ผมลืมตาขึ้นมา ลอดสายตามองผ่านผ้าม่านที่ปิดไม่สนิท ข้างนอกยังคงมืดสนิท บอกเวลาได้เพียงว่าฟ้ายังไม่สางดีนัก แขนข้างหนึ่งของผมรู้สึกชาเหมือนมีอะไรมาทับอยู่
ผมขยี้ตาแล้วหันไปมองชัด ๆ เห็นเมษากำลังกอดแขนผมแน่น แก้มนุ่ม ๆ ของเธอแนบชิดอยู่ที่หัวไหล่ ริมฝีปากเผยอนิด ๆ อย่างเผลอไผล
ภาพนั้นทำให้หัวใจผมเต้นแรง ความน่ารักไร้เดียงสาของเธอที่อยู่ใกล้แค่คืบเหมือนจะสะกดผมให้หยุดนิ่งอยู่กับที่
“น่ารักเกินไปแล้วนะเรา...” ผมพึมพำในใจ พร้อมกับยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
แต่ที่สำคัญกว่าคือแขนของผมแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างก้อนเนื้อนุ่มๆ ของเธอ
มีแขนของเธอโอบกอดแขนผมอยู่ หัวใจของผมเต้นแรงระรัว ผมพยายามเอียงคอเพื่อมองให้ชัดขึ้น แล้วผมก็รู้ในทันทีว่าเธอกำลังสวมเสื้อกล้ามตัวหลวมๆ อยู่ แต่จุกปลายอกของเธอกลับดันเสื้อกล้ามตัวบางจนเห็นเป็รอยนูนอย่างชัดเจน
ขณะนั้นเอง ผมรู้สึกชาไปทั้งมือ เมื่อมองต่ำลงไปอีกก็พบว่ามือของผมซุกอยู่ระหว่างขาของเธอ แนบชิดกับของรักของหวง เธอสวมกางเกงขายาวตัวหลวมๆ ที่ดูสบาย ๆ
ความคิดในหัวผมตอนนี้มันช่างลามกเกินกว่าจะพูดออกมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากทำอะไรให้เธอต้องตื่นขึ้นมาด้วยความไม่สบายใจ ผมค่อย ๆ ขยับแขนออกอย่างแ่เบา ระวังไม่ให้เกิดเสียงหรือแรงสั่นะเืเกินไป
เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะพลิกกายหันไปอีกด้าน ผมรีบเอื้อมมือดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเธอ
“น่ารักชะมัดเลย...” ผมพึมพำเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้เวลา 05.00 น.
ผมลุกขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวัง กลัวจะทำให้เมษาตื่น แล้วค่อย ๆ เดินออกไปยังระเบียงด้านหลัง ปิดประตูเบา ๆ
“ระบบ…แกตื่นได้แล้ว” ผมเอ่ยขึ้นในความเงียบของยามเช้ามืด
ทันใดนั้น จอโปร่งแสงก็สว่างขึ้นตรงหน้า
[ผมออนไลน์ตลอดเวลาไม่ได้พักเหมือนมนุษย์] ระบบตอบด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น
ผมยิ้มมุมปาก “งั้นก็หมายความว่า ฉันจะไม่มีทางหนีแกพ้นเลยสินะ…”
“เอาเถอะ...” ผมพึมพำพลางถอนหายใจเบา ๆ “ฉัน้าเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ต้องทำยังไงบ้าง”
[คุณเพียงเปิดแอป วาร์ป ขึ้นมาแล้วกดไปที่เมนู ‘เปลี่ยนรูปแบบการทำงาน’จากนั้นระบบจะให้เลือกว่าคุณจะใช้รถส่วนตัวหรือจะเช่ารถกับทางบริษัท
“ครั้งนี้แกไม่ให้รถกับฉันแล้วหรือ?” ผมถามพลางยิ้มมุมปาก
[ไม่ครับ] ระบบตอบสั้น ๆ
“กะแล้วเชียว” ผมมองยอดเงินในบัญชีของตัวเอง ก่อนพูดออกมาเสียงเรียบ ๆ “ตอนนี้ฉันมีเงินอยู่ 50,500 บาท... ไม่พอที่จะซื้อรถใหม่เลย คงต้องเช่ากับบริษัทไปก่อน”
[เป็ทางเลือกที่ดีครับ]
ผมพยักหน้า แล้วกดทำตามที่ระบบแนะนำทันที เมื่อผมกดส่งคำขอ ข้อความจากระบบก็เด้งขึ้นมา
[สำเร็จ โปรดรอ 1 ชั่วโมง]
ผมขมวดคิ้ว แล้วถามออกไปด้วยความสงสัย “แล้วฉันจะได้รถเช่ายังไง?”
