ฟิ้ว~....... เสียงสายลมพัดโหยหวน
บรรยากาศในสเตเดียมเต็มไปด้วยความเงียบคล้ายฉากในหนังสยองขวัญได้ยินเสียงสายลมพัดผ่านทุกสายตาบนอัฒจันทร์ต่างจับจ้องไปยังใจกลางเวทีเบื้องหญิงสาวราวผู้งดงามประดุจดังสาวงามที่หนึ่งแห่งแผ่นดิน
หุ่นอรชรเพียวเรียวบางกำลังยืนประจันหน้ากับชายหนุ่มร่างบึกบึนกำยำในชุดเกราะหนังสีทองมือขวาถือดาบใหญ่ยักษ์สีดำเล่มงามดูน่าเกร็งขาม
ผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างรับรู้ในฝีมือและความแข็งแกร่งของศิลาทั้งจากคำพูดปากต่อปากของผู้เล่น
ทั้งจากภาพวีดีโอที่เคยเผยแพร่ผ่านหน้าเว็ปของเกมทว่าก็มีน้อยคนนักที่จะเคยเห็นพลังฝีมือและความแข็งแกร่งของภูติสาวประจำตัวเพียงหนึ่งเดียวของศิลาแต่ถึงกระนั้นก็มีคำเรียกขานฉายาของฟ้าครามว่าเทพีแห่งสงครามคู่กายของบัลลังก์มารสูงสุดศิลา
ทุกคนทั้งผู้เล่นยุคแรกและยุคสองต่างอยากรู้ว่าฟ้าครามจะมีดีสมกับฉายาสตรีแห่งสงครามที่เคียงคู่กายจอมมารอย่างศิลาหรือเปล่าหรือเพราะที่เธอสามารถเก่งได้เพราะมีศิลาคอยช่วย
สายตาของลอร์ดทานอสจับจ้องฟ้าครามด้วยนัยน์ตาแข็งกร้าวก่อนจะพูดขึ้น
“ฉันก็ไม่ชอบลงมือฆ่าผู้หญิงหรอกนะ จะให้โอกาสก็แล้วกันเลิกเป็นภูติของไอ้เจ้าศิลานั่นซะแล้วมาเป็นภูติรับใช้คู่กายฉันดีกว่าถ้าทำแบบนั้นฉันจะยอมปล่อยเรื่องที่เธอฆ่าลูกน้องของฉันในการประลองนี้ไปก็ได้” ลอร์ดทานอสเดินวนไปมาเบื้องหน้าฟ้าครามพูดด้วยท่าทางมั่นใจรอยยิ้มอมภูมิเปี่ยมด้วยความยิ่งพยองก่อนจะพูดขึ้นต่อ
“ฉันสงสารเธอจริงๆนะ” ลอร์ดทานอสหันมามองฟ้าครามพร้อมรอยยิ้ม “ไอ้นั่นสินะ?...เพราะไอ้เจ้าศิลามันพึ่งตายไประดับของสกิลคงยังสู้ใครไม่ได้คงกลัวแพ้ในการประลองเลยส่งผู้หญิงอย่างเธอลงมาสู้แทน” ลอร์ดทานอสเอามือจับหัวพร้อมส่ายหน้าทำท่าทางระอาใจ “น่าเห็นใจ๋...น่าเห็นใจ”
ฟ้าครามที่หลับตายืนนิ่งทนฟังมานานเจ้าหล่อนค่อยๆลืมตาขึ้นฉีกยิ้มก่อนจะพูด
“แล้วแต่จะคิดเลยคะ” เจ้าหล่อนยิ้ม “พอดีว่าที่พี่ศิของน้องฟ้าตายเพราะพี่ศิของน้องฟ้าอยากจะลองสัมผัสประสบการณ์ว่าความตายเป็นแบบไหนแต่ว่าก็อย่างที่เห็นไม่มีใครหน้าไหนเลยจะมีฝีมือฆ่าพี่ศิของน้องฟ้าได้พี่ศิเลยฆ่าตัวตายด้วยสายฟ้าของซุสสะเลย” คนทั้งสนามหันมามองหน้าศิลาที่กำลังนั่งหลับโกลนคอก
เมื่อเขาสัมผัสได้ว่ากำลังถูกจ้องมองก็สดุ่งตื่น
“อะไรหว่า!?....” เขาหันมองซ้ายขวาก่อนจะมองไปยังฟ้าคราม
เจ้าหล่อนเงยหน้าหันมามองศิลาก่อนจะพูดขึ้นต่อ
“อีกอย่างพี่ศิของน้องฟ้าเป็นหยกชั้นดีจะเอามาครุกคีกับกระเบื้องแบบคุณคงไม่ได้เดี๋ยวจะเสียของ” เจ้าหล่อนทำตาโต “ไม่สิ?...สำหรับคุณคงเปรียบเป็นกระเบื้องไม่ได้เพราะกระเบื้องยังสามารถทำประโยชน์ได้ อืมมม.....ต้องบอกว่าไม่ควรเอาหยกชั้นดีอย่างพี่ศิมาครุกคีกับหนอนหูรูอย่างคุณล่ะมั้ง” คนทั้งอัฒจันทร์นิ่งมองหน้ากันก่อนจะหวนคำพูดของฟ้าครามเป็นเสียงเดียวกัน
“หนอน...หู....รู....”
