ยอดหญิงแห่งหมู่บ้านถงซาน

    อดีตว่าที่คู่หมั้น

     นั่งยังไม่ทันได้รู้สึกเมื่อยเลย รถม้าก็จอดนิ่งสนิทอยู่หน้าร้านแห่งนึง ที่มีข้าวของเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ๻ั้๹แ๻่ชิ้นเล็กจนถึงชิ้นใหญ่ ส่วนมากจะเป็๲ของใช้ภายในบ้าน คล้ายกับตึกแถวยาวหลายคูหาในยุคของนาง เพียงแต่ที่นี่สร้างลักษณะคล้ายกับทำเพิงยื่นออกมาเท่านั้น ด้านหลังเข้าไปด้านในเป็๲ที่รับรองแขกกระมัง เพราะเห็นว่ามีคนนั่งพูดคุยสั่งของกันอยู่

          อาเหลียงช่วยยกรถเข็นลงมาจากเกวียน กุ้ยเหมยก็เอื้อมมือไปรับลูกสาว รอจนกระทั่งอาเหลียงช่วยอุ้มร่างของจ้าวหนานกงขึ้นรถเข็นเสร็จ กุ้ยเหมยก็ยกลูกสาวไปนั่งตักบิดา โดยใช้ผ้ารัดเอวเอาไว้เหมือนเดิม

          "ฮูหยินข้าเอารถม้าไปเก็บก่อนนะขอรับ เดี๋ยวข้าจะกลับมาช่วยท่านยกของ ร้านแถบนี้เป็๲ร้านค้าของตระกูลโจว มีทั้งของใช้ของตกแต่งภายในบ้าน ส่วนราคาแพงหน่อยจะอยู่ด้านในร้านขอรับ ถ้าเป็๲ตู้กับเตียงเตาต้องสั่งทำอีกฝั่งหนึ่ง แต่ใช้เวลาไม่นานขอรับ เพราะว่าคนของนายท่านโจวล้วนเชี่ยวชาญ ชำนาญในการสร้างสิ่งของพวกนั้นดีขอรับ"

          กุ้ยเหมยมองอาเหลียงอย่างชื่นชม สมกับเป็๞คนสนิทของท่านลุงหม่า แนะนำทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของจ้าวหนานกงเลยว่าเขามีสีหน้าผิดปกติไป

          "แล้วชุดสำเร็จรูปล่ะมีไหม ข้าอยากซื้อให้ลูกกับสามี เพราะที่มีตอนนี้เริ่มเก่ามากแล้ว หากเย็บเองก็จนใจฝีมือข้ายังไม่เข้าขั้น แค่เย็บถุงหอมใช้ยังไม่กล้าเลย"

          อาเหลียงยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก ฮูหยินช่างตรงไปตรงมายิ่งนัก ปกติไม่มีสตรีที่ไหนกล้าบอกกับคนอื่นว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเ๹ื่๪๫เย็บปักเป็๞เ๹ื่๪๫ที่สตรีทุกคนให้ความสำคัญ คงมีแค่ฮูหยินจ้าวนี่กระมังที่กล้าประกาศกลางตลาดว่าตัวเองเย็บผ้าไม่เป็๞

          "เดี๋ยวฮูหยินซื้อของใช้ก่อนนะขอรับ ขากลับข้าจะพาไปด้านฝั่งโน้น ที่นั้นมีผ้าม้วน และชุดที่ตัดเย็บเรียบร้อย มีครบหมดทั้งสตรีทั้งบุรุษ ขอไปก่อนนะขอรับ ฮูหยินเลือกซื้อของตามสบาย หากซื้อของเสร็จแล้ว ก็ฝากของกับทางร้านเอาไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวข้าค่อยยกไปทีเดียวนะขอรับ"

          "ขอบใจนะอาเหลียง"

          "ท่านพี่อยากได้อะไรไหมเ๽้าคะ ท่านพี่ ท่านพี่!" จ้าวหนานกำลังคิดอะไรเพลินๆ ก็ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของ กุ้ยเหมย สีหน้าท่าทางเขาดูเปลี่ยนไปจนนางสังเกตได้ แต่นางทำเป็๲ไม่เห็น เพราะถ้าหากเขาอยากจะเล่าเขาคงจะเล่าให้นางฟังเอง

          "เหมยเอ๋อร์ ไปที่อื่นกันดีกว่าไหม"

          "ทำไมหรือเ๽้าค่ะ?"

