สิ้นคำตัดพ้อ กล้าก็แทบทิ้งตัวลงไปนอน เพราะไม่ว่าจะทำยังไง เขาก็เล็งคอสโมให้โดนเป้าหมายไม่ได้ซักที แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวัง โยชิโร่ก็ก้าวออกมา พร้อมประกาศเสียงเข้ม
“ เอาอย่างงี้ เพื่อช่วยให้พี่เซย่าเข้าถึงพลังคอสโมโดยไว ผมจะใช้วิธีการที่อันตราย ขอให้พี่เซย่าอย่าปฏิเสธ ”
“ ปฏิเสธ เส้นทางอันตราย นายหมายความว่าไง ” กล้าทวนคำ ในใจเกิดลางสังหรณ์แปลกๆ ซึ่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“ ก็แบบนี้ไง ” โยชิโร่พึมพำเบาๆ ก่อนหันไปสั่งลูกน้องร่างอ้วน
“ เจ้าอ้วนไปยืนข้างๆเป้า ทิ้งระยะให้ห่างประมาณหนึ่งก้าว ”
เด็กอ้วนผู้เป็นลิ่วล้อรู้สึกงง แต่สุดท้ายก็ยอมปฏิบัติตาม จากนั้นโยชิโร่ก็ตามไปยืนข้างเป้าอีกด้านบ้าง ทำให้ซ้ายขวาถูกขนาบไปด้วยยุวชนจากบ้านเด็กกำพร้า
“ เอ่อ….ตกลง นี่พวกนายคิดจะทำอะไร ” กล้ายังไม่เข้าใจอยู่ดี แต่ลึกๆสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ละเอียดอ่อน ซึ่งถ้าเดาไม่ผิด น่าจะเกี่ยวกับ….การเสียสละ
“ หรือว่า….พวกนาย ”
“ ใช่แล้ว พวกเราจะยืนข้างเป้าที่ยิงเอง เพื่อให้พี่เซย่าเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยคอสโม อันจะทำให้คุมพลังได้ง่ายขึ้น ”
“ อ๋อ….อย่างนี้นี่เอง ” สมุนอ้วนผอมเริ่มเข้าใจ แต่หลังจากนั้นทั้งสองก็เปลี่ยนเป็นร้องเสียงหลง
“ หา……แบบนี้ก็เท่าว่า…..”
“ ใช่แล้ว พวกเราสองคนก็จะเสี่ยงเจ็บตัว ถ้าพี่เซย่ายิงพลังคอสโมพลาด ” โยชิโร่ตบอก ท่าทางมั่นใจสุดขีด
“ แล้วนายถามหรือยังว่า….ชั้นอยากทำแบบนี้มั้ย ” เด็กอ้วนโวยดัง แบบไม่เกรงบารมีลูกพี่ใหญ่ เพราะรู้ชัดว่าชีวิตของตนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
“ ใช่แล้ว โยชิโร่หยุดเถอะ แบบนี้มันอันตรายเกินไป หาวิธีอื่นช่วยพี่เซย่าดีกว่า ” สมุนร่างผอมค้านอีกคน แว่นหนาเตอะที่ประดับบนใบหน้าสั่นจนเกือบหลุด
“ ไม่ ต้องใช้วิธีนี้แหละ เพราะถ้าเราไม่ตัดสินใจให้เด็ดขาด พี่เซย่าจะก้าวข้ามกำแพงที่ขวางกั้นไม่ได้ ” โยชิโร่ยังยืนยันคำเดิม สีหน้าโคตระเด็ดเดี่ยว ผิดกับสมุนอ้วนผอมที่ตอนนี้แทบจะเยี่ยวแตกรดกางเกงแล้ว
พอได้ฟังคำของโยชิโร่ กล้าก็รู้สึกซาบซึ้งน้ำใจอันอุ่นระอุของเด็กน้อย กายแกร่งเกร็งสั่นเทา ไม่นาน น้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมา พร้อมเงยหน้าขึ้นมามองหัวโจกตัวน้อย