“หู...รู....หนอน”
ฮ่า....ฮ่า.... คนบนอัฒจันทร์ที่นั่งชมระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
สิ่งแรกที่พวกเขามั่นใจคือสมแล้วที่เจ้าหล่อนเป็นภูติของศิลาระดับของวาจาฝีปากคมบาดลึกพอกับใบหน้าที่สระสวย
“เห่ยแกเคยเห็นรูหูหนอนปะวะ” เสียงหนึ่งในอัฒจันทร์เอ่ยถามเพื่อนด้วยความสงสัยทว่านั่นก็เป็นสิ่งที่ใครหลายคนสงสัยว่ารูหูหนอนนั้นเป็นอย่างไร
“เคย...” เสียงหนึ่งตอบ “แกก็เคยเห็นนั่นไงล่ะรูหูหนอน” ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า
ชายคนหนึ่งชี้ไปทางลอร์ดทานอสที่กำลังยืนขบฟันแน่นมือกำดาบเกร็งสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความเกรี้ยวกราด
“หนอย!.....” ทานอสรากเสียงยาวจ้องฟ้าครามเขม็ง “ตายสะนางตัวดี”
ลอร์ดทานอสตะหวาดลั่นพร้อมกับดีดเท้าพุ่งจูโจมฟ้าครามอย่างซึ่งหน้าเสี้ยววินาทีนั้นร่างของลอร์ดทานอสก็หายไปจากสายตาของทุกคนที่จ้องมอง
“นักฆ่า!?....หรอ แอสซาซิน” ศิลาเบิกตากว้างตลึงเล็กน้อย
ทักษะที่ลอร์ดทานอสใช้นั้นไม่ใช่การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วจนสายตามองไม่เห็นแต่สิ่งที่ลอร์ดทานอสใช้คือทักษะการปรับจังหวะการหายใจให้เขากับอีกฝ่ายพร้อมกับทำร่างกายให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมคล้ายการพลางตัวหรือล่องหน
วิ้งงงงง!..... จังหวะเดียวกันนั้น
เกิดละอองแสงสีทองขึ้นในมือทั้งสองของฟ้าครามก่อนที่เจ้าหล่อนจะเรียกอาวุธออกมา
“โหยหา ร่ำไห้ คร่ำครวญ” วินาทีต่อมาปรากฎกริชสีส้มฟ้า ดาบคาตานะสีแดงดำและโซ่ล่องหน
เคร้ง!....
