เอริคเห็น‘ฤทธิ์’ สาวน้อยตาสวยคนนี้แล้วอดขำไม่ได้ท่าทางจะไม่ใช่สาวน้อยร้อยชั่งซะแล้ว น่าจะเป็สาวน้อยร้อยฤทธิ์มากกว่า
น้ำใสนึกขวางกับแววตายิ้มได้ของอีกฝ่ายคนอะไร นอกจากจะยียวนกวนประสาทแล้วยังทำตายิ้มเยาะอีก
“อย่าเพิ่งมีอารมณ์ไปซิครับ ผมยังพูดไม่จบ ผมกำลังจะถามคุณต่อว่าคุณรู้อะไรจากเด็กอ้อบ้าง ความจริง ผมสั่งไว้แล้วว่าอย่าเพิ่งไปพูดไปบอกอะไรกับคุณรอให้คุณฟื้นก่อนแล้วให้รีบมาบอกผม แกคงลืม”
แล้วก็ไม่รีบบอกแต่แรกปล่อยให้เราฉอด ๆ อยู่ได้ น้ำใสหน้าเจื่อนก่อนตอบกลับไปแบบไว้เชิงว่า
“คุณตอบไม่ตรงคำถามของดิฉันนี่ค่ะดิฉันจะทราบได้อย่างไรว่าคุณจะถามอะไรดิฉันอีก”
เอริคชักสนุกที่ได้ต่อปากกับคนฤทธิ์เยอะคนนี้
“เอาละครับ ผมขอโทษก็แล้วกัน ว่าแต่คุณสงสัยอะไรอีก ถามมาได้เลย ผมพร้อมแล้ว”
น้ำใสเห็นท่าทางเหมือนไม่ยี่หระของเขาแล้วรู้สึกฉุนขึ้นมาหน่อยแต่เมื่อนึกได้ว่าเขาคือคนที่น่าจะช่วยหล่อนได้ น้ำใสจึงต้องพยายามข่มอารมณ์เอาไว้หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกยาวเพื่อผ่อนคลาย ก่อนถามต่อไปว่า
“ดิฉันทราบจากอ้อว่าที่นี่คือเกาะเอริค ไม่ทราบดิฉันเข้าใจถูกต้องไหมคะ”
“ครับ” เอริคตอบ เสียงราบเรียบขึ้นกว่า่แรกดูเป็การเป็งานมากขึ้น
“เป็เกาะที่อยู่ในเมืองไทย”
“ครับ”
“แล้ว คุณเป็คนช่วยดิฉันไว้ คือ หมายถึง” น้ำใสหยุดหายใจนิดนึงก่อนถามต่อว่า
“ดิฉันหมายถึงาแที่หัวของดิฉัน ใครเป็คนทำแผลให้ดิฉันคะหรือว่าเป็คุณ”
“ครับ”
เอ๊ะนายคนนี้นี่ยังไงน่ะ ถามคำตอบคำ กวนชะมัด ทีเมื่อกี้พูดซะยาวเชียวทีตอนนี้ก็พูดสั้นจุ๊ด น้ำใสนึกเคืองชายหนุ่มขึ้นมาอีกแต่หล่อนต้องพยามข่มมันเอาไว้ แล้วเปิดปากถามต่อว่า
“แล้วใครเป็คนจัดการเื่ เอ่อ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดิฉันคะคงไม่ใช่คุณอีกนะ” น้ำใสดักคอแบบรู้ทันทำเอาคนบนเกาะกลั้นยิ้มแทบแย่ก่อนตอบเ้าหล่อนไปว่า
“ครับ ไม่ใช่ผมแน่นอน”
“เฮ้อ ” น้ำใสเผลอถอนหายใจเสียงดังด้วยความโล่งอกไม่ใช่เขา อาจจะเป็คนชื่อแก้วก็ได้ แต่คิดว่าคงเป็ผู้หญิง เขาคงไม่ให้ผู้ชายเปลี่ยนชุดให้เราหรอกนะเท่าที่เห็น คนที่นี่ก็มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย ค่อยยังชั่ว
“คือดิฉันอยากขอบคุณเขานะค่ะ”น้ำใสอารมณ์ดีขึ้นพูดเจื้อยแจ้วเอริคชะงักกับประโยคนี้ของหล่อน ดูซิ ขอบคุณคนที่เปลี่ยนเสื้อให้ แล้วคนที่ดูแลมากกว่านี้ไม่เห็นพูดถึงเลย
น้ำใสมองเอริคเห็นหน้างอ จริงซิเราต้องขอบคุณเขาด้วยซิ มัวแต่ดีใจเลยลืมไปเลย
“เอ่อ แล้วดิฉันก็อยากขอบคุณคุณด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ดูแลเื่อาการาเ็ของดิฉัน”
เอริครู้สึกดีขึ้นแต่เมื่อนึกอะไรอย่างหนึ่งขึ้นมาได้ นี่เราเป็อะไรไปทำไมเราต้องแคร์ความรู้สึกของหล่อนที่มีต่อเราด้วยนะ ไม่นะเอริคหล่อนไม่ใช่คนที่คนอย่างนายควรใส่ใจไม่ใช่เหรอ นายต้องจัดการกับหล่อนให้เร็วที่สุด อย่าลืมซิ!
