“มาตัดสินกันว่าใครกันแน่จะเป็มาสค์ไรเดอร์ที่แท้จริง…”
“กับเธอที่คลุ้มคลั่ง…เป็แบบเ้าพวกนั้นน่ะเหรอ…อย่ามาพูดเล่น ๆ นะเฮ้ย!!”
เสียงของสองสาวในวันที่ฝนพรำกับสูทที่เหนืุ์ยืนประจันหน้ากันอยู่ ทั้งสองคนดูเหมือนจะไม่ลงรอยต่อกันและกันเลยตัดสินซึ่ง ๆ หน้าเพื่อเฟ้นหาว่าใครกันแน่ที่ถูกและผิด กับสิ่งเดิมพันที่เรียกกันว่า “มาสค์ไรเดอร์”
ทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงไม่ว่าท่วงท่าไหน ๆ ทั้งคู่ต่างสูสีกันต่างกันเพียงแค่0.5เท่านั้นเองแต่แค่0.5เท่านั้นเป็ตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนหนึ่งเสียเปรียบอย่างยิ่งจนในที่สุดคนดังกล่าวก็พ่ายไปอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเอง
“บ้าเอ๊ย!! กับคนที่ติดเชื้ออย่างเธอ…อย่างเธอทำไมถึง…อึก”
“ในที่สุด มาสค์ไรเดอร์ที่แท้จริง ก็คือฉัน”
ย้อนกลับไปห้าปีก่อนในสถาบันวิจัยทางการแพทย์ลาร์ฟ เกาะทางตอนเหนือของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จู่ ๆ ก็เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฟานาติโคหรือคลุ้มคลั่งขึ้นมา ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการฉุนเฉียว หงุดหงิด โมโหรุนแรง
เมื่อระดับความเครียดถึงขีดสุดร่างกายจะกลายเป็พาซโซ ฟามาติโค หากไม่กำจัดและปล่อยให้เป็อย่างนี้ผู้ป่วยจะถูกพาซโซ ฟามาติโคยึดร่างไปในที่สุด และนั่นก็คือซีโร่เดย์ วันที่มีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสฟามาติโคเยอะที่สุดบนเกาะจนเหลือประชากรแค่ไม่กี่หยิบมือ
ณ ปัจจุบัน ญี่ปุ่น ในเขตไซโจ้ โตเกียว บ้านซาวาดะ เด็กหนุ่มได้ยินมาว่าจะมีอาจารย์สอนพิเศษมาสอนที่บ้าน เขาบอกไปว่าไม่เอายังไงชาตินี้ขอบาย แต่ว่าการมาของสัตวแพทย์คนหนึ่งและเด็กทารกอีกหนึ่งรายก็ได้มาเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล…
สองปีผ่านไป สนามบินแห่งหนึ่งที่ญี่ปุ่น หญิงสาวในชุดกาวน์หาวหวอด ๆ ต่อหน้าเครื่องบินส่วนตัว นี่เป็เครื่องบินเฉพาะของเกาะลาร์ฟเท่านั้นที่จะมาจอดเทียบท่าได้ เธอกำลังรอใครอยู่นะ
“ขอโทษที่ให้รอนะ ทิวา”
คำขอโทษที่มาจากชายคนหนึ่งเอ่ยอย่างลุกลี้ลุกลนพลางหอบกระเป๋าวิ่งมาแต่ไกล เขาคือใครกันนะ แต่ที่แน่ ๆ เขาดูเป็ผู้ใหญ่มากขึ้นแล้วแต่เื่มาสายก็ยังคงครองอันดับหนึ่งเสมอมา
“มาสายนะสึนะ ไม่เป็ไรหรอกน่า ฉันไม่ตีนายหรอก”
“คำพูดแบบนั้นเชื่อได้ที่ไหนเล่า!! แต่ขอบใจนะที่ให้ติดเครื่องมาด้วย…แล้ว…”
“แล้วอะไรเหรอ”
“แล้วทำไมต้องพารีบอร์นมาด้วยเล่า!!”