ปรากฎคมดาบใหญ่ฟันผ่าอากาศจากบนลงร่างเข้าใส่ฟ้าครามจากด้านหลัง
เสี้ยววินาทีเจ้าหล่อนหมุนตัวตวัดร่ำไห้เข้าต้านทาน ลอร์ดทานอสปรากฎตัวขึ้นลอยในอากาศกำลังกดใบดาบจี้ลงบนร่างของฟ้าครามทว่าเขาก็ต้องตกตลึงเมื่อคมดาบของตนเองถูกร่ำไห้ในมือของฟ้าครามฟันต้านทานได้อย่างสบายและกำลังถูกดันกลับจนร่างของเขาค่อยๆลอยสูงกลับขึ้นไปในอากาศทางที่ตนพุ่งตังลงมา
“บ้าน่า!....” ลอร์ดทานอสเบิกตาตลึง “ด้วยร่างกายผมบางแคนั้นแต่ทำไมถึงต้านรับดาบเพลิงประทุของฉันคนนี้ได้”
“จันทราสีเลือด” ฟ้าครามเปรยออกมา
“เพลงดาบอาทมาฏหรอ!?” ศิลาตลึง
ร่างของฟ้าครามหายไปในพริบตาจังหว่ะเดียวกันลอร์ดทานอสก็ถลาลงกับพื้นเวทีเพลงดาบอาทมาฏของศิลาถูกฟ้าครามนำมาดัดแปลงจนกลายมาเป็นเพลงดาบของตนเองที่ใช้ฟันใส่ร่างศัตรูจากทุกทิศทางแต่ละคมดาบจะเฉือนตัดเส้นเลือดใหญ่และเส้นที่ใช้เคลื่อนพลังไปยังส่วนต่างๆของร่างกายถึงแม้ศัตรูจะไม่ตายแต่ก็ทำให้ไม่สามารถผนึกพลังธาตุ พลังเวทมนต์ พลังปราณเข้ากับร่างได้อีกต่อไปเนื่องจากเส้นสายที่เป็นเหมือนท่อน้ำส่งคลื่นพลังไปทั่วร่างถูกฟ้าครามตัดขาด
ฉัวะ...ฉัวะ อ๊ากกกกกกก
ปรากฎแสงสีแดงเลือดแหลมคมเข้าเฉือนร่างของลอร์ดทานอสทุกทิศทางพร้อมกับเสียงร้องเจ็บปวดเลือดสีแดงสดสาดกระจายลอยออกจากร่างของลอร์ดทานอสเป็นระลอกทั่วร่างกายพื้นเวทีสีขาวถูกย้อมให้เป็นสีแดงในพริบตา
“ตาย!...” เจ้าหล่อนปรากฎตัวขึ้นด้านหลังของลอร์ดทานอสพร้อมกับโหยหาร่ำไห้วางไขว้กันตรงต้นคอของลอร์ดทานอส
“ด....ด....เดี๋ยวฉันยอมแพ้ ฉันยอมแพ้” ลอร์ดทานอสพูดเสียงติดขัดกระอักเลือดร้องขอชีวิตทว่าก็สายเกินไปก่อนที่จีเอ็มจะประกาศจบ
วินาทีนั้นฟ้าครามก็ตวัดดาบสะบั่นคอของลอร์ดทานอส
เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดดุจน้ำพุก่อนที่ร่างของลอร์ดทานอสจะล้มลองกองกับพื้นสลายหายกลายเป็นละอองแสงไปในพริบตา
เงียบ!... เงียบ ความเงียบมาเยือนอีกครั้ง
“โหดแต๊!....” ศิลานั่งสะท้านวูบไปทั่วร่างเกิดภาพบางอย่างขึ้นในหัวของเขา
“มี๋....” สดายุรุกยืนชูสองนิ้วให้ฟ้าคราม ประมาณว่าทำดีมากสุโคยเลยมามี๋
“ส...สุดยอดไปเลยคร้าบบบบ” เสียงจีเอ็มวิ๊งแซ่บตะโกนลั่น “ผู้ชนะเทพีรัตติกาลฟ้าครามต่อไปใครสนใจจะประลองกับสาวงามสวยสังหารต่อไปมีอีกไหม” วิ๊งแซ่บร้องเรียกหาผู้เข้ารอบก่อนจะตามมาด้วยเสียงเฮลั่นของผู้ชม
“ผม...” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะปรากฎชายหนุ่มในชุดเกราะหนังสีทองคาดลายสีน้ำเงินมือขวาถือง้าวสีแดงเลือด
“โห่วววว....” วิ๊งแซ่บเบิกตาตะโกนขึ้นอีกครั้ง “มาแล้วครับหัวหน้ากิลก์เทพอัสนีกิลด์ลูกของกิลด์จตุรศาสตราชายคนนี้ก็คืออัสนีเหินยอดฝีมือลำดับที่14ของแผ่นดิน”
กรี๊ดดดดด!.... เสียงบรรดาสาวน้อยใหญ่วีดวาดส่งเสียงหนวกหูเสียจนน่าเวียนหัว
“พี่เทพ”
“อ๊ายยยกรี๊ดด!....พี่เหินของหนูล้มนางขี้เหล่นั่นเลยค่ะ” เสียงหญิงสาวมากมายตะโกนลั่น
อัสนีเหินหันไปโบกไม้โบกมีส่งยิ้มให้กองเชียร์ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหล่อ
“ได้เลยจร่า.....แต่อย่าไปว่าเขาขี้เหล่สิจ๊ะเขาแค่สวยสู้เบบี๋ของพี่อย่างน้องๆไม่ได้ก็เท่านั้นเอง”
ว๊ายยยยย กรี๊ดดกดดด.....!