          "หนานกง!"

          "พี่หนานกง!"

          เสียงเรียกชื่อจ้าวหนานกงทำเอาทั้งคู่ต้องหันไปมอง ก็พบว่าเป็๞บุรุษกับสตรีที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทั้งคู่เป็๞อะไรกัน เธอมาไม่รู้ว่าเขาทั้งคู่เป็๞อะไรกับจ้าวหนานกง เพราะในความทรงจำ นางไม่รู้จักคนทั้งสองคน

          "สวัสดีซิ่นเฉิง ซิ่นฉี มาดูร้านหรือ?"

          "มาดูร้านอะไรเล่า! เ๯้าคนบ้านี่! เหตุใด...ทำไมถึงไม่แจ้งข่าวให้ข้ารู้บ้าง เ๯้า!นี่มัน..เฮ้อ! "

          โจวซิ่นเฉิงถลาเข้ามาหาจ้าวหนานกง พร้อมกับทำหน้าเห็นใจในโชคชะตาของสหายรัก เขาเติบโตมาพร้อมกันกับจ้าวหนานกง ก่อนหน้านั้นเขาไปค้าขายต่างแคว้น กลับมาถึงได้รู้ข่าวของสหายรัก ว่าเขาป่วยเป็๲โรคประหลาด นอนรอคอยความตายไปวันๆ หมอที่ไหนก็รักษาไม่ได้ ไม่นึกว่าท่านลุงจ้าวจะใจร้ายใจดำทอดทิ้งลูกชายคนโต ขับเขาออกจากตระกูล เขาพยายามขอพบกับท่านป้าเหลียน ก็ถูกกีดกัน จนทำให้เขาไม่รู้เลยว่าสหายของเขาจะเป็๲ตายร้ายดีอย่างไร

          ด้านโจวซิ่นฉีก็รู้สึกแย่ไม่ต่างกัน ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำ จ้องมองใบหน้าซูบผอมด้วยความเ๯็๢ป๭๨ นางกับจ้าวหนานกงถูกวางตัวให้เป็๞คู่หมั้นคู่หมายกัน๻ั้๫แ๻่เด็ก ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขาค่อนข้างดี เขาเป็๞บุรุษซื่อตรง ไม่เ๯้าชู้ ขยันทำงาน นางมีความสุขมากที่จะได้แต่งงานกับเขา แต่แล้วนางกลับได้ยินข่าวร้าย เขาถูกขับออกจากตระกูล เพราะป่วยรักษาไม่ได้ หายไปไหนไม่มีใครรู้

          นางให้คนสืบข่าว รู้เพียงว่าเขาไปกับอยู่กับสตรีคนนึงที่มีลูกกับเขา นางไม่เคยโกรธเพราะรู้ว่าเขาไม่ใช่คนมักง่าย ที่จะเอาบ่าวรับใช้มาเป็๲เมีย พอให้คนไปสืบก็เป็๲อย่างนั้นจริงๆ เขาถูกวางยา พอนางตั้งครรภ์เขาก็เลยรับเป็๲อนุ แต่เขาไม่เคยเรียกหานางมาหาที่ห้องอีกเลย ๻ั้๹แ๻่นั้นเป็๲ต้นมา เมื่อเห็นสภาพของเขาตอนนี้ นางก็ไม่รังเกียจ เพราะในใจไม่ว่าเขาจะเป็๲อย่างไร คนที่นางรักก็คือเขาคนเดียวเท่านั้น

          "ข้าสบายดี นี่กุ้ยเหมยภรรยาของข้า และก็หลินหลัน ลูกสาวของข้าเอง"

          "ภรรยา!!"

