ขณะเดียวกัน ณ เมืองมันตรายา ศารทูลกำลังนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินใต้ต้นไทรใหญ่ เป็นการพักผ่อนหลังจากที่ทำการฝึกสอนเจ้าชายภูวดลมาตลอดทั้งวัน ไม่ห่างกันก็มีเสือโคร่งโยรุนอนหมอบขนปุ้มปุ้ยอยู่เคียงข้างกับเขาเหมือนอย่างเคย
ต่อมาไม่นานก็มีพญาอินทรีลอยล่องจากท้องนภาลงมาสมทบ พร้อมกับเมฆาที่ห้อยโหนจะงอยเท้ารอยต่องแต่ง ทันใดที่สองฝ่าเท้าของผู้เป็นนายจรดพื้น พญาอินทรีกกระพือปีกบินขึ้นหายลับตาไป
“ข้ามีอะไรจะถามท่านอยู่พอดี”
ศารทูลเอ่ย เมื่อเมฆาเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาใกล้
“พักนี้ข้าไม่ค่อยเห็นวิภาเลย มีอะไรอยากจะคุยกับนางสักหน่อย”
เขาเอ่ยถามต่อ
เสียงแหบพร่าของชายสูงวัยจึงตอบกลับมาว่า
“ข้าขอให้นางช่วยเหลืออะไรบางอย่าง และตอนนี้นางคงจะกำลังทำหน้าที่นั้นอยู่ละมั้ง”
เมฆาตอบพลางเชิดหน้าขึ้นเหม่อมองท้องฟ้าอันกว้างไกล
“งั้นหรอกเหรอ ข้าก็คิดว่านางจะไปเถลไถลที่ไหนเสียอีก”
“วิภา ยัยเด็กจอมดื้อ หัวรั้นไม่ฟังใคร แต่หลังจากที่ถูกนายฝึกสอน เธอก็กลายเป็นหญิงแกร่ง ที่แม้แต่ผู้ชายยังไม่อยากจะเข้าใกล้ ข้าคิดว่านางเติบโตมาดีเอามากๆ เลยละ"
บรรยากาศอึมครึมในยามเช้า ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยหมอกหนาสลัวๆ มีทั้งเสียงนกเสียงแมลงแข่งกันกรีดร้องเสียงดังสนั่น
รู้สึกว่ามีอะไรเปียกๆ มาสัมผัสใบหน้า แถมยังได้ยินเสียงพ่นลมหายใจ ฟุตฟิต! ฟุตฟิต! ชวนน่ารำคาญอยู่ข้างหูอีก
พอวารุตลืมตาขึ้นมา เขาก็มองเห็นลูกหมาป่าตัวน้อย มันกำลังสูดดมปลายจมูกของเขา
มันใช้ลิ้นเปียกๆ ของมันเลียไปที่แก้มวารุตสองสามหน
และสิ่งที่วารุตสัมผัสได้ต่อมาก็คือ เสื้อผ้าที่เปียกโชกไปทั้งตัว
วารุตค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ศีรษะยังคงรู้สึกมึนๆ งงๆ สายตามองไปเห็นลำธารลากยาวอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เขาคงจะถูกกระแสน้ำพัดมาถึงที่นี่ แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองถูกซัดมาไกลขนาดไหน
วารุตเปลี่ยนจุดสนใจมายังเจ้าลูกหมาป่าตัวน้อย ขณะที่มันนั่งก้นราบติดอยู่กับพื้น แหงนหน้าขึ้นมองเขากะพริบตาปริบๆ ส่งเสียงร้องออกมาไม่เชิงเห่า มันรากยาวมากกว่านั้น เหมือนกับการหอนตามปกติของหมาป่ามากกว่า ปลายจมูกแหลมเล็กของมันเชิดชี้ขึ้นท้องฟ้า
ทว่า! เพียงแค่เสี้ยววินาที
เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่วารุตจะมีโอกาสไหวตัวทัน จู่ ๆ มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่พุ่งพรวดเข้าใส่เขาอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว
คมเขี้ยวของมันฝังลงไปในผิวหนัง เลือดบริเวณต้นแขนขวาสาดกระเซ็น
อาการมึนหัวและความรู้สึกงัวเงียก่อนหน้านี้หายวับไปเป็นปลิดทิ้ง เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกตกใจและความหวาดวิตกกังวลแทน
สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่ยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้าของวารุต มันคือหมาป่าสีเทายักษ์
ขนาดร่างกายของมันใหญ่โตจนน่าอัศจรรย์ใจ ตัวสูงโปร่งยืนแยกเขี้ยว ขณะที่ปากก็เลอะเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเลือด อยู่ในท่าทางที่พร้อมจะกระโจนเข้ามาตลอดเวลา เหตุการณ์มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันไม่ทันจะได้รู้สึกนึกคิดใดๆ ต้นแขนขวาของวารุตก็อาบโชกไปด้วยเลือดเสียแล้ว
แต่เมื่อพอได้มีทั้งช่วงเวลาและระยะห่าง พอได้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเต็มๆ ตา วารุตก็เกิดตระหนักขึ้นมาได้ สัตว์ที่มีลักษณะทางกายภาพเหนือกว่าสัตว์ประเภทเดียวกันจนน่าพิศวง สัตว์ที่ดูร่างกายจะใหญ่โตผิดมนุษย์มนา มันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้เลย
'หมาป่าสีเทายักษ์ตัวนี้จะต้องเป็นสัตว์ซาตานอย่างแน่นอน'
ใบไม้แห้งสีน้ำตาลเกลื่อนพื้นเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยหยดเลือดที่ไหลนองประดุจดั่งสายน้ำในลำธาร
“แย่แล้วไง แขนข้างขวาของเราไม่ตอบสนองซะแล้ว”
วารุตพึมพำขณะที่เขาพยายามจะยกแขนขวาขึ้นแต่มันไม่ยอมขยับ ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงไปอย่างเห็นได้ชัด แม้จะไม่เหมือนกับสิ่งที่คิดเอาไว้ แต่ไม่ผิดแน่เจ้าหมาป่าสีเทาที่อยู่เบื้องหน้าตัวนี้ มันก็คือสัตว์ซาตาน ซึ่งก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเขาตั้งแต่แรก แต่อาจจะอยู่ในบริบทที่วารุตไม่ได้คาดฝันนัก
สัตว์สี่เท้ายืนจังก้าแยกเขี้ยวท่าทางดุร้ายก้าวร้าว ไม่มีทีท่าว่าจะล่าถอยจากเขาไปอย่างง่ายๆ มันจ้องตาเขม็งพลางส่งเสียงข่มขู่ในลำคอ
วารุตผงะ! และแล้วมันก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง
เจ้าหมาป่าเดินย่ำเท้าค่อยๆ ตะล่อมเข้ามา วารุตเดาได้ไม่ยากเลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ และก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ
หมาป่าสีเทายักษ์เปิดฉากพุ่งจู่โจมเข้ามาด้วยความเร็ว มันกระโดดสูงโผทะยานหมายจะขย้ำร่าง วารุตเอี้ยวตัวสุดแรงเพื่อจะหลบหลีกการโจมตีนั้น ฉับพลันทันใดเจ้าหมาป่าก็กลับตัวมาอย่างรวดเร็วกระหน่ำโจมตีซ้ำเข้าใส่วารุตอีก เขาพยายามอย่างทุลักทุเลที่จะหลีกหนีคมเขี้ยวและกรงเล็บที่ฉวัดเฉวียนไปมา
หลายต่อหลายครั้งที่วารุตยังอุตส่าห์หลบหลีกการจู่โจมของมันได้ แต่การตอบสนองต่อความผิดพลาดของเจ้าหมาป่าก็ดูเหมือนว่ามันจะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่มากขึ้นไปอีก มันวิ่งไล่กัดไล่งับวารุตดุจดั่งอสุรกาย
พละกำลังและความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ทำให้วารุตตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ไหนจะเลือดตรงบาดแผลที่ต้นแขนขวายังไหลนองออกมาไม่ยอมหยุดอีก เขาจะต้องทำอะไรสักอย่างมิเช่นนั้นตนต้องตกเป็นเหยื่อของมันแน่
วารุตตัดสินใจเหวี่ยงหมัดฮุกซ้าย ซัด! อัดเข้าเต็มกราม
เขาสังเกตจังหวะและอ่านการเคลื่อนไหวจนคิดว่าการโจมตีของตัวเองนั้นสมบูรณ์แบบ แต่ทว่าเจ้าหมาป่าตัวใหญ่มันกลับไม่สะทกสะท้านกับหมัดฮุคซ้ายของวารุตเลยแม้แต่น้อย มันเพียงแค่หยุดชะงักเพียงชั่วครู่
-- แต่นี่ก็ไม่ใช่เวลามานึกเสียใจ วารุตใช้โอกาสนี้รีบวิ่งฉีกหนีออกมา
-- เข่าทรุดนั่งลงหลบซ่อนตัว อาศัยหลังต้นไม้ใหญ่เป็นกำบัง
สิ่งแรกที่เขาอยากจะทำก็คือ หาวิธีห้ามเลือดตรงบาดแผลที่ต้นแขนขวานี้ เพราะไม่มีแนวโน้มเลยว่าเลือดจะหยุดไหลไปของมันเอง ถ้าหากว่าเขายังเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่องเช่นนี้อยู่ วารุตเกรงว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายเสียท่าก่อนที่จะเป็นฝ่ายกำราบเจ้าหมาป่าตัวนี้ลงได้
เขาจึงตัดสินใจฉีกกระชากเสื้อที่ตัวเขาใส่อยู่ออกมารัดปิดรัดบาดแผลเอาไว้ และผูกรัดให้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ โดยได้แต่หวังว่ามันคงจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง
ขณะเดียวกันหูของเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่กำลังทะยานเข้ามา ซึ่งมันก็ไม่ใช่สิ่งอื่นใด มันคงจะไม่ยอมให้วารุตเดินออกไปจากป่านี้ง่ายๆ แน่ ถ้าหากมันยังไม่ได้แทะกระดูกของเขา