บทที่ 23 ช่างคุ้นเคย
ซ่งเส้าเส้าเขย่าถุงเงินในมือ ััได้ถึงความหนักและตุงก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
เวลานี้ยังเช้าอยู่เลย ยังไม่ถึงเที่ยงด้วยซ้ำ ซ่งเส้าเส้าจึงคิดว่าจะซื้อขนมอบไปฝากลู่จินโม่ซึ่งช่วยอุดหนุนนาง ให้กำลังใจนางในฐานะลูกค้ารายแรก
"แม่นางซ่ง"
ซ่งเส้าเส้ามาถึงโรงยา มองไปรอบๆเห็นแค่ิอวี่ สาวใช้ของลู่จินโม่อยู่คนเดียว
"คุณหนูของเ้าอยู่ที่ไหนหรือ"
"แม่นางซ่ง คุณหนูไปหาท่านผู้บัญชาการเ้าค่ะ ยังไม่กลับมาเลย"
ซ่งเส้าเส้าได้ยินก็บ่นเสียดาย
"แม่นางซ่งมีเื่อันใดหรือเ้าคะ"
ซ่งเส้าเส้ายิ้ม นางโบกมือ "ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรเ้าค่ะ แค่ตันปิ่งผักป่าขายหมดแล้ว ข้ากำลังจะกลับบ้าน เลยแวะมาเยี่ยมคุณหนูของเ้าเสียหน่อย"
"เช่นนั้น...เหตุใดแม่นางซ่งไม่อยู่รอสักครู่เล่าเ้าคะ?"
"ไม่เป็ไรแค่ฝากบอกคุณหนูของเ้าให้ข้าทีหลังก็พอ" ซ่งเส้าเส้าพูดพลางหันหลังจะเดินออกไป "อ้อจริงสิ ฝากขนมพวกนี้ให้คุณหนูของเ้าด้วยนะ"
ิอวี่รับขนมจากซ่งเส้าเส้า "ขอบพระคุณแม่นางซ่งมากเ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้าเดินออกจากโรงยา คิดว่าถึงแม้ว่าตันปิ่งผักป่าจะทำง่าย แต่ก็ต้องใช้ไข่ไก่กับแป้งสาลีจึงเดินไปเรื่อยๆเพื่อหาซื้อไข่ไก่กับแป้งสาลี
แต่ซ่งเส้าเส้าไม่คิดเลย ว่าไข่ไก่กับแป้งสาลีจะแพงขนาดนี้ ซื้อไข่ไก่หนึ่งจินสามารถแลกกับข้าวสารได้ถึงห้าสิบจิน! นางจึงได้แต่ซื้อข้าวสารกับแป้งสาลีมาเล็กน้อย ส่วนไข่ไก่คงได้แต่ไปออกตามหามันที่เขาหลังหมู่บ้าน
หลังจากซื้อแป้งสาลีกับข้าวสารเสร็จ ซ่งเส้าเส้าก็ไปที่ร้านขนมอบที่นางซื้อขนมให้ลู่จินโม่ ตั้งใจซื้อกลับไปกินที่บ้านด้วย ในเมื่อมีข้าวสารแล้ว เื่อาหารเย็นก็ไม่ต้องกังวล
ตอนนี้เวลากำลังดี ซ่งเส้าเส้ากลับมาถึงบ้านก็ทันเวลาอาหารเที่ยงพอดี
"ท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ" ซ่งเส้าเส้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายินดี
พ่อซ่ง แม่ซ่ง และพี่ชายซ่งเห็นตะกร้าของซ่งเส้าเส้าหนักอึ้งก็คิดว่าตันปิ่งผักป่าของนางขายไม่ออก
"สาวน้อยกลับมาแล้วหรือ มากินข้าวก่อนเถิด"
"ใช่น้องหญิงอย่าคิดมากเลย"
"เส้าเส้าการค้าขายมันไม่ง่าย ครานี้ถือเสียว่าเป็บทเรียนนะ"
"..."
