“แล้วนี่นายจะเล่นเกมคนเดียวจริงดิ?ให้เรียกพวก ‘เด็กๆ ’มาสักสองสามคนก่อนมั้ย?” พวกเด็กๆ ที่พาราฟินหมายถึงคือผู้เล่นใต้อาณัติของพวกวิฬาร์ที่ติดตามกันมาตั้งแต่สมัยก่อนแน่นอนว่าความภักดีเป็นที่ประจักษ์ รวมถึงฝีมือก็นับว่าเป็นกลุ่มแนวหน้าของเกมการมีคนแบบนี้อยู่ข้างตัววิฬาร์สักสองสามคนจะทำให้พวกเขาอุ่นใจกว่าปล่อยวิฬาร์ลุยไปตัวคนเดียวไม่น้อย
“เด็กเดิกอะไรพวกนั้นบางคนอายุมากกว่าฉันไม่รู้กี่ปี ไม่ต้องวุ่นวายหรอกน่า มาขลุกอยู่กับฉันเลเวลก็ไม่ต้องขยับไปไหนกันพอดี”
ผู้เล่นพวกนั้นป่านนี้คงมีระดับจะแตะสามร้อยกันอยู่รอมร่อ ต่อให้สนิทกับวิฬาร์มากขนาดไหน ถ้าเกิดมาติดตามเขาวันๆ ก็คงต้องเบื่อตาย เพราะเลเวลต่างกันเกินไป อีกอย่างนับว่าเป็นการใช้ทรัพยากรบุคคลอย่างไม่คุ้มค่าอีกด้วยผู้เล่นเลเวลเกือบสามร้อยสักคน ต่อให้คนคนนั้นมีเวลาว่างแค่สองสามวัน ไม่สู้ปล่อยเข้าป่าไปล่าเอาชิ้นส่วนสัตว์อสูรหรือบุกเบิกพื้นที่ล่าใหม่ๆ ดีกว่ากันแยะ
“ว่าแต่ที่พวกนายแวบมานี่ เช็กกันดีแล้ว?” วิฬาร์ถามอย่างระแวงพวกเขาตั้งกิลด์กันมานานถึงป่านนี้หนึ่งในเรื่องที่น่าปวดหัวคือเรื่องสายลับจากกิลด์อื่นที่แฝงตัวเข้ามาสายลับระดับเทพคนนึงสามารถสร้างความเสียหายได้มหาศาล ถ้าหากการแวบหายหัวไปครั้งนี้ของเจ็ดเศียรล่วงรู้ถึงหูสายลับพวกนี้เข้าอาจจะพาปัญหาหนักอกมาให้พวกเขาก็ได้ ดีไม่ดี อาจจะถูกจับแพะชนแกะโยงเรื่องพิสดารจนเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจนต้องหัวหมุนกันอีกยกใหญ่
“ไม่ต้องห่วงปิดไว้หมดแล้ว ต่อให้รู้ ก็เป็นผู้เล่นระดับสูงที่ติดตามพวกเรามานานเท่านั้น”ห้องทำงานของพวกเขา ไม่ใช่ใครที่ไหนจะเดินทะเล่อทะล่าเข้าไปได้ง่ายๆรวมถึงผู้ช่วยข้างตัวเขา ก็ต้องเป็นคนที่ติดตามกันมานานจนไว้ใจได้อยู่แล้วแต่ถ้าเกิดว่าในนั้นมีหนอนบ่อนไส้แฝงตัวอยู่แล้วละก็พวกเขาก็เตรียมการพร้อมเอาไว้เหมือนกัน
ร้อยถี่มีหนึ่งห่างทุกช่องว่างมีคนจับจ้อง สายลับระดับสูงคนหนึ่ง แทบทุกคนคือสินค้าใช้แล้วทิ้งเพราะข่าวที่จารชนพวกนี้จับจ้องคือข่าวระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินที่ถ้าเกิดรั่วออกไปแล้วตัวเองจะตกเป็นเป้าหมายตามฆ่าสังหารทันที ดังนั้นคนพวกนี้จะต้องแฝงตัวอยู่มานานที่สุด เพื่อรอโอกาสหนึ่งเดียวนี้การที่คนที่พวกเขาไว้ใจมานานจะเปลี่ยนหน้าเป็นสายลับจากกิลด์อื่นก็ไม่ใช่จะไม่มีโอกาส ยังไงมีใจระแวงไว้หน่อยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
