บทที่ 1
นอกด่าน
ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน ราชวงศ์ เว่ย ที่ปกครองแผ่นดินมาเกือบ200ปี แทบสิ้นแผ่นดินเนื่องจากเอี๋ยนหยางผู้นำชนเผ่านอกด้าน ได้รวบรวมทุ่งหญ้าเป็ปึกแผ่น สถาปนาราชวงศ์เอี๋ยน ตั้งตนเป็ฮ่องเต้ปกครองทุ่งหญ้าตอนเหนือ 2 ปีต่อมายกทัพลงใต้หวังยึดครอง แค้วนเว่ยทางใต้ ที่อ่อนแอราวกับหยวกกล้วยในตอนนั้น
เนื่องจากฮ่องเต้องค์ปัจจุบันโง่เขลาหูเบา ขุนนางแก่งแย่งอำนาจภายใน จนทั่วแผ่นดินวุ่นวาย แม่ทัพนายทหารที่เคยสู้รบมีบารมีในกองทัพ บ้างถูกปลด บ้างถูกปะา สืบเนื่องมาจากการชิงอำนาจของขุนนางและเชื้อพระวงศ์ในราชสำนัก ทัพใหญ่เอี๋ยนใช้เวลาเพียงแค่ 8 เดือนก็บุกยึดลงใต้มาได้ 3 มณฑล 12 หัวเมือง จนทำให้ฮ่องเต้เว่ยร้อนรนออกประกาศไปว่า ผู้ใดสังหารเอี๋ยนหยางได้จะแต่งตั้งเป็อ๋องยามร้อนใจทอดตามองทั่วแผ่นดินไหนเลยมีผู้ใดกล้าต่อกรเอี๋ยนหยางผู้ถูกกล่าวขานว่าเทพา ในชีวิตไม่เคยสู้รบพ่ายแพ้ แต่ชะตาชีวิตผู้กล้าไม่สู้ฟ้าลิขิตสิ่งที่เป็ไปไม่ได้พลันเกิดขึ้นจริง ในขณะที่เอี๋ยนหยางเทพาเห็นแน่ชัดว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อม
พลันปรากฏทัพชาวบ้านราว1000คนตั้งมั่นรักษาเมืองขนาดเล็กแห่งหนึ่ง เอี๋ยนหยางไหนเลยเห็นอยู่ในสายตาสั่งการทัพแนวหน้ากว่า1หมื่นหวังบดขยี้ ตนเองยืนสั่งการอยู่ห่างจากประตูเมืองราว2่ลูกธนูยิงถึง น่าสมเพชเทพายิ่งใหญ่มาทั้งชีวิต ขณะสั่งการตนเองก็ยืนห่างจากระยะลูกธนู นักรบแห่งทุ่งหญ้ายิ่งเชี่ยวชาญวิชาขี่ม้ายิงธนู ระยะทางสุดที่มนุษย์โลกจะยิงถึงพลันปรากฏลูกธนูเขี้ยวหมาป่าดอกหนึ่ง พุ่งแหวกอากาศตัดขั้วหัวใจทะลุออกด้านหลังปักลงกลางอกของแม่ทัพอีกคน รู้สึกกลางอกเจ็บแปลบ คนยังไม่ทันรู้ว่าเกิดเื่ใด ร่างก็ร่วงหล่นจากหลังม้า น่าสมเพชชาวทุ่งหญ้าฮองเฮาพวกมันต้องเป็ม่ายแล้ว................
10 ปี ต่อมา........ค่ำคืนหนึ่ง
กระโจมทัพหลังหนึ่งตั้งอยู่กลางวงล้อมของกระโจมอีกนับร้อย ภายในเป็โต๊ะขนาดเล็กและฉากกั้นบังตาเรียบง่าย หลังฉากกั้นปรากฏเสียงฮึดฮัดเบาๆ ด้านในกระโจมนั่งไว้ด้วยคนผู้หนึ่งสวมชุดเกาะเพียงถอดหมวกจิบสุรารอบุรุษสตรีหลังฉากกระทำเื่ดีงาม ภายในกระโจมไม่ได้จุดโคมอาศัยเพียงแสงไฟจากภายนอก ในความมืดมิดมองไม่ออกว่าเป็สตรีงามหยดย้อย
นางเรียกว่า หลี่เหมย ส่วนสตรีหลังฉากกั้นเรียกว่า ไป๋ซู สิบปีก่อนตอนนางยังเล็กแผ่นดินเกิดาบิดาถูกทหารฆ่าตายมารดาถูกข่มขืน
นางตอนนั้นอายุ 11 ปี ถูกทหารคร่อมอยู่เหนือร่างร้องไห้มองดูมารดาถูกขืนใจพลันพบว่าศีรษะทหารนายนั้นหลุดกระเด็นออกจากบ่า เื่ราวหลังจากนั้นนางเองก็จำไม่ค่อยได้แล้วรู้ตัวอีกทีนางก็ตามติดเป็สาวใช้ของท่านแม่ทัพมากว่าสิบปี
หลังฉากกั้น ไป๋ซู ที่หันหน้าเข้าหาเสากระโจม มือข้างหนึ่งเกาะอยู่ที่เสา อีกข้างใช้ปิดปากกั้นเสียงสะอื้น นางแม้สะกดข่มเสียงครางยังไม่อาจกลั้นไว้ได้อย่างหมดจรด เพราะบุรุษด้านหลังยิ่งมายิ่งกระแทกกระทั้นหนักหน่วง นางที่เสื้อผ้าชุดเกาะยังอยู่ครบเพียงถอดกางเกงลงมากองที่หัวเข้า ยืนรองรับจนนิ้วเท้าชาด้าน พับ...พับ...พับ...พับ
เสียงหน้าขากระแทกสะโพกและเสื้อผ้าเสียดสีกันเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เพียงชั่วครู่บุรุษที่กระหน่ำอยู่ด้านหลังก็รู้สึกถึงแรงตอดรัดภายในช่องแคบ
หลี่เหมย เข้ามา เสียงเรียกจากบุรุษด้านในทำให้นางตื่นจากพวังเดินตามเสียงเข้าไปด้านใน
“ไป๋ซู ใช้การไม่ได้คืนนี้เพียงแค่หนึ่งชั่วยามก็ไม่อาจรองรับได้ ยังคงให้เ้ารองรับต่อเถอะ” ไป๋ซูที่ถูกกล่าวถึงบัดนี้ยืนตัวงอสั่นกระตุกไม่หยุด บ่งบอกว่าคืนนี้นางไม่อาจรองรับบุรุษได้อีกต่อไปแล้ว