“โหมีแต่รูปที่ไม่เคยเห็นทั้งนั้นเลยนะเนี่ย” สตีฟพูดพลางมองดูรูปมากมายที่ติดอยู่สองฟากฝั่งผนัง
“จากข้อมูลนี่มันบอกเอาไว้ว่ามีรูปภาพอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถึงสามหมื่นหกพันรูปเลยนะสตีฟ” ซาร่าที่ยืนอ่านข้อมูลของพิพิธภัณฑ์อยู่หันมาบอกสตีฟ
“โหเยอะโคตรแต่นึกไม่ถึงเลยนะว่าขนาดไม่มีนักท่องเที่ยวหรือคนมาดูยังต้องเปิดไฟและเปิดเครื่องปรับอากาศอีก” สตีฟมองดูบนเพดานที่แอร์ถูกเปิดจนเย็นฉ่ำ
“เพราะว่าสีบางชนิดมันจะลอกถ้าอากาศมันร้อนน่ะสิสตีฟ อีกทั้งที่นี่ก็ใช้พลังงานแสงอาทิตย์คงไม่เปลืองอะไรมากหรอก” ซาร่าพูดจากนั้นทั้งคู่ก็เดินชมไปทั่วพิพิธภัณฑ์จนกระทั่งมาถึงห้องแสดงภาพวาดโมนาลิซ่า
“โอ้โหถึงกับต้องสร้างห้องแสดงภาพโมนาลิซ่าเลยงั้นเหรอเนี่ยอะไรจะเวอร์ขนาดนั้น” สตีฟร้องโอ้โหออกมาเพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถึงกับสร้างห้องเฉพาะเพื่อแสดงภาพๆนี้ภาพเดียวให้เลย
และเมื่อเข้ามาในห้องจัดแสดงภาพสตีฟก็อดร้องออกมาไม่ได้เมื่อเห็นภาพวาดโมนาลิซ่า
“โอ้โหนี่น่ะเหรอภาพโมนาลิซ่าที่ว่ากันว่าประเมินค่าไม่ได้เป็นภาพที่แปลกชะมัด” สตีฟพูดออกมาส่วนซาร่ากำลังยืนอึ้งอยู่
ภาพที่ถูกแทนที่“นี่ซาร่าถ้าภาพแบบนี้ผมเองก็วาดได้นะเผลอๆจะสวยกว่านี้ด้วย” สตีฟหันไปพูดกับซาร่าแต่ซาร่าไม่ตอบอะไรสตีฟทำให้เขาสงสัยว่าซาร่าเป็นอะไรไป
“เป็นอะไรไปซาร่าเธออึ้งกับภาพโมนาลิซ่านี่ขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ” สตีฟถามเธอ
“สะ สะ สะ สตีฟนี่มันไม่ใช่ภาพโมนาลิซ่า” ซาร่ากว่าจะพูดออกมาได้ก็ติดอ่างอยู่หลายวินาที
“หือไม่ใช่งั้นเหรอ” สตีฟแปลกใจเขาไม่เคยเห็นภาพโมนาลิซ่ามาก่อนจึงไม่รู้ว่านี่ไม่ใช่
“ภาพโมนาลิซ่านั้นเป็นภาพวาดของผู้หญิงคนหนึ่ง นี่มันไม่ใช่หรือว่าภาพถูกขโมย !!” ซาร่าอุทานออกมา
“ขโมยงั้นเหรอได้ยังไงกันไม่เห็นมีร่องรอยการงัดแงะอะไรเลย” สตีฟพูดก่อนจะยื่นมือออกไปจับดูกรอบรูปซาร่าที่เห็นดังนั้นรีบร้องเตือนทันที
“อย่าจ...................” เสียงซาร่ายังพูดไม่ทันขาดคำสตีฟก็จับกรอบรูปภาพไปเสียแล้ว
หว๋อ !!!!!!!!!!!!!!!!!!! เสียงสัญญาณดังไปทั่วห้องก่อนจะมีลูกกรงเหล็กตกลงมาปิดทางออกเอาไว้ทุกทาง
ตึง !! ตึง !! ตึง !! ตึง !! ตึง !! เสียงลูกกรงเหล็กหล่นลงมา
“อะ อะ อะไรกัน” สตีฟอุทานนี่เขาแค่แต่กรอบรูปเบาๆเองนะทำไมสัญญาณถึงดังแล้วทำไมลูกกรงถึงตกลงมาล่ะ