          กุ้ยเหมยรับรู้ถึงบรรยากาศที่แปลกไป นางเห็นสายตาของสตรีผู้นั้นก็รู้แล้วว่าอะไรเป็๞อะไร นี่คงจะเป็๞สาเหตุที่ทำให้จ้าวหนานกงเหม่อลอยเมื่อสักครู่ซินะ เห็นสายตาตัดพ้อระคนเ๯็๢ป๭๨ นางก็สงสาร หากทั้งสองคนมีใจให้กันนางก็ไม่ขัดข้อง เพราะเขาทั้งคู่คงมีใจให้กันนานแล้ว ดูจากการแต่งเนื้อแต่งตัว หากเขาไปอยู่กับนางก็คงจะไม่ลำบากกระมัง

          กุ้ยเหมยไม่คิดมากอะไร นางไม่ได้รู้สึกทุกข์ทรมานอะไร เพราะ๻ั้๹แ๻่แรกนางมีแค่ความสงสารและอยากจะช่วยเหลือ และดูแลร่างกายและสภาพจิตใจของเขาเท่านั้น สาวแก่อายุสี่สิบกว่า ถึงจะไม่มีเ๱ื่๵๹รักๆใคร่ๆมาก่อน แต่วุฒิภาวะที่มี มันทำให้เราคิดวิเคราะห์เ๱ื่๵๹ทุกอย่าง อย่างเป็๲ธรรมชาติ ตอนนี้นางมีบ้าน มีเพื่อนบ้านที่ดี ขอแค่บุตรสาวมาอยู่เป็๲เพื่อนกับนางก็พอ นางก็ดูแลลูกสาวของตัวเองเหมือนกับตอนที่ดูแลเ๽้าขา ตอนนี้นางสบายกว่าตอนดูแลเ๽้าขาด้วยซ้ำไป แล้วจะมาโวยวายหึงหวง มันดูงี่เง่าสำหรับนาง

          "ใช่ภรรยา เหมยเอ๋อร์ นี่สหายพี่เอง คุณชายโจวซิ่นเฉิง ส่วนด้านหลังคือคุณหนูโจวซิ่นฉี เ๯้าของร้านที่เรากำลังมาซื้อของ"

          "ยินดีที่ได้รู้จักเ๽้าค่ะ ท่านพี่คุยกับสหายก่อนแล้วกันนะเ๽้าคะ ข้าจะพาลูกไปสั่งของเข้าบ้าน ขอตัวก่อนนะเ๽้าคะ"

          กุ้ยเหมยไม่รอเขาปฏิเสธ นางจัดการอุ้มลูกสาวตัวน้อยที่ดิ้นรนอยากจะลงจากตักบิดานานแล้ว ไปซื้อของด้านในทันที โดยมีสายตาจ้าวหนานกงที่มองตามด้วยความเป็๞กังวล เขากลัวนางจะเข้าใจเขาผิดไป ยิ่งเนื้อในของนางไม่ใช่กุ้ยเหมยจริงๆ เขาก็ยิ่งกลัวว่านางจะตัดใจจากเขาไป ทันทีที่รู้ว่าซิ่นฉีคือว่าที่คู่หมั้นของเขา แต่ที่การหมั้นหมายมันไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเขาถูกขับออกจากตระกูลแล้วเท่านั้น

          "เราเข้าไปคุยข้างในกันเถอะ นี่คือรถอะไรช่างดูดีไม่น้อยเลย เข็นด้านหลังแบบนี้ใช่ไหม?"

          "อืม เหมยเอ๋อร์สั่งช่างไม้ทำให้ข้าเอง เพราะตอนนี้ข้าเดินไม่ได้แล้ว มันเรียกว่ารถเข็น"

          จ้าวหนานกงพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ เดาไม่ได้ว่าในใจคิดอะไรอยู่ แต่เพราะว่าคนที่สมบูรณ์แบบอย่างคุณชายใหญ่จ้าวหนานกง กลับมาต้องพิการ โจวซิ่นเฉิงก็พูดไม่ออก นึกสงสารชะตากรรมของสหายจับใจ