“เขาเป็อาจารย์นายนี่นา ฉันเป็แพทย์และเป็ผู้ช่วยสอนหนังสือนายนะ ขอบใจกันบ้างสิ”
“โถ่”
สึนะ หรือ ซาวาดะ สึนะโยชิ อายุ20ปีกำลังมองมหาวิทยาลัยดี ๆ เข้าเรียนแต่เพราะแม่เธอไม่รีบร้อนอะไรและประจวบกับรีบอร์น อาจารย์สอนพิเศษที่ติวเื่มาเฟียได้รับฟังเื่ราวของหญิงสาวที่ชื่อว่าทิวา พุดพิชญา สัตวแพทย์จากไทยว่าเธอคือมาสค์ไรเดอร์เซียโล(นภา) ผู้ที่มีพลังไฟดับเครื่องชนธาตุนภาเข้มข้นไม่แพ้สึนะ เธอมาอิตาลีเพื่อศึกษาทรินีเซตเต้พลังที่เกี่ยวข้องกับธาตุของเธอและนำพลังนั้นไปรักษาผู้คนบนเกาะที่ชื่อว่าลาร์ฟนั่นเอง แม้สึนะฟังแล้วงงนิดหน่อยแต่ไม่เข้าใจมาก ๆ รีบอร์นเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทิวาเลยบอกว่า ถ้าไปที่เกาะนั่นละก็จะเข้าใจเอง แต่มีข้อแม้คือ อยากให้สืบเื่ที่มาของไวรัสที่ชื่อว่าฟามาติโคหน่อย ถ้าเป็สึนะละก็ทำได้แน่ ส่วนเธอจะดาหน้ารักษาผู้คนพลางช่วยสึนะพลางไปเอง
แม้จะเป็การมัดมือชกแต่รีบอร์นบอกว่าเกาะลาร์ฟเป็เกาะสำหรับนักศึกษาแพทย์และเหล่าอาจารย์แพทย์รวมไปถึงแพทย์ต่าง ๆ และที่นั่นก็มีเมืองใหญ่อยู่ด้วย เขาอยากให้สึนะไปเพราะจะได้ไปเรียนรู้ว่าแพทย์ทำงานกันยังไงด้วยพลางทำภารกิจไปด้วย นี่เป็ภารกิจในฐานะมาเฟียครั้งแรกของสึนะในรอบสองปีนี้แม้แฟมิลี่จะอยู่ห่างไกลแค่ไหนแต่มีเขาอยู่ทั้งคนไว้ใจได้เลย แม้ทิวาอยากจะพาทุกคนไปด้วย แต่ว่าการพาแฟมิลี่และคนใกล้ชิดไปมันเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสฟามาติโคมาก ๆ เลยเอาแค่สึนะกับรีบอร์นสองคนก็พอแล้วแค่นี้ก็เหลือเฟือมากสำหรับเธอ
“เอาล่ะ น่าจะได้เวลาเดินทางแล้ว ไปกันดีกว่าทิวา”
รีบอร์นเอ่ยข้างไหล่สึนะก่อนที่ทั้งสามจะขึ้นเครื่องบินของลาร์ฟ แอร์ไลน์และออกเครื่องไปในที่สุด ที่เกาะลาร์ฟ ตอนนี้มีการห้ำหั่นกันระหว่างมาสค์ไรเดอร์คนหนึ่งกับพาซโซ ฟานาติโค ด้วยพลังสายฟ้าฟาดกับดาบรูปแบบคาตะนะนั่นบ่งบอกได้ว่าคนดังกล่าวเป็ผู้ใช้ธาตุอัสนี ด้วยกระบวนท่าอันเฉียบคมฟาดฟันพาซโซ ฟานาติโคจนขาดเป็สองท่อนในฉับเดียวและเป็ดาบสุดท้ายของอีกฝ่ายด้วย
“เฮ้อ…”
แต่ไม่กี่วินาที มีบางสิ่งเดินมาหามาสค์ไรเดอร์คนนั้น มันมีรูปร่างคล้ายกับมาสค์ไรเดอร์เปี๊ยบเลยแต่แค่โทนสีและเกราะที่ต่างกัน ดูท่างานจะยุ่งเข้าให้แล้ว
“ไม่ได้เจอกันนานนะ เ้าหมอเถื่อน”
“ลิเลีย!!”
