ตอนที่ 108 หัวขโมย
ด้วยความที่กามิน ก็เป็นพ่อครัวเหมือนกัน แถมยังเป็นพ่อครัวที่มีชื่อเสียงและมีเงินทองอยู่มากมาย ทำให้กามินนั้นพอจะประเมินวัตถุดิบได้ว่า วัตถุดิบไหนนั้นสดหรือไม่สด ได้ด้วยตาของมัน
ทั้งนี้ ผลของมะเขือเทศที่ปลูกอยู่ในสวนหลังร้านอาหารสามเวลา กลับเป็นวัตถุดิบที่สดและดูน่ากัดกินเป็นอย่างมาก
ทำให้กามินเผลอตัว เดินเข้าไปในแปลงผักของคนอื่น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตและการกระทำของกามิน ไม่ต่างอะไรกับ ‘หัวขโมย’
กามินแทบจะพุ่งปราด เดินไปเก็บผลมะเขือเทศในทันทีที่พบเห็น แต่ทว่า...ทางด้านของไลท์ที่เป็นเจ้าของแปลงผักดังกล่าว ก็ไม่ได้ละเลยปล่อยให้แปลงผักของเขาที่เฝ้าทะนุถนอมมาตั้งนานนม ถูกผู้อื่นมาหยิบกิน ขโมยเอาไปเสียง่ายๆ
‘กรุ๊งกริ๊ง~!’
ทันทีที่กามินก้าวเท้าเข้าไปเหยียบในแปลงผักของไลท์ มันก็สะดุดเข้ากับเส้นลวดใสๆ ที่มันไม่เคยเห็นมาก่อน
ก่อนที่ทันใดนั้นเอง เสียงกระดิ่ง ที่ขึงผูกไว้กับเส้นลวดใสๆ จะส่งเสียงตักเตือนถึงผู้บุกรุกให้กับคนภายนอกได้ยิน
แน่นอนว่ากามินที่สะดุดล้ม ต่างกุลีกุจอ ลุกลี้ลุกลน ด้วยความตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นเช่นกัน มันรีบหันซ้ายหันขวาเพื่อ มองดูรอบๆ ว่ามีใคร ตามเข้ามาในสวนหลังบ้านหรือไม่
ก่อนจะเป่าปากออกมาด้วยความโล่งใจ ที่รออยู่เกือบนาที ก็ยังไม่มีใครสักคนที่โผล่เข้ามาเห็น มันที่กำลังบุกรุกแปลงผักของคนอื่น
“เฮ้อ!เล่นเอาตกอกตกใจหมด พวกบ้านนอกบังอาจจริงๆ ที่มาทำให้ฉันคนนี้ต้องตกใจ” กามินยิ้มเยาะออกมา พลางด่าทอดูถูกไลท์และร้านอาหารสามเวลา ประหนึ่งปลอบใจตัวเอง ที่กำลังทำเรื่องชั่วๆ อย่างหน้าไม่อาย
กามินปัดเศษดินและเศษใบไหม้ ที่เปรอะอยู่ตามเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านของมันออกไป ก่อนที่ในคราวนี้จะจับจ้องไปที่ เส้นลวดใสๆ ที่ไลท์ได้แอบมาขึงไว้
ที่คราวนี้มันจะสามารถมองเห็นเส้นลวดได้ทั้งหมด พร้อมกับเลือกเส้นเดินที่ไม่มีเส้นลวดขึงไว้ ก่อนจะมาถึง ต้นมะเขือเทศที่มันหมายปองได้ในที่สุด
“เป็นมะเขือเทศที่งดงามจริงๆ ถือว่าเป็นโชคดีของร้านอาหารบ้านนอกของพวกแกแล้ว ที่ฉันคนนี้ยอมเลือกวัตถุดิบที่พวกแกปลูก นำมาปรุงอาหารให้กับท่านไวทเคานต์” ด้วยความที่กามินนั้นมีรูปร่างที่เจ้าเนื้อ แขนและขานั้นสั้นป้อม กว่าจะเอื้อมมือไปหยิบมะเขือเทศที่อยู่ในแปลง
ก็แทบจะต้องเข้าไปประชิดกับลำต้นของต้นมะเขือเทศที่ไลท์ปลูกไว้เลยทีเดียว
ซึ่งในจังหวะที่มันกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปเหยียบบนแปลงผักนั่นเอง จู่ๆ สายตาของมันก็ได้พบเจอกับสไลม์สีเขียว ที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมาจากแนวแปลงผัก
สไลม์ที่ว่าก็คือเจ้าโปริ่งร่างแยกที่ไลท์ได้มอบหมายหน้าที่ ให้มันช่วยดูแลแปลงผัก รดนน้ำให้กับเขานั่นเอง
เจ้าโปริ่งกระโดดเด้งดึ้งออกมาจากแนวพุ่มไม้ของแปลงผัก ตรงเข้ามายืนประจันหน้ากับกามินที่ผงะถอยหลังออกมาด้วยความตกใจ
“เจ้าสไลม์ โสโครก หลีกทางไปซะ ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันจะฆ่าแกทิ้งซะ!” แม้คำพูดของกามินจะเหมือนเป็นการตักเตือน
แต่สองมือของมันก็ได้วาดวงแหวนเวท เพื่อเตรียมที่จะโจมตีเข้าใส่เจ้าโปริ่งร่างแยกนี้แล้ว
วูม~!
เสียงของวงแหวนเวทที่คาดว่าน่าจะเป็น เวทคันศรอัคคี ได้ส่งเสียง หึ่งๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
กามินเตรียมที่จะปลดปล่อยพลังเวทของมันออกไป แต่แล้วยังไม่ทันที่จะได้ปลดปล่อยพลังเวทที่มันภาคภูมิใจ จู่ๆ เจ้าสไลม์ก็พลันหายไปจากสายตา “สัตว์อสูรชั้นต่ำก็แบบนี้แหละ พอสัมผัสได้ถึงพลังเวทของฉันก็วิ่งหนีหางจุกตูดไปเลยสินะ!” กามินถ่มถุ้ย เจ้าสไลม์ออกมา โดยหารู้ไม่ว่า...สัตว์อสูรชั้นต่ำที่มันกำลังดูแคลน
ไม่ได้หนีหาก หรือวิ่งหนีหางจุกตูด ไปไหนเลย เพียงแต่มันได้กระโดดลอยตัวอยู่เหนือหัวของกามินที่คอสั้น เชื่องช้าเอาแต่ร่ายพลังเวท จนไม่ได้สังเกตถึงเจ้าโปริ่งที่อยู่เหนือหัวของมันเลยสักนิด
และในทันใดนั้นเอง ในระหว่างที่กามินกำลังยิ้มเยาะ ราวกับผู้มีชัย
เจ้าโปริ่งก็พลันทิ้งร่างของมันลงมา ร่างของเจ้าโปริ่งได้ครอบศีรษะของกามิน พ่อครัวจากเมืองหลวงเอาไว้ ทั้งหัว ดัง ‘โพละ’
อี้~! เหมือกอันเหนียวข้นของสไลม์ ทำเอากามินนั้นถึงกับขยะแขยง แต่ถึงอย่างนั้นการจะรังเกียจเจ้าโปริ่งดูจะเร็วเกินไปอยู่สักหน่อย เพราะนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นจากการตอบโต้ของมันเท่านั้น
ต้องอย่าลืมว่าเจ้าโปริ่งที่อยู่กับไลท์ นั้นผ่านอะไรมามากมาย
ดั่งเช่นในวันนี้ ที่เจ้าโปริ่งได้ติดตามไลท์ไปยังฟาร์มของสองสามีภรรยา ซึ่งตัวของไลท์ก็ได้ใช่เจ้าโปริ่ง ในการเป็นตัวช่วยขจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่อยู่ในฟาร์มให้กับ โทมัส จิม เอลล่าและแอล หายใจได้สะดวก
เจ้าโปริ่งนั้นเปรียบเสมือน ตัวกรองที่รับเอากลิ่นทั้งหมด เข้ามาในตัว ก่อนที่ไลท์จะใช้ประโยชน์และแปรเปลี่ยนกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ให้กลายเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อมาทำเป็นโซดา
ซึ่งในที่นี้ เจ้าโปริ่งก็ทำแบบเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากขวด เป็นร่างของกามิน
รวมถึงเปลี่ยนจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เอาไปทำเป็นโซดา ให้กลายเป็นกลิ่นเหม็นคลุ้งจากมูลสัตว์
ฟู่~!
หน้าของเจ้าโปริ่ง แสดงท่าทางเหมือนกับเบ่งอุจจาระ กลิ่นที่ถูกมันเบ่งออกมา ได้ครอบฟุ้งตลบอบอวลอยู่ในร่างของมันที่มี หัวของกามินถูกขังอยู่ในนั้น
กามินที่หัวถูก เจ้าโปริ่งครอบเอาไว้ ได้พยายามดิ้นรนและสูดกลิ่นที่ว่านี้เข้าไปทั้งหมด แม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วเวลาไม่กี่วินาที ที่เจ้าโปริ่งครอบศีรษะของกามินเอาไว้
แต่ลำพังเพียงแค่นี้ ก็ทำเอากามินถึงกับวิ่งตาลีตาเหลือก สองมือปิดปากปิดจมูก วิ่งล้มลุกคลุกคลาน หนีให้ห่างจากเจ้าสไลม์ที่ยังคงกระโดดเด้งตามมันมา ด้วยความกระชั้น
ซึ่งกามินก็ทนได้ไม่นาน สิ่งที่อยู่ด้านในร่างกายของมัน ก็เหมือนจะดึงดันออกมาแล้ว กามินวิ่งหน้าตั้ง อย่างสุดแรงเกิด ผ่านร้านอาหาร ผ่านลานกว้าง ก่อนจะผ่านหน้าคณะของท่านไวทเคานต์และครอบครัว ที่กำลังจะเตรียมตัวไปกินอาหารมื้อเย็นของกามิน
“อาหารเย็นของข้า เสร็จแล้วใช่ไหม...เฮ้ กามิน!”
ฟ้าว~!
ร่างท้วมๆ ของกามิน วิ่งผ่านหน้า ไวทเคานต์นิคไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหรือหันมามอง
ก่อนที่กามินจะกลับมาถึงกระโจมที่พักของตัวเอง ที่ด้านหลังถูกปรับให้เป็น ห้องน้ำ...พร้อมๆ กับ โฮก~!
ทุกสิ่งอย่างได้ถูกขย้อน ขับออกมาจนหมดเนื้อหมดตัว น้ำหู น้ำตาของกามินไหลพราก อย่างน่าสงสาร
เพียงแค่นึกถึงภาพและกลิ่นที่ต้องเผชิญมาเมื่อครู่ โฮก~! อาการพะอืดพะอม ก็ทำเอากามินถึงกับ ขมคอเลยทีเดียว
กามินล้มตัวลงบนพื้นกระโจมของมันอย่างหมดเรี่ยวแรง จวบจนกระทั่งทหารองครักษ์ของท่านไวทเคานต์นิคที่ติดตามเข้ามาสอบถามถึง อาหารเย็น
พ่อครัวร่างท้วมจึงได้แต่ยอมฝืนตัวเอง แบกร่างกายที่แทบจะไร้วิญญาณ กลับไปยังร้านอาหารสามเวลาใหม่อีกครั้ง
แต่คราวนี้ทางด้านของกามิน ได้ขอร้องให้องครักษ์ทั้งสอง ติดตามมันเข้าไปในครัว ให้อยู่เป็นเพื่อน แลกกับกามินจะยอมทำสเต๊กให้กับอีกฝ่ายได้กินนั่นเอง
“ถ้าพวกเจ้าสองคน เข้าไปในครัวกับข้า ข้าสัญญาว่าจะทำสเต๊กอันแสนอร่อยให้กับพวกเจ้าก็แล้วกัน ตกลงไหม!” กามินที่ยังคงกลัวว่าจะเจอเข้ากับสไลม์ของไลท์ ได้ยื่นข้อเสนอให้กับเหล่า องครักษ์
ที่เมื่อวันก่อนตอนที่เดินทางมายังป่าดาราฉาย ทหารเหล่านี้พึ่งจะขอร้องกับตัวเอง ขอให้ตนเองทำสเต๊กให้กินกันอยู่เลย
หากแต่คำตอบที่ได้รับกลับมา ของเหล่าองครักษ์ กลับพูดกับกามินเอาไว้ดังนี้
“ข้าทั้งสองคน สามารถเข้าไปช่วยท่านในครัวได้ตามที่ท่านต้องการ...แต่ในส่วนของสเต๊ก ข้าทั้งสองคนนั้นรู้ตัวดีว่าไม่อาจ มีบุญวาสนาที่จะได้กินสเต๊กของท่าน ดังนั้นข้าทั้งสองขอปฏิเสธคำสัญญาของท่านก็แล้วกัน” เหล่าองครักษ์นั้น ไม่อาจที่จะละเลยต่อคำสั่งของท่านไวทเคานต์ได้อยู่แล้ว
และการที่กามินนั้นเป็นถึงพ่อครัวประจำตระกูลของท่านไวทเคานต์นิค พวกเขาจึงต้องให้ความเคารพกับกามินเช่นเดียวกัน
ส่วนเรื่องของสเต๊กหรืออาหารที่กามินจะทำให้กับพวกเขา เหล่าองครักษ์นั้นเบื่อหน่ายกับคำสัญญาลวงโลกพวกนี้ไปนานแล้ว
เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่กามินยกอ้างถึงคำสัญญาว่าจะทำอาหารให้กับพวกเขาได้กิน มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เพื่อแลกกับการให้เหล่าองครักษ์ยอมรับใช้และทำความคำขอของกามิน แต่สุดท้ายก็ไม่มีองครักษ์คนใดที่จะได้กินอาหารของกามิน ตามคำสัญญาเลยสักคนเดียว
ซึ่งครั้งนี้ เหล่าองครักษ์นั้นไม่แคร์หรือใคร่สนใจอีกต่อไปแล้ว แม้พวกเขาจะไม่เคยได้กินสเต๊กของกามินกันมาก่อน ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เชื่อว่า อาหารจากร้านอาหารสามเวลาที่มีพ่อครัวที่ชื่อว่า ท่านไลท์ เป็นคนทำ
นั้นคงจะอร่อยและเทียบเคียงได้กับ สเต๊กของกามินได้อย่างแน่นอน
วัดจากสีหน้าของท่านไวทเคานต์นิคและครอบครัว เมื่อมื้อกลางวัน ที่ได้ไปกินร้านอาหารสามเวลาเป็นครั้งแรก ก่อนจะออกปากชมถึงรสชาติไม่หยุดปาก จนถึงตอนนี้
หากว่า วันนี้ท่านไลท์ ไม่ดึงดันยัดห้องครัวให้กับ กามินได้เช่า ตามคำขอในตอนต้นที่ท่านไวทเคานต์นิค ได้ออกปากขอยืมไป
เชื่อเถอะว่า...ป่านนี้ท่านไวทเคานต์นิค คงจะหวนกลับไปกินอาหารเย็นของท่านไลท์ที่ร้านอาหารสามเวลา อย่างแน่นอน!
หลังจากองครักษ์นั้นรับปากว่าจะเข้าไปช่วยงานในครัวกับกามินแล้ว พวกเขาก็ตรงกลับเข้าไปในครัวโดยทันที
ทุกอย่างในห้องครัว ยังคงตั้งอยู่ที่เดิม ตามที่กามินได้วางเอาไว้ไม่มีเปลี่ยนแปลง มีก็แต่ประตูด้านหลังห้องครัวที่ทอดยาวไปยังแปลงผักที่เปิดอ้าเอาไว้
และก็ไม่รู้ว่าทำไม ทางด้านของกามิน ถึงกับรบเร้าพวกเขาอย่างบ้าคลั่งให้ช่วยไปปิดประตูหลัง ถึงจะยอมกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อทำอาหารและสเต๊กตามเดิม
ไม่นานนัก หลังจากกามินกลับเข้ามาในครัว เพื่อทำอาหารต่อ...กลิ่นควัน หอมๆ จากสเต๊กก็ได้ลอยคลุ้งไปทั่วห้องครัว
ซึ่งถึงปากของเหล่าองครักษ์จะไม่อยากกินสักแค่ไหน แต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ ดังเอื้อกอยู่ดี
‘หอมจัง นี้สินะ เนื้อของท่านกามิน’
องครักษ์ต่างหลับตาลง พยายามดอมดมกลิ่นที่หอมฟุ้ง
แต่ทว่า...กลิ่นที่พวกเขาบอกว่าหอมนั้น มันกลับมีบางอย่างที่แปลกไป
ฟุดฟิด
“ข้ารู้สึกว่า จมูกของข้าคงจะเพี้ยนไปแล้ว...ข้าได้กลิ่น ความหอมจากเนื้อถึงสองกลิ่น?” หนึ่งในองรักษ์ที่เข้ามาเฝ้า กามิน ได้แอบคุยเรื่องนี้กับเพื่อนที่อยู่ข้างๆ
“บ้าน่า ถ้าอย่างนั้นจมูกข้าก็เพี้ยนเหมือนกันสินะ เพราะข้าเองก็ได้รับกลิ่น ถึงสองกลิ่นเหมือนกัน”
ในระหว่างที่องครักษ์ทั้งสองกำลัง กังวลกับประสาทการรับกลิ่นของตัวเอง
ด้านนอกของร้านอาหารสามเวลา ก็เกิดเสียงอึกทึกครึกโครมได้ดังขึ้น มันดังเสียจนองครักษ์ที่อยู่ในครัวก็ยังได้ยิน
“ท่านไลท์ พวกเรา 6 คน ขอจองโต๊ะครับ!”
“ท่านไลท์ ทางนี้มากันเยอะ ขอเป็น 2 โต๊ะครับ!”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy