ราชันย์ราชบัลลังก์เลือด

    ตอนที่ 8 โรงเตี๊ยมสัมผัสสวรรค์ (รีไรท์)

    เว่ยหยวนนำทางลั่วเทียนและพ่อบ้านมาซักพักนึง ก็ได้มาถึงหน้าโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรทะยานฟ้าแห่งนี้ เขากล่าวคำอธิบายให้ลั่วเทียนฟัง "โรงเตี๊ยมนี้มีชื่อว่า สัมผัสสวรรค์"
    "ซึ่งโรงเตี๊ยมสัมผัสสวรรค์ของที่นี่มีทั้งหมดเก้าชั้น ผู้ที่สามารถมาทานอาหารของที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีฐานะการเงินค่อนข้างสูงและจะเลือกชั้นบนโดยส่วนมากเพื่อบ่งบอกถึงฐานะทางการเงินของตระกูลตัวเอง ประกอบกับรสชาติและคุณภาพอาหารระดับสูงด้วย"
    "โรงเตี๊ยมแห่งนี้นอกจากรสชาติของอาหารแล้ว ความสวยงามของโรงเตี๊ยมก็ไม่แพ้กัน ถูกประดับด้วยทั้งภาพตกแต่งโบราณ อัญมณี บ่งบอกได้ถึงฐานะของเจ้าของสัมผัสสวรรค์เป็นอย่างมาก" เด็กน้อยเว่ยหยวนกล่าววาจาอย่างคล่องแคล่ว
    ลั่วเทียนเดินเข้ามาด้านในก็สัมผัสได้ถึงค่ายกลที่ติดตั้งไว้ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ทันที เขาคิดว่าไม่ว่ายุคสมัยไหนจะผ่านไปนานเพียงใดเรื่องของค่ายกลก็มีมาตลอด เพียงแต่จะพัฒนาขึ้นหรือล้าหลังก็เท่านั้นเอง
    พนักงานต้อนรับของที่นี่ก็ทำงานกันอย่างกระฉับกระเฉง เมื่อเห็นคนเข้ามาเพิ่มก็ออกมาต้อนรับทันที
    ผู้ที่ออกมาต้อนรับกล่าวกับกลุ่มของลั่วเทียนว่า "ไม่ทราบว่านายท่านต้องการทานอาหารของเราที่ชั้นไหน อาหารแต่ละชั้นจะยกระดับตามสัตว์อสูรที่นำมาปรุงและสมุนไพรหายาก และยังมีพลังธรรมชาติที่เสริมสร้างเมื่อทานอาหารของที่นี่ทำให้ผู้ฝึกตนเหมือนพลังเพิ่มขึ้นได้อีกด้วยเพียงแค่ทานอาหารที่โรงเตี๊ยมสัมผัสสวรรค์ของเรา และแต่ละชั้นที่จะขึ้นไปได้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วยเช่นกัน"
    ลั่วเทียนกล่าวกับพนักงานต้อนรับว่า "ข้าต้องการจะกินอาหารที่ชั้นเก้าและดูว่ามันสมชื่อกับคำว่าสัมผัสสวรรค์จริงหรือเปล่า เจ้าจงไปจัดเตรียมที่นั่งให้ข้าสามที่"
    พนักงานกล่าวกับลั่วเทียนว่า "แน่นอนว่าทางเราขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติอาหารอยู่แล้ว แต่เนื่องจากข้ายังไม่คุ้นเคยและเจอนายน้อยอย่างท่านมาก่อน ข้าจึงขออธิบายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย การจะขึ้นไปทานอาหารที่ชั้นเก้าได้จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในราคาสิบเหรียญทอง และเด็กน้อยที่ท่านนำมาด้วยท่าแน่ใจน่ะจะพาขึ้นไปด้วยจริงๆ โดยไม่กลัวปัญหา"
    "มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะไม่สามารถนำคนรับใช้ของข้าขึ้นไปทานอาหารได้" ลั่วเทียนเริ่มเปลี่ยนสีหน้าทางอารมณ์
    เขากล่าวกับพนักของโรงเตี๊ยมว่า "นี่ข้าให้เจ้ายี่สิบเหรียญทองรับไปซะในค่าธรรมเนียมที่เจ้ากล่าวมา และข้าสามารถจะจ่ายได้มากกว่านี้หากรสชาติอาหารชั้นที่เก้าของเจ้าดีจริง และอย่าได้มาขัดใจข้าอีก"
    พนักงานออกอาการเลิ่กลั่กทันที "เชิญๆ กลุ่มของนายน้อยขึ้นไปด้านบนได้เลย เรามีที่ว่างพอดี เช้าเก้านี้มันมีความพิเศษหน่อย จะมีแค่สองห้องเท่านั้น และมันยังว่างอยู่อีกห้องพอดี"