“เอาไงดีอ่ะซาร่าให้ผมพังลูกกรงนี่ออกไปมั้ย” สตีฟถาม
“อย่านะสตีฟ !!!!” ซาร่ารีบร้องเตือน
“ทำไมล่ะ” สตีฟถามพลางมองลูกกรงโง่ๆนี่แค่เขาใช้แรงนิดเดียวมันก็พังแล้ว
“ถ้านายแตะต้องลูกกรงมันจะปล่อยแก๊สยาสลบออกมาฉันเคยอ่านเจอในข่าวสมัยก่อนมาตราการความปลอดภัยของที่นี่เป็นอย่างนั้นร่างกายนายอาจจะทนทานแรงระเบิดหรือแรงต่างๆได้ แต่แก๊สยาสลบนายทนมันไม่ได้แน่ๆเพราะมันเข้าไปในร่างกายโดยตรง” ซาร่าอธิบายว่าทำไมถึงออกไปไม่ได้
“อะไรกันนี่เราจะปล่อยให้ตำรวจมาจับงั้นเหรอผมไม่อยากโดนจับนะมันยุ่งยากจะตายไป” สตีฟพูด
“ดูเหมือนนั่นจะเป็นทางเดียวแล้วล่ะสตีฟ ไม่แน่ว่าถ้าเราอธิบายกับทางตำรวจของฝรั่งเศสดีๆ เขาอาจจะยอมปล่อยเราก็ได้” ซาร่าพูดทันใดนั้นเองสตีฟก็ได้ยินเสียงฝีเท้ามากมายวิ่งมาจากทางด้านนอกห้องแสดงภาพแห่งนี้
“งานเข้าละดิสตีฟเอ้ย !!!” สตีฟพูดกับตัวเอง
ตึก !! ตึก !! ตึก !! ตึก !! ตึก !! เสียงฝีเท้าวิ่งมาก่อนสตีฟจะได้ยินเสียงปืน
แกร๊ก !! แกร๊ก !! แกร๊ก !! แกร๊ก !! แกร๊ก !! เสียงปืนเล็งมาทางสตีฟเขามองดูเลเซอร์ที่ถูกเล็งมาหลังลูกกรงด้านนอกมีตำรวจหลายนายยืนจ่อปืนมาทางพวกเขาอยู่
“หยุดอย่าขยับและยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้ !!!” เสียงตำรวจนายหนึ่งตะโกนบอกสตีฟและซาร่า
“เฮ้ใจเย็นๆก่อนคุณตำรวจปืนนั่นทำอันตรายพวกเราไม่ได้หรอก แล้วพวกเราก็ไม่ใช่โจรด้วย” สตีฟตะโกนบอกก่อนจะมีตำรวจนายหนึ่งกระซิบบอกตำรวจนายนั้น
“ว่าไงนะฮีโร่ !!!” ตำราจนายนั้นอุทานออกมาก่อนจะตรวจสถานะของสตีฟและซาร่าดู
“เลเวลหนึ่งร้อยสิบห้า ระดับ S ส่วนอีกคนปลอมเลเวลเอาไว้แต่ระดับนั่นมันของจริง ????” ตำรวจนายนั้นตกใจที่เห็นระดับ SSS ของสตีฟ
“นี่คุณตำรวจพวกเราไม่คิดจะหนีหรอกนะว่าแต่จะเอาไงกับพวกเราถึงปืนนั่นจะยิงไม่เข้าแต่ผมไม่ชอบเลยที่มันเล็งมาที่ผมและภรรยา” สตีฟตะโกนบอก
“ลดปืนลง !! แล้วคุณสองคนใส่กำไลนี่ซะ” ตำรวจนายนั้นตัดสินใจสั่งลูกน้องให้ลดปืนลงก่อนจะโยนกำไลให้สตีฟและซาร่า
“เวรกำไรนี่อีกละใส่ละนึกว่าแก้ผ้าเดินกลางฝูงชน” สตีฟถอนหายใจออกมานี่เขาต้องใส่กำไลที่บังคับให้เปิดเผยข้อมูลสถานะของเขาอีกแล้วสินะเนี่ย
“ใส่ๆไปเถอะน่าสตีฟพวกเขาแค่ทำตามหน้าที่ นายเองก็ไม่อยากจะทำร้ายคนบริสุทธิใช่มั้ยล่ะ” ซาร่าพูดก่อนจะใส่กำลังลงที่ข้อมือสตีฟเห็นดังนั้นก็พยักหน้าก่อนจะยอมใส่มันและเมื่อใส่กำลังลงไปแล้วตำรวจนายนั้นก็ตรวจสอบสถานะของสตีฟและซาร่าอีกครั้ง
“ละ ละ เลเวลสองร้อยสิบสี่ บ้าน่าคนๆนี้เป็นใครกันแน่” ตำรวจนายนั้นอุทานออกมาหลังจากเห็นเลเวลของสตีฟ
“เอ่อก่อนอื่นช่วยเอาลูกกรงนี่ออกได้มั้ยแล้วเราค่อยคุยกัน” สตีฟพูด
“ดะ ดะ ได้” ตำรวจนายนั้นตอบอย่างกลัวๆเพราะถ้าสตีฟคิดจะขัดขืนขึ้นมาต่อให้ขนตำรวจมาทั้งประเทศก็คงหยุดสตีฟไม่ได้
หน้าต่างชื่อ : ครูส ครอสม่า Level : 77อาชีพ : ตำรวจอายุ : 40
“โหเป็นตำรวจที่เลเวลเยอะพอตัวเลยนะเนี่ย” สตีฟพูดหลังจากเห็นสถานะของตำรวจนายนี้
ครืด !!! เสียงลูกกรงค่อยๆถูกเปิดออกและเมื่อเปิดออกแล้วตำราจที่ชื่อครูสที่ซึ่งน่าจะเป็นคนที่ใหญ่ที่สุด ณ ตรงนี้ก็เริ่มสั่งลูกน้องทันที
“ไปตรวจสอบรอยนิ้วมือรอบๆซะ ปิดกั้นสถานที่ทั้งหมดตรวจให้ละเอียด ส่วนคุณสองคนต้องตามผมมาคุณยังเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่” ครูสหันมาพูดกับสตีฟและซาร่า
“ได้ค่ะ” ซาร่าพยักหน้า
“ตามมาทางด้านนี้เลยครับ อ๊ะผมคือผู้กองครูสเรียกผู้กองเฉยๆก็ได้ครับ” ครูสแนะนำตัวเอง
“ครับผู้กองส่วนผมสตีฟและนี่ซาร่าภรรยาผม” สตีฟพูดแนะนำตัวเองและซาร่าบ้างก่อนทั้งคู่จะเดินตามครูสไปด้านนอก
เมื่อมาถึงด้านนอกสตีฟและซาร่าก็เห็นคนเต็มไปหมด
“นั่นผู้กองครูสนี่จับจอมโจรคิดได้แล้วเหรอ !!!” เสียงฝูงชนคนหนึ่งตะโกนออกมาหลังจากเห็นสตีฟและซาร่าเดินออกมา
“อะไรกันจอมโจรคิดเป็นผู้หญิงหรอกเหรอเนี่ย”
“มีผู้ชายด้วยนี่นา อ๊ะหรือว่าจอมโจรคิดมีสองคน”
“แต่ดูไม่เหมือนจอมโจรยังไงไม่รู้แฮะอ๊ะเป็นฮีโร่ล่ะโหดูสิผู้หญิงเลเวลตั้งหนึ่งร้อยสิบห้าแน่ะ”
“เชิญทางนี้ครับรีบเข้าไปก่อนที่จะเป็นเรื่อง” ครูสเมื่อเห็นว่าฝูงชนมุงอยู่เต็มไปหมดก็เชิญสตีฟขึ้นรถคันตู้ใหญ่ทันทีทำให้สตีฟรอดพ้นจากการถูกตรวจสอบสถานะของฝูงชนไปได้
ตึง !! เมื่อสตีฟและซาร่าขึ้นรถตู้มาแล้วครูสก็ปิดประตูทันที
“เอาล่ะครับช่วยเล่ามาด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้นและคุณเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ได้ยังไงและพวกคุณเป็นใคร !!” ครูสถามก่อนสตีฟจะรีบบอกความจริงทั้งหมดไป
“ว่ายังไงนะพวกคุณมาจากอเมริกา แล้วคุณบอกว่าที่ประตูทางเข้ามันเปิดเอาไว้อยู่แล้วบ้าน่าไม่น่าจะเป็นไปได้เราติดตัวล็อกอย่างแน่นหนาเอาไว้นี่ แถมติดระบบป้องกันการสัมผัสเอาไว้ด้วยถ้ามีคนไปแตะมันสัญญาณจะเตือนทันทีและปล่อยแก๊สยาสลบออกมา ถ้าเรื่องที่คุณสตีฟบอกว่าประตูมันเปิดอยู่แล้วเป็นจริงแสดงว่าจอมโจรคิดมันลงมือก่อนเวลางั้นเหรอ !!!” ครูสอุทานเสียงดัง
