ภารกิจพลิกชีวิตไอดอล

    บทที่ 33 วงของเราเก่งกว่าเห็น ๆ 2 (2)

    บทที่ 33 วงของเราเก่งกว่าเห็น ๆ 2 (2)


    โลกของไอดอลยังคงเต็มไปด้วยปริศนาสำหรับผม แต่เมื่อผมลองวิเคราะห์ดูด้วยมุมมองทางการตลาด ก็ไม่มีอะไรที่ผมทำไม่ได้


    สิ่งที่คนดูเคยสัมผัสมาแล้ว อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่ปฏิเสธ และนี่ก็คือความชำนาญของผม


    ตราบใดที่ผมค้นพบสูตรสำเร็จ พวกเราก็จะไม่มีทางผิดพลาดเด็ดขาด ในเมื่อวงอื่นทำได้ วงเราก็ต้องทำได้เช่นกัน


    ว่าแต่ผมจะกินอะไรเป็นอาหารค่ำดี


    ระหว่างขับรถกลับไปยังหอพัก มือของผมจับพวงมาลัย แต่ใจของผมลอยไปอยู่ที่อื่น


    อาทิตย์หน้าก็จะมีการประชุมแผนงานสำหรับการคัมแบ็ครอบใหม่ หลังจากนั้น วงของเราก็ต้องไปออกงาน


    เมื่อผมเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา ผมก็จำเป็นต้องหาอะไรรับประทานเพื่อไม่ให้ตนเองฟุ้งซ่านอีก


    ตอนนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะคิดมาก เดี๋ยวได้ผมร่วงหมดหัวกันพอดี


    แต่รู้ตัวอีกที ผมก็กลับมาถึงหอพักแล้ว 


    ฮึบ! หลังจากสูดหายใจลึก ๆ ผมก็ลงจากรถและเดินเข้าหอพัก นาซอนอูเพิ่งจะออกกำลังกายเสร็จ เขารีบเดินออกมารับผม


    หยดน้ำไหลลงมาจากเส้นผมสีดำของเขา


    "พี่อีเซกลับมาแล้วเหรอครับ?"


    ถึงเขาจะใส่เสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นเรียบง่าย แต่รูปร่างของเขาก็ดีมากกว่าตอนที่ผมเจอเขาครั้งแรกหลายเท่า


    "พี่มองผมแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่า?"


    เมื่อผมจ้องมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอยู่นานสองนาน ดูเหมือนว่านาซอนอูจะรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย


    "ไม่มีอะไร ฉันแค่รู้สึกเหมือนนายลดน้ำหนักลงได้เยอะเลย"


    "!!"


    ใบหน้าของนาซอนอูมีสีแดงขึ้นมาทันทีเพราะได้รับคำชมจากผมโดยไม่ได้ตั้งใจ


    "วันนี้ผมออกกำลังกายหนักมากเลยครับ! พี่เทรนเนอร์บอกว่าถ้าผมยังคงออกกำลังกายในระดับนี้ต่อไป ผมก็น่าจะลดได้อีก 10 กิโลกรัมในเดือนนี้!"


    อืมม...ถ้าอย่างนั้นผมก็เริ่มมีความหวังแล้ว


    เป้าหมายระยะสั้นของผมมีโอกาสสำเร็จสูงทีเดียว


    "ดีแล้ว เวลากินอาหารก็ระวังด้วย เดี๋ยวถ้าเกิดโยโย่เอฟเฟกต์*[1]จะอ้วนขึ้นมาอีก ยังไงก็สู้ ๆ นะ"


    ผมกำลังจะเอื้อมมือไปลูบหัวเขาเหมือนลูบหัวเด็ก ๆ แต่ก็หยุดมือไว้ทัน ผมเคยลูบหัวเขามาแล้ว แต่ว่า...


    ผมกับเขาอายุห่างกันจนเป็นพ่อลูกได้ก็จริง แต่นาซอนอูกับชอนอีเซมีอายุห่างกันแค่ 3 ปีเท่านั้น


    ในกรณีนี้ มันอาจจะสร้างความอึดอัดใจขึ้นมาก็เป็นได้


    "...?"


    เมื่อผมชักมือกลับ นาซอนอูที่ก้มหัวลงเล็กน้อยก็เงยหน้าขึ้นมองผม


    "อะไร มีอะไร มองทำไม"


    เมื่อผมพูดด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น นาซอนอูก็ตอบกลับมาด้วยความเสียใจว่า


    "ผมนึกว่าพี่จะลูบหัวผมซะอีก..."


    "นายเป็นเด็กหรือไง..."


    หลังจากนั้น ผมก็ลูบหัวเขาเล็กน้อย นาซอนอูคงเพิ่งจะสระผมมา ฝ่ามือของผมจึงเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำ


    "ฉันจะไปเตรียมอาหารค่ำ รีบเป่าผมให้แห้งแล้วมากินซะ"


    หลังจากผมเช็ดมือกับผ้าขนหนูที่นาซอนอูพาดอยู่บนลำคอแล้ว ผมก็เดินตรงไปที่ห้องครัว


    นาซอนอูตอบรับกลับมาด้วยความคึกคักจากด้านหลังของผมว่า


    "รับทราบครับ!"


    ...


    โชคดีที่วันนี้โอเยจุนไม่อยู่ อาหารค่ำจึงผ่านไปอย่างสงบสุข


    เรายังคงทานสลัดกันต่อจากเมื่อตอนกลางวัน ดูเหมือนนาซอนอูจะเสียใจไม่น้อย แต่เขาก็ต้องนั่งเงียบเมื่อได้ยินซนซองวอนเหน็บแนม


    ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองควรจะใช้โอกาสนี้ชวนคุยดีหรือไม่...


