๋า ช่วยเธอจำของที่ต้องเอาไป แล้วก็ไปโรงเรียนพร้อมกันเท่านั้นเอง
แต่เธอก็ตัดสินใจแล้วว่าพรุ่งนี้จะตื่นเช้าหน่อย ทำบะหมี่อายุยืนกับไข่ดาวรูปหัวใจให้พี่จิ่นเฉิง
ก่อนหน้านี้เธอไม่มีพร์ในการทำอาหาร แต่ตอนนี้เธอเชื่อมั่นว่าเธอจะทำบะหมี่อายุยืนกับไข่ดาวรูปหัวใจได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คืนนี้ เธอนอนเร็วกว่าปกติ เพราะคิดว่านอนเร็ว ตื่นเช้า จะได้ทำอาหารเช้าสุดพิเศษของเธอได้สำเร็จ
……
รุ่งอรุณในเช้าวันต่อมา ขณะที่ฟ่านซีซีกำลังหลับไหล เธอก็ได้ยินเสียงกระซิบแ่เบาและแสนหวาน
“ซีซี ฉันมารับของขวัญวันเกิดแล้วนะ!”
สิ้นเสียง เธอก็รู้สึกได้ถึงัับางอย่างที่หน้าผาก ราวกับถูกขนนกััอย่างแ่เบา ราวกับลมอ่อน ๆ พัดผ่าน หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ยังไม่ตื่นดี
พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าจิ่นเฉิงนั่งอยู่ข้างเตียง มองเธอด้วยรอยยิ้มและแววตาที่อ่อนโยน สมองของเธอยังไม่ทันประมวลผล ปากของเธอก็เอ่ยออกไปก่อนแล้ว
“พี่จิ่นเฉิง สุขสันต์วันเกิด!”
“ขอบคุณนะ! คุณป้าบอกว่าเธอจะทำอาหารเช้าให้ฉันเหรอ?” ฟ่านจิ่นเฉิงอารมณ์ดีเป็พิเศษ เขาอุ้มร่างเล็กที่เพิ่งตื่นจากผ้าห่ม
ใบหน้าของฟ่านซีซีแดงก่ำ เธอรีบมองไปที่นาฬิกาปลุกข้างเตียง
หกโมงห้าสิบนาทีแล้ว ถ้าเธอไม่รีบลุกขึ้นมาทำอาหารเช้า พวกเขาจะไปโรงเรียนสาย
“รอฉันแปบหนึ่งนะ ฉันจะรีบแล้ว” ฟ่านซีซีรีบลงจากเตียง เธอเกาผมยาวที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย
ทันใดนั้น เธอก็เห็นจิ่นเฉิงกำลังพับผ้าห่มให้เธออย่างตั้งใจ เธอจึงรวบรวมความกล้า เดินเข้าไปหาเขา และจูบที่ใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะถอยกลับมาแสร้งทำเป็หยิบเสื้อผ้า
ฟ่านจิ่นเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลูบแก้มข้างที่ถูกจูบอย่างอารมณ์ดี เขามองเด็กสาวที่แอบจูบเขาแล้วหน้าแดงด้วยความเขินอาย หัวใจของเขาพองโตด้วยความสุข เขาเป็ห่วงว่าเธอจะเอาแต่หันหลังให้แบบนี้ จึงพูดหยอกล้อเธอด้วยรอยยิ้ม “ซีซี จริง ๆ แล้วเธอจูบฉันตรง ๆ เลยก็ได้นะ”
มือที่กำลังหยิบเสื้อผ้าของฟ่านซีซีสั่นเล็กน้อย เธอหันกลับมาแล้วพูดว่า “ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว พี่ออกไปเร็ว ๆ สิ ยังอยากกินอาหารเช้าที่ฉันทำให้หรือเปล่า”
ฟ่านจิ่นเฉิงยิ้มพลางชี้ไปยังเสื้อผ้าที่เขาเตรียมไว้ให้ั้แ่เช้า “วันนี้ใส่ชุดนี้สิ เข้ากับเสื้อผ้าของฉัน”
พอพูดจบ เขาก็ปิดประตูเบา ๆ แล้วเดินออกไป
แต่ทว่า หลังจากออกไปแล้วเขาก็ไม่ได้เดินไปไหนไกล ยืนยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่หน้าห้อง
ฟ่านเจวียนเจวียนที่เพิ่งออกมาจากห้อง เห็นฟ่านจิ่นเฉิงยิ้มร่าั้แ่เช้าตรู่ราวกับถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง เธอจึงมองไปที่ห้องของฟ่านซีซีด้วยความสงสัย
“นายทำอะไรน่ะ ยิ้มหน้าบานเชียว ได้เงินหรือไง?”
ฟ่านจิ่นเฉิงตอบกลับอย่างอารมณ์ดี “มีความสุขยิ่งกว่าได้เงินอีก”
ฟ่านเจวียนเจวียนเบะปากใส่เขา ไม่สนใจเขาอีกต่อไป ยังไงซะความสุขและความทุกข์ของเขาก็เกี่ยวข้องกับฟ่านซีซีอยู่แล้ว
จนกระทั่งน้องสาวของเธอออกมาจากห้อง ฟ่านเจวียนเจวียนก็เข้าใจทันทีว่าทำไมฟ่านจิ่นเฉิงถึงมีสีหน้าเบิกบานอย่างนั้นอยู่หน้าประตูห้อง
วันนี้ฟ่านซีซีสวมชุดเดรสแขนยาวสีขาว ผมถูกมัดขึ้นครึ่งหนึ่ง ปล่อยอีกครึ่งหนึ่งยาวลงมาบนไหล่ ใบหน้าเล็ก ๆ อันงดงามนั้นมีสีแดงระเรื่อ สวยจนเปล่งประกาย แม้กระทั่งเส้นผมที่ปลิวไสวตามสายลมก็ยังช่วยเสริมให้เธอดูดี วันนี้เธอช่างเหมือนเ้าหญิงที่สมบูรณ์แบบ
ส่วนฟ่านจิ่นเฉิงนั้น สวมชุดสูทสีขาวเข้ารูป ผมหวีเรียบร้อย ใบหน้าที่หล่อเหลาอยู่แล้วก็ดูเปล่งปลั่งขึ้นเพราะอารมณ์ดี บวกกับชุดสีขาวที่ช่วยเสริมให้เขาดูสง่างาม ยิ่งทำให้คนนึกถึงคำว่าเ้าชายรูปงามได้ง่าย ๆ
เหอะ ทั้งสองคนช่างเหมาะสมกันจริง ๆ!
อารมณ์ของฟ่านซีซีก็ดีเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น เธอตั้งใจจะไปทำอาหารเช้าด้วยความรัก จึงไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าแปลก ๆ ของพี่สาวเลยแม้แต่น้อย
เมื่อคืนแม่เตรียมบะหมี่ไว้ให้แล้ว ดังนั้นฟ่านซีซีจึงแค่ต้มน้ำก็พอ
ส่วนไข่ดาวรูปหัวใจ เธอเคยทำมาหลายครั้งแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ที่ตำหนักหลิงซีเธอก็มักจะฝึกทำบ่อย ๆ ด้วยความคิดถึง ดังนั้นไม่ถึงห้านาที เธอก็ทำไข่ดาวรูปหัวใจที่สมบูรณ์แบบออกมาได้
ไข่ดาวจานนั้นมีรูปร่างสมบูรณ์แบบ เส้นสายลื่นไหล ไข่สดใหม่ อวบอิ่ม ราวกับภาพวาด
ยังไม่หมดแค่นั้น เพื่อแสดงถึงความจริงใจ ฟ่านซีซียังใช้ทักษะที่ยอดเยี่ยมของเธอ จัดเรียงบะหมี่ที่เพิ่งต้มเสร็จใหม่ ๆ บนจานขนาดใหญ่ เป็ตัวอักษรงดงามสี่ตัวว่า ‘สุขสันต์วันเกิด’
แถมด้วยผักใบเขียวเล็กน้อยประดับประดา ตกแต่งด้วยดอกกุหลาบที่แกะสลักอย่างสวยงามจากมะเขือเทศ ซอสเนื้อหนึ่งถ้วยเล็ก ๆ และซุปสีเขียวมรกตอีกหนึ่งถ้วย สมบูรณ์แบบ!
เมื่อมองผลงานชิ้นเอกของฟ่านซีซี ฟ่านเจวียนเจวียนก็ตกตะลึงจนแทบไม่ได้สติอยู่พักใหญ่ แม้แต่ในดวงตาของฟ่านจิ่นเฉิงก็ยังฉายแววประหลาดใจและปลื้มปริ่ม
“สวย...สวยจัง! ฟ่านซีซี เมื่อคืนนี้เธอไม่ได้ฝันว่าได้รับมรดกตกทอดจากเทพเ้าแห่งการทำอาหารมาหรอกเหรอ? ครั้งที่แล้วเธอทอดไข่ดาวรูปหัวใจเป็ชั่วโมง ทอดไข่เสียไปยี่สิบฟอง วันนี้โลกกลับขั้วแล้วเหรอ!”
ฟ่านซีซีเลิกคิ้ว “ไม่กล้าเป็เทพเ้าแห่งการทำอาหารหรอก แค่เป็พ่อครัวเทพได้ก็พอ!”