ไม่แน่ว่าข่าวการกลับมาของอนันตกาลอาจจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเลือกสละไพ่เบอร์ใหญ่สักใบเพื่อสืบหาตัวตนที่แท้จริงและพิกัดของวิฬาร์ก็ได้
เพราะว่าเรื่องอย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับพวกเขาครั้งหนึ่ง
แต่ครั้งนี้ถ้ามันเกิดขึ้นจริง พวกเขาจะต้องจัดการได้แน่
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็ร่ำลากันพอเป็นพิธี
“ปะเสร็จแล้วก็แยกย้ายกัน ไว้เดี๋ยวมีโอกาสค่อยเจอกันใหม่” พาราฟินบอก ก่อนจะพาวิฬาร์ออกจากห้องแล้วไปส่งที่ทางลับที่พาเขาเข้ามาตอนนี้ วิฬาร์ยังไม่ได้เข้ากิลด์อย่างเป็นทางการถ้าเกิดว่าลูกกิลด์คนไหนเห็นหน้าวิฬาร์เข้าก็คงจะแปลกใจ จึงต้องทำทีลับๆ ล่อๆเล็กน้อยเพื่อปกปิดตัวตน
ส่วนพวกเจ็ดเศียรก็มีงานรัดตัวอยู่แล้วการที่อยู่ดีๆ หายตัวไปเป็นเวลานาน ก็อาจจะสะกิดความสงสัยของคนอื่นได้พวกเขาเองก็ต้องรีบวาร์ปกลับไปเหมือนกัน
“เฮ้อไอ้บ้านี่แม่งมาเหนือทุกที”กิระยังจับจ้องไปยังประตูที่เพิ่งปิดลงเมื่อครู่อย่างไม่วางตา เผยรอยยิ้มอ่อนอกอ่อนใจขึ้นมาบนใบหน้าสีทองแดงยิ้มจนเห็นฟันขาวจั๊วะ ตัดกับสีผิวของตนพลางส่ายหัว
“นั่นสิแค่ไม่กี่สิบวัน ก็ก่อเรื่องมาเยอะขนาดนี้แล้ว” เจ้าของร่างเล็กอย่างไซออนเห็นด้วย
“พวกแกว่าหายไปคราวนี้มันจะอัปเลเวลมาได้อีกกี่ระดับ” ฮาลอสถามแบบไม่จริงจังนัก
“เหอะเดาไปก็เท่านั้น แกลืมไปแล้วหรอ ว่ามันคือเทพเจ้าแห่งความโกลาหล ขนาดตัวมันเองวางแผนรัดกุม เตรียมของทุกอย่างพร้อมสรรพ ทั้งแผนสำรอง 1 2 3 4สุดท้ายก็ดันไปเจออะไรพิสดารเข้าจนต้องด้นสดเอาเองทุกทีไม่ใช่รึไง” ฟาร์นาร์ทพ่นลมหายใจดังพรืดเมื่อได้ยินคำค่อนขอดของกิระแล้วเอ่ยผสมโรงขึ้นมาอีกคน
“นั่นดิเห็นอย่างครั้งนี้มั้ย แค่เข้าเกมไปลงดันทำเควสเวทมนตร์ธรรมดา ยังจับพลัดจับผลูได้ร่างทศกัณฐ์มาดีไม่ดีแค่เดินพ้นประตูออกไป เรื่องก็วิ่งมาชนมันแล้ว”
“ฮ่าๆๆ”เพื่อนทั้งหกหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างอดไม่อยู่ทำให้พาราฟินที่เพิ่งเปิดประตูห้องเดินเข้ามาต้องเกาหัวอย่างมึนงง
………………..