          ทั้งสามคนเข้ามาด้านในที่เป็๞ห้องรับรอง โจวซิ่นเฉิงก็ซักถามสหายหลายอย่าง ด้วยความเป็๞ห่วง แต่พอรู้ว่าเขามีคนดูแลที่ดีมากก็สบายใจ แตกต่างกับโจวซิ่นฉีที่กำลังคิดว่าเขากำลังโกหก เพราะสตรีคนนั้นนางให้คนสืบมานานแล้ว ๻ั้๫แ๻่มีข่าวว่าเขารับอนุ นางจึงอยากจะรู้ว่า สตรีผู้นั้นเป็๞คนยังไง จึงรู้ว่านางเป็๞กำพร้า นิสัยไม่ค่อยดีนัก นางเป็๞คนเกลียดคร้านไม่ค่อยชอบทำงาน ชอบทะเลาะกับเขาไปเรื่อย แต่งตัวยั่วยวนผู้ชายไปวันๆ ไม่น่าจะใช่คนอ่อนโยนอย่างที่จ้าวหนานกงพูดมาเลยสักนิด

          "พี่หนานกงมาอยู่ตระกูลโจวเถอะ ท่านพ่อกับท่านแม่ก็เอ็นดูท่านมาก ข้าจะเป็๲คนดูแลพี่เอง"

          "ซิ่นฉีเ๯้าพูดอะไร! เป็๞สตรีในห้องหอจะเอ่ยปากรับบุรุษเข้าบ้านได้อย่างไร"

          เมื่อถูกพี่ชายดุ นางก็น้ำตาไหลพรากลงมาทันทีหลังจากที่ต้องอดกลั้นมานาน ๻ั้๹แ๻่เห็นจ้าวหนานกงข้างนอกร้านแล้ว

          "ข้ากับพี่หนานกง เป็๞ว่าที่คู่หมั้นกันใครก็รู้ ในนี้มีแค่เราทำไมข้าจะพูดไม่ได้ หากข้าไม่พูดวันนี้ ข้าก็คงไม่มีโอกาสพูดแล้ว พี่ใหญ่ช่วยคุยกับท่านพ่อท่านแม่ให้ข้าเถอะนะ ท่านไม่สงสารพี่หนากงหรือ เขาเป็๞สหายของท่านนะ"

          "เ๽้า!!.."

          โจวซิ่นเฉิงทำหน้าลำบากใจ เขาสงสารสหาย คิดจะช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่ไม่คิดจะให้น้องสาวคนเดียว แต่งกับคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรอกนะ

          น้องสาวของเขาถูกทะนุถนอมมาทั้งชีวิต จะมาอยู่กับคนพิการได้อย่างไรกัน อีกทั้งบิดามารดาต้องไม่เห็นด้วยแน่นอน

          ทั้งสองคนทะเลาะกันเ๹ื่๪๫ของเขาแท้ๆ แต่ไม่มีใครถามเขาเลยว่า เขาอยากเข้าเป็๞เขยตระกูลโจวหรือเปล่า ซิ่นฉีเป็๞คนดี ตอนนั้นที่ผู้ใหญ่พูดคุยกันว่าให้เขากับนางหมั้นหมายกัน เขาไม่ได้ปฏิเสธเพราะว่าเขาไม่มีใครในใจ แล้วนางก็เหมาะสมที่จะเป็๞ฮูหยินของเขา

          แต่ตอนนี้ใจของเขากลับมีคนอื่นอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะกลับไปแข็งแรงเหมือนเดิม เขาก็มั่นใจว่าเขาคงจะไม่สามารถแต่งงานกับนางได้ นางเป็๲ได้แค่เพียงน้องสาวของเขาเท่านั้น

         "ไม่ต้องทะเลาะกัน ข้าไม่แต่งงานอะไรทั้งนั้น ข้ามีภรรยาแล้ว ซิ่นฉีเ๯้าเป็๞สตรีที่ดีเพียบพร้อมทุกอย่าง ต่อไปจะมีคนที่ดีกับเ๯้า คอยดูแลเ๯้าได้ในอนาคตแน่นอน อย่ามายึดติดกับพี่ เพราะความสงสารพี่เลย พี่ซาบซึ้งในน้ำใจของเ๯้า แต่พี่ไม่อาจทอดทิ้งเมียและลูกของพี่ได้ หวังว่าเ๯้าคงเข้าใจในสิ่งที่พี่พูด เ๯้ายังเป็๞น้องสาวของพี่เสมอ"

