“แม่ ขอร้องหยุดสักที!” ธัญญ่าตะโกนลั่นออกมา
ก่อนที่ดาบเล่มยักษ์ของขุนพลล้างผลาญจะถูกฟันลงใส่ดิเรกโดยไม่ทันตั้งตัว ธัญญ่ายังรวดเร็วพอที่จะเรียกดาบเวทมนตร์ทั้งสองเล่มออกมาเพื่อรับดาบจากแม่ของเธอ
ทันทีที่รู้ตัว ดิเรกก็รีบถอยหลังกลับเพื่อหลบจะวิถีดาบของขุนพลล้างผลาญ แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะตอบโต้เธอกลับแต่อย่างใด เขาทำเพียงมองกลับไปยังสองแม่ลูกว่าจะทำอย่างไรต่อเท่านั้น ส่วนคิมหันต์เขาก็ปล่อยไปอย่างนั้นเพื่อลดความเข้าใจผิดที่จะยิ่งบานปลายไปมากกว่านี้
“นี่แกกล้าถึงขนาดปกป้องคนร้ายแล้วงั้นเหรอ!?” ขุนพลล้างผลาญตวาดกลับ “หรือจะบอกว่าแฟนแกไม่ได้ทำอีกคนทั้งที่ทั้งห้องนี้มีแค่พวกเราเท่านั้น!”
“เขาไม่ใช่แฟนฉัน!” ธัญญ่าโต้เถียงกลับไปเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น คนที่ถูกพูดถึงแค่ฟังก็เจ็บปวดใจแม้มันจะเป็นความจริงก็ตาม
ทันใดนั้นขุนพลล้างผลาญก็ตาเบิกกว้างราวกับคิดอะไรบางอย่างออก และเธอก็พูดว่า “หรือว่าเขาคืออรุณ?”
“ไม่ใช่เขา อรุณเขาหล่อและหนุ่มกว่านี้” ธัญญ่ารีบปฏิเสธความคิดของแม่ของเธอทันที ส่วนในใจของดิเรกเหมือนมีมีดเล่มที่สองและสามทิ่มเข้าไปในหัวใจ แต่ทุกอย่างที่ธัญญ่าพูดมา มันคือเรื่องจริงที่เขาปฏิเสธไม่ได้เลย
ในเมื่อเขากำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย ดิเรกจึงคิดว่าควรพูดบางอย่างที่สอดคล้องกับธัญญ่าเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของเขา
“ผมไม่ใช่อรุณที่ว่าจริง ๆ ครับ” ดิเรกยกมือทั้งสองขึ้นทำท่าทางเพื่อบอกว่าเขายอมแพ้ เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายใด ๆ ทั้งนั้น และเขาก็กล่าวต่อว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่ธัญญ่าพูดเป็นความจริง อรุณเขาเก่งเกินกว่าใครจะเอาชนะเอาได้ ซึ่งไม่ใช่ผมแน่นอน”
ทันใดนั้นธัญญ่าก็หันมามองตาขวางใส่ดิเรกทันที เมื่อเห็นสายตาธัญญ่าที่มองมา ดิเรกก็รู้ตัวทันทีว่าเขาปากมากเกินไป
“แกก็รู้จักอรุณด้วยงั้นเหรอ?” ขุนพลล้างผลาญขมวดคิ้วจ้องดิเรกเขม็ง
ดิเรกหน้าตึงส่ายหัวอย่างแข็ง ๆ พร้อมกับพูดอย่างตะกุกตะกักว่า “ปะ ปะ เปล่าครับ ผมแค่ได้ยินมาจากธัญญ่าเท่านั้น”
ขุนพลล้างผลาญยังคงจ้องมองดิเรกอย่างไม่วางตาก่อนจะกล่าวเหมือนคนกำลังพูดกับตัวเองว่า “คนรู้จักของธัญญ่า นอกจากเราเองและธันวาแล้ว ที่นี่ไม่ควรมีใครที่เธอรู้จักอีก เพราะตลอดที่ผ่านมาเธออยู่แต่ในธารา คนที่เธอรู้จักทั้งหมดก็ควรอยู่ในธาราไม่ใช่ที่นี่ อีกทั้งเธอยังยืนยันอีกว่าเธอรู้จักกับอรุณ...”
ขุนพลล้างผลาญร่ายยาวออกมา ยิ่งพูดในใจของธัญญ่าและดิเรกยิ่งสั่นไหวโดยเฉพาะคำพูดของขุนพลล้างผลาญหลังจากนี้ “ทั้งที่ปฏิเสธเสียงแข็งแต่เธอกลับปกป้องเขา และเขาก็ปกป้องเธอ แสดงว่าต้องเป็นมากกว่าเพื่อน ทั้งที่ทั้งอาณาจักรศิขาเธอไม่ควรมีใครที่เธอรู้จักเป็นการส่วนตัวอีกแล้ว แต่หมอนี่กลับมาโผล่ที่นี่แถมยังในเวลาแบบนี้ นั่นก็แสดงว่า...”
ทันใดนั้นขุนพลล้างผลาญก็ยกดาบใหญ่ของเธอชี้ไปทางดิเรก สีหน้าของเธอเป็นเหมือนแม่ที่จับได้ว่าลูกสาวตัวเองทำอะไรผิดขณะพูดต่อว่า “แสดงว่าหมอนี่คืออรุณและเขาเป็นแฟนของเธอด้วย”
ทั้งใบหน้าของธัญญ่ากระตุกทันที เธอได้แต่ยืนอึ้งจนพูดไม่ออก เธอกำลังคิดว่าแม่ของเธอมีกระบวนการคิดที่ประหลาดจนคิดออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร นี่แม่ของเธอรับข้อมูลเข้าไปแบบเลือกเฉพาะที่อยากฟังอย่างนั้นหรือ?
ดิเรกแทบจะหลุดขำออกมาแต่ก็ปรับกลับมาเป็นปกติทันทีขณะพยายามปฏิเสธสิ่งที่ขุนพลล้างผลาญพูดออกมาว่า “ไม่ใช่นะครับ ผมไม่ใช่อรุณจริง ๆ ถ้าผมเป็นอรุณจริงที่นี่คงไม่เหลือ...”
ดิเรกหุบปากลงอย่างกะทันหันเมื่อคิดว่าได้เผลอหลุดปากออกไปอีกแล้ว ในขณะเดียวกันขุนพลล้างผลาญก็ตาเบิกกว้างด้วยความโกรธทันที เธอพูดด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “นี่แกก็รู้จักเจ้าอรุณจริง ๆ สินะ? แสดงว่าแกก็มาจากธาราอย่างนั้นสิ ชาวธาราไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นี่!”
ทันทีที่พูดจบ ขุนพลล้างผลาญกระโดดพุ่งเข้าใส่ดิเรกทันที หนนี้เธอเต็มไปด้วยจิตสังหารที่คิดจะฆ่าดิเรกจริง ๆ เธอพุ่งไปด้วยความรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่ดาบของเธอเล่มใหญ่ขนาดนั้น เธอเร็วจนแม้แต่ธัญญ่าก็ตามไม่ทัน
บึก!!