เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 47 อยู่ที่ความตั้งมั่น

            สิ้นคำตัดพ้อ  กล้าก็แทบทิ้งตัวลงไปนอน  เพราะไม่ว่าจะทำยังไง  เขาก็เล็งคอสโมให้โดนเป้าหมายไม่ได้ซักที  แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวัง  โยชิโร่ก็ก้าวออกมา  พร้อมประกาศเสียงเข้ม 


    “ เอาอย่างงี้  เพื่อช่วยให้พี่เซย่าเข้าถึงพลังคอสโมโดยไว  ผมจะใช้วิธีการที่อันตราย  ขอให้พี่เซย่าอย่าปฏิเสธ ” 


    “ ปฏิเสธ  เส้นทางอันตราย  นายหมายความว่าไง ” กล้าทวนคำ  ในใจเกิดลางสังหรณ์แปลกๆ  ซึ่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 


    “ ก็แบบนี้ไง ” โยชิโร่พึมพำเบาๆ  ก่อนหันไปสั่งลูกน้องร่างอ้วน 


    “ เจ้าอ้วนไปยืนข้างๆเป้า  ทิ้งระยะให้ห่างประมาณหนึ่งก้าว ”


     

                  เด็กอ้วนผู้เป็นลิ่วล้อรู้สึกงง  แต่สุดท้ายก็ยอมปฏิบัติตาม  จากนั้นโยชิโร่ก็ตามไปยืนข้างเป้าอีกด้านบ้าง  ทำให้ซ้ายขวาถูกขนาบไปด้วยยุวชนจากบ้านเด็กกำพร้า 


    “ เอ่อ….ตกลง  นี่พวกนายคิดจะทำอะไร ” กล้ายังไม่เข้าใจอยู่ดี  แต่ลึกๆสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ละเอียดอ่อน  ซึ่งถ้าเดาไม่ผิด  น่าจะเกี่ยวกับ….การเสียสละ 


    “ หรือว่า….พวกนาย ” 


    “ ใช่แล้ว  พวกเราจะยืนข้างเป้าที่ยิงเอง  เพื่อให้พี่เซย่าเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยคอสโม  อันจะทำให้คุมพลังได้ง่ายขึ้น ” 


    “ อ๋อ….อย่างนี้นี่เอง ” สมุนอ้วนผอมเริ่มเข้าใจ  แต่หลังจากนั้นทั้งสองก็เปลี่ยนเป็นร้องเสียงหลง 


    “ หา……แบบนี้ก็เท่าว่า…..” 


    “ ใช่แล้ว  พวกเราสองคนก็จะเสี่ยงเจ็บตัว  ถ้าพี่เซย่ายิงพลังคอสโมพลาด ” โยชิโร่ตบอก  ท่าทางมั่นใจสุดขีด 


    “ แล้วนายถามหรือยังว่า….ชั้นอยากทำแบบนี้มั้ย ” เด็กอ้วนโวยดัง  แบบไม่เกรงบารมีลูกพี่ใหญ่  เพราะรู้ชัดว่าชีวิตของตนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย  


    “ ใช่แล้ว  โยชิโร่หยุดเถอะ  แบบนี้มันอันตรายเกินไป  หาวิธีอื่นช่วยพี่เซย่าดีกว่า ” สมุนร่างผอมค้านอีกคน  แว่นหนาเตอะที่ประดับบนใบหน้าสั่นจนเกือบหลุด 


    “ ไม่  ต้องใช้วิธีนี้แหละ  เพราะถ้าเราไม่ตัดสินใจให้เด็ดขาด  พี่เซย่าจะก้าวข้ามกำแพงที่ขวางกั้นไม่ได้ ” โยชิโร่ยังยืนยันคำเดิม  สีหน้าโคตระเด็ดเดี่ยว  ผิดกับสมุนอ้วนผอมที่ตอนนี้แทบจะเยี่ยวแตกรดกางเกงแล้ว


     

                  พอได้ฟังคำของโยชิโร่  กล้าก็รู้สึกซาบซึ้งน้ำใจอันอุ่นระอุของเด็กน้อย  กายแกร่งเกร็งสั่นเทา  ไม่นาน  น้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมา  พร้อมเงยหน้าขึ้นมามองหัวโจกตัวน้อย 


