The Revenge of Dark Guardian [สงครามสวรรค์ออนไลน์]

    ตอนที่ 38 ทาบทาม

            ไอรีนชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดของเมฆครามเธอเองก็คิดแบบเดียวกันกับที่เขาพูดและรู้สึกว่าทักษะล่องหนนั้นไม่ได้เหมาะกับตัวเองมากที่สุดที่ผ่านมากลุ่มต่างๆที่ชวนเธอเข้าไปเก็บระดับหรือเข้าไปในดันเจี้ยนด้วยกันมักจะแสดงความไม่พอใจออกมาเมื่อเห็นว่าเธอใช้ทักษะล่องหนน้อยมากพวกเขากล่าวว่าเธอเล่นนักฆ่าแต่กลับทำตัวไม่เหมือนนักฆ่า ยังพยายามที่จะให้เธอปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นเพราะรำคาญทัศนคติเหล่านี้เธอจึงเปลี่ยนกลุ่มมาเป็นสิบทีมแต่ก็ยังไม่สามารถหาทีมที่เข้ากับตัวเองได้ดีสักทีมสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเก็บระดับคนเดียวโดยการไล่ฆ่าสัตว์อสูรและไม่เข้าไปในดันเจี้ยน

            มันทำให้ระดับของเธอเพิ่มขึ้นช้ากว่าที่ควรมากแต่เธอก็ยังดิ้นรนและขึ้นมาเป็นระดับ30 ได้โดยไม่ย่อท้อสักนิด

            ในการประลองที่ผ่านมาเธอได้สังหารผู้เล่นไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบคนส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นผู้เล่นระดับเท่ากันหรือไม่ก็สูงกว่าเธอสองถึงสามระดับ เหตุผลก็เพราะเธอเป็นคนที่ชอบความท้าทายเป็นอย่างมากคิดไม่ถึงว่าในรอบนี้จะได้เจออัศวินระดับ 36 อยู่บนเวทีเดียวกันเมื่อเห็นระดับของเขาดวงตาของเธอก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นท้าทายอยากที่จะลองดูว่าตนเองสามารถจัดการกับเขาได้หรือไม่

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งเฉยไม่ยอมเข้าไปร่วมวงต่อสู้เธอก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยคิดว่าผู้ชายคนนี้หยิ่งเกินไปและยังใช้ประโยชน์จากระดับที่มากกว่าข่มขวัญผู้อื่นดังนั้นเธอจึงเล็งเป้าหมายไปที่เขาแต่ใครจะคิดว่าเขาสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของเธอทั้งยังสอนเทคนิคของนักฆ่าเผ่าภูตจันทราที่คนทั่วไปไม่มีความเข้าใจให้กับเธออีกด้วย

            ในฐานะนักเล่นเกมที่ภาคภูมิใจในตัวเองไอรีนมีความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะของนักฆ่าเผ่าภูตจันทราค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับนักฆ่าเผ่าวิญญาณที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วและมีทักษะโจมตีอันเด็ดขาดทรงประสิทธิภาพนักฆ่าเผ่าภูตจันซากลับดูเป็นการผสมผสานระหว่างการโจมตีทางกายภาพและเวทมนต์ ทักษะที่แตกต่างออกไปก็คือพลังธาตุความมืดคำสาปและคาถา

            สิ่งที่เมฆครามพูดย่อมไม่ใช่เรื่องไร้สาระแม้ว่าช่วงสามปีแรกจะไม่มีนักฆ่าเผ่าภูตจันทราที่โดดเด่นปรากฏตัวแต่ในช่วงหลังก็ยังมีอยู่บ้างเมฆครามยังเคยปะทะกับคนเหล่านั้นและได้รู้ถึงจุดแข็ง จุดอ่อนและเทคนิคที่ยอดเยี่ยมของนักฆ่าเผ่าภูตจันทราที่แตกต่างไปจากเผ่าวิญญาณเมื่อเห็นไอรีนมีศักยภาพน่าสนใจเขาจึงได้ลองแนะนำเธอไป ถ้าหากเขาทำให้เธอเกิดความสนใจได้ก็ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถทาบทามเธอมาอยู่ในทีมอาศัยความรู้และประสบการณ์ของเขาย่อมสามารถฝึกฝนพัฒนาเธอต่อไปได้อีกมาก