ทั้งสามคนพูดกันไม่หยุด ไม่เปิดโอกาสให้ซ่งเส้าเส้าได้อธิบาย
ซ่งเส้าเส้าเห็นท่าทางของทั้งสามคนก็หัวเราะออกมาทันที
ทั้งสามคนเห็นซ่งเส้าเส้าหัวเราะก็ทำอะไรไม่ถูก คิดว่านางคงจะเสียใจที่ขายตันปิ่งผักป่าไม่ออกจนเป็เช่นนี้
"เส้าเส้า เ้า...ไหวไหม"
"สาวน้อย"
"น้องหญิง เ้าหัวเราะอะไรหรือ"
ซ่งเส้าเส้าเข้าใจท่าทางของทั้งสามคนจึงหยุดหัวเราะ วางตะกร้าบนโต๊ะ แล้วก็ค่อยๆหยิบแป้งสาลี ข้าวสาร และขนมออกมา
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พวกท่านคิดมากไปแล้ว ตันปิ่งผักป่าขายหมดแล้วเ้าค่ะ"
"ขายหมดแล้ว!"
"เร็วขนาดนั้นเลยหรือ!"
"เส้าเส้าเ้าเก่งมาก!"
"..."
อารมณ์ของทั้งสามคนขึ้นๆลงๆเหมือนนั่งรถไฟเหาะ
"ข้าก็ไม่คิดว่าจะขายหมดเร็วขนาดนี้ ทั้งยังขายดีอีกด้วย"
ทั้งสามคนได้ยินว่าตันปิ่งผักป่าของซ่งเส้าเส้าขายดี ก็รู้สึกปลื้มใจแทนนาง
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ตันปิ่งผักป่าขายได้หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงเงินเ้าค่ะ ข้าซื้อแป้งสาลี ข้าวสาร และขนมอบกลับมาตอนนี้เหลือแปดสิบตำลึงเงินเ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้าพูดพลางยื่นเงินให้พ่อซ่งและแม่ซ่ง
"เส้าเส้าเ้าเก็บไว้เถอะ เ้าเป็คนค้าขาย ต่อไปต้องใช้เงินอีกเยอะ"
"ใช่สาวน้อย เ้าเก็บไว้ใช้เองเถอะ"
ซ่งเส้าเส้าอดซาบซึ้งใจไม่ได้ แต่ขณะเดียวกัน นางกระจ่างแก่ใจว่าตัวเองจำเป็ต้องใช้เงินจึงน้อมรับไว้แต่โดยดี
"จริงสิ อาหารเย็นวันนี้ให้ข้าทำเองนะเ้าคะ"
"ได้สิ"
...
ลู่จินโม่ถือตันปิ่งผักป่าที่ซื้อมาจากซ่งเส้าเส้าไปที่กรมทหารองครักษ์ ลู่เฉินโม่กับเหยียนหลีลั่วยังคงทำงานอยู่
"พี่ใหญ่ พี่หลีลั่ว ทานข้าวก่อนเถอะเ้าค่ะ"
เหยียนหลีลั่วเห็นลู่จินโม่ก็พยักหน้ารับ "มีน้องสาวนี่ดีจริงๆ ไม่ต้องกลัวอดตาย"
ลู่เฉินโม่เผยยิ้ม "ถ้าหิวก็มากินเร็ว"
เหยียนหลีลั่วมองลู่เฉินโม่อย่างจนใจ "จินโม่ วันนี้มีอะไรอร่อยๆ มาหรือ"
"วันนี้มีของดีเ้าค่ะ!"
ลู่เฉินโม่กับเหยียนหลีลั่วมองลู่จินโม่ที่หยิบตันปิ่งผักป่าออกมาด้วยความสงสัย
"นี่มัน ... ตันปิ่งผักป่า?"
"พี่หลีลั่วท่านรู้จักหรือเ้าคะ"
เหยียนหลีลั่วทำท่าภาคภูมิใจ "รู้จักสิ ครั้งที่แล้วข้ากับเฉินโม่ออกไปทำภารกิจข้างนอก ไปพักที่บ้านของชาวบ้านคนหนึ่ง บุตรสาวของบ้านนั้นก็ทำอาหารจานนี้ให้กิน"
ระหว่างที่ลู่จินโม่คุยกับเหยียนหลีลั่ว ลู่เฉินโม่ก็หยิบตันปิ่งผักป่าขึ้นมาชิม
รสชาตินี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน ตันปิ่งผักป่านี้เป็ฝีมือของ ‘นาง’ ใช่หรือไม่?
"อืม~ จินโม่ เ้าซื้อตันปิ่งผักป่ามาจากที่ไหนหรือ" เหยียนหลีลั่วที่กำลังละเลียดความอร่อยของตันปิ่งอุทานออกมา
"ก็ช่างตัดเสื้อตัวน้อยที่ข้าบอกอย่างไรเล่า นางขายตันปิ่งผักป่าอยู่ในเมืองเ้าค่ะ"
ลู่เฉินโม่พอได้ยินคำพูดของลู่จินโม่ ก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็เส้าเส้า
"นางขายของอยู่ที่ไหน?"
"ไม่ไกลจากที่นี่เ้าค่ะ อยู่แถวๆโรงเตี๊ยมถงฝู ทำไมหรือพี่ใหญ่"
ลู่เฉินโม่ส่ายหน้า "ไม่มีอะไรแค่รู้สึกคุ้นเคย"
"ใช่ ข้าก็รู้สึกคุ้นเคย เหมือนที่สาวน้อยคนนั้นทำเลย"
"สาวน้อย? สาวน้อยไหนหรือเ้าคะ"
ลู่จินโม่ได้ยินเหยียนหลีลั่วเรียกสตรีว่าสาวน้อย ส่วนพี่ชายของนางก็บอกว่าคุ้นเคยกับสตรีนางนั้นจึงเกิดความสงสัย
"ข้ามีอย่างอื่นต้องทำ ขอตัวก่อน"
ลู่เฉินโม่พูดจบก็รีบเดินออกไปทันที โดยไม่รอให้เหยียนหลีลั่วและลู่จินโม่ตั้งตัว
ลู่เฉินโม่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากจะไปดู ว่าแม่ค้าคนนั้นคือนางหรือไม่ และแน่นอนว่าเขาอยากให้เป็นาง
ลู่เฉินโม่มาถึงแถวๆโรงเตี๊ยมถงฝู มองไปรอบๆแต่ก็ไม่เห็นซ่งเส้าเส้า เช่นนี้ดูท่าเขาจะคิดผิดเสียแล้ว
"พ่อหนุ่ม เ้ากำลังหาอะไรอยู่หรือ" พ่อค้าที่ตั้งแผงลอยอยู่มุมถนนเห็นลู่เฉินโม่หันซ้ายหันขวาไม่หยุดจึงเอ่ยปากถาม
"ท่านลุง ท่านเห็นสตรีที่ขายตันปิ่งผักป่าอยู่แถวนี้บ้างหรือไม่ขอรับ"
"เ้าหมายถึงสาวน้อยคนนั้นเรอะ นางกลับไปนานแล้ว ตันปิ่งผักป่าของนางขายหมดแต่เช้าแล้ว"
ลู่เฉินโม่ได้ยินคำพูดของชายชราก็รู้สึกโล่งใจ ดูเหมือนจะเป็นางจริงๆ แถมยังขายดีอีกด้วย
"ขอบพระคุณมากขอรับ ท่านลุง"
แต่ขณะลู่เฉินโม่กำลังจะจากไป ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่บนท้องถนน ปรากฏสตรีรูปร่างสูงใหญ่เดินตัดหน้าเขาจากมุมถนน ด้วยสัญชาตญาณที่มีประกอบกับเคยเจอสู้กันมาก่อน ทำให้เขาระบุตัวสตรีผู้นั้นได้ทันที
นั่นคือซางชง!
ซางชงก็สังเกตเห็นลู่เฉินโม่เช่นกัน จึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น ลู่เฉินโม่ก็รีบตามไป
ตอนนี้ผู้คนพลุกพล่าน ลู่เฉินโม่มาคนเดียว จึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ได้แต่สะกดรอยตามซางชงไป
และสุดท้ายเขาก็คลาดกับซางชงจนได้
อย่างไรก็ตาม การเจอกันครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่าซางชงยังอยู่ในเมือง!