เอริครีบเปลี่ยนท่าทีเหมือนจะรู้สึกตัว
“ผมว่าคุณควรรีบทานอาหารก่อนดีกว่า” น้ำใสเห็นแววตาเอริคเปลี่ยนเป็กระด้างยามเมื่อพูดประโยคนี้กับหล่อน น้ำใสแปลกใจในอากัปกิริยาของเอริคคนอะไรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทำอย่างกับจิ้งจกเปลี่ยนสีน่าจะเปลี่ยนชื่อจากเอริคเป็นายจิ้งจก
แต่ก็จริงอย่างเขาว่าท้องหล่อนมันร่ำร้องหาอาหารมาใส่หลายครั้งแล้วมัวแต่ต่อปากต่อคำกับเขาซะจนลืมว่าตอนนี้หิวมา น้ำใสหันไปมองถาดอาหารที่ตอนนี้ไอร้อนลอยเป็ควันที่เห็นตอนแรกเริ่มจางลงจนแทบมองไม่เห็นหญิงสาวเอียงหน้าก้มลงลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันหน้ากลับมาประสานสายตากับคนหน้าบึ้งแสร้งว่าหล่อนไม่รู้สึกหิวสักเท่าไหร่บอกกับเขาว่า
“เผอิญดิฉันยังไม่รู้สึกหิว เดี๋ยวก่อนก็ได้ ตอนนี้ดิฉันอยากทราบว่า”
“อย่าเพิ่งคิดหรือพูดอะไรตอนนี้เลย ทานอาหารเสียก่อนไว้คุณแข็งแรงกว่านี้ค่อยว่ากัน” เอริคตัดบทเหมือนกับอยากจะตัดความสัมพันธ์ที่อาจจะยืดเยื้อออกไปเขาไม่อยากกสนิทสนมกับใครมากไปกว่านี้ เขาไม่อยากเสียใจเหมือนตอนนั้นอีก
“แต่ดิฉัน” น้ำใสตั้งท่าจะเถียง เอริคไม่สนใจที่จะฟัง หล่อนพูดยังไม่ทันจบเขาก็หันหลังเดินออกจากห้องไป
น้ำใสมองตามหลังเอริคจนลับหายไปเมื่อประตูถูกปิดลงแม้หล่อนจะไม่พอใจในสิ่งที่เขาทำกับหล่อน แต่หล่อนก็รู้ดีว่าที่นี่เป็ที่ของเขาไม่ใช่ที่ที่หล่อนจะแสดงสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยได้อย่างเต็มที่หล่อนไม่รู้จักสถานที่นี้ ไม่รู้จักใครไม่รู้จักแม้กระทั่งว่าเอริคเป็ใครมาจากไหน หล่อนคงต้องฝืนทนทำตามที่เขาบอกไปก่อนแม้มันจะขัดกับความรู้สึกและนิสัยของตัวเองก็ตาม
ต้องพยายามรักษาตัวและรักษาชีวิตเอาไว้น้ำใสเฝ้าบอกตัวเองแบบนั้น
น้ำใสหิวแต่หล่อนยังไม่นึกอยากทานอาหารตอนนี้ เมื่ออยู่เพียงลำพังน้ำใสคิดเื่โน้นเื่นี้สารพัด น้ำใสคิดถึงแม่ คิดถึงพ่อ คิดถึงเพื่อนน้ำใสไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หล่อนจะได้กลับบ้าน หล่อนคิดถึงบ้าน คิดถึงเหลือเกินความคิดถึงมันทรมานจริง ๆ
เวลานี้ทุกคนที่น้ำใสคิดถึงจะเป็อย่างไรกันบ้างนะน้ำใสไม่รู้ว่าหล่อนนอนสลบไปกี่วันกี่คืนไม่รู้ว่าที่นี่มันอยูใกล้ไกลมากน้อยแค่ไหน ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็วันที่เท่าไหร่ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้เป็เวลากี่โมงแล้วป่านนี้แม่คงเป็ห่วงและคิดถึงหล่อนมาก เกิดมาน้ำใสไม่เคยห่างแม่ในลักษณะนี้เลยเวลาไปไหนไกล ๆ น้ำใสจะโทรศัพท์หาแม่ตลอด เราไม่เคยขาดการติดต่อกันเพราะเรามีกันและกันแค่สองคนเท่านั้น
น้ำใสรู้สึกร้อนแถวขอบตาและจมูก่บนสักพักน้ำตาหล่อนก็รื้อเอ่อขึ้นจนหญิงสาวรู้สึกได้น้ำใสปล่อยให้หยดน้ำแห่งความคิดถึงไหลรินออกมา เผื่อบางทีมันอาจทุเลาความคิดถึงที่เกาะกินใจหล่อนให้จางลง
น้ำใสปล่อยให้น้ำตาไหลรินเป็สายนานเท่าไหร่หญิงสาวไม่รู้ความคิดถึงมันยังคงพลุ่งพล่านอยู่ในหัวจนหล่อนไม่อยากทำอะไร
เอริคย้อนกลับมาแอบดูสาวน้อยแปลกหน้าชายหนุ่มลอบยืนมองหญิงสาวอยู่ไกล ๆ จากต้นไม้ต้นใหญ่ใกล้ที่พักของหล่อนโดยไม่อยากให้หล่อนรู้จากหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่ เอริคบังเอิญได้เห็นน้ำตาของคนฤทธิ์มากแบบไม่ตั้งใจ สาวน้อยคนเก่งที่บัดนี้แสดงความอ่อนแอออกมาแล้ว เห็นเ้าหล่อนเป็แบบนี้ทำไมใจเรามันกระตุกวูบขึ้นมาได้ ความสงสารเกิดขึ้นในใจของเอริค เมื่อเห็นหล่อนนั่งนิ่งไม่ทำอะไรเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้อยู่พักใหญ่
เป็ใครก็คงต้องร้องไห้แบบหล่อนมาอยู่ในที่ที่ไม่รู้จัก ต้องจากกับคนที่หล่อนรักหรือคนที่รักหล่อนโดยไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีกเปล่า หล่อนคงคิดถึงพวกเขามาก แล้วแถมมาเจอกับคน‘เ็า’ แบบเขาอีก คงรู้สึกแย่เหมือนกัน