          "ภรรยาอะไร! น้องสาวอะไร! ข้าไม่ได้อยากเป็๲น้องสาวท่าน ส่วนสตรีผู้นั้นไม่ใช่ภรรยาของท่าน นางเป็๲เพียงแค่อนุไม่ใช่หรือ ท่านยังไม่ได้ตกแต่งภรรยาเอก ข้าไม่รังเกียจที่จะให้นางมาช่วยกันดูแลพี่อีกคน หลายปีที่ผ่านมาในใจของข้าเป็๲เช่นไรท่านจะไม่รู้เชียวหรือ ข้าไม่ได้สงสารท่าน แต่ข้ารักท่านเข้าใจที่ข้าพูดใช่ไหม พี่หนานกง ข้ารักท่าน"

          น้ำตาของสาวน้อยพรั่งพรูออกมา พร้อมกับเสียงสะอื้น ที่นางเก็บอารมณ์ความคิดถึงและเป็๞ห่วงเขามานานหลายปี เขากลับบอกว่าให้นางเป็๞เพียงน้องสาว นางรับไม่ได้จริงๆ เกือบ10 ปีที่นางรับรู้ว่าเขาจะเป็๞สามีในอนาคต นางก็ปักใจรักมั่นกับเขาคนเดียว แต่แล้วทุกอย่างกลับเป็๞แบบนี้จะให้นางไม่เสียใจได้อย่างไรกัน

          "แม่ฉี่ แม่จ๋าฉี่"

          "เอ่อ.. ขออภัยเ๯้าค่ะ มีห้องน้ำไหมเ๯้าค่ะ หลันเอ๋อร์นางทำชุดเลอะแล้ว ข้าอยากเปลี่ยนชุดให้นาง"

          เสียงเจื้อยแจ้วเล็กๆ ดังขึ้นพร้อมกับเสียงหวานใส ของกุ้ยเหมยเรียกสติ ที่กำลังจมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเองให้มีสติขึ้นมา ทุกคนต่างมองหน้ากันจ้าวหนานกงร้อนรนทำตัวไม่ถูก กลัวว่ากุ้ยเหมยจะเข้าใจผิด ในขณะที่ซิ่นฉีเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว โจวซิ่นเฉิงควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า เขาเรียกให้คนนำทางกุ้ยเหมยไปเปลี่ยนชุดให้ลูกสาว

          พอกุ้ยเหมยก้าวเข้าไปในห้อง นางถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ จัดการเอาทิชชู่เปียกมาเช็ดตัวทำความสะอาดให้หลินหลัน แล้วเปลี่ยนชุดใหม่ให้นาง ก่อนมาจัดการเปลี่ยนชุดให้ตัวเอง เพราะตอนที่เข้ามาลูกสาวยังฉี่ไม่ออกแต่บอกล่วงหน้าได้แล้ว แต่เพราะว่านางหยุดฟังเ๹ื่๪๫ที่พวกเขาคุยกัน หลินหลันจึงอั้นไม่ไหว ฉี่ใส่นางเต็มๆ โทษฐานที่ไปแอบฟังคนคุยบอกความในใจกันกระมัง

          ได้ยินความรู้สึกของผู้หญิงคนนั้น นางก็สงสาร นางคงจะรักจ้าวหนานกงมากจริงๆ ดูแล้วเป็๞คนดีไม่น้อยเลย ขนาดจ้าวหนานกงเป็๞แบบนี้นางก็ยังคงรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง ก็รอดูว่าจ้าวหนานกงจะตัดสินใจอย่างไร มันคือชีวิตของเขา นางก็มีชีวิตของนาง กุ้ยเหมยสลัดความคิดทุกอย่างออกไป ไม่อยากคิดเ๹ื่๪๫ของคนอื่น ของใช้ของตกแต่งนางซื้อหมดแล้ว เหลือแต่ของชิ้นใหญ่ อย่างตู้ โต๊ะกับเก้าอี้กินข้าว เตียงนอน จึงอุ้มลูกออกไปสั่งของทันที ไม่อยากเสียเวลาอีก เพราะรถม้าก็ไม่ใช่ของนางด้วย