            เมฆครามสังเกตอีกฝ่ายเขาพบว่าหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้านี้เป็นคนที่บุคลิกตรงกันข้ามกับผู้หญิงรอบตัวเขาโดยสิ้นเชิงเธอเงียบขรึม ดูเย็นชาและราวกับว่ากำลังครุ่นคิดอะไรในหัวอยู่มากมายแต่กลับประหยัดคำพูดของตนเองเป็นอย่างมากแม้จะดูเย็นชาแต่เขาก็ตระหนักได้ว่าเธอไม่ได้เย่อหยิ่งแต่กำลังวิเคราะห์คำพูดของเขาอย่างจริงจังถือว่าเป็นบุคลิกที่ค่อนข้างพิเศษเลยทีเดียว

            ขณะที่กำลังครุ่นคิดหญิงสาวก็สัมผัสได้ถึงไอร้อนที่เข้ามาใกล้เธออุทานว่าตนเองพลาดแล้วในใจเพราะบางครั้งเธอมักจะจมอยู่กับความคิดมากเกินไปจึงไม่ทันสังเกตว่ามีจอมเวทคนหนึ่งยิงเวทเข้ามาใส่เธอด้วยพลังชีวิตและพลังป้องกันที่อ่อนแอของนักฆ่าถึงจะไม่ตายในทีเดียวแต่ก็ทำให้เธอตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงได้เลย

            เปรี้ยง!

            อยู่ๆร่างของเมฆครามก็พุ่งมาหาเธออย่างรวดเร็วแล้วใช้โล่รับการโจมตีนั้นเอาไว้ความเสียหายปรากฏขึ้นเพียงสามร้อยกว่าหน่วยสร้างความตกตะลึงให้กับหญิงสาว ถึงอัศวินจะเป็นอาชีพที่มีพลังป้องกันสูงแต่พลังป้องกันเวทของเขาก็นับว่าเป็นจุดอ่อนแต่เมฆครามกลับได้รับควาเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            “อย่าประมาทสิคุณสามารถคิดไปด้วยพร้อมกับสังเกตและเคลื่อนไหวไปด้วยตลอดเวลาที่สำคัญก็คือคุณจะต้องไม่เก็บคำพูดของคู่ต่อสู้มาคิดมากจนทำให้ตัวเองเสียสมาธิแบบนี้”เมฆครามไม่กลัวเลยสักนิดว่าเธอจะลอบโจมตีเขาจากด้านหลังต่อให้เธอพยายามทำมันก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้อยู่ดี

            ชายหนุ่มถอนหายใจ“เอาละ ถ้าคุณมีความสนใจตอนนี้ทีมของผมกำลังต้องการคนเพิ่มอีกห้าคนสำหรับการบุกตะลุยดันเจี้ยนในอนาคตผมยังมีแผนการที่จะสร้างกิลด์อีกด้วยแต่ถ้าคุณไม่อยากเข้าร่วมก็ไม่เป็นไรคุณสามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้และติดต่อมาหาผมในภายหลัง”

            เมฆครามส่งคำขอเพิ่มรายชื่อเพื่อนให้อีกฝ่ายเพราะเขาปิดการส่งข้อความจากบุคคลที่ไม่รู้จักทั้งหมดเอาไว้

            ไอรีนกดตอบรับไปอย่างเหม่อลอยเมฆครามยิ้มอย่างพึงพอใจเพราะในที่สุดเขาก็เจอกับวัตถุดิบที่ดีโดยบังเอิญเข้าแล้วเธอเป็นเหมือนกับฟ้าใสที่แม้จะไม่ใช่ผู้เล่นที่โด่งดังในความทรงจำแต่กลับมีศักยภาพที่ดีมากสามารถพัฒนาไปได้ไม่ด้อยไปกว่าพวกผู้เล่นชื่อดังในชีวิตก่อนอย่างแน่นอน

            เมื่อได้รับรายชื่อเพื่อนมาแล้วเมฆครามก็พุ่งตัวจากไปทันทีเขาสังหารผู้เล่นอีกแปดคนในลานประลองทำให้ตัวเขาและไอรีนได้เข้าสู่รอบร้อยคนสุดท้าย

            แค่เข้ารอบนี้ได้ก็การันตีที่จะได้รับรางวัลที่ดีแล้วถ้าหากบังเอิญเอาชนะได้ในรอบประลองเดี่ยวก็จะยิ่งได้รับรางวัลที่ยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้นถือเป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆให้กับว่าที่สมาชิกทีมของตนเอง

            ขณะที่การประลองของเขาจบลงเมฆครามจึงทราบว่าทุกคนในทีมของเขาเองก็ผ่านเข้าสู่รอบร้อยคนสุดท้ายเช่นกัน

            กระต่ายหมายจันทร์ลูบแขนของตนเองเอ่ยว่า“เกือบไปแล้วไหมละในรอบของฉันเจอนักฆ่าคนหนึ่งน่ากลัวสุดๆ เขาระดับ 35 เท่ากับพวกเราแถมยังเก่งกาจอย่างมาก โชคดีที่ฉันตัดสินใจถูกเน้นไปที่การป้องกันและสร้างอาณาเขตปลอดภัยให้กับตัวเองไม่งั้นฉันคนโดนเขาฆ่าในเวลาไม่กี่วินาทีแน่”

            “หืมนักฆ่าระดับ 35 งั้นเหรอ?”ทุกคนรู้สึกสนใจในทันทีเอ่ยตามตรงผู้เล่นที่ไปถึงระดับสามสิบห้าได้นั้นมีน้อยมากในปัจจุบัน เมฆครามรู้ดีว่าเหตุผลหลักก็เพราะพวกเขาแทบไม่เคยตายเลยสักครั้งในการเก็บระดับทั้งยังสามารถสังหารบอสและตะลุยผ่านดันเจี้ยนไปได้อย่างราบรื่นดังนั้นการที่นักฆ่าคนนั้นไปถึงระดับ 35 มันจึงดูน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก

            “ใช่เขาแข็งแกร่งมากจริงๆ แม้แต่ในกลุ่มของพวกเราพูดตรงๆคงมีแค่เมฆาหวนคืนเท่านั้นแหละที่จะเอาชนะเขาได้”กระต่ายหมายจันทร์รู้สึกถึงช่องว่างที่ชัดเจนจากอีกฝ่ายถ้าไม่ใช่เพราะเธอแสดงออกถึงความระมัดระวังขั้นสูงสุดและบีบให้เขาเลือกโจมตีเป้าหมายอื่นที่กำจัดง่ายกว่าเกรงว่าเธอคงไม่สามารถผ่านมาถึงรอบร้อยคนสุดท้ายได้แล้ว

            “เขาชื่อว่าอะไร”เมฆครามเอ่ยถามแม้ในใจจะมีคำตอบอยู่แล้ว

            “เขาชื่อว่าชาโดว์!เป็นนักฆ่าเผ่าวิญญาณ”

            เมฆครามลอบยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าคิดไว้ไม่ผิดว่าผู้เล่นที่โดดเด่นถึงขนาดนี้คงหนีไม่พ้นเขาไม่ว่าจะเป็นในตอนนี้หรือในอนาคตชาโดว์ก็เป็นผู้เล่นที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดเสมอ นักพเนจรไร้ขอบเขตเป็นฉายาที่ผู้เล่นตั้งให้กับเขาเพื่อเป็นการให้เกียรติเพราะชาโดว์เป็นผู้เล่นอิสระที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ในอดีตมีกิลด์น้อยใหญ่มากมายพยายามที่จะดึงตัวเขาเข้าร่วมกิลด์ที่ใช้ไม้อ่อนก็แค่ถูกปฏิเสธ แต่กิลด์ที่ใช้ไม้แข็งสุดท้ายก็เหมือนคนที่เผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายที่จับต้องไม่ได้นอกจากไม่สามารถดึงตัวสำเร็จยังต้องจมอยู่กับความหวาดกลัวอีกด้วย

            นึกถึงเหตุการณ์นองเลือดที่เคยเกิดขึ้นกิลด์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งได้เผชิญหน้ากับความสูญเสียที่น่าสะพรึงกลัวผู้เล่นระดับแนวหน้าของกิลด์ล้วนถูกลอบสังหารอย่างลึกลับหลายครั้งติดกันบางคนถึงกับสูญเสียจุดยืนของตนเองในกิลด์ พวกผู้เล่นระดับสูงคนอื่นๆก็กลัวจนตัวสั่นไม่กล้าออกจากเขตปลอดภัยหรือไปไหนมาไหนตามลำพัง

            แต่ต่อให้ไปกับคนกลุ่มเล็กๆพวกเขาก็ยังไม่ปลอดภัยอยู่ดีเหตุผลที่เมฆครามชื่นชมทักษะร่างวิญญาณเร้นลับส่วนหนึ่งก็เพราะเหตุการณ์นี้นักฆ่าทั่วไปถึงจะแก่งขนาดไหนก็ไม่สามารถลอบสังหารผู้เล่นยอดฝีมือแนวหน้าและหนีไปอย่างไร้ร่องรอยแต่ชาโดว์กลับทำได้ มันเหมือนเป็นฝันร้ายของกิลด์เหล่านั้นเลยทีเดียว

            “เอาละพักกันก่อนเถอะ อีกห้านาทีก็จะเริ่มการประลองรอบร้อยคนสุดท้ายแล้วไม่รู้ว่าใครจะได้ขึ้นไปประลองก่อน”

            รอบร้อยคนสุดท้ายนั้นจะถูกถ่ายทอดสดดังนั้นจึงเป็นการจัดให้สู้กันแบบทีละคู่ เวลาตอนนี้อยู่ที่สองทุ่มดังนั้นการประลองแบบเดี่ยวน่าจะจบที่ประมาณสามทุ่ม ส่วนการประลองแบบทีมจะเริ่มต้นขึ้นถัดจากนั้น

            ในที่สุดการประลองเดี่ยวก็เริ่มต้นขึ้นเมฆครามและคนอื่นๆต่างเปิดดูจอถ่ายทอดสดของตนเอง ในการประลองนั้นเป็นคู่ระหว่างนักรบคลั่งระดับ 32 และนักธนูเผ่าเอลฟ์ระดับ31

            การประลองระหว่างอาชีพทั้งสองนี้ขึ้นอยู่กับว่านักรบคลั่งจะสามารถเข้าประชิดตัวนักธนูได้สำเร็จหรือเปล่าขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับว่านักธนูจะสามารถใช้ลูกเล่นเพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้ได้หรือไม่

            “พี่ชายคิดว่าใครจะชนะคะ”ฟ้าใสเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น

            เมฆครามส่ายหน้า“ยังบอกไม่ได้หรอก”

            แม้ว่าความได้เปรียบของอาชีพจะสามารถบอกสถานการณ์ได้คร่าวๆแต่สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคฝีมือและประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เล่นคนนั้น

            การประลองเริ่มต้นขึ้นนักรบคลั่งบุกเข้าหานักธนูทันที นักธนูเองก็ไม่รอช้าโจมตีด้วยทักษะธนูพิษ ทักษะนี้ไม่รุนแรงแต่ความน่ากลัวก็คือทำให้คู่ต่อสู้ติดพิษแล้วทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงมันเป็นทักษะพื้นฐานที่ช่วยให้นักธนูรักษาความได้เปรียบต่อคู่ต่อสู้ได้

            นักรบคลั่งคนนั้นหวังแค่จะเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายจึงไม่สนใจการโจมตีที่สวนกลับมาพลาดท่าถูกธนูพิษเข้าความเร็วก็ลดลงหนึ่งในสี่ส่วนทันที

            เมฆครามถอนหายใจ“นักธนูน่าจะเป็นฝ่ายชนะแล้ว”

            เขาไม่ได้วิเคราะห์พลาดเลยนักธนูคนนั้นมีเทคนิคแพรวพราวมากเขาไม่ได้พยายามโจมตีอย่างรุนแรงเพื่อลดพลังชีวิตแต่อาศัยการโจมตีต่อเนื่องและรักษาระยะห่างเอาไว้ตลอดเวลานักรบคลั่งแม้จะมีระดับสูงกว่าแต่กลับไม่มีชั้นเชิงอะไรเลยสักนิดวิ่งไล่ไปเรื่อยเหมือนกับคนโง่ไม่มีแม้แต่แผนการที่จะดักทางการเคลื่อนไหวสุดท้ายก็แพ้ไปโดยที่นักธนูไม่เสียพลังชีวิตเลยสักหยด

            “ทำไมโง่ได้ขนาดนั้น”มังกรคำรามอึ้งไปเล็กน้อยสำหรับผู้เล่นร่วมอาชีพเดียวกันเขารู้สึกเสียหน้าอย่างมาก

            “เก็บระดับมาถึงจุดนั้นได้น่าจะพอมีฝีมืออยู่บ้างไม่ใช่เหรอ” หลินหลินเองก็สงสัยเหมือนกัน

            เมฆครามหัวเราะก่อนจะอธิบาย“ทุกคนต้องรู้ก่อนว่าสู้กับผู้เล่นไม่เหมือนสู้กับสัตว์อสูรผู้เล่นบางคนอาจจะเชี่ยวชาญในการตะลุยดันเจี้ยน สู้กับบอส แต่ไม่ถนัดสู้กับผู้เล่นด้วยกันแต่กรณีของนักรบคลั่งคนนี้น่าจะเป็นอีกแบบ ดูเหมือนจะเป็นพวกคนมีเงินที่ทุ่มทุนซื้อของแพงๆแล้วก็จ้างคนมีฝีมือพาตัวเองเก็บระดับอย่างบ้าคลั่งมันเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนแบบนี้อยู่ในสังคมเกม”

            ทุกคนได้แต่พยักหน้าและถอนหายใจอันที่จริงการที่นักรบคลั่งคนนี้ผ่านมาถึงรอบร้อยคนได้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์มากแล้ว

            อยู่ๆร่างของฟ้าใสก็หายไปทำให้ทุกคนสะดุ้งเล็กน้อยยกเว้นเมฆครามชายหนุ่มยิ้มก่อนจะเอ่ยว่า “มาเชียร์ยัยฟ้ากันเถอะ”

            ฟ้าใสถูกวาร์ปส่งมาประลองเธอกระพริบตาเล็กน้อยจ้องมองไปยังร่างที่ปรากฏตรงหน้าอีกฝ่ายก็ดูจะตกใจเมื่อเห็นระดับของเธอแต่เมื่อเห็นว่าเธอเป็นอาชีพนักดนตรีเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

            ซูหยางอัศวินเผ่ามนุษย์ระดับ 31

            “ฟ้าจะเอาชนะได้หรือเปล่าคะ”หลินหลินหันมาถามเมฆคราม

            ชายหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์“ระดับแตกต่างกันพอสมควรเว้นแต่ว่าอัศวินคนนั้นจะเก่งกว่ายัยฟ้ามากเกินไปโอกาสชนะของยัยฟ้าก็น่าจะรับรองได้ระดับหนึ่ง”

            ทุกคนรู้สึกวางใจขึ้นมาทันทีต่างก็รู้ฝีมือกันดีอยู่แล้ว ฟ้าใสในการประลองตัวต่อตัวนั้นน่ากลัวมากด้วยทักษะร่างแยกจิตวิญญาณธรรมชาติของเธอเหมือนใช้สองคนสู้หนึ่งคนยังมีเรื่องการตอบสนองและการควบคุมที่ไม่แพ้มังกรคำรามและกระต่ายหมายจันทร์อีกด้วย

            ซูหยางดูสบายใจขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นนักดนตรีครู่หนึ่งเขาก็ตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายเป็นสาวสวยที่น่าสนใจ “เฮ้ สาวสวยคุณออมมือให้ผมหน่อยนะ”

            ฟ้าใสทำตาโตก่อนจะหัวเราะ“พี่ชาย ฉันออมมือไม่เป็นหรอกคุณระวังตัวไว้ดีกว่า”

            ซูหยางยิ้มเจื่อนเขาไม่ได้ตั้งใจจะให้อีกฝ่ายออมมือจริงๆแต่เขาก็หวังว่าเธอจะพูดรักษาน้ำใจเขาหน่อยเมื่อการประลองเริ่มต้นขึ้นเขาก็พุ่งตัวเข้าไปทันทีและใช้ทักษะบุกทะลวงเข้าประชิด

            อยู่ๆร่างของเขาก็หยุดลงซูหยางค้นพบว่าตนเองถูกจับไว้ด้วยทักษะบทเพลงสะกดมันทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้หลายวินาทีเว้นแต่เขาจะถูกโจมตีทำให้หลุดจากสถานะสะกดนี้

            อยู่ๆร่างของหญิงสาวตรงหน้าก็เหมือนจะมีปรากฏขึ้นมาอีกคนเพียงแต่เป็นร่างสีขาวบริสุทธิ์เท่านั้น ซูหยางกระพริบตาอย่างสับสนสงสัยว่าตนเองเล่นเกมเยอะจนตาลายหรือไม่