“พ่อเทพบุตร
“คนอาร๊ายเนี๊ยหล่อทั้งกายทั้งใจทั้งวาจา”
“อ๊าย!...น้องแอ๊ะแอ๊จะเป็นลมในออร่าเทพบุตรของพี่เหิน”
ศิลานั่งมองอัสนีเหินพนางคิดว่าไอ้หมอนี่สติมันดีหรือเปล่าหรือมันโดนตัวไหนมาเขาหลับตาถอนหายใจก่อนจะสั่งฟเาครามผ่านจิตที่เชื่อมกัน
“ฆ่ามัน!...” หญิงสาวหันมาพยักหน้า
ฉัวะ....
ร่างของฟ้าครามกระโดดลอยข้ามตัวของอัสนีเหินไปด้านหลังพร้อมกับร่างของอัสนีเหินแยกออกเป็นสองส่วนล้มตึงกับพื้น
“เอ็งออกมาทำไมวะครับเนี๊ยยยยยยย” จีเอ็มวิ๊งแซ่บตะโกนลั่น “อ่อน อ่อนเกินไปแล้วหรือเพราะเทพีคนงามเก่งเกินไป”
เฮ... เสียงผู้ชมเฮลั่น
“ขอบคุณคร่า ขอบคุณคร่า ” เจ้าหล่อนหันไปขอบคุณคนที่ส่งเสียงเชียร์ทั่วทุกด้านด้วยความเป็นกันเองแต่ด้วยท่วงท่ากิริยาธรรมดาสามัญทั่วไปของเธอกลับดูน่ารักเกินจะทนทำให้บรรดาหนุ่มต้านทานในความน่ารักที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของเจ้าหล่อนไม่ไหวยิ่งส่งเสียงหวีดวาดทำเอาศิลาคิ้วกระตุกยิกยิกอยู่ลอนๆ
“มีผู้เข้ารอบคนอีกไหมครับ” จีเอ็มวิ๊งแซ่บร้องถาม
.................?
....เงียบ
ผ่านไปสิบห้านาที
“ผู้ชนะได้แก่เทพีรัตติกาลภูติประจำตัวของคุณศิลาคร้าบ” วิ๊งแซ่บบอกต่อมาก็ปรากฎคำภีร์สีทองหนึ่งเล่มลอยขึ้นมาตรงหน้าฟ้าคราม
เจ้าหล่อนหยิบคำภีร์นั้นทันทีก่อนจะเงยหน้าไปส่งยิ้มหวานให้ศิลา
“เชอะ!....” ชายหนุ่มสะบัดหน้าค้อนวงใน
“เอาล่ะครับกระผมจีเอ็มวิ๊งแซ่บ แวะมากินเดอนมาชิม ขอกล่าวคำว่าปิดกิจกรรมศึกชิงเจ้ายุทธภพ ณ.บัดนี้ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนพวกเรามาโดยตลอดกิจกรรมต่อไปจะเป็นอะไรนั้นขอให้ทุกคนตั้งตารอได้เลยครับ” สิ้นเสียงของจีเอ็มวิ๊งแซ่บสเตเดียมก็กลายเป็นละอองแสงสีทองเตรียมพร้อมจะหายไปในเวลาไม่กี่วินาที
วูบ....