    มีหลายอย่างที่ผมอยากจะสอบถามซนซองวอนเป็นการส่วนตัว มีหลายเรื่องราวที่ผมอยากรู้คำตอบโดยเร็วที่สุด


    อย่างเช่น ทำไมเขาถึงอยากจะมาเป็นไอดอล ตอนนี้เขาอยากทำอะไรจริง ๆ กันแน่ ผมต้องรู้ให้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ผมถึงจะตัดสินใจได้ว่าควรเอาเขามายืนตำแหน่งเซ็นเตอร์ประจำวงดีหรือไม่


    แต่เขาไม่รู้เลยว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ ทันทีที่ซนซองวอนรับประทานอาหารเสร็จ เขาก็เดินเข้าห้อง ปิดประตู และขังตัวเองอยู่ในนั้น


    จริง ๆ เลยนะ...ซนซองวอนมีนิสัยเหมือนเด็กมัธยมอายุ 14 ปีไม่มีผิด


    ผมคุ้นเคยแต่กับการอยู่ในร้านอาหารที่มีผู้คนจำนวนมาก ผมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าต้องขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียวแบบนั้นมันจะเงียบเหงาและว้าเหว่ขนาดไหน?


    แต่หลังจากนั้นไม่นาน โอเยจุนก็กลับมาถึงหอพัก ความเงียบสงบของพวกเราก็ถูกทำลายลงไป


    "วันพรุ่งนี้ช่วงอาหารกลางวันผมก็จะออกไปข้างนอกอีกนะ แล้วเดี๋ยวผมจะกลับมาเวลาประมาณนี้แหละ!"


    ท่าทางดีอกดีใจแบบนี้มันคืออะไรกัน? ดูเหมือนเขาจะได้พบเจอเรื่องราวดี ๆ อะไรบางอย่าง...โอเยจุนยิ้มกว้างด้วยความร่าเริง


    "จะออกไปเจอเพื่อนอีกแล้วเหรอ?"


    "หืม? ใช่ครับ"


    โอเยจุนตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจและเดินเข้าไปในห้องน้ำ


    ผมว่าเขาต้องปิดบังอะไรอยู่แน่ ๆ...


    แม้แต่ตอนที่เจอกันครั้งแรก ผมก็รู้ว่าเขาแอบรับโทรศัพท์จากค่ายเพลงหลายค่าย โดยที่สมาชิกวงคนอื่น ๆ ไม่รู้


    หรือว่าหมอนี่วางแผนจะชิ่งออกจากวงก่อนที่จะหมดสัญญา?


    มีความเป็นไปได้มากทีเดียว ให้ตายเถอะ มันคงกลายเป็นปัญหาใหญ่มากถ้าอยู่ดี ๆ ก็มีสมาชิกถอนตัวออกจากวงไคลแมกซ์ในตอนนี้


    ผมรู้สึกกังวลใจ ได้แต่จ้องมองไปที่ประตูห้องน้ำโดยไม่รู้ตัว


    "พี่ครับ"


    นาซอนอูซึ่งนั่งอยู่บนเตียงนอนของเขาจ้องมองผ่านประตูที่เปิดค้างอยู่ออกมา เขากำลังเอียงหน้าเรียกผมด้วยความสงสัยเหมือนกัน 


    "ไม่มีอะไรหรอก"


    ถ้าไม่มีอะไรจริง ๆ มันก็ดี...เพราะนี่เป็นปัญหาที่ผมแทบไม่มีเวลามาจัดการอีกแล้ว


    ผมตัดสินใจว่าวันพรุ่งนี้จะแอบตามเขาไป


    เมื่อคิดได้ดังนี้ ผมก็เดินกลับเข้าไปในห้อง 


    "ก่อนนอนมายืดเส้นยืดสายกันหน่อยดีกว่า"


    ผมเดินเข้าไปช่วยดัดแขนดัดขาเป็นการยืดเส้นให้แก่นาซอนอูเพื่อดับความวิตกกังวลของตนเอง


    "โอ๊ะ? โอ๊ย!"


    นาซอนอูไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ยอมให้ผมจับดัดแขนดัดขาแต่โดยดี ซึ่งทำให้ผมรู้สึกสบายใจมากขึ้น


    ถ้าทุกคนเชื่อฟังผมแบบเขามันก็คงจะดี...ตอนที่ความคิดของผมดำเนินมาถึงตรงนี้ สายตาของผมก็สะดุดเข้ากับพุงของนาซอนอู


    เฮ้อ หมอนี่ยังคงต้องพยายามลดน้ำหนักต่อไปอีกสินะ


    ยามราตรีผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันรุ่งขึ้นมาถึงโดยไม่ทันตั้งตัว


    "วันนี้ฉันจะออกไปทำงานข้างนอกนะ"


    "หา? พี่อีเซจะไปไหนครับ?"


    นาซอนอูซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วยสีหน้ามีความสุขถามขึ้นมาโดยทันที 


    "ฉันอาจจะกลับมืดหน่อย อาหารค่ำอยู่ในตู้เย็น อย่าแอบกินขนมล่ะ"


    โอเยจุน ถึงเวลาแล้วที่ฉันต้องรู้ให้ได้ว่านายออกไปทำอะไรข้างนอกกันแน่



    [1] โยโย่เอฟเฟกต์ (Yo-Yo Effect) คือ ภาวะที่น้ำหนักตัวขึ้น ๆ ลง ๆ และมักจบลงด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนเริ่มลดน้ำหนัก

    คล้ายกับเรื่องภารกิจพลิกชีวิตไอดอล ที่คุณอ่าน