    “ ขอบใจมาก  โยชิโร่  ชั้นจะไม่ทำให้การเสียสละของนายต้องสูญเปล่า ”


     

                   สิ้นคำประกาศ  ใบหน้าของโยชิโร่ก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด  ดวงตาฉายแววขลาด  ก่อนจะยกสองมือขึ้นห้าม  ปากร้องละล่ำละลัก 


    “ เฮ้ๆ  เดี๋ยวก่อน  พี่เซย่า  ผมแค่ทำเท่ไปอย่างนั้นเอง  ไม่ได้อยากเสียสละจริงๆซักหน่อย  อย่าเพิ่งยิงคอสโมออกมานะ ”


      

                   แต่นั่นก็ช้าไปเสียแล้ว  เพราะกล้าได้ง้างหมัดไปข้างหลัง  ก่อนจะปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว  ทำให้ลำแสงสีฟ้าอ่อนพุ่งจากปลายกำปั้น  แล้วมุ่งตรงไปยังจุดหมาย 


    “ ตูม……” 


    “ จ้าก……ตายแล้ว  พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย……” สองเยาวชนยกมือขึ้นกุมศีรษะ  ดวงตาหลับปี๋  ในใจย้อนระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวเองนับถือ  แต่พอผ่านไปซักอึดใจ  อารมณ์ของพวกเขาก็เเปรเปลี่ยนเป็นงุนงง 


    “ เอ๊ะ!  แปลกแฮะ  ทำไมไม่รู้สึกเจ็บเลย ”


     

                เมื่อคิดได้ดังนั้น  โยชิโร่และสมุนร่างอ้วนก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา  ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นไปจับส่วนต่างๆบนร่างกาย  โดยเริ่มจากแขน  ลำคอ  ใบหน้า  พอรู้ว่าอยู่ครบทุกชิ้น  ก็หันไปมองหนุ่มรุ่นพี่  จึงได้พบกับใบหน้าที่ดูแตกตื่นผสมยินดี 


    “ พี่เซย่าทำหน้าแบบนั้น  หรือว่า ” โยชิโร่เอะใจขึ้นมาทันที  จึงรีบหันไปมองเป้าหมายที่อยู่ระหว่างกลาง  เลยรู้ประสบกับกระสอบทรายชั่วคราวรูปคน  ที่ส่วนหัวหายไปครึ่งซีกจากพลังหมัด 


    “ ฮ้า…..นะ……นี่  นี่  นี่คะ…คือ……” สองเยาวชนถึงกับติดอ่าง  ส่วนหนูน้อยใส่แว่นได้แต่ยืนงงจนพูดไม่ออก 


    “ ใช่แล้ว  ชั้นยิงถูกเป้าเป็นครั้งแรก ” กล้ายิ้มให้หนูน้อยทั้งสาม  ในใจนึกยินดี  วินาทีต่อมา  เหล่าทีมงานก็รีบกรูเข้ามากอดเด็กหนุ่ม 


    “ เย้……..ดีใจจัง  พี่เซย่าทำสำเร็จแล้ว ” 


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ  ใจเย็นน่า  ชั้นเพิ่งยิงถูกเป้าแค่ครั้งเดียวเอง ” ถึงกล้าจะพูดอย่างงั้น  แต่ใบหน้ายังคงฉาบไปด้วยรอยยิ้ม


       

               และในขณะที่ชาวแก๊งกำลังเฮฮา  ที่ด้านหลังของพวกเขาก็ปรากฏเงาร่างของเด็กสาวนางหนึ่ง  เธอกำลังยืนแอบอยู่หลังไม้ใหญ่  พร้อมยื่นหน้าออกมามองการฝึกครึ่งนึง  มุมปากผุดรอยยิ้มที่แสดงออกถึงความยินดี  บ่งบอกถึงการเอาใจช่วยที่มีมาโดยตลอด  คนๆนั้นก็คือ…มิโฮ  ว่าที่นางเอกของเรื่องนั่นเอง 


    “ ดีใจด้วยนะ  ผลการฝึกของเธอรุดหน้าไปอีกขั้นแล้ว ”


    ………………………


               หลังจากกล้ายิงคอสโมถูกเป้าเป็นครั้งแรก  เด็กหนุ่มก็เริ่มจับจุดได้  การที่จะปล่อยพลังได้แม่นยำหรือไม่  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเล็งฝ่ามือได้ตรงจุดแค่ไหน  แต่อยู่ที่จิตใจตั้งมั่นพอหรือเปล่าต่างหาก 