    ลั่วเทียนเดินขึ้นมายังชั้นสามผ่านสายตาคนหมู่มาก ส่วนใหญ่จะจ้องมาทางเด็กน้อยเว่ยหยวน เนื่องด้วยชุดที่สวมใส่ของเด็กน้อยนี้ดูสกปรกและน่ารังเกียจในสายตาผู้อื่น ขึ้นมายังชั้นที่สี่นี้จะเปลี่ยนพนักงานต้อนรับของที่นี่ซึ่งมีพลังอยู่ระดับเซียนปฐพี มาคอยดูแลความเรียบร้อยจนถึงชั้นหก
    ลั่วเทียนมาถึงชั้นเก้า คนที่มีน่าที่ดูและก็คือบุคคลที่สามารถบ่มเพาะพลังงานมาถึงขอบเขตเซียนนภาซึ่งจะดูแลชั้นที่เจ็ดจนถึงชั้นที่เก้า
    เมื่อเข้ามายังห้องหนึ่งของชั้นที่เก้า ก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที และสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ปล่อยออกมาจากภาพวาด พร้อมทั้งยังมีสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมที่ดูแล้วน่าจะมีมูลค่าที่สูง
    ผู้บ่มเพาะขอบเขตเซียนนภาที่เป็นพนักงานต้อนรับของห้องนี้เป็นหญิงสาวหน้าตางดงามแนะนำกับลั่วเทียนว่า "บนชั้นเก้าแห่งนี้นอกจากความพิเศษของห้องแล้ว จะมีพ่อครัวมาทำอาหารระดับสูงให้ท่านทานด้วย"
    "เยี่ยม" ลั่วเทียนกล่าว
    ลั่วเทียนกล่าวถึงข้อสงสัยของตนเอง "แต่ที่ข้าสัมผัสได้มันมีสิบชั้นไม่ใช่เหรอ ทำไมเจ้าถึงบอกว่ามีแค่เก้าชั้นเท่านั้น"
    หญิงสาวเซียนนภาคนนี้ตกใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่ลั่วเทียนกล่าวนางจึงอธิบายเพิ่มเติม "นายน้อยท่านนี้คงเชี่ยวชาญทางด้านค่ายกลเช่นกันมิฉะนั้นคงมองไม่ออก จริงๆ แล้วก็มีทั้งหมดสิบชั้นแต่ทางเราติดตั้งค่ายกลพรางตาเลยไม่สามารถมองผ่านไปได้สำหรับผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญทางด้านกลก็จะมองไม่ออก"
    "และข้านับถือความสามารถของนายน้อยท่านนี้จริง ๆ ข้าจะบอกความจริงให้ท่านทราบชั้นสิบเป็นที่พักอาศัยของนายหญิงข้าซึ่งเป็นเจ้าของสัมผัสสวรรค์แห่งนี้"
    ลั่วเทียนกล่าวกับหญิงสาวว่า "เอาหล่ะเจ้าไปนำพ่อครัวเข้ามาได้แล้ว"
    เมื่อพ่อครัวเดินเข้ามาหาลั่วเทียนก็ถามว่า "ท่านต้องการจะกินเนื้อสัตว์อสูรชนิดไหน ชั้นเก้านี้มีเนื้อสัตว์อสูรเทียบเท่าผู้ฝึกตนเซียนนภาเลย"
    ลั่วเทียนกล่าว "เอาหล่ะเจ้าเดินไปห้องครัวเลย ข้าจะบอกอีกทีว่าข้าต้องการจะกินอะไร"
    ลั่วเทียนอยู่ที่ห้องปรุงอาหารกับพ่อครัวสองคน จึงบอกกับพ่อครัวว่า "สิ่งที่เจ้าจะเห็นต่อไปนี้ข้าจะให้เจ้าทำอาหารให้เสร็จก่อนแล้วข้าจะมาตกลงกับเจ้าอีก"
    ลั่วเทียนไม่รอให้พ่อครัวตอบกลับ ก็หยิบวัตถุดิบออกมาทันทีโดยมีกลิ่นอายออกมาพร้อมกับวัตถุดิบด้วย
    "เอาหล่ะนี่คือ โสมที่มีอายุเก้าแสนปี"
    "นี่คือ เห็ดมหาดาราเจ็ดสีมีอายุเจ็ดแสนปี"
    "นี่คือ น้ำพุสวรรค์"
    "นี่คือ สุราเติมรสที่หมักมามากว่าล้านปี มันมีชื่อว่า สุราสยบราชันย์"
    "แล้วนี่คือ ชิ้นเนื้อสัตว์อสูรกระทิงเพลิงบรรลัยกัลป์ อายุมากกว่าสองล้านปี อยู่ระดับมหาบรรพกาล"
    เพื่อไม่ให้เกิดความแตกตื่นทั่วเขตเมืองทะยานฟ้า ลั่วเทียนได้แอบเสริมอาณาเขตค่ายกลอำพราง ยกระดับเป็นค่ายกลจุติดาราอำพรางสวรรค์ ก่อนที่จะนำวัตถุดิบออกมา