............................
ศรีสมรก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวอย่างช้าๆ ทันทีที่ปรากฏกาย ทุกคนในที่นั้นก็ถึงกับตกตะลึง เพราะคุณนายสาวกำลังอวดสัดส่วนสมบูรณ์ในผ้าถุงกระโจมอกที่แสนบาง
“ เอ่อ….เริ่มพิธีกันได้รึยังคะ ” คุณนายสาวร้องถามเสียงสั่น เพราะกำลังถูกความอายกัดกินหัวใจ
อาจารย์หนุ่มเป็ฝ่ายตั้งตัวได้ก่อน จึงออกคำสั่งแก่สองลูกศิษย์สาว
“ พิธีกำลังจะเริ่มเดี๋ยวนี้ เอาล่ะ ซิ้มกับจุ๋มออกไปข้างนอกก่อน ข้าจะทำเสน่ห์ให้ศรีสมร ”
“ เอ่อ…ค่ะ ” สองลูกศิษย์สาวรับคำ พร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียง แต่ก่อนที่ซิ้มจะก้าวออกจากห้อง เธอหันกลับมาส่งสายตาปลอบโยน เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนสาวหวาดกลัวเกินไป
แม้ศรีสมรจะรับรู้ถึงความห่วงใยของเพื่อนซี้ แต่เธอก็ไม่สบายใจอยู่ดี เพราะอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า จะต้องผจญกับเหตุประหลาดที่ไม่เคยเจอมาก่อน ถึงกระนั้น คุณนายสาวก็พยายามทำตัวให้เข้มแข็ง ด้วยการถามอาจารย์หนุ่มที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชา
“ อาจารย์คะ แล้วหนูต้องทำยังไงต่อ ”
อาจารย์หนุ่มมองหน้าคุณนายสาวอยู่อึดใจ โดยไม่พูดอะไร นั่นทำให้ศรีสมรรู้สึกอึดอัด แต่ในบางขณะ สาวใหญ่กลับรู้สึกวาบหวิวอย่างประหลาด เธออธิบายไม่ได้ ทำไมถึงเป็แบบนี้
คุณนายสาวร่างอวบยืนละล้าละลังอยู่ไม่นาน อาจารย์หนุ่มก็ตอบเรียบๆด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น ราวกับน้ำแข็งแห่งแดนหิมาลัย
“ จงมานอนตรงหน้าข้า ”
“ เฮือก….ดะ…ได้ค่ะ ” คุณนายสาวกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาอาจารย์หนุ่ม
คุณนายสาวหวาดระแวง ระหว่างที่นอนหงายอยู่นั้น ดวงตาคมซึ้งได้เหม่อมองไปที่เพดานบ้าน ซึ่งอยู่เหนือหัว ประกายข้างในสั่นไหวเล็กน้อย ครู่หนึ่ง เธอก็ถามต่อ
“ เอ่อ…..แล้วต่อไป หนูต้องทำยังไง ”
สีหน้าของอาจารย์หนุ่มดูนิ่งเฉย ปากบางขยับเบาๆ เพื่อแจงในสิ่งที่ศรีสมรควรกระทำ
“ หลับตาลง พร้อมสงบจิตใจ ตั้งสมาธิให้ดี อย่าว่อกแว่ก ”
“ เอ่อ….ค่ะ ” คุณนายสาวรับคำ
หลังจากคุณนายสาวหลับตา อาจารย์หนุ่มก็นั่งขัดสมาธิตัวตรงแน่ว ดวงตาคมเพ่งมองไปยังเรือนกายขาวอวบที่นอนราบอยู่เบื้องหน้า เวลาต่อมา เขาก็เริ่มบริกรรมคาถา
“ อะ คำ มะ มาลีโอ อีปานามี คาปาอุต ” (อันนี้ผมมั่วขึ้นมาเองครับ เพราะไม่กล้าเอาคาถาจริงๆมาลง ด้วยของพวกนี้เป็สายดำ พลาดพลั้งขึ้นมา อาถรรพ์จะเข้าถึงตัว แม้ไม่รู้ชัดว่ามีจริงหรือเปล่า แต่ป้องกันไว้ก่อน ย่อมไม่เสียหาย)