สเตเดียมขนาดใหญ่หายไปในพริบตาราวกับไม่เคยมีมาผู้ชมทั้งหมดลงมากองกับพื้นเป็นภูเขามนุษย์ ศิลาที่ลอยตัวลงไปยังพื้นก่อนจะเข้าไปหาฟ้าครามและพากันเดินออกไป
“จะไปไหนกันคะ” เจ้าหล่อนถามในขณะที่ศิลากำลังเดินจูงมือรากเธอไปตามทางเดินด้วยใบหน้าบูดยิ่งกว่าหน้าลิงสายตาบ่งบอกว่าพ่อท่านพร้อมจะลบเกาะนี้ทิ้งแน่ท่าอะไรมาสะกิดอีกนิด
เงียบ!..... ฟ้าครามสงสัยเมื่อศิลาไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ
“พี่ศิ....” เจ้าหล่อนรากเสียงยาว
“ธนาคารค่ะ” เขาตอบเสียงห้วน “จะไปใช้หนี้ที่สร้างเมือง”
ใช้เวลาไม่นานเขาก็มาถึงยังตึกธนาคารของเมืองเริ่มต้นทันทีที่ศิลาเดินเข้าไปในตึกก็พบเจอกับภาพเดิมๆคือผู้เล่นมาทำธุรกรรมทางการเงินมากมายพ่อค้า แม่ค้าต่างมาแลกเงินเป็นเงินจริง
เมื่อเห็นศิลายืนอยู่หน้าประตูหนักงานคนหนึ่งหรือรีโด้ก็ปรี๊ดเข้ามาหาศิลาทันที
“สวัสดีครับบอส สวัสดีครับคุณหนู” สรรพนามที่เขาใช้เรียกศิลาก็เปลี่ยนไปเหตุนั้นเพราะหากต้องการความก้าวหน้าในการงานเราควรอยู่ให้เป็นเช่นรีโด้ “สวัสดีครับ” ศิลาตอบ
“สวัสดีค่ะ”
“บอสมีอะไรให้รับใช้หรอครับ” รีโด้ถาม ก่อนจะพาศิลาและฟ้าครามไปยังโซนวีไอพีที่ตกแต่งอย่างดีโซฟาสีแดงหรู
“นี่ครับ” ศิลายื่นบัตรValor ให้รีโด้ “ผมขอจ่ายหนี้สินที่ค้างอยู่ตอนสร้างเมืองทั้งหมดเลย” ศิลายื่นหน้าไปกระซิบรีโด้ “ที่เหลือคุณก็เอาไปเลยถือว่าตอบแทนในหลายๆเรื่อง”
รีโด้ยิ้มหน้าบานก่อนจะรีบพุ่งตัวแซงคิวเข้าไปที่เค้าท์เตอร์เพื่อจัดการธุระของศิลาอย่างรวดเร็ว
ศิลาหมดหนี้สินพร้อมทั้งรีโด้ได้รับทิปเป็นเงินจริงประมาณ 3 หมื่นถึงศิลาจะบอกว่าเงินที่เหลือยกให้รีโด้เขาก็รับไว้เพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น
ศิลาเดินออกมาจากธนาคารด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ก่อนจะเดินไปตามทางเขามองร้านขายของอุปกรณ์มากมายเพื่อหาของที่ต้องการโดยมีฟ้าครามเดินอุ้มสดายุตามอยู่ห่างๆด้านหลังด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
ปึก.....
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำขาดสภาพโทรมเปือนดินเดินเข้ามาชนศิลา
“ขอโทษครับผมเดินไม่ระวังเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ” ชายคนดังกล่าวพูดขึ้นเงยหน้ามองศิลา
‘เนตรมาร’
????????.....!
ศิลาขมวดคิ้วสงสัยกับค่าสถานะของชายตรงหน้า
“ไม่ครับผมเองก็เดินไม่ระวัง” เขาพูดหรี่ตาจ้อง
“คุณหนูแข็งแกร่งจังเลยนะครับผมได้เห็นในการประลองแล้ว แต่ผมยังไม่เคยเห็นฝีมือคุณเลยแต่คงจะแข็งแกร่งไม่ต่างกันสินะครับ” ศิลายิ่งสงสัยในคำพูดของชายตรงหน้า
“อ๋อ...ไม่รู้สิครับแต่ถ้าอยากรู้จะลองทดสอบด้วยตัวคุณเองดูไหมครับ” เขาตอบเผยมือเตรียมเรียกโหยหาและร่ำไห้ออกมา
“มิได้ มิได้ครับ ผมคงมิบังอาจ ขอตัวนะครับ” ชายคนดังกล่าวเดินผ่านฟ้าครามไปก่อนจะฉีกยิ้มพร้อมกับพูดทิ้งท้าย
“ลืมบอกไปกระผมมีนามว่า เจมินี่ ซากะ นักรบของเทพีแห่งสงครามยินดีที่ได้รู้จัก”
ศิลาและฟ้าครามรีบหันหลังกลับไปทว่าก็พบเพียงความว่างเปล่า
“อาเธน่า!?..... ” ศิลาฉีกยิ้ม