[รถยนต์จะจอดอยู่ที่โรงรถ ภายใน 1 ชั่วโมง] ระบบตอบอย่างเรียบง่าย
“ถ้างั้นคงต้องรอสินะ… ตอนนี้ก็เพิ่งตีห้านิด ๆ อยู่ใน่คูณ 3 ฉันออกไปทำงานลองดูดีกว่า” ผมพึมพำกับระบบ จากนั้นผมรีบล้างหน้า แต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนเขียนข้อความสั้น ๆ ไว้ให้เมษาที่หน้าโต๊ะหน้าโซฟา
“พี่ออกไปทำงานก่อนนะ”
ผมวางปากกาแล้วก้าวออกจากห้อง
...
ผมขับรถออกมาได้พักใหญ่ พลางมองจอโปร่งแสงที่แสดงข้อความ
[ภารกิจประจำวันของวันใหม่ ได้รับการอัปเดตแล้ว]
[0/10 คน]
[สำเร็จรับ 1,000 บาท ไม่สำเร็จหัก 1,000 บาท]
ติ้ง !
“คุณดาริน / เพศหญิง /อายุ 31 / ฐานะดี / รับผู้โดยสารจาก ร้านโลก้าคลับ ไปส่งที่ 988/2 หมูบ้านสาธร”
[รับภารกิจหรือไม่]
ผมกดรับภารกิจทันที กลัวว่าจะเลยหกโมงเช้าไป เดี๋ยวจะไม่ทัน่คูณสาม
หลังจากนั้นไม่นาน รถก็แล่นมาหยุดที่หน้าร้าน โลก้าคลับ แสงไฟนีออนยังส่องจาง ๆ จากเมื่อคืน
ผมกวาดตามองหาลูกค้าอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดก็เห็นสาวสวยคนหนึ่งยืนรออยู่ริมทาง
ผมขับรถเข้าไปใกล้ ถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ได้ใช้บริการวาร์ปไหมครับ?”
เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาพร่ามัวแต่ยังพอมองเห็นชัด “อ๋อ… ใช่ค่ะ” น้ำเสียงเอ่ยออกมาไม่เต็มที่นัก กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยคลุ้งเบาบาง
หญิงสาวในชุดเดรสสีดำรัดรูป กระโปรงสั้นที่เผยให้เห็นเรียวขา และเว้าโชว์อกนิดหน่อย เธอก้าวขึ้นมานั่งซ้อนท้ายรถของผมอย่างระมัดระวัง เธอเลือกนั่งหันไปด้านข้าง เป็แนวลายขวางเพื่อไม่ให้กระโปรงถกสูงจนเกินไป
แม้สีหน้าและท่าทางจะบ่งบอกว่าเมามากพอสมควร แต่ดวงตาของเธอยังแฝงประกายสติอยู่บ้าง
“จับดี ๆ นะครับ” ผมบอกเตือนเสียงเรียบ
ทันใดนั้น… มือของเธอก็เอื้อมมากอดรอบเอวผมไว้แน่น กลิ่นหอมปนแอลกอฮอล์ลอยมากับลมหายใจอุ่น ๆ
ผมจึงเร่งเครื่องออกไปช้า ๆ ไม่กล้าขับเร็วเกินไป กลัวว่าเธอจะเสียหลักหล่นจากรถ โชคดีที่ระยะทางไม่ไกลนัก
เพียงไม่นาน… รถก็หยุดลงตรงหน้าบ้านของเธอ
“เท่าไหร่คะ…” เธอถามเสียงลอย ดวงตาครึ่งปิดเหมือนจะหลับอยู่แล้ว
“ห้าสิบบาทครับ” ผมตอบสั้น ๆ
เธอค่อย ๆ เปิดกระเป๋าถือออก มือสั่นน้อย ๆ พยายามคุ้ยหาธนบัตรอยู่พักใหญ่ กว่าปลายนิ้วจะสะดุดเข้ากับแบงก์ห้าสิบที่มุมกระเป๋า
ในที่สุดเธอก็ดึงมันออกมา แล้วยื่นมาให้ผมด้วยท่าทางอ่อนแรง
จากนั้นเธอก็เริ่มค้นหากุญแจในกระเป๋า ก่อนจะพยายามเสียบมันเข้ากับประตูบ้าน แต่ดูเหมือนมือที่สั่นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จะทำให้ไม่ถนัดนัก ผมมองอยู่ครู่หนึ่งก็อดรู้สึกเป็ห่วงไม่ได้
“ให้ผมช่วยไหมครับ” ผมเอ่ยขึ้น เผื่อว่าเธอจะ้า
เธอชะงัก หันกลับมามืออีกข้างรวบผมยาวไปด้านหลัง ใบหน้าขึ้นสีเพราะทั้งแอลกอฮอล์และความเหนื่อยล้า “เอ่อ…” เธอจ้องผมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “รบกวนด้วยค่ะ” เธอส่งยิ้มบาง ๆ อย่างเกรงใจ
ผมจึงลงจากรถ เดินเข้าไปใกล้พลางเอ่ยถามสุภาพ “ขอโทษนะครับ กุญแจเป็แบบไหนครับ”
เธออธิบายลักษณะกุญแจให้ผมฟังไม่นาน ผมก็ลองเสียบหมุน จนเสียง คลิก ดังขึ้น ประตูบ้านเปิดออกอย่างง่ายดาย
ผมกำลังจะถอยออกมาเพื่อกลับไปที่รถ ทว่าเสียงแ่เบาก็เรียกเอาไว้ก่อน
“น้องคะ… รบกวนอีกหน่อยได้ไหม เปิดประตูบ้านให้พี่ด้วย” น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าและอ่อนแรง
ผมเหลือบตามอง เธอยืนพิงกรอบประตูไว้แทบจะหมดแรง จึงยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไปว่า
“ได้ครับ ไม่มีปัญหา”
เธอเดินนำผมเข้าไปในบ้าน แต่ก้าวเท้าไม่ค่อยมั่นคงนัก อาการมึนเมาทำให้ร่างกายเอนไปมาราวกับจะล้มอยู่ทุกเมื่อ จนในที่สุดเธอเสียหลักเซไปด้านข้าง
ผมรีบก้าวเข้าไปคว้าแขนประคองไว้ได้ทัน ร่างบางซบลงมาในอ้อมแขนผมพอดี
“ไม่เป็ไรนะครับ” ผมเอ่ยเบา ๆ
เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยิ้มจาง ๆ ทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ “ขอบคุณค่ะ… ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ พี่ดื่มหนักไปหน่อย” เธอส่ายหน้าเบา ๆ เหมือนตำหนิตัวเอง
ผมประคองเธอจนมาถึงหน้าประตูบ้าน ใช้กุญแจตามที่เธอบอก ค่อย ๆ หมุนจนเสียง คลิก ดังขึ้น ประตูเปิดออกในที่สุด
ผมพาเธอเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาไปนั่งเอนกายลงบนโซฟานุ่ม เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายดูผ่อนคลายลงราวกับได้เจอที่พักพิงแล้ว
ผมกดล็อกประตูจากด้านในให้เรียบร้อย ก่อนหันกลับไปมองเธอเป็ครั้งสุดท้าย ยิ้มบาง ๆ แล้วจึงออกจากบ้านไปอย่างเงียบเชียบ