วิฬาร์ที่ตอนนี้รับไอเทมระดับสูงมาหลายชิ้นก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆ แต่ก็ยังทำตัวเหมือนปกติเพื่อไม่ให้ดูมีลับลมคมใน จะได้ไม่เป็นที่สังเกตของพวกโจรนักเขากระชับเสื้อคลุมของชุดเริ่มต้นมอซอที่สวมอยู่พลางห่อตัวด้วยความหนาวของหิมะยามสายเดินกลับไปที่ทำการกิลด์เพื่อเตรียมลงทะเบียนสมัครเข้ากิลด์ เพราะเขาจะต้องสร้างหลักฐานเส้นทางการเล่นเกมของตัวเองเอาไว้เผื่อว่าอนาคตเกิดมีใครคิดจะมาล้วงแคะแกะเกาเรื่องของตนจะได้ไม่เจออะไรเป็นที่สงสัยได้ง่ายๆ
ด้านในที่ทำการตกแต่งด้วยไม้เนื้อแข็งที่ให้ความรู้สึกหนักแน่นบรรยากาศในร้านก็ให้ความรู้สึกถึงบาร์จากหนังคาวบอยตะวันตกหน่อยๆแถมมีเตาผิงขนาดใหญ่ที่จุดไฟไว้ตลอดเวลาก็ยิ่งช่วยให้ในร้านอุ่นกว่าข้างนอกไม่น้อยทำให้พอเดินเข้ามาก็อยากจะอยู่ในนี้ต่อไปนานๆ จึงทำให้มีทั้งสมาชิกกิลด์และผู้เล่นธรรมดาเข้ามาดื่มกินกันไม่ขาดสาย
เบื้องหน้ามีบาร์เหล้าที่มีผู้เล่นนั่งคุยกันเสียงจอแจส่วนด้านข้างก็มีโต๊ะเก้าอี้หลายชุดที่ถูกจับจองไว้แล้ว
วิฬาร์มองภาพตรงหน้าอย่างยินดีที่กิลด์ของพวกเขาเจริญเติบโตมาจนถึงขนาดนี้ก่อนจะหมุนตัวไปทางซ้าย เดินไปหาเคานเตอร์สำหรับรับส่งภารกิจและติดต่อสอบถาม
เขาแจ้งความจำนงว่าจะสมัครเข้ากิลด์อนันตนาคราชให้กับเจ้าหน้าที่กิลด์
ไม่นานเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ลงทะเบียนชื่อของวิฬาร์ไว้ในรายชื่อรับสมัครบอกกำหนดการทั้งหมดให้ฟังเที่ยวหนึ่ง ก่อนจะส่งเอกสารสรุปเนื้อหาเมื่อครู่และรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าหน้าต่างระบบของเขา
การทดสอบคัดเลือกสมาชิกหน้าใหม่จะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้เวลาเก้าโมงเช้า
เขากล่าวขอบคุณเบาๆแล้วผละออกมา เปิดทางให้ผู้เล่นคนอื่นเข้ามาคุยต่อ ส่วนตัวเองก็เดินออกมาจากอาคารหลังนั้นแล้วมุ่งตรงไปยังโรงแรมรูหนูประจำเมืองไตรเหมันต์ทันที
สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือเรียนรู้ทักษะทั้งหมดก่อนเรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง
วิฬาร์เปิดห้องพักแสนสงบขนาดกลางด้วยราคาห้าร้อยเหรียญเงินพอเข้ามาในห้อง ก็เจอเตียงขนาดห้าฟุตกับเครื่องเรือนอีกเล็กน้อย แต่เจ้าตัวไม่สนใจเขาเปิดหน้าต่างระบบ เรียกคัมภีร์เวทมนตร์ออกมาเรียนรู้ทันที
หมดเวลาไปทั้งเช้าวิฬาร์ก็ใช้คัมภีร์จนครบทุกอัน ทำให้ตอนนี้ เขาสามารถใช้เวทมนตร์ในระดับกลางได้ถึงเจ็ดสายล้ำหน้าผู้เล่นอื่นๆ ในช่วงเลเวลเดียวกันอย่างมหาศาล และนี่นับเป็นขีดจำกัดสูงสุดที่วิฬาร์สามารถใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วทักษะเวทมนตร์ระดับสูงขึ้นไปที่วิฬาร์ขับเคลื่อนได้ดี จะมีเพียงหกสายยกเว้นยุทธเวทและรสายนเวทเท่านั้น ส่วนในขั้นสุด วิฬาร์ทำได้เพียงสามสายคือธาตุเวท มรณเวท และมายาเวท ซึ่งก็คงจะต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าที่เขาจะพาตัวเองก้าวขึ้นไปสู่จุดนั้นได้อีกครั้ง
และเมื่อเสร็จเรื่องตอนนี้จึงถึงคิวธุระถัดไป
หนึ่งในภารกิจที่เขาต้องการทำในตอนนี้ก็คือภารกิจสมาชิกหอสมุดเวทมนตร์
เพราะการเป็นสมาชิกหอสมุดเวทจะทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงและหยิบยืมหนังสือต่างๆ ออกมาอ่านได้รวมถึงการใช้บริการห้องอ่านหนังสือที่มีฟังก์ชันพิเศษอย่างหนึ่งที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดของวิฬาร์ในตอนนี้ด้วย
ฟังก์ชันมิติแห่งเวลา
ในห้องอ่านหนังสือดังกล่าวจะสามารถยืดระยะเวลาในเกมออกได้อีกสามเท่าจากเดิมซึ่งนั่นแปลว่าการอ่านหนังสือในห้องนั้นเป็นเวลาสามชั่วโมง เวลาด้านนอกเพิ่งจะผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นวิฬาร์ต้องการใช้ห้องสมุดกาลเวลานี้ในการอ่านข้อมูลจำนวนมหาศาลที่พวกเพื่อนๆสรุปมาให้ จึงต้องทำภารกิจนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
จากนั้นเขาก็ตระเวนรับภารกิจทั่วเมืองเพื่อพัฒนาทักษะด้านอื่นๆที่ยังขาดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทักษะเก็บวัตถุดิบ ทักษะทำอาหาร ทักษะวางกับดักตามไกด์ไลน์ที่เพื่อนเขาช่วยสรุปมาให้ แม้ทักษะพวกนี้จะดูกิ๊กก๊อกแต่มันเป็นทักษะเสริมทั่วไปที่ใครๆ ก็หาได้ จึงไม่มีคัมภีร์เวทมนตร์สำเร็จรูปขายถ้าอยากได้ ก็ต้องทำเควสด้วยตัวเอง เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นให้เดิน
แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ผู้เล่นทั่วไปต่างก็รู้ว่ามีวิธีผ่านแตกต่างกัน และบางที จะแจกไอเทมเสริมให้ตามความสำเร็จที่มากขึ้นด้วยแต่วิฬาร์ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะสำหรับเขาแล้ว ภารกิจเล็กๆ แบบนี้แม้ว่าจะมีวิธีผ่านมากกว่าหนึ่งวิธี รวมถึงยังให้ของรางวัลที่ดีแย่ต่างกันแต่ในสายตาวิฬาร์ ของพวกนี้ก็ไม่นับว่ามีมูลค่าสักเท่าไหร่ รับมาแค่ตัวทักษะที่เป็นหัวใจพื้นฐานของภารกิจก็พอเรื่องอื่นๆ ช่างมัน
ในเมื่อเขามีอนันตนาคราชทั้งกิลด์เป็นกองหนุนจะยังมัวสนใจไอเทมราคาไม่กี่เหรียญพวกนี้ไปทำไม?
เพราะสิ่งที่เขาใส่ใจตอนนี้ที่สุดคือพัฒนาการของตนเองเพื่อถีบตัวขึ้นไปให้เป็นกำลังหลักของพวกพ้องตนเองให้ได้เร็วที่สุดอย่างมั่นคง
………………..
หลังจากวิ่งไปวิ่งมาส่งภารกิจทุกมุมเมืองวิฬาร์ก็เลื่อนระดับทักษะต่างๆ ทั้งของเดิมและของใหม่ขึ้นมาไม่น้อย
นอกจากนี้เขายังแวบไปที่ธนาคารเพื่อเปิดคลังเก็บของที่ระบบแจกให้ ทำการโละของ ‘ร้อน’ บางอย่างจากฮาลอสที่คิดว่ายังไม่จำเป็นนักออกจากตัว แล้วทำบัตรเครดิตสำหรับใช้จ่ายเงินในเกมติดตัวไว้ด้วยหนึ่งใบเพื่อจะได้ใช้เงินได้สะดวกๆ ในอนาคต
และหลังจากออกมาวิฬาร์ก็จัดการเปลี่ยนชุดของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย
ตอนนี้เขาสวมเกราะเงินอัคนีทิพย์ ระดับ C โดยเขาซ่อนมันไว้ใต้ชุดคลุมนักเวทระดับE เพื่ออำพรางสายตาไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเขามีตังค์ไม่งั้นคงจะถูกหาเรื่องปล้นอยู่ตลอดเวลา
ทำให้ตอนนี้ภายนอกนั้นวิฬาร์เพียงสวมชุดนักเวทยาวระดับ E สีน้ำเงินเข้มขลิบริมด้วยสีทองหม่นๆ ที่เดินลายเวทมนตร์สีฟ้าเบาบางเท่านั้นดูไม่สะดุดตาแม้แต่น้อย เพราะผู้เล่นที่มีเลเวลประมาณเขา ก็เริ่มเปลี่ยนชุดระดับ Eมาใส่กันแทนชุดผู้เล่นเริ่มต้นระดับ F กันไม่น้อยแล้ว
นอกจากนั้นบนนิ้วก็สวมแหวนระดับ Dติดไว้สามวง เพื่อช่วยให้ร่ายเวทได้เร็วขึ้น รวมถึงยังมีเครื่องประดับยิบย่อยอีกเล็กน้อยที่ใส่ไว้เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านอื่นๆทางเวทมนตร์
หลังจากทำเรื่องราววุ่นวายทั้งหมดเสร็จวิฬาร์ก็นึกอยากจะลองวัดฝีมือของตัวเองกับผู้เล่นทั่วไปในเกมดูว่าแตกต่างกันถึงระดับไหนแล้วตัวเขาเองร้างราเรื่องในเกมมาหลายปี ไม่แน่ว่าเทคนิคบางอย่างที่เขาคิดว่าเลิศล้ำเหนือใครนั้นบัดนี้ อาจจะเป็นหนึ่งในฝีมือพื้นฐานของผู้เล่นทั่วไปแล้วก็ได้
ไม่นานเขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าลานประลองของระบบเพื่อเตรียมหาคนมาซ้อมมือทันที
ลานประลองของระบบเรียบง่ายไม่ซับซ้อนที่นี่คุณสามารถเลือกได้สองอย่างเท่านั้น คือดูหรือประลอง ไม่มีอย่างอื่นให้เลือก
แน่นอนว่าถ้าจะดูจะต้องมีรหัสพิเศษสำหรับเข้าชมการประลองของห้องนั้นๆ หรือไม่ก็เลือกดูการประลองในห้องสาธารณะเอา
แต่หากเลือกประลองแล้วละก็จะมีออปชั่นให้เลือกหลากหลายกว่าเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการประลองแบบเดี่ยว แบบทีมหรือแบบกลุ่ม ต่างก็มีทั้งนั้น แถมยังเลือกประลองแบบเดิมพันไอเทมหรือสิ่งของมีค่ากันได้ด้วย
ด้วยเหตุนี้ลานประลองจึงเป็นหนึ่งในบริการหลักของเกมที่คึกคักมากที่สุดผู้เล่นในเกมที่เบื่อการตีมอนทำเควส หลายคนก็จะมาหาความตื่นตาตื่นใจในการประลองฝีมือโดยเฉพาะระบบสุ่มคู่ต่อสู้ที่รวมผู้เล่นจากหลายพื้นที่ในเกมเข้าด้วยกันก็เปิดโอกาสให้ผู้เล่นที่อยู่กันคนละฝั่งของทวีปเวียนมาเจอกันได้เป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้ผู้เล่นไม่เบื่อเกมได้ง่ายๆ
แต่วิฬาร์ไม่ได้ใส่ใจเรื่องวุ่นวายพวกนี้เขาเริ่มเลือกการประลองแบบเดี่ยวโดยเลือกสุ่มผู้เล่นที่มีเลเวลสูงกว่าเขาเท่านั้นโดยไม่ลืมเก็บไอเทมระดับสูงส่วนใหญ่ที่สวมอยู่ลงกระเป๋าเพื่อลดค่าสถานะบางส่วนลงให้เหมาะสมกับช่วงเลเวลของตนเองไม่อย่างนั้นคงวัดความสามารถของผู้เล่นคนอื่นได้ไม่เต็มที่
ไม่นานเขาก็มาปรากฏร่างในลานประลองโล่งกว้างเรียบง่ายแห่งหนึ่งเบื้องหน้ามีผู้เล่นชายในชุดเกราะดูดีกำลังแยกเขี้ยวยิงฟันใส่เขา
ชายคนนั้นถือขวานเล่มโตไว้ในสองมือดูก็พอรู้ว่าเป็นของระดับ Eที่ค่อนข้างใช้ได้
“ผู้เล่นวิฬาร์เตรียมประลองกับผู้เล่นวาลาดิสเลเวล 45 ใน 3…2…1”