“ ขอบใจมาก โยชิโร่ ชั้นจะไม่ทำให้การเสียสละของนายต้องสูญเปล่า ”
สิ้นคำประกาศ ใบหน้าของโยชิโร่ก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ดวงตาฉายแววขลาด ก่อนจะยกสองมือขึ้นห้าม ปากร้องละล่ำละลัก
“ เฮ้ๆ เดี๋ยวก่อน พี่เซย่า ผมแค่ทำเท่ไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้อยากเสียสละจริงๆซักหน่อย อย่าเพิ่งยิงคอสโมออกมานะ ”
แต่นั่นก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะกล้าได้ง้างหมัดไปข้างหลัง ก่อนจะปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ลำแสงสีฟ้าอ่อนพุ่งจากปลายกำปั้น แล้วมุ่งตรงไปยังจุดหมาย
“ ตูม……”
“ จ้าก……ตายแล้ว พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย……” สองเยาวชนยกมือขึ้นกุมศีรษะ ดวงตาหลับปี๋ ในใจย้อนระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวเองนับถือ แต่พอผ่านไปซักอึดใจ อารมณ์ของพวกเขาก็เเปรเปลี่ยนเป็นงุนงง
“ เอ๊ะ! แปลกแฮะ ทำไมไม่รู้สึกเจ็บเลย ”
เมื่อคิดได้ดังนั้น โยชิโร่และสมุนร่างอ้วนก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นไปจับส่วนต่างๆบนร่างกาย โดยเริ่มจากแขน ลำคอ ใบหน้า พอรู้ว่าอยู่ครบทุกชิ้น ก็หันไปมองหนุ่มรุ่นพี่ จึงได้พบกับใบหน้าที่ดูแตกตื่นผสมยินดี
“ พี่เซย่าทำหน้าแบบนั้น หรือว่า ” โยชิโร่เอะใจขึ้นมาทันที จึงรีบหันไปมองเป้าหมายที่อยู่ระหว่างกลาง เลยรู้ประสบกับกระสอบทรายชั่วคราวรูปคน ที่ส่วนหัวหายไปครึ่งซีกจากพลังหมัด
“ ฮ้า…..นะ……นี่ นี่ นี่คะ…คือ……” สองเยาวชนถึงกับติดอ่าง ส่วนหนูน้อยใส่แว่นได้แต่ยืนงงจนพูดไม่ออก
“ ใช่แล้ว ชั้นยิงถูกเป้าเป็นครั้งแรก ” กล้ายิ้มให้หนูน้อยทั้งสาม ในใจนึกยินดี วินาทีต่อมา เหล่าทีมงานก็รีบกรูเข้ามากอดเด็กหนุ่ม
“ เย้……..ดีใจจัง พี่เซย่าทำสำเร็จแล้ว ”
“ ฮะ ฮะ ฮะ ใจเย็นน่า ชั้นเพิ่งยิงถูกเป้าแค่ครั้งเดียวเอง ” ถึงกล้าจะพูดอย่างงั้น แต่ใบหน้ายังคงฉาบไปด้วยรอยยิ้ม
และในขณะที่ชาวแก๊งกำลังเฮฮา ที่ด้านหลังของพวกเขาก็ปรากฏเงาร่างของเด็กสาวนางหนึ่ง เธอกำลังยืนแอบอยู่หลังไม้ใหญ่ พร้อมยื่นหน้าออกมามองการฝึกครึ่งนึง มุมปากผุดรอยยิ้มที่แสดงออกถึงความยินดี บ่งบอกถึงการเอาใจช่วยที่มีมาโดยตลอด คนๆนั้นก็คือ…มิโฮ ว่าที่นางเอกของเรื่องนั่นเอง
“ ดีใจด้วยนะ ผลการฝึกของเธอรุดหน้าไปอีกขั้นแล้ว ”
………………………