“แกมันก็แค่ซากศพเร่ร่อน ข้าจะฝังเ้าเอง!!”
“บังเอิญจังแฮะ ฉันก็อยากเจอแกเหมือนกัน ขอชำระหนี้เมื่อเก้าปีก่อนหน่อย!!”
ลิเลียกล้าบอกว่าหมอเถื่อนอย่างอีกฝ่ายเป็ได้แค่ซากศพเร่ร่อน และดูเหมือนคนดังกล่าวก็เตรียมดาบสู้แล้วด้วย แต่กลับกันมีใครบางคนเข้ามาขัดขวางการสู้รบของสองฝ่ายเสียก่อนไม่อย่างนั้นคงได้เห็นฉากการต่อสู้ระหว่างไรเดอร์สองคนเสียแล้ว
“อย่าทำอะไรตามใจชอบซี่ ลิเลีย”
“แกเป็ใคร”
“งั้นเรามาพนันกันดีกว่าว่าใครคือมาสค์ไรเดอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดและเคลียร์เกมไปได้มากกว่ากัน”
คนดังกล่าวพูดพลางกดเกมพลางก่อนที่ลิเลียจะหัวล่อและบอกว่าคนปริศนาว่าเขาเนี่ยมันพิลึกจริง ๆ ก่อนที่จะหายตัวไปในที่สุด อะไรคือเกมกันนะและทำไมถึงต้องเคลียร์มันด้วย มีนัยยะอะไรแฝงอยู่หรือเปล่ากัน
คนดังกล่าวคืนร่างเผยให้เห็นเรือนผมสีเขียวสั้นแซมขาวนิดหน่อยดวงตาสีอำพันสวยงามแต่ดุดันที่สุด คนคนเดียวที่ได้สมญานามว่าหมอเถื่อนไร้ใบอนุญาติบนเกาะแห่งนี้ ฟูจิวาระ ยูริ แต่กระนั้นเธอยังมีสิทธิ์ที่จะเป็มาสค์ไรเดอร์แม้เบื้องบนจะระงับไม่ให้เธอเป็ แต่เธอก็จะเป็อยู่ดีไม่ว่ายังไงก็ตาม
วันนี้ก็เป็อีกวันที่เธอปราบพาซโซ ฟามาติโคได้ไม่ใช่เพราะหน้าที่ของหมอหรือหน้าที่ของมาสค์ไรเดอร์แต่อย่างใด ไม่ได้ฆ่าเวลารอใครบางคน แต่หากไม่มีใครทำ แล้วใครมันจะทำ หลัง ๆ มานี้แม้ไม่มีคนไข้แต่คนที่ป่วยก็ยังมีอยู่บนเกาะแห่งนี้ แต่การมีอยู่ของสองคนนั่นเธอไม่สบายใจเป็อย่างมาก เบื้องบนปกปิดอะไรอยู่ มันต้องมีบางอย่างอยู่แน่ ทำไมเบื้องบนแจกสิ่งที่เรียกว่ารีเอกีล่า ไดรฟ์เวอร์กับแหวนประจำธาตุมาด้วย แต่เธอรู้เพียงอย่างเดียว หากรวบรวมแหวนธาตุอื่น ๆ ที่มีความบริสุทธิ์สูงละก็ บางที…
ด้านสนามบินของเกาะลาร์ฟ พวกทิวามาถึงแล้วและคนที่มาต้อนรับคือคาริโนะ อาสึนะ พยาบาลชั่วคราวสาวผู้มารอทิวาั้แ่เช้าเพราะพอรู้ข่าวว่าทิวาจะมา ผอ.ไนติงเกลผู้บริหารสถาบันวิจัยทางการแพทย์ก็ให้อาสึนะมาช่วยงานทันที
“สวัสดีค่ะ คุณอาสึนะ เหนื่อยหน่อยนะคะ”
“สวัสดีจ๊ะทิวา ดีใจจังที่ได้เจอ ตั้งสองปีแน่ะกว่าจะได้เจอกันอีก ั้แ่คราวนั้นแล้ว”
“ค่ะ ั้แ่ตอนนั้นแล้ว…คุณโรซารี่ล่ะคะเป็อย่างไรบ้าง”
“ก็เป็หมอที่เก่งที่สุดเหมือนเดิมเลยค่ะ เอ่อคือว่าสองคนนั้นคือใครเหรอคะ”
แล้วทิวาก็แนะนำสึนะกับรีบอร์นให้อาสึนะได้รู้จัก ทิวาบอกหาที่คุยดีกว่ายืนคุยกัน เธออยากเข้าประเด็นแล้ว เื่สำคัญที่สุดคือพวกไวรัสฟานาติโคตอนนี้เป็อย่างไรบ้างต่างหาก ยังระบาดอยู่หรือเปล่า หรือไม่ระบาดแล้ว หรือว่าอาการซา ๆ ลงแต่ยังระบาดอยู่
“คือว่า ตอนนี้ไวรัสฟานาติโคยังระบาดอยู่แต่ก็ซาลงแล้วล่ะนะ ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอก”
“ที่ต้องห่วงคือยัยนั่นต่างหาก…ติดเชื้อั้แ่ตอนนั้นแล้วป่านนี้ไม่รู้เป็ไงบ้าง”
“ทิวาเป็ห่วงคุณหมอไลลา หมอชันสูตรเหรอ”
ทิวาส่ายหัวไปมาว่าคนแบบนั้นจะไปห่วงได้ยังไง แค่ห่วงเื่อาการตามประสาหมอแค่นั้นเอง อาสึนะเข้าใจอารมณ์ของทิวาที่เป็ห่วงแต่แสดงออกมาไม่เป็แค่นั้นเอง แต่ทิวากลับเข้าใจความรู้สึกของสัตว์ต่าง ๆ บนเกาะนี้ มันออกจะแปลก ๆ ไปนิดหน่อยแต่มันจำเป็สำหรับสัตวแพทย์ที่ต้องอยู่ทำงานกับสัตว์ตลอดเวลา จากหมอฝึกหัดวันนั้นเป็สัตวแพทย์ในวันนี้ เติบโตขึ้นมากแล้วล่ะทิวา
ทิวาบอกอาสึนะว่าจะกลับไปที่บ้านของเธอ…คลีนิคสัตว์47เพื่อไปทักทายพ่อของเธอเสียหน่อย ทิวายังคงจำได้ว่าพ่อเสียแม่และน้าไปจากเหตุการณ์ซีโร่เดย์และตอนนั้นเธออยู่ยังเรียนคณะแพทย์ปีสี่อยู่เลย หลังจากนั้นอีกสองปีเธอก็เข้ามาเป็แพทย์ฝึกหัด แต่ตอนนั้นโรคยังซา ๆ นิ่ง ๆ อยู่ เหตุการณ์ที่เธอได้มาเป็มาสค์ไรเดอร์ได้ ก็ตอนเดือนหกนั่นเอง
“จะกลับไปเยี่ยมคุณพ่อเหรอ”
“ค่ะ ว่าจะไปเยี่ยมแกเสียหน่อยแล้วก็เปิดคลีนิค ไม่รู้พ่อแกยังทำงานอยู่ไหม…ไม่ได้ติดต่อพ่อเลยหลังจากวันนั้น…”
ทิวามีสีหน้าที่เศร้าสร้อยแต่เธอก็กลับมาเป็เหมือนเดิมก่อนที่จะบอกภารกิจให้กับพวกสึนะเื่ของการสืบเื่ราวต้นกำเนิดไวรัสฟามาติโค อาสึนะใบอกว่าทำไมถึงพาคนนอกเข้ามาสืบเื่นี้ได้ล่ะ ทิวาเลยบอกว่าพวกเขาเป็มาเฟีย หากเป็แบบนี้ก็ทำการลับได้ ปล่อยการลับให้กับพวกสึนะจะดีกว่า แต่ทิวาจะไม่นิ่งนอนใจง่าย ๆ เธอก็จะสืบด้วยเหมือนกัน แต่เธอจะอยู่เบื้องหน้าไม่ได้อยู่เื้ัแบบพวกสึนะ
ทั้งสองยังคงไม่เข้าใจว่าไวรัสมันน่ากลัวอย่างไร อาสึนะเลยอธิบายสั้น ๆ ว่าคนที่ติดไวรัสชนิดนี้จะเกิดอาการฉุนเฉียว หงุดหงิด โมโหรุนแรงและทำลายข้าวของ เมื่อระดับความเครียดถึงขีดสุดร่างกายจะกลายเป็พาซโซ ฟามาติโค หากไม่กำจัดและปล่อยให้เป็อย่างนี้ผู้ป่วยจะถูกพาซโซ ฟามาติโคยึดร่างไปในที่สุด
ตอนนี้ทั้งสองเข้าใจแล้วว่ามันน่ากลัวยังไงอาสึนะก็บอกให้ระวังอย่าติดไวรัสด้วยล่ะตอนทำภารกิจ ยิ่งเป็มาเฟียทำเื่เสี่ยง ๆ ยิ่งเสี่ยงต่อการติดโรคด้วย อย่างน้อยควรมีสิ่งที่เรียกว่าทรินีเซตเต้หรือพลังธาตุที่โดดเด่นเป็แอนติบอดี้พอควบคุมร่างกายไว้ได้ รีบอร์นเข้าใจแล้วว่าทำไมทิวาถึงต้องศึกษาเื่นี้และทำไมถึงเข้าหาสึนะด้วยและไว้ใจสึนะในการทำภารกิจนี้ เพราะความเข้มข้นของไฟธาตุนภานั่นเอง
“งั้นขอกลับก่อนนะคะ พวกสึนะเองก็มาด้วยกันสิ ที่บ้านฉันน่าจะพอให้อยู่อาศัยได้นะ”
ทิวาขอตัวกลับก่อนและทั้งสามก็นั่งรถมุ่งหน้าไปที่ตัวเมืองทันทีและไปยังคลีนิคสัตว์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งในตัวเมืองเพื่อทักทายพ่อแท้ ๆ พอได้เปิดประตูเข้าไปก็รู้สึกเหมือนได้กลับเข้าบ้าน เ้านิลจูเนียร์เข้ามาแอ้นออดพันแข้งพันขาทิวาก่อนจะกลับไปนอนแอ้งแม้งที่เดิม พ่อที่อยู่ตรงเคาท์เตอร์ก็เดินออกมาและเข้ามากอดลูกจนได้และร้องไห้โฮใหญ่เลย ทิวาก็บอกว่ากลับมาแล้ว ๆ นับั้แ่บอกว่าจะไปอิตาลี ไปเป็มาเฟียแทนหมอก็ใจหล่นไปถึงตาตุ่ม แต่พอกลับมาเป็หมอก็ดีใจใหญ่เลย
“สายสัมพันธ์ตัดไม่ขาดสินะ”
รีบอร์นบอกเช่นนั้นก่อนที่จะลงจากบ่าสึนะและทักทายพ่อของทิวาเหมือนที่เคยทำกับทุก ๆ คนว่าดีจ้ากับพ่อของทิวา พ่อของทิวาก็บอกเด็กทารกคนนี้เป็ใครกัน แล้วไหนจะเพื่อนของทิวาอีก ทิวาบอกเื่มันยาวแต่นี่คือเพื่อนของทิวาเองและเด็กคนนี้ก็เป็อาจารย์ของเธอด้วยเหมือนกัน
“พ่อ ห้องหนูยังสะอาดเหมือนเดิมไหม แล้วพ่อไม่ติดไวรัสใช่ไหม”
“ไม่ติดหรอก ๆ ลูกเป็ถึงแก้วตาดวงใจพ่อนะ พ่อก็ต้องดูแลตัวเองเป็พิเศษรวมถึงลูกด้วย เอาล่ะ เดี๋ยวพ่อเก็บของให้ ลูกไปนั่งเล่นรอที่ห้องรับแขกก่อนเถอะ”
“ได้เลย มาเถอะ ห้องรับแขกอยู่ทางนี้”
ที่นี่เป็ทั้งบ้านและเป็ทั้งคลีนิคภายในตัวดังนั้นจึงมีห้องรับแขกอยู่ด้วย ทีวี โซฟา พัดลม ทุกอย่างบ่งชี้ได้ชัดว่าแม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแม้ข้าวของจะสลับที่แต่ทุกอย่างก็อยู่เหมือนเดิม ทิวาและพวกสึนะนั่งโซฟาก่อนที่พ่อของทิวา ศิลา จะนำน้ำมาแจกให้ทุกคนได้ดื่มแก้กระหายและก็ถามไถ่เื่สุขภาพของทิวาและโลกภายนอกเกาะลาร์ฟ
“ก็สนุกดีนะพ่อ…ได้กลายเป็นักเรียนอีกครั้งหลังจากที่เป็หมอมาสักระยะมันเหมือนย้อนวันวานเลยล่ะ”
“งั้นเหรอลูก แล้วลูกคิดว่าเื่อะไรถึงทำให้กลับมาที่เกาะนี้เหรอ”
“ก็…หลายเื่น่ะค่ะ อยากกลับมาทำหน้าที่หมอเหมือนเดิมด้วย”
ทิวาตอบกลับไปเช่นนั้น รีบอร์นก็พอเข้าใจว่าพยายามเลี่ยงเื่มาสค์ไรเดอร์สุดชีวิตเลยตอบกลับไปว่าทั้งสองมาเที่ยวเล่นที่เกาะนี้สักระยะ เกาะนี้ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใดแต่ถ้ามาตั้งรกรากก็สามารถทำได้แต่ต้องผ่านเื่จากผอ.สถาบันก่อน แต่หากเป็นักท่องเที่ยวละก็ไม่ต้องก็ได้
สึนะเกือบจะลั่นว่ามาทำภารกิจแล้วรีบอร์นห้ามไว้ทันเพราะไม่อยากให้พ่อของทิวาต้องเป็กังวล ดูเหมือนเื่ไวรัสและมาสค์ไรเดอร์เป็เื่ที่ไม่ควรพูดสินะ พอรู้เช่นนั้นเ้าตัวก็บอกว่ามาเที่ยวเกาะอะไรทำนองนี้ พ่อก็ตามน้ำสึนะและรีบอร์นไปด้วยบอกว่าอยู่ที่นี่ก็ได้พักผ่อนไปก่อน ห้องมีให้ใช้เยอะเลย ทิวาบอกว่าจะไปสถาบันวิจัยฯ พ่อเลยโอเคกับเื่นี้และบอกว่ากลับมาดี ๆ ล่ะก่อนที่ทิวาจะส่งซิกแนลว่าไปทำภารกิจได้แล้ว พวกสึนะเลยบอกว่าอยากออกไปข้างนอกหน่อยพวกเขาอยากดูรอบ ๆ เกาะ พ่อบอกได้เลยเดี๋ยวไกค์ให้แต่สึนะบอกไม่เป็ไรเขาจะแบ็คแพคไปกันเอาเอง ส่วนทิวาก็ไปของทิวา
ด้านทิวาที่ออกจากคลีนิคและนั่งรถต่อไปยังสถาบันวิจัยฯ เพื่อรายงานการกลับมาของเธอแก่ผอ.ไนติงเกล ฟลอเรียทราบก็ประสบอุบัติเหตุกระทันหัน แต่ดีที่รถเบรคทันเลยไม่ได้รับผลกระทบอะไรมาก ทิวาออกมาจากรถและก็พบกับพาซโซ ฟามาติโคที่ออกอาละวาด ไม่ได้การแล้ว ต้องทำการผ่าตัดกำจัดไวรัสออกไปแล้ว ด้วยรีอากีล่า ไดรฟ์เวอร์ของทิวาเนี่ยแหละ และทิวาก็นำไดรฟ์เวอร์ทาบกับเอวของตัวเองและมันก็เกิดเสียงขึ้นมา
*Reagila Rise Driver*
ทิวาชูมือขวาไปทางซ้ายแล้วกวาดมาทางขวาก่อนกำมือแล้วชักและจุดไฟที่แหวนประจำธาตุของตัวเอง ไฟเป็สีส้มเด่นสง่าแสดงถึงนภาอันกว้างไกลและเป็ธาตุที่หายากมากที่สุดในบรรดาผู้ใช้ไฟธาตุด้วยกันด้วยแล้วทิวาก็ทำแหวนนั้นมาเสียบกับช่องว่างข้าง ๆ ไดรฟ์เวอร์เป็การอัดพลังไฟเข้าไปในไดรฟ์เวอร์ทันที
*Cielo Set*
“แปลงร่าง!!”
*Reagila on*
*Cielo Loading*
มาสค์ไรเดอร์เซียโลปรากฏตัวขึ้นบนถนนที่รถเริ่มจะติด เซียโลไม่มีทางสู้นอกจากต้องะโฟรีรันนิ่งข้ามตึกต่อตึกล่อให้มันมา โชคดีที่ข้างทางมีตึกให้ะโดีกว่าอยู่กลางไฮน์เวย์ที่ไม่มีทางไปเลย มันเองก็ะโตามมาด้วยก่อนที่จะล่อให้มาถึงพื้นดินและสู้กันลำพัง เซียโลกดฟังค์ชั่นเซียโลสแลชเชอร์ขึ้นมาแล้วฟาดฟันแต่อีกฝ่ายก็ไม่ใช่เล่น ดูแข็งแกร่งมากกว่าที่คิด
“ร่างนี้ต้องเป็ของข้า เ้าไม่มีวันเอาชนะข้าได้หรอก!!”
“จะรักษาคนไข้โดยไม่พลาดแม้แต่นิดเดียว!! ย๊าก!!”
*Cialo Due Slasher!! *
เซียโลกดปุ่มที่เซียโลสแลชเชอร์สองครั้งก่อนที่จะแทงเข้าไปที่พาซโซ ฟามาติโคเข้าอย่างจังสามารถสร้างความเสียหายแก่มันเป็อย่างมากก่อนที่มันจะสวนกลับแต่เซียโลก็หลบได้และฟาดซ้ำเข้าไปก่อนที่จะโยนเซียโลสแลชเชอร์ทิ้งและใช้แหวนจุดไฟเสียบเข้าช่องว่างไดรฟ์เวอร์อีกครั้ง ก่อนจะตั้งท่าเตรียมะโเตะ
*Cialo Rising Impact!!*
มันโดนเซียโลเตะกระหน่ำจนตัวของมันสลายไปในที่สุดเหลือไว้แต่ร่างคนไข้ที่ยังมีลมหายใจ แสดงว่าการผ่าตัดกำจัดไวรัสเป็ไปได้ด้วยดี เซียโลคืนร่างกลับมาเป็ทิวาก่อนที่จะไปหาคนไข้และถามไถ่ว่าเป็เช่นไรบ้างและรีบโทรเรียกรถพยาบาลมหาวิทยาลัยลาร์ฟให้มารับทันที
“ขอบคุณคุณหมอนะคะที่ช่วยฉันเอาไว้ ไม่อย่างนั้น…”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ก็เป็หน้าที่ของหมอนี่นา”
ทิวาคุยกับคนไข้ก่อนที่จะไปคุยกับอาสึนะที่อยู่นอกห้องผู้ป่วย อาสึนะบอกว่ามีคนอยากจะพบ น่าจะเป็ผอ.สถาบันวิจัยฯ แบบนี้ก็ไม่ต้องถ่อไปถึงสถาบันแล้วสิ ประหยัดแรงไปได้อีกเยอะเลย ทิวาเลยออกไปหาผอ.ไนติงเกล ฟลอเรียผู้เป็หัวหน้าสถาบันวิจัยฯ และรายงานตัวว่ากลับมาแล้ว ผอ.เห็นเช่นนั้นก็บอกว่าตอนแรกจะเรียกโรซารี่ให้ออกปฏิบัติงานแต่เ้าตัวดันติดงานผ่าตัดเข้าให้
พอได้รับรายงานจากอาสึนะว่ามีพาซโซ ฟามาติโคอาละวาดและมีมาสค์ไรเดอร์เข้าประจำการเลยคิดว่าเป็ยูริเพราะเ้าตัวยังครองสิทธิ์การเป็มาสค์ไรเดอร์อยู่และยังเคลื่อนไหวไม่เลิก แต่พอรู้ทีหลังว่าเป็ทิวาก็ดีเลย ในที่สุดก็กลับมาแล้ว
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ แต่การได้เจอผอ.เร็วแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
“ทิวา ฉันมีเื่จะให้ช่วย ต่อจากนี้เป็หมอประจำเอฟอาร์หน่อยจะได้ไหม”
“เอ๋ ฉันเหรอคะ ไม่คิดว่าจะเป็แบบนี้”
“อ่า เป็แบบนี้แหละ ฉันอยากให้เธอทำงานอยู่ที่นี่ไปสักระยะหนึ่งหรือจนกว่าไวรัสฟามาติโคจะหมดไปจากเกาะเราน่ะนะ”
“ก็ได้ค่ะ รับทราบคำสั่ง”
“ดีมากต่อจากนี้เธอประจำการที่นี่ ฉันจะรอดูเธอนะ นี่ เสื้อกาวน์ของเอฟอาร์ รับไว้สิ”
ผอ.บอกเช่นนั้นและกลับไปยังสถาบันวิจัยฯ ในที่สุด ทิวาสวมเสื้อกาวน์ก่อนที่อาสึนะจะมาและให้บางอย่างกับทิวา มันเคยเป็ของทิวามาก่อนและตอนนี้ได้กลับมาอยู่บนมือทิวาแล้ว เครื่องตรวจจับโรคฟามาติโคนั่นเอง มันคล้ายหูฟังแพทย์แต่ปลายสุดจะมีที่ตรวจสแกนอยู่ด้วย
“นี่จ๊ะ”
“ขอบคุณที่ยังเก็บเอาไว้นะคะคุณอาสึนะ”
“ไม่ต้องห่วง”
ที่ตึกระฟ้าไร้ผู้คน ยังมีอีกสองคนที่ยืนต้านลมหนาวอยู่ คนหนึ่งกำลังกดเกมส่วนอีกคนหนึ่งใช้บางสิ่งกดปุ่มและแพร่กระจายอะไรสักอย่างออกไปก่อนที่จะแนบมันสนิทเข้าที่ข้อมืออีกครั้งหนึ่ง
“โชคชะตาเหมือนกับเกมพัซเซิลเลยเนอะว่าไหม”
“ปล่อยไว้แบบนี้จะดีเหรอ…ราตรี”
“งั้นพวกเราก็ไปทักทายสักหน่อยก็แล้วกัน”
“กับเ้าหมอเถื่อนก็ทักทายมาแล้ว คราวนี้จะเป็ใครอีกล่ะ”
“นั่นสิน้า”
ราตรีลุกขึ้นมาตบบ่าอีกคนที่ว่าก่อนที่จะไปทำบางสิ่งบางอย่างที่ไม่คาดคิดขึ้น แม้คราที่แล้วจะเจอกับยูริ ครานี้จะไปเจอกับใครและไปทำอะไรอีกกันแน่