คาถาที่พ่นออกมา ฟังไม่ออกว่าเป็ภาษาอะไร แต่กระแสเสียงออกไปในโทนแหบต่ำและเยือกเย็นจนน่าขนลุก
ทันทีที่คุณนายสาวได้สดับ ก็รู้สึกวาบหวิวในใจมากขึ้น สติใกล้หลุดลอย เธอพยายามฝืนตัวเองให้อยู่ในโลกของความเป็จริง แต่ไม่ช้า ศรีสมรก็แพ้พ่ายต่ออำนาจมืด ทุกสิ่งดูล่องลอยและเลือนราง
“ ทำไมเราถึงรู้สึกแปลกๆ คล้ายว่าจะสิ้นสติ ”
อาจารย์หนุ่มหยุดท่องคาถา เขาชำเลืองไปยังสาวใหญ่วัยสะคราญที่กำลังเคลิบเคลิ้ม ดวงตาคมแปรเปลี่ยนเป็ทะยานอยากอย่างรุนแรง อันดูราวสัตว์ป่าที่กระหายเืและบ้าคลั่ง
สายตาของอาจารย์หนุ่มโลมเลียไปทั่วเรือนกายขาวอวบ จากนั้นเขาก็หยิบบางสิ่งที่อยู่ในขันอะลูมิเนียมข้างกาย
สิ่งที่หยิบมาคือ…..ปลัดขิกที่ทำมาจากไม้เนื้อหยาบ แต่กลับมีขนาดใหญ่ยาวจนผิดปกติ ประมาณการ ไม่น่าต่ำกว่า 6 นิ้ว และที่ร้ายกว่านั้น รูปทรงของมันเหมือนจริงอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
อาจารย์หนุ่มยื่นส่วนหัวทรงดอกเห็ดไปแตะที่หน้าผากของคุณนายสาว ครู่หนึ่ง เขาก็หมุนวนเป็วงกลม ปากก็เริ่มบริกรรมคาถาเบาๆ
ทันทีที่หน้าผากโหนกนูนััเนื้อไม้เย็นๆ คุณนายสาวก็ร้อนวูบไปทั่วทั้งกายจนแทบอยากฉีกผ้าถุงแสนบางให้ขาดกระจุย แต่เธอยังหลงเหลือสติอยู่เล็กน้อย จึงยั้งตัวเองไว้แค่ความคิด
อาจารย์หนุ่มหมุนปลัดขิกรอบหน้าผากอยู่พักหนึ่ง เขาก็ลากดุ้นใหญ่ยาวไปทั่วใบหน้าแหลมเล็ก พอสาแก่ใจ ท่อนไม้มหัศจรรย์ก็เลื้อยลงต่ำไปยังคอเรียวระหง
“ อ้า…อืม..” สาวใหญ่ครวญเบาๆ ดวงตาปรือลอย ใบหน้าดูเคลิ้มฝัน
การลากเลื้อยเป็ไปอย่างแช่มช้าและแ่เบา มันเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทำให้อาจารย์หนุ่มดูคล้ายจิตรกรเอกที่เป็เลิศในการใช้พู่กัน ไม่นาน ท่อนไม้มหัศจรรย์ก็ลูบไล้ไปทั่วเรือนกาย
สีหน้านิ่งขรึมของอาจารย์หนุ่มเริ่มแปรเปลี่ยนเป็บ้าคลั่ง เขาดูสาแก่ใจที่ได้ทรมานคุณนายสาว แต่ความสนุกยังไม่จบ บุรุษเยาว์วัยจึงโหมรุกเร้าต่อไปด้วยลีลาที่ดุดัน
“ จะ…ไม่ไหวแล้ว แรงอีก แรงอีก ” คุณนายสาวครางดังจนสุดเสียง ทำนบกั้นอารมณ์เริ่มปริแตก และแล้ว จุดสุดยอดที่แทบทุกคนหมายปองก็มาถึง กายอวบอัดทรุดฮวบลงไปนอนแผ่หลา ดวงตาปรือลอยและไร้แวว
อาจารย์หนุ่มกลับมานั่งขัดสมาธิ ดวงตาเยือกเย็นจับจ้องเรือนกายขาวอวบด้วยประกายหยาดเยิ้ม ไม่นานนัก เขาก็ยิ้มมุมปาก
“ เสร็จพิธีในวันแรก หลังออกจากห้องนี้ เ้าจะลืมทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกลายเป็หนึ่งในทาสผู้ภักดีของข้า หึ หึ หึ "
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