    “ ใช่แล้ว  ที่ผ่านมา  เราไม่มีสมาธิมากพอ  ขาดความมั่นใจ  ทำให้คอสโมที่ปล่อยออกมา  วิ่งใส่เป้าหมายแบบสะเปะสะปะ  แต่พอเกิดความมุ่งมั่นที่จะยิงพลังไม่ให้โดนเด็กสองคนนั่น  ก็ทำให้โจมตีโดนในทีเดียว ”


     

              และหลังจากจับจุดได้  กล้าก็สามารถยิงคอสโมโดนเป้าหมายได้ถึง 9 ใน 10 จนทำให้กระสอบทรายจำเป็นต้องแหลกเหลวอย่างง่ายดาย  จึงต้องเปลี่ยนมาโจมตีมวลหมู่ต้นไม้แถวนั้นแทน  ส่งผลให้สวนขนาดย่อมแหลกลาญพอสมควร 


    “ ฟู่….เหมือนว่าเราจะเก่งขึ้นมานิดๆแล้ว ” กล้าอมยิ้มเล็กน้อย  ก่อนจะก้มลงไปมองฝ่ามือของตนเอง


    …………………………


                 ในวงกับข้าววันนั้นยังคงไร้เงาของมิโฮ  ทำให้กล้ารู้สึกเสียใจ  เพราะคิดว่าตนเป็นต้นเหตุให้เด็กสาวโกรธ 


    “ ฮ้า….ไม่น่าบอกเรื่องร่วมงานประลองให้คุณมิโฮฟังเลย  แล้วนี่เราควรจะทำยังไงดีนะ  เพื่อให้คุณมิโฮหายโกรธ ”


     

               แม้กล้าจะจิตตก  แต่ด้วยความหิวโหยจากการฝึกหนัก  ก็เลยดลบันดาลให้เด็กหนุ่มกินมากกว่าปกติเป็นเท่าตัว  อันทำให้เหล่าเด็กๆที่นั่งร่วมโต๊ะหันมามองเป็นตาเดียวกัน 


    “ โอ้…ใจเย็นๆ  พี่เซย่าจะกินเผื่ออาทิตย์หน้าหรือไง  นี่ก็ข้าวถ้วยที่ห้าแล้วนะ ” โยชิโร่ท้วงติง  ดวงตาโตราวไข่ห่าน  ประมาณว่าเห็นของแปลกที่ไม่เคยพบพานมาก่อน 


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ  โทษที  แต่ชั้นขออีกถ้วยได้มั้ย ” กล้ายิ้มเขินๆ  ก่อนจะยื่นถ้วยบรรจุข้าวให้หนูน้อย 


    “ โอเค   ไม่ว่ากัน  โชคดีที่พี่มิโฮรอบคอบ  หุ้งข้าวเผื่อไว้  พี่เซย่าเลยมีกินแบบจุใจ ” โยชิโร่รับถ้วยมา  ปากก็บ่นไปตามประสา  และนั่นก็เป็นปัจจัยให้กล้าสนใจ 


    “ เอ๊ะ!  เมื่อกี้นายบอกว่าคุณมิโฮหุ้งข้าวเผื่อเหรอ ”


     

                และคำถามนั้นก็ทำให้หนูน้อยจอมแก่นสะดุ้งโหยง  ด้วยก่อนจะยกเสบียงมารองรับมื้อเย็น  มิโฮได้สั่งแล้วสั่งอีก  ไม่ให้บอกใครว่าเธอหุ้งข้าวเผื่อ  แต่โยชิโร่ดันลืมซะอย่างงั้น  จึงจำต้องแก้เกี้ยวด้วยเรื่องอื่น 


    “ อ่า……พี่เซย่าปล่อยพลังได้แม่นขึ้นแล้ว  ต่อไปจะฝึกแบบไหน ” 


    “ อืม……ถ้าจะยกระดับการฝึก  ก็คงเป็นการควบคุมความหนักเบาของพลังล่ะมั้ง ” กล้าทำท่าคิด  สองแขนยกขึ้นกอดอก  แต่ไม่นาน  เขาก็ย้อนกลับมาทวงประเด็นเก่า 


    “ เอ่อ…ว่าแต่คำถามเมื่อครู่นี้….” 


    “ ฮ้า….พี่เซย่า  หมูทอดอร่อยนะ  ลองกินดูสิ ” หนูน้อยจอมแก่นยังคงเฉไฉต่อ  พร้อมคีบชิ้นเนื้อลงบนถ้วยของกล้า 


    “ อืม….ก็ไม่เลว  หวานเค็มกำลังดี ” กล้าเคี้ยวหงุบหงับอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะคิดออก 


    “ อ่า….ที่นายพูดเมื่อครู่นี้  หมายความว่ายังไง ” 


    “ โอ้…อิ่มแล้วครับ  ขอตัวก่อนนะ ” โยชิโร่แก้เกมด้วยการหนีหายจากวงสำรับไปในทันที  ทิ้งให้กล้านั่งอึ้งกิมกี่อยู่อย่างงั้น  และพอเด็กหนุ่มปรับอารมณ์ได้  ก็เตรียมหันกลับมาถามเด็กๆที่เหลือ  แต่เหล่าเยาวชนล้วนไหวทัน  จึงลุกจากที่นั่งพร้อมกัน 


    “ อ้า  อิ่มแล้วครับ(ค่ะ) ”


     

                เพียงพริบตา  บนโต๊ะสำรับแบบเตี้ยก็เหลือกล้าอยู่คนเดียว  ทำให้เด็กหนุ่มมึนงงสุดๆ  แต่เพราะความหิวโหยเรียกร้อง  เขาเลยยอมปล่อยปัญหานี้ 


    “ โอ้ว….ช่างมันเถอะ  ตักข้าวกินอีกจานดีกว่า ”

     

    ………………………


              เวลาล่วงเข้าสู่กลางคืน  ในบ้านเด็กกำพร้าล้วนปิดไฟเงียบ  มีเพียงแสงอ่อนๆจากดวงจันทร์คอยสาดส่องให้ความสว่าง  และในความมืดสลัวได้ปรากฏร่างสะโอดสะองของเด็กสาวนางหนึ่งในชุดนอนแบบเสื้อกระโปรงยาว  เธอคนนั้นก็คือ…..มิโฮ 


    “ อืม…เอาไงดีนะ ” มิโฮดูลังเล  เธอละล้าละลังอยู่หน้าห้องๆหนึ่ง  มือขวายกขึ้น  คล้ายทำท่าจะเลื่อนทวารออก  สุดท้ายเจ้าหล่อนก็ไม่กล้าซักที  แต่พอรวบรวมกำลังใจได้นาทีนึง  เด็กสาวก็กัดฟัน 


    “ เอาก็เอา  ถ้าเขาตื่นขึ้นมา  เราค่อยแก้ตัวต่อ ” 


    “ ฟื้ด…..”


     

              บานประตูแบบญี่ปุ่นค่อยๆเลื่อนออก  เผยให้เห็นห้องข้างในที่มีขนาดไม่กว้างนัก  ตรงกลางปรากฏร่างแกร่งเกร็งของเด็กหนุ่มนายหนึ่งนอนหงอยอยู่บนฟูกนิ่ม  ท่วงท่าไม่เรียบร้อยนัก  เพราะเขาเป็นเพศชายที่ยังเยาว์วัย 


    “ เฮ้อ…..ทำไมนอนท่านั้น ” เสียงพึมพำเบาๆที่ฟ้องถึงความกลุ้มใจลอดจากริมฝีปากบางได้รูปของมิโฮ  คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย  ก่อนที่ดวงตาหวานซึ้งจะจับไปที่ใบหน้าละอ่อนที่คมสันของเด็กหนุ่ม 


    “ เซย่านี่เหมือนเด็กเลย ” มิโฮพิจารณาอยู่อึดใจ  ก่อนจะแย้มยิ้ม  จากนั้นก็ก้มลงไปหยิบผ้าห่มที่กระจัดกระจายข้างฟูกขึ้นมาคลุมกายแกร่งเกร็งของกล้า 


    “ อากาศมันหนาวนะ  ห่มไว้ซะ  จะได้ไม่ป่วย ”


     

              และนี่คือคำพูดสุดท้ายของเด็กสาว  ก่อนที่คุณเธอจะล่าถอยออกไป  แล้วปิดประตู  ทิ้งให้กล้านอนกรนเบาๆอยู่ในห้องส่วนตัว



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน