ราชันสุวรรณภูมิ 2 ตอน พระเจ้าปราสาททอง (จบแล้ว)

    ตอนที่ 35 พลิกฟ้าเปลีี่ยนแผ่นดิน ตอนจบ

    เทพไม่สนใจสิ่งใดแล้ว แม้นว่าตนจะต้องสังหารกษัตริย์องค์ที่ 24 และ องค์ที่26

    ของกรุงศรีอยุธยา เพราะขืนปล่อยให้คนชั่วพวกนี้มีชีวิตสืบไป ต้องมีคนบริสุทธิ์ต้องล้มตายอีกมายมาก เทพเรียกงูจงอางโลหะยักษ์ออกมาปิดกั้นประตู พระบรมมหาราชวัง แล้ว ให้ พญาเสือเขี้ยวไฟจัดการกับทหารองครักษ์ทั้งหมด

    ส่วนองค์ไลเทพจะเป็นคนประหารมันด้วยมือของตนเอง

    ส่วนองค์ไลเห็นจงอางโลหะยักษ์  พญาเสือเขี้ยวไฟ ก็มั่นใจเสียยิ่งกว่าแน่ ว่าเจ้าทาเคชินั้น เป็นร่างของใครมากำเนิดใหม่

    “ ศิษยพี่รอง ท่านกลับมาได้ยังไงนี่”

    “ ยังคงจำศิษย์พี่ของเจ้าได้อย่างนั้นรึ?” เทพถือดาบเดินเข้าหาองค์ไล แต่มีเงาของนินจาเพชฌฆาต เกือบสิบคนปรากฏขึ้นมาขัดขวางเอาไว้ เงาอาวุธลับดาวกระจาย พุ่งใส่เทพปลิวว่อนไปทั่ว แต่ไม่สามารถกระทบร่างของเทพได้เลยแม้แต่น้อย ถูกพลังเกราะเพชรคอยปกป้องเอาไว้ได้ทั้งหมด เทพฟาดดาบวิเศษออกไป เงารัศมีดาบ ฟันเงาร่างของนินจาเพชฌฆาต ขาดเป็นสองท่อนไปสี่คน แม้นว่าจะหลบหนีอย่างไร ก็ไม่รอดพ้นสายตาของจักระที่6  ของเทพไปได้ เทพยิ่งฆ่านินจาพวกมันก็ยิ่งเข้าต่อสู้ดาบต่อดาบ ล้วนถูกดาบวิเศษฟันดาบซามูไรที่ขึ้นชื่อว่าคมกริบฟันขาดเหมือน  ฟันหยวกกล้วย  เหล่านินจาไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ล้วนถูกฆ่าตาย ตัดขาดเป็นสองท่อน เทพใช้เวลาไม่นาน เลือดนินจาเพชฌฆาต ก็ไหลนองท่วม ท้องพระโรง พระศรีสุธรรมกับองค์ไลเปิดแน่บ ออกไปทางด้านหลัง มีองครักษ์คอยคุ้มครองออกนอกท้องพระโรงไปแล้ว

    “ พวกเจ้าคุ้มครององค์หญิง” เทพสั่งลูกน้องของตนทั้งหมด อยู่กับองค์หญิงส่วนตนวิ่งตาม องค์ไลไปอย่างรวดเร็ว

    “ ศิษย์น้อง เจ้าคิดจะหนีไปไหน?” เทพเคลื่อนไหวตามไปอย่างรวดเร็ว ทหารองครักษ์ ที่เหลืออยู่ห้าสิบกว่าคน ต่างต่อสู้ต้านเทพเอาไว้ ล้วนถูกดาบฟันขาดเป็นสองท่อน เลือดไหลนองทางเดิน องค์ไลกับพระศรีสุธรรมกระโดดขึ้นเรือสำเภาหนีออกไปได้

    “ คิดหรือว่าจะหนีข้าไปได้” เทพเรียกม้าอินทรีมา แล้วควบม้าบินไปบนท้องฟ้า ร่อนลงบนเรือสำเภา เทพฟันกระโดงเรือจนขาดสะบั้น เรือจอดนิ่งไม่เคลื่อนไหว ทหารที่ตามมา ล้วนกระโดดลงน้ำหนีออกไปจนหมด บนเรือเหลือเพียง องค์ไลกับพระศรีสุธรรม เพียงสองคนเท่านั้น

    “ ศิษย์พี่รอง เรื่องนี้คุยกันก่อน คนที่สั่งฆ่าท่าน เป็นศิษย์พี่ใหญ่ ข้าเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น”

    “ ข้ารู้”

    “ เฮ้อ ถ้าเช่นนั้น ท่านต้องการอะไร ข้ายกให้ท่านทั้งหมดเลย ข้าไม่เอาแล้ว ข้าจะไปบวชตลอดชีวิตเลยดีไหม”

    “ สายไปแล้ว”

    “ ยัง ๆ ไม่สาย ข้ามีบุตรชายที่เพิ่งคลอดกับ พระธิดาองค์โตของ ศิษย์พี่ อย่าทำให้เขาต้องกำพร้าพ่อเลย”

    “ ไร้ประโยชน์” 

    เทพเดินเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ สองพี่น้องถือดาบ เตรียมสู้ตาย แต่ไม่กล้าโจมตีก่อน

    “ อย่าเข้ามานะ พี่ชายข้าผิดตรงไหน สิ่งที่ทำนั้นล้วนทำตามคำสั่ง ของ พระเจ้าทรงธรรมทั้งสิ้น”  พระศรีสุธรรมเอ่ยอย่างเหลืออด

    “ มันผิดแค่เรื่องเดียว เจ้าเป็นศิษย์น้องของข้า รู้ว่าศิษย์พี่คิดร้ายกับศิษย์พี่รองอย่างข้ากลับไม่ห้าม และยังสนับสนุนอีก  แค่นี้ก็สมควรตายแล้ว เทพตวัดดาบลงไป แต่ว่า พระศรีสุธรรมผู้น้อง เข้ามารับดาบแทน เทพยั้งดาบเอาไว้ แต่ รัศมีดาบก็กรีดร่างของพระสุธรรมจนเลือดไหลนองพื้น ก้มหน้าแน่นิ่งสลบไป

    “ เจ้ามีน้องชายอันประเสริฐ ยอมตายเพื่อ่เจ้าได้ น่านิยมยกย่องจริงๆ”

    “ เอาเลย หากศิษย์พี่รองคิดว่าสังหารข้าแล้วมีความสุข ก็เชิญ”

    องค์ไลเอ่ยจบก็ตวัดมีดอาคมอันเล็ก สะบัดใส่ร่างของเทพอย่างรวดเร็ว เทพไม่ได้หลบหนีแต่ใช้ดาบตวัดสวนกลับไป หัวขององค์ไลหลุดจากร่างในทันที ส่วนมีดอาคมนั้นถูกพลังเกราะเพชรขัดขวางเอาไว้ไม่อาจระคายผิวเทพได้เลย

    “จบสิ้นแล้ว ข้าสังหารว่ากษัตริย์ คนที่ 24 และ 26ไปเสียแล้ว ท่านปู่ฤาษีข้าควรทำอย่างไรต่อดี”

    ทันใดนั้นเองกล่องที่ท่านปู่ฤาษีให้ไว้ก็ลอยออกมาจากแผ่นหนังแล้วก็เปิดขึ้น เทพมองสิ่งของในกล่องสีขาว ก็แปลกใจ พอหยิบออกมา ก็พบว่า เป็นแผ่นหนังสีขาว  พร้อมตัวหนังสือในกล่องเขียนว่า

    “ หน้ากากเทพมายา”  เทพอ่านวิธีใช้แล้วก็ยิ้มขึ้นมาทันที

    เทพสวมใส่หน้ากากเทพมายา ใบหน้าของทาเคชิ ก็แปรเปลี่ยนเป็น ใบหน้าขององค์ไลไปในทันที  ส่วนพระศรีสุธรรมเทพสัมผัสได้ว่ายังไม่ตาย แค่บาดเจ็บเท่านั้น เทพคิดว่า ด้วยความซื่อสัตย์ภักดีในวันนี้ จะทำให้มันรอดชีวิตไปได้ เทพไม่ฆ่ามันแต่จัดการโยนศพของ องค์ไลเข้าไปเก็บไว้ในแผ่นหนัง แล้วบังคับเรือกลับไป ที่พระบรมมหาราชวัง มีทหารองครักษ์มาคอยเฝ้าดูอยู่มากมาย มีคนหนึ่งเข้ามาทำความเคารพ มันคือ องครักษ์วายุ ที่สมรู้ร่ว่มคิดเอาไว้  เทพออกคำสั่งว่า

    “ คนร้ายตายแล้ว พระศรีสุธรรมบาดเจ็บ พามันไปรักษาโดยด่วน”

    เทพเดินกลับเข้าไปพบกับองค์หญิงที่มององค์ไลอย่างตื่นตะลึง มองหาทาเคชิแต่ไม่เห็น หุ่นศิลาและ ควายธนู ล้วนกลายเป็นดินเหนียวจนหมด ส่วนจงอางโลหะกับ พญาเสือเขี้ยวไฟก็หายวับไป

    “ ทาเคชิอยู่ที่ไหน”

    “ มันตายไปแล้ว”

    องค์หญิงได้ฟังเช่นนั้นก็ร้องออกมาเสียงดัง หยิบทวนแทงเข้าใส่ร่างองค์ไลอย่างรวดเร็ว เทพจับทวนเอาไว้หักสะบั้นทิ้ง แล้ว กดจุดไปที่หลังคอองค์หญิงจนสลบไป เทพอุ้มองค์หญิงกลับตำหนักขององค์หญิงแก้วสุริยาเอง ให้ทหารทุกคนจัดการทำความสะอาด ท้องพระโรงให้เรียบร้อย

    องค์หญิงแก้วสุริยาเพ้อ เรียกหา 

    “ ทาเคชิ ทาเคชิ ทาเคชิ” นางกำนัลเข้ามาเช็ดตัวด้วยมืออันสั่นเทา เพราะว่าองค์ไลยืนอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้านิ่งเฉย

    แล้วองค์หญิงก็ลืมตาขึ้นมา

    “ ออกไปให้หมด” เทพสั่งทุกคนให้ออกไป

    “ องค์ไล นี่เจ้ามาอยู่นี่ได้ยัง ข้าจะฆ่าเจ้า”

    เทพจับมือองค์หญิงแก้วสุริยาเอาไว้ แล้วพาเข้าไปใน แผ่นหนังมิติทันที

    เทพถอดหน้ากากลง กลายเป็นทาเคชิ องค์หญิงแก้วสุริยาตื่นตกใจยิ่งนักยิ่งเห็นซากศพของ องค์ไลที่พื้นด้วย ก็ร่ำไห้ ออกมาด้วยน้ำตาโผเข้ากอดเทพแน่น

    “ มันจบแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะเป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา คนต่อไป  เจ้าพร้อมจะเป็นชายาของข้าหรือไม่”

    องค์หญิงแก้วสุริยาไม่ตอบ แต่กอดร่างของเทพแน่นกว่าเดิมเข้าไปอีก

    ณ ท้องพระโรง

    เทพสั่งให้ทุกคนออกไปให้หมด เหลือแต่ องครักษ์วายุเพียงผู้เดียว องครักษ์วายุยืนตัวสั่นงันงก ไม่รู้ว่า เทพจะเรียกตนทำไม

    “ นี่เจ้าลืมข้าไปแล้วรึ?”

    “ กระหม่อมไปเคยลืมพระองค์อยู่แล้วพระเจ้าค่ะ”

    “ ไม่ลืมรึ? นี่คือยาพิษแมงมุมดำ เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าไม่ลืม”

    “ พระองค์เป็นคนให้กระหม่อมไปจัดการกับ พระเทพสงคราม กระหม่อมจะลืมได้อย่างไร พระเจ้าค่ะ”

    “ ดีที่เจ้าไม่ลืม” เทพใช้ดาบฟันคอขององครักษ์วายุขาดกระเด็น โดยที่สายตาของมันมององค์ไลอย่างสงสัย เหตุใดต้องฆ่ามันด้วย

    “ ไปถามองค์ไลในนรกเถิด”

    เทพเรียทหารนำศพขององครักษ์วายุไปเสียบประจาน โทษฐานลอบสังหารกษัตริย์

    หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป  เทพก็ได้ สถาปนาราชวงศ์ขึ้นมาใหม่เรียกว่า ราชวงศ์ปราสาททอง เป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาอันดับที่ 24 มีพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ได้มีพระราชพิธีอภิเษกราชสมบัติอย่างยิ่งใหญ่ ถึงแม้มีหัวเมืองประเทศราชหลายแห่ง ต่างไม่ยอมรับ ที่พระองค์เป็นเพียงสามัญชนหาใช่ เชื้อพระวงศ์ไม่ แต่ว่าพระองค์ก็ใช้กุศโลบายใช้พวกนักปราชญ์  พราหมณ์ผู้สูงศักดิ์