หลังจากกล้ายิงคอสโมถูกเป้าเป็นครั้งแรก เด็กหนุ่มก็เริ่มจับจุดได้ การที่จะปล่อยพลังได้แม่นยำหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเล็งฝ่ามือได้ตรงจุดแค่ไหน แต่อยู่ที่จิตใจตั้งมั่นพอหรือเปล่าต่างหาก
“ ใช่แล้ว ที่ผ่านมา เราไม่มีสมาธิมากพอ ขาดความมั่นใจ ทำให้คอสโมที่ปล่อยออกมา วิ่งใส่เป้าหมายแบบสะเปะสะปะ แต่พอเกิดความมุ่งมั่นที่จะยิงพลังไม่ให้โดนเด็กสองคนนั่น ก็ทำให้โจมตีโดนในทีเดียว ”
และหลังจากจับจุดได้ กล้าก็สามารถยิงคอสโมโดนเป้าหมายได้ถึง 9 ใน 10 จนทำให้กระสอบทรายจำเป็นต้องแหลกเหลวอย่างง่ายดาย จึงต้องเปลี่ยนมาโจมตีมวลหมู่ต้นไม้แถวนั้นแทน ส่งผลให้สวนขนาดย่อมแหลกลาญพอสมควร
“ ฟู่….เหมือนว่าเราจะเก่งขึ้นมานิดๆแล้ว ” กล้าอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงไปมองฝ่ามือของตนเอง
…………………………
ในวงกับข้าววันนั้นยังคงไร้เงาของมิโฮ ทำให้กล้ารู้สึกเสียใจ เพราะคิดว่าตนเป็นต้นเหตุให้เด็กสาวโกรธ
“ ฮ้า….ไม่น่าบอกเรื่องร่วมงานประลองให้คุณมิโฮฟังเลย แล้วนี่เราควรจะทำยังไงดีนะ เพื่อให้คุณมิโฮหายโกรธ ”
แม้กล้าจะจิตตก แต่ด้วยความหิวโหยจากการฝึกหนัก ก็เลยดลบันดาลให้เด็กหนุ่มกินมากกว่าปกติเป็นเท่าตัว อันทำให้เหล่าเด็กๆที่นั่งร่วมโต๊ะหันมามองเป็นตาเดียวกัน
“ โอ้…ใจเย็นๆ พี่เซย่าจะกินเผื่ออาทิตย์หน้าหรือไง นี่ก็ข้าวถ้วยที่ห้าแล้วนะ ” โยชิโร่ท้วงติง ดวงตาโตราวไข่ห่าน ประมาณว่าเห็นของแปลกที่ไม่เคยพบพานมาก่อน
“ ฮะ ฮะ ฮะ โทษที แต่ชั้นขออีกถ้วยได้มั้ย ” กล้ายิ้มเขินๆ ก่อนจะยื่นถ้วยบรรจุข้าวให้หนูน้อย
“ โอเค ไม่ว่ากัน โชคดีที่พี่มิโฮรอบคอบ หุ้งข้าวเผื่อไว้ พี่เซย่าเลยมีกินแบบจุใจ ” โยชิโร่รับถ้วยมา ปากก็บ่นไปตามประสา และนั่นก็เป็นปัจจัยให้กล้าสนใจ
“ เอ๊ะ! เมื่อกี้นายบอกว่าคุณมิโฮหุ้งข้าวเผื่อเหรอ ”
และคำถามนั้นก็ทำให้หนูน้อยจอมแก่นสะดุ้งโหยง ด้วยก่อนจะยกเสบียงมารองรับมื้อเย็น มิโฮได้สั่งแล้วสั่งอีก ไม่ให้บอกใครว่าเธอหุ้งข้าวเผื่อ แต่โยชิโร่ดันลืมซะอย่างงั้น จึงจำต้องแก้เกี้ยวด้วยเรื่องอื่น
“ อ่า……พี่เซย่าปล่อยพลังได้แม่นขึ้นแล้ว ต่อไปจะฝึกแบบไหน ”
“ อืม……ถ้าจะยกระดับการฝึก ก็คงเป็นการควบคุมความหนักเบาของพลังล่ะมั้ง ” กล้าทำท่าคิด สองแขนยกขึ้นกอดอก แต่ไม่นาน เขาก็ย้อนกลับมาทวงประเด็นเก่า
“ เอ่อ…ว่าแต่คำถามเมื่อครู่นี้….”
