ท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยป่วนซัดกระหน่ำ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารกลุ่มหนึ่งดังใกล้เข้ามา พวกมันสวมเกราะหนังสัตว์หยาบกร้าน ดวงตาเต็มไปด้วยความกระหายเื—พวกมันคือ 'กองโจรทุ่งหญ้าหมาป่าโลกันตร์' กลุ่มนักรบรับจ้างที่ถูกจ้างมาเพื่อเก็บกวาด "ขยะ" ของราชวงศ์ฟางโดยเฉพาะ
"นั่นไง! องค์ชายขยะนั่นยังไม่ตาย!" หัวหน้ากลุ่มโจรที่มีแผลเป็ยาวบนใบหน้าะโพร้อมแสยะยิ้ม "หัวของมันมีค่าถึงห้าพันตำลึงทอง พี่น้องทั้งหลาย... ฆ่ามัน!"
ฟางเสวี่ยหานยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาที่เคยสั่นเครือด้วยความเ็ปบัดนี้กลับราบเรียบดุจผิวน้ำแข็งที่หนาเป็ลี้ เขามองดูคนเ่าั้วิ่งเข้ามาเหมือนมองดูฝูงมดปลวก
‘ในชาติก่อน ข้าต้องฝืนใช้กายาเพลิงเพื่อกลั่นไอเย็น... แต่วันนี้ ทั่วทั้งร่างของข้าคือบ่อน้ำแข็งที่ไม่มีวันเหือดแห้ง’
เขาขยับนิ้วเพียงเบาๆ พลังหยินที่เคยพลุ่งพล่านจนเ้าของร่างเดิมสติคลุ้มคลั่ง กลับถูกสยบลงด้วยเคล็ดวิชา 'เทพัเหมันต์จุติ' พลังที่เคยเปะปะถูกบีบอัดจนกลายเป็ไอเย็นสีครามเข้มไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรอย่างเชื่อฟัง
"ตายซะ!" โจรคนแรกเงื้อดาบขวานเล่มโตจามลงมาที่ลำคอของเขา
เคร้ง!
เสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงดาบตัดเนื้อ แต่เป็เสียงโลหะปะทะกับน้ำแข็งที่แข็งแกร่งดุจเพชร เพียงแค่ปลายนิ้วของฟางเสวี่ยหานแตะเข้าที่คมดาบ ไอเย็นสายหนึ่งก็แล่นพุ่งสวนกลับไปตามตัวดาบอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ! นี่มัน..." โจรผู้นั้นตาค้าง ร่างของเขาแข็งทื่อั้แ่มือไปจนถึงหัวใจภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ ก่อนจะกลายเป็ประติมากรรมน้ำแข็งสีเืที่ยืนตระหง่านอยู่กลางทุ่งหิมะ
"อะไรกัน!" พวกโจรที่เหลือหยุดกึก ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ "มันควบคุมความคลั่งได้งั้นรึ? เป็ไปไม่ได้! กายาเหมันต์าต้องทำให้คนวิปลาสสิ!"
"วิปลาสงั้นหรือ?" ฟางเสวี่ยหานลุกขึ้นยืนช้าๆ ลมพัดแรงจนเส้นผมสีดำขลิบเงินของเขาโบกสะบัด "นั่นมันสำหรับพวกกระจอก... สำหรับข้า พลังนี้คืออำนาจสั่งตาย!"
เขากางมือออก ไอเย็นสีน้ำเงินสว่างจ้าควบแน่นจนกลายเป็กระบี้น้ำแข็งยาวสามฉี่ (ประมาณ 1 เมตร) ในพริบตา รอบกายเขาปรากฏไอหมอกรูปัน้ำแข็งตัวเล็กๆ เลื้อยพันรอบแขน
"ขบวนท่าัเหิน... เหมันต์ดับสูญ!"
วูบ!
เขาเคลื่อนที่หายไปดุจภูตพราย ทิ้งไว้เพียงเงาสีครามจางๆ เพียงอึดใจเดียว เสียงดาบปะทะอากาศดังระงมตามมาด้วยเสียงแตกกระจายของน้ำแข็ง ร่างของโจรนับสิบคนถูกแช่แข็งในท่าเดิมก่อนจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ ราวกับแก้วที่ถูกทุบ
หัวหน้าโจรแผลเป็สั่นไปทั้งตัว ดาบในมือร่วงลงพื้น "ปีศาจ... เ้ามันปีศาจ!"
ฟางเสวี่ยหานเดินเข้าไปหาช้าๆ ฝีเท้าของเขาที่เหยียบลงบนพื้นหิมะทำให้ดินรอบข้างกลายเป็สีดำสนิทจากความเย็นที่เข้มข้น เขาหยุดยืนตรงหน้าโจรที่เหลือรอดคนสุดท้าย
ฟางเสวี่ยหานมองดูร่างของหัวหน้าโจรแผลเป็ที่กำลังสั่นสะท้านอยู่แทบเท้า ไอเย็นจากปลายนิ้วของเขาแทรกซึมเข้าสู่ิัของมันจนกลายเป็สีม่วงคล้ำ
"ข้าจะถามเพียงครั้งเดียว... ใครส่งพวกเ้ามา?"
"ข้า... ข้าไม่รู้ชื่อจริงๆ..." หัวหน้าโจรละล่ำละลักด้วยความหนาวเหน็บ "ข้าเพียงได้รับทองคำแผ่นและตราคำสั่งผ่านทางหอการค้าลับในเมืองหลวง... ผู้ติดต่อสวมชุดคลุมมิดชิด แต่... แต่ข้าได้กลิ่นหอมประหลาดจากจดหมายนั่น"
ฟางเสวี่ยหานเลิกคิ้ว "กลิ่นหอม?"
"มันคือกลิ่น 'กล้วยไม้ราตรีเพลิง'... กลิ่นหอมที่หาได้ยากยิ่ง มีเพียงชนชั้นสูงในวังหลวงเท่านั้นที่ใช้มัน..."
ดวงตาของฟางเสวี่ยหานหรี่ลง ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมผุดขึ้นมาทันที 'กล้วยไม้ราตรีเพลิง' คือเครื่องหอมโปรดของ 'สนมเอกหลิว' หญิงสาวที่พยายามจะแย่งชิงตำแหน่งมเหสีจากท่านแม่ของเขามาตลอด และนางยังเป็แม่ขององค์ชายรอง คู่ปรับคนสำคัญของเขาด้วย
"และนี่... นี่คือสิ่งที่ผู้ส่งจดหมายทิ้งไว้ให้เพื่อเป็มัดจำ..." หัวหน้าโจรยื่นป้ายไม้แกะสลักลวดลายพยัคฆ์ออกมาด้วยมือที่สั่นเทา
ฟางเสวี่ยหานรับป้ายนั้นมาดู มันเป็ป้ายไม้ธรรมดาที่ไม่มีตราสัญลักษณ์ชัดเจน แต่ที่ขอบด้านล่างกลับมีรอยสลักเล็กๆ เป็รูป ดอกบัวสีชาด
‘ดอกบัวสีชาด... ตราประจำตระกูลหลิว’ เขากำป้ายไม้ในมือจนมันกลายเป็ผงน้ำแข็ง
"สนมเอกหลิว... เ้าคงกลัวว่าข้าจะกลับไปทวงคืนทุกอย่างสินะ ถึงขั้นจ้างโจรป่ามาปิดปากข้าที่ชายแดนเช่นนี้"
ความเยือกเย็นในแววตาของเขาเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม หากนางกล้าลงมือกับเขาที่ชายแดน แล้วท่านแม่ที่อยู่ใน 'ตำหนักเย็น' ท่ามกลางหูตาของนางในเมืองหลวงล่ะ จะตกอยู่ในอันตรายขนาดไหน?
เขาสะบัดมือหนึ่งครั้ง ไอเย็นมหาศาลพุ่งเข้าแช่แข็งหัวหน้าโจรจนกลายเป็ก้อนน้ำแข็งถาวร ก่อนจะหันหลังกลับสู่เพิงพักเล็กๆ ของเขา
"วิถีเซียนที่ข้า้า คือความอิสระและไร้พันธนาการ... แต่หากใครกล้ามาแตะต้องคนของข้า ข้าจะทำให้มันรู้ว่านรกที่หนาวเหน็บที่สุดเป็อย่างไร"
เขารู้ดีว่าตอนนี้พลังของเขายังไม่เพียงพอจะบุกวังหลวง แต่ด้วย กายาเหมันต์า และความรู้จาก เทพยุทธ์ ในอดีต... การเลื่อนระดับพลังให้เร็วขึ้นคือทางเดียวที่เขาจะทำได้!