“เอ่อ...ไม่สงสัยพวกเราแล้วเหรอครับ” สตีฟถาม
“พวกคุณยังอยู่ในข่ายผู้ให้ความร่วมมือกับจอมโจรคิดครับแต่จากสัญชาติญาณของผมผมคิดว่าพวกคุณไม่น่าจะใช่จอมโจรหรือพวกของจอมโจรคิด” ครูสบอกตอนนั้นเองซาร่าที่เงียบอยู่ก็ถามเพราะเริ่มจะตามเรื่องไม่ทันเธอรู้แค่ว่าภาพเขียนนั่นถูกคนที่ถูกเรียกว่าจอมโจรคิดอะไรนั่นขโมยไปแล้ว
“ขอถามหน่อยได้มั้ยคะ” ซาร่าถามผู้กองครูส
“ได้สิครับ” ครูสพยักหน้า
“จอมโจรคิดนี่เป็นใครกันแน่คะ” ซาร่าถาม
“มันเป็นจอมโจรที่ใช้ชื่อเลียนแบบโจรในหนังสือการ์ตูนชื่อดังเมื่อเกือบร้อยปีก่อนครับมันคอยออกขโมยงานศิลป์มูลค่าสูงมาหลายปีแล้ว ก่อนลงมือทุกครั้งมันจะส่งจดหมายเตือนมาก่อน ทางเราตามจับมันมาสองสามปีแล้วครับแต่คว้าน้ำเหลวมาตลอด” ครูสอธิบาย
“โจรขโมยงานศิลป์งั้นเหรอมันจะขโมยไปทำอะไรกัน ถึงแม้มูลค่ามันจะสูงแต่โลกในยุคนี้จะไปหาผู้ซื้อได้ยังไงกัน แค่เอาชีวิตให้รอดในยุคนี้ก็ยากจะแย่แล้วใครจะมีปัญญาเอาเงินมหาศาลไปซื้องานศิลป์มูลค่าสูงๆกันเล่า” สตีฟพูดอย่างไม่เข้าใจ
“ดูเหมือนเจ้าจอมโจรคิดมันจะไม่ได้ขโมยเพื่อขายน่ะสิครับ จากจุดประสงค์ของมันดูเหมือนจะขโมยไปเพื่อสะสมเสียมากกว่า” ครูสบอก
“ว่าแต่คุณจะปล่อยพวกเราไปหรือเปล่าคะหรือจะจับเราเข้าคุก” ซาร่าถาม
“ผมยังปล่อยพวกคุณไปไม่ได้ครับเพราะคุณถูกจับในข้อหาผู้ต้องสงสัยและยังถูกจับในข้อหาบุกรุกด้วย” ครูสส่ายหน้า
“เหอะๆผมพูดตามตรงนะเข้าผมจะหนีผมหนีได้ง่ายๆเลยนะคุณผู้กอง” สตีฟหัวเราะแห้งๆ
“ผมรู้ครับเลเวลระดับคุณผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจากที่ผมรู้หนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งสมาคมฮีโร่เองยังมีเลเวลสูงสุดที่หนึ่งร้อยแปดสิบกว่าๆเอง คุณเป็นใครกันแน่คุณสตีฟ !!” ครูสสงสัย
“เหอะๆผมก็แค่พ่อบ้านธรรมดาๆเท่านั้นเองครับ” สตีฟพูด
“นี่คุณผู้กองคะถ้าพวกเราช่วยคุณจับเจ้าจอมโจรคิดอะไรนั่นคุณจะยกเลิกข้อหาพวกเราทั้งหมดหรือเปล่าคะ” ซาร่าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามครูส
“หือพวกคุณจะช่วยผมจับมัน !!” ครูสแปลกใจที่ซาร่าเสนอมาแบบนี้
“ใช่ค่ะฉันกับสตีฟจะช่วยเอง” ซาร่าพยักหน้า
ไม่ถามความเห็นผมหน่อยเหรอที่รัก !!! สตีฟบ่นในใจพลางมองไปที่ซาร่าและผู้กองครูส
อีกด้านหนึ่ง
ณ ชายแดนประเทศฝรั่งเศสติดกับประเทศสเปนมีนายทหารคนหนึ่งกำลังวิ่งอย่างรีบร้อนเพื่อไปหาหัวหน้าของเขา
ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !! เสียงเคาะประตูห้องอยู่สามครั้งก่อนคนในห้องจะเอ่ยอนุญาตให้เข้ามา
“แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! ผู้กองลูอิสครับผมมีเรื่องจะรายงาน !!!” เสียงนายทหารนายหนึ่งหอบหายใจอย่างหนักเพราะวิ่งมาอย่างรีบร้อนก่อนจะรายงานลูอิส
“มีเรื่องอะไรกันถึงรีบร้อนขนาดนั้น” ลูอิสเงยหน้าขึ้นจากเอกสารก่อนจะถาม
“หน่วยลาดตระเวรของเราพึ่งกลับมาจากภารกิจครับพร้อมรายงาน” นายทหารคนนั้นตอบ
“หือกลับมาแล้วงั้นเหรอน่าเสียดายข้อมูลเราได้มาจากคุณสตีฟและภรรยาแล้วดูเหมือนหน่วยลาดตระเวรจะทำภารกิจเสียเที่ยวนะ” ลูอิสพูด
“ไม่เสียเที่ยวหรอกครับท่านหน่วยลาดตระเวรของเราเจอรังของไวเวิร์นแล้วครับ” นายทหารนายนั้นบอก
ปัง !! ลูอิสได้ยินดังนั้นตกใจจนเผลอลุกขึ้นและทำให้เก้าอี้ล้มลงทันที
“ว่าไงนะเจอรังแล้ว !!!” ลูอิสอุทานเสียงดัง
“ใช่ครับท่านมันอยู่ห่างจากมาดริดไปทางตะวันออกสี่ร้อยกิโลอยู่ใกล้ๆ กับวาเลนเซียครับท่าน !!!” นายทหารนายนั้นบอกสิ่งที่หน่วยลาดตระเวรพบมา
ลูอิสได้ยินดังนั้นไม่รอช้ารีบหยิบแผนที่ออกมาทันที
“วาเลนเซียตรงนี้สินะ คุณสตีฟไม่ได้เดินทางผ่านทางนี้ แต่คุณสตีฟและภรรยาเขาตัดผ่านมาดริดมาก่อนจะมุ่งหน้ามาทางเราทำให้ไม่เจอรังของมันสินะ” ลูอิสพูดพลางใช้ปากกาจุดลงไปบนแผนที่นั่น
“รายงานยังไม่หมดเท่านี้ครับท่านหน่วยลาดตระเวรยังพบไข่ของไวเวิร์นอีกด้วยครับ” นายทหารบอก
“ไข่งั้นเหรอกี่ใบ !!” ลูอิสถาม
“สามใบครับท่าน แถมหนึ่งในสามใบยังฟักออกมาแล้วด้วยจากที่หน่วยลาดตระเวรรายงานมาดูเหมือนตัวที่ฟักออกมายังบินไม่ได้ แถมเลเวลแรกเกิดของมันยังสูงถึงหนึ่งร้อยห้าสิบ !!” นายทหารนายนั้นรายงานข้อมูลทั้งหมดให้ลูอิสฟัง
“บ้าน่ามีไข่ถึงสามใบ แถมแรกเกิดก็เลเวลหนึ่งร้อยห้าสิบแล้วดูจากการฟักแล้วที่เหลืออีกสองใบน่าจะฟักในอีกไม่นานนี้ถ้าตามตำนานเป็นจริงอีกไม่นานฝรั่งเศสย่อยยับแน่ดีไม่ดีมันอาจจะไม่โจมตีแค่ประเทศเดียวด้วยเพราะมันมีลูกถึงสามตัวมันอาจจะบุกถึงสามประเทศเพื่อให้ประเทศพวกนั้นเป็นรังของลูกๆมัน ไม่ดีแล้วต้องรีบรายงานไปที่เบื้องบน !!!!” ลูอิสพูดเสียงเครียดก่อนจะเริ่มเขียนรายงานแจ้งสถานการณ์ไปเบื้องบนทันทีเพื่อหาทางป้องกันการย่อยยับของประเทศฝรั่งเศสจากการบุกของไวเวิร์นและฝูงสัตว์กลายพันธ์ที่อาจจะบุกมาพร้อมๆกับมัน
จบ...