“ ฮ้า….พี่เซย่า หมูทอดอร่อยนะ ลองกินดูสิ ” หนูน้อยจอมแก่นยังคงเฉไฉต่อ พร้อมคีบชิ้นเนื้อลงบนถ้วยของกล้า
“ อืม….ก็ไม่เลว หวานเค็มกำลังดี ” กล้าเคี้ยวหงุบหงับอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดออก
“ อ่า….ที่นายพูดเมื่อครู่นี้ หมายความว่ายังไง ”
“ โอ้…อิ่มแล้วครับ ขอตัวก่อนนะ ” โยชิโร่แก้เกมด้วยการหนีหายจากวงสำรับไปในทันที ทิ้งให้กล้านั่งอึ้งกิมกี่อยู่อย่างงั้น และพอเด็กหนุ่มปรับอารมณ์ได้ ก็เตรียมหันกลับมาถามเด็กๆที่เหลือ แต่เหล่าเยาวชนล้วนไหวทัน จึงลุกจากที่นั่งพร้อมกัน
“ อ้า อิ่มแล้วครับ(ค่ะ) ”
เพียงพริบตา บนโต๊ะสำรับแบบเตี้ยก็เหลือกล้าอยู่คนเดียว ทำให้เด็กหนุ่มมึนงงสุดๆ แต่เพราะความหิวโหยเรียกร้อง เขาเลยยอมปล่อยปัญหานี้
“ โอ้ว….ช่างมันเถอะ ตักข้าวกินอีกจานดีกว่า ”
………………………
เวลาล่วงเข้าสู่กลางคืน ในบ้านเด็กกำพร้าล้วนปิดไฟเงียบ มีเพียงแสงอ่อนๆจากดวงจันทร์คอยสาดส่องให้ความสว่าง และในความมืดสลัวได้ปรากฏร่างสะโอดสะองของเด็กสาวนางหนึ่งในชุดนอนแบบเสื้อกระโปรงยาว เธอคนนั้นก็คือ…..มิโฮ
“ อืม…เอาไงดีนะ ” มิโฮดูลังเล เธอละล้าละลังอยู่หน้าห้องๆหนึ่ง มือขวายกขึ้น คล้ายทำท่าจะเลื่อนทวารออก สุดท้ายเจ้าหล่อนก็ไม่กล้าซักที แต่พอรวบรวมกำลังใจได้นาทีนึง เด็กสาวก็กัดฟัน
“ เอาก็เอา ถ้าเขาตื่นขึ้นมา เราค่อยแก้ตัวต่อ ”
“ ฟื้ด…..”
บานประตูแบบญี่ปุ่นค่อยๆเลื่อนออก เผยให้เห็นห้องข้างในที่มีขนาดไม่กว้างนัก ตรงกลางปรากฏร่างแกร่งเกร็งของเด็กหนุ่มนายหนึ่งนอนหงอยอยู่บนฟูกนิ่ม ท่วงท่าไม่เรียบร้อยนัก เพราะเขาเป็นเพศชายที่ยังเยาว์วัย
“ เฮ้อ…..ทำไมนอนท่านั้น ” เสียงพึมพำเบาๆที่ฟ้องถึงความกลุ้มใจลอดจากริมฝีปากบางได้รูปของมิโฮ คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาหวานซึ้งจะจับไปที่ใบหน้าละอ่อนที่คมสันของเด็กหนุ่ม
“ เซย่านี่เหมือนเด็กเลย ” มิโฮพิจารณาอยู่อึดใจ ก่อนจะแย้มยิ้ม จากนั้นก็ก้มลงไปหยิบผ้าห่มที่กระจัดกระจายข้างฟูกขึ้นมาคลุมกายแกร่งเกร็งของกล้า
“ อากาศมันหนาวนะ ห่มไว้ซะ จะได้ไม่ป่วย ”
และนี่คือคำพูดสุดท้ายของเด็กสาว ก่อนที่คุณเธอจะล่าถอยออกไป แล้วปิดประตู ทิ้งให้กล้านอนกรนเบาๆอยู่ในห้องส่วนตัว
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