    เขียนหนังสือ ยกย่องพระองค์ว่าเป็นพระพุทธเจ้ากลับชาติมากำเนิดใหม่ เพื่อช่วยชาวประชา พร้อมกับสร้างข่าวลือว่า เป็นโอรสลับของ พระเอกาทศรถ

    แต่สุดท้ายท่านก็ได้ปกครองกรุงศรีจนเจริญรุ่งเรือง มากกว่ากษัตริย์องค์ใด ทำให้นักประวัติศาสตร์รุ่นหลัง ต่างยอมรับความเป็นกษัตริย์ในตัวของพระองค์ มากกว่าสามัญชนคนอื่นๆ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นกษัตริย์

    ณ ตำหนักเจ้าแก้วสุริยา

    เทพกำลังนั่งจิบน้ำชากับพระนางแก้วสุริยาราชเทวี มองดูเด็กๆ วิ่งเล่นกันมีนางพระนมเอก พระนมโท คอยดูแล

    มีเด็กชายวัยห้าขวบ คนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเทพแล้วเอ่ยว่า

    “ เสด็จพ่อ ให้เจ้าทองคำ เจ้าปาน เจ้าเหล็ก เรียนมวยกับลูกได้ไหม?”

    “ ได้ คนไหนชื่อเจ้าทองคำ”

    แม่นมโทเปรม พาบุตรชายเข้ามากราบเทพต่อหน้า

    ไอ้เจ้านี่ต่อไปมันจะเป็นกษัตริย์ต่อจากลูกของเรา ทุบมันให้ตายไปก่อนเสียเลยดีไหม เทพนึกในใจ แล้วหัวเราะออกมา  แล้วแม่นมบัว ก็พาเจ้าเหล็กกับเจ้าปานมากราบด้วย ทั้งสองคนนนี้ต่อไปจะกลายเป็นขุนนางผู้ภักดีของ พระนารายณ์ลูกของเรา วัยเด็กพวกมันช่างมีความสุขกันจริง หากพวกมันเติบโต รู้ว่าจะต้องขัดแย้งกันจนต้องตายกันไปข้าง ไม่รู้พวกมันจะรู้สึกกันอย่างไร

    เทพสอนเด็กๆ ให้รู้จักต่อสู้กันเล็กน้อย แล้ว พวกมันก็ไปวิ่งเล่นกันเช่นเดิม

    “ ท่านพี่ ท่านเอาใจใส่ลูกของเรามากเกินไปหรือเปล่า เจ้าฟ้าไชยโอรสของพระมเหสีจะอิจฉาเอาได้นะ”

    “ อย่ากังวล ข้าเขียนราชโองการมอบบัลลังก์ให้มันอยู่แล้ว”

    “ ท่านพี่ ทำเช่นนั้นได้ไง มันผิดกฏมณเทียรบาลนะเพคะ”

    “ ช่างเถอะ ท้ายที่สุดแล้ว แผ่นดินย่อมตกแก่ เจ้านรินทร์(พระนามเดิมพระนารายณ์) อยู่แล้ว”

    “ อนาคตจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะ ข้าห่วงแต่พระศรีสุธรรม จริงๆเลย”

    “ อย่าห่วงเลย ถึงวันหนึ่ง เจ้านรินทร์ลูกของเราจัดการได้อย่างแน่นอน”

    เทพไม่บอกว่า อีกยี่สิบเจ็ดปี เมื่อถึงสิ้นอายุขัยของเขา  เจ้าฟ้าไชย จะกลายเป็นกษัตริย์คนต่อไป แต่จะถูก เจ้าฟ้านรินทร์กับ พระศรีสุธรรม แย่งบัลลังก์ไป แต่สุดท้ายพระศรีสุธรรมก็โดนทุบด้วยท่อนจัน บัลลังก์ก็ถูกยึดโดย เจ้าฟ้านรินทร์ และเขาจะกลายเป็นสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  กษัตริย์กรุงศรีผู้ยิ่งใหญ่อีกคนที่ได้ขนานนามตามหลังว่า มหาราช...................................................

    จบ ราชันสุวรรณภูมิ  ตอนพระเจ้าปราสาททอง................................

    คล้ายกับเรื่องราชันสุวรรณภูมิ 2 ตอน พระเจ้าปราสาททอง (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน