สัญญารัก สัญญาณหลอน (มี e-book แล้ว)

    ตอนที่ 34 : พ่อ...หนูรักษาสัญญาแล้วนะคะ 2

                เจนจิราเดินออกมาจากห้องทำงานตรงเข้ามาบริเวณโต๊ะทำงานของเลขานุ่น“พี่นุ่น...เดี๋ยวหนูออกไปหาคุณชูศักดิ์ก่อนค่ะถ้ามีอะไรเร่งด่วน แจ้งหนูได้ตลอดเวลานะคะ”

                “รับทราบค่ะคุณเจน”

     

                เธอปลีกตัวออกมาเดินตรงไปที่ลิฟต์ผู้บริหารลงไปที่ชั้น1 อาคาร A ผ่านบริเวณเคาน์เตอร์พนักงานเข้ามาทักทายตลอดทาง “สวัสดีค่ะพี่ๆ ทุกคน”ใช้เวลาไม่นานนักถึงที่จอดรถส่วนตัว

                “พ่อ...แม่...ช่วยหนูด้วยนะคะ”เจนพึมพำอยู่คนเดียวภายในรถก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ขับรถออกจากตึกตรงไปยังสำนักงานของคุณชูศักดิ์

     

                เจนจิรา: “ตอนนี้กูขับรถไปหาคุณชูศักดิ์ มีนัดบ่ายโมงตรง…พวกมึงจะเข้าตึกไหม?”

                พลอย: “กูกับไอ้ส้มยังอยู่ที่ซีสแควร์วัน คุณตาไพโรจน์กลับไปที่อาคารB เมื่อกี้เอง...น่าจะถึงตึกประมาณ 1 ทุ่มได้มั๊ง”

                เจนจิรา: “เอ่อๆ กูยังไม่รู้ว่าคุยเสร็จกี่โมงกลับถึงตึกแล้วบอกกูด้วย”

                พลอย: “เอ่อๆๆ”

                เจนจิรา: “กูน่าจะกลับดึกๆ นิดหนึ่งมาคุยเรื่องรับสมัครพนักงาน...พวกมึงทำอะไรอ่ะ”

                พลอย: “กูมาดูโซนขายอาหารของบุคคลภายนอกกูว่าต้องคุยเรื่องนี้กันใหม่ กูว่าแผนเดิมไม่ค่อยเวิร์ค ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้วอ่ะ”

                เจนจิรา: “มีอะไรเหรอวะมึง???...เอางี้ๆๆกูว่าเดี๋ยวกลับมาคุยกันที่ตึกดีกว่า วันนี้พวกมึง 2 คนคงไม่ได้กลับบ้านเหมือนกูแล้วแหละ”

                พลอย: “ไม่เป็นไรๆๆ ที่ตึกมีของกินเยอะแยะกูกับไอ้ส้มอยู่ได้สบายๆ...ตรงไหนมีของกิน พวกกูอยู่ได้ ของกินเยอะขนาดนี้ กูอยู่ได้ยาวๆเพื่อน ฮิฮิฮิฮิ”

                เจนจิรา: “มึงนี่จริงๆ นะ!!!!”

     

               

                ในช่วงเวลาเดียวกันที่อาคารจัดการทรัพยากรบุคคลซีคอร์ปภาคพื้นเอเชียชูศักดิ์เรียกพนักงานหลายคนเข้ามาภายในห้องทำงาน แต่ละคนช่วยเช็คข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์และเอกสารจำนวนมากด้วยท่าทีเร่งรีบ

                   “คุณเจนจิราจะมาถึงที่นี่บ่ายโมงตรงข้อมูลต่างๆ อย่าให้ผิดพลาดหรือไม่พร้อมเด็ดขาด!!!”ชูศักดิ์พูดกำชับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

     

                   บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ทางเข้าอาคารเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากยืนต่อแถวยาวไปจนถึงบริเวณด้านนอกอาคารตลอดแนวทางเดินฟุตบาทมีพนักงานประชาสัมพันธ์ยืนต้อนรับเพียง 2 คนเสียงตะโกนถามดังมาจากหลายทิศทางพร้อมๆ กัน

                “ใจเย็นๆก่อนนะคะทุกคน กรุณาอย่าถามพร้อมๆ กันนะคะ หนูตอบไม่ทันจริงๆ ค่ะ...ขออภัยด้วยค่ะ”

                “ช่วบตอบหน่อยครับว่าข่าวลือเรื่องทางบริษัทจะเปิดรับสมัครพนักงานครั้งใหญ่เร็วๆ นี้ จริงไหมครับ?ช่วยตอบหน่อยครับ”

                “พวกเราอยากได้รายละเอียดหรือข้อมูลขั้นต้นอะไรก็ได้ค่ะ”

                “พี่ๆ ค่ะหนูขอว่า หยุดถามก่อนดีไหมคะ หนูพอจะทราบแล้วว่า พี่ๆ ต้องการข้อมูลเรื่องอะไรเดี๋ยวหนูพูดให้พี่ๆ ฟังดีกว่าไหมคะ?” เสียงวิงวอนของประชาสัมพันธ์พร้อมกับยกมือไหว้“ขอความกรุณาด้วยค่ะ? พี่ๆถามหนูพร้อมกันทุกคน หนูไม่รู้จะตอบยังงัยดีค่ะ”

                “โอเคครับ...ถ้างั้นผมขอให้ทุกคนหยุดถามก่อนดีไหมครับแล้วฟังข้อมูลจากประชาสัมพันธ์พร้อมๆ กัน”คำขอร้องเริ่มได้ผล

                “ขอบคุณพี่ๆทุกคนเลยนะคะ...ขอบคุณทุกคนค่ะ”

     

                “คุณประชาสัมพันธ์พอจะบอกข้อมูลเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องซีคอร์ปกำลังจะเปิดรับพนักงานใหม่ได้บ้างไหมครับ?”เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง “ผมหมายถึง...ข้อมูลอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ”

                “โอเคค่ะ...หนูเข้าใจว่าพี่ๆทุกคนต้องการข้อมูลเรื่องการรับสมัครพนักงานใหม่ตามข่าวลือหนูขออนุญาตชี้แจ้งทุกคนอย่างนี้นะคะ ทางบริษัทกำลังจะเปิดรับพนักงานใหม่จริงค่ะแต่ทางหนูต้องรอคำสั่งอย่างเป็นทางการจากสำนักงานใหญ่ก่อนว่าเริ่มประกาศรับเมื่อไร รับกี่คน ตำแหน่งไหนบ้าง”

                “แล้วพอจะทราบไหมครับว่าคำสั่งอย่างเป็นทางการจะมาเมื่อไรครับ?”

                   “ณเวลานี้หนูยังไม่ทราบจริงๆ ค่ะ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะถ้าได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงานใหญ่เมื่อไร ก็จะประกาศทุกช่องทางของบริษัทนะคะ”

                คำชี้แจงจากพนักงานประชาสัมพันธ์สร้างความพึงพอใจให้กับผู้คนที่รอรับฟังทั้งภายในและภายนอกสำนักงานทำให้เหตุการณ์คลื่คลายลงอย่างมาก

                “ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอนั่งรอฟังในนี้ได้ไหมครับ?เผื่อว่าอาจจะมีประกาศวันนี้เลย”

                “ถ้าจะนั่งรอในนี้...เอ่อ...นั่งรอได้ค่ะแต่หนูก็ไม่ทราบจริงๆ ค่ะว่า จะมีประกาศตอนไหน”

                “พวกเราให้สัญญาว่าจะไม่รบกวนการทำงานครับ”

                “โอเคค่ะ”

     

                กลุ่มคนจำนวนหนึ่งเลือกที่จะนั่งรอบริเวณประชาสัมพันธ์ในขณะที่กลุ่มคนโดยส่วนใหญ่เลือกที่จะออกจากสำนักงาน แต่ละคนต่างทะยอยเดินออกมาจากอาคารแบ่งเป็นกลุ่มเล็กบ้างใหญ่บ้าง บางคนเดินสวนทางกับเจนจิราที่เพิ่งเดินทางถึงอาคารโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต

                “พี่คะ...ทำไมมีคนเดินออกมาจากอาคารเยอะจัง มีอะไรกันเหรอคะ?”เจนจิราหันไปถามชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่เดินสวนมาโดยไม่ตั้งใจ

                “อ๋อพวกเรามาถามข้อมูลข่าวลือเรื่องบริษัทซีคอร์ปจะรับพนักงานใหม่เพิ่มครับ” ชายคนนั้นตอบโดยไม่ทันสังเกตว่าคนถามเป็นใครเช่นกัน

                “อ๋อๆๆขอบคุณมากนะคะพี่...ขอบคุณค่ะ”หลังจากได้คำตอบแล้วเธอเดินตรงเข้าไปในอาคารเห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งนั่งเก้าอี้ด้านหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เต็มไปหมด

                เจนจิราเห็นพนักงานประชาสัมพันธ์ก้มหน้าก้มหน้าป้อนข้อมูลอย่างเคร่งเครียดและเร่งรีบ เอ่ยปากถามพร้อมกับยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะพี่...หนูมีนัดกับคุณชูศักดิ์ตอนบ่ายโมงตรงค่ะ”

                “เอ่อ...น้องมีนัดกับคุณชูศักดิ์ตอนบ่ายโมง?น้องนั่งรอก่อนนะคะ ถ้าคุณชูศักดิ์เรียกเมื่อไร เดี๋ยวพี่จะแจ้งให้น้องทราบนะคะ”

                “ขอบคุณค่ะพี่”เจนจิรายกมือไหว้ขอบคุณพนักงานประชาสัมพันธ์เธอหันไปเห็นเก้าอี้ว่างเพียงตัวเดียวอยู่แถวหลังสุด

     

                ชูศักดิ์ยังคงนั่งรอเจนจิราในห้องทำงานจนเวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายโมงครึ่งทำให้เขาร้อนใจมากข้อมูลบนหน้าจอมอนิเจอร์แจ้งชัดเจนว่า เธอออกมาจากอาคารแฝดเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว

                “บีๆๆกวางๆๆ...ตอนนี้คุณเจนจิราเดินทางมาถึงรึยัง?พี่แปลกใจมาก!ป่านนี้คุณเจนจิราน่าจะเดินทางถึงที่นี่แล้วนะ” ชูศักดิ์พูดผ่านสปีกเกอร์โฟนด้วยท่าทีร้อนใจ

                “พี่บีกับพี่กวางท้องเสียตั้งแต่เช้าแล้วค่ะพี่ชูศักดิ์ตอนนี้นอนอยู่ที่ห้องพยาบาล หนูกับมลมาทำแทนค่ะพี่...หนูยังไม่เห็นคุณเจนจิราเลยค่ะ”

                “อ้าว!แล้วทำไมเพิ่งมาบอกพี่...นัทกับมลนั่งตั้งแต่เช้าไม่เห็นคุณเจนจิราแน่นะ?”

                “ค่ะพี่ชูศักดิ์หนูกับมลนั่งตั้งแต่เช้าไม่เห็นจริงๆ ค่ะ...” นัทยังตอบไม่ทันขาดคำเท่าใดนักมลนั่งอยู่ข้างๆ จู่ๆ เกิดอาการตกใจสะดุ้งขึ้นมาพร้อมกับชี้มือไปทางเจนจิราที่กำลังนั่งก้มหน้าอ่านนิตยสารอยู่แถวสุดท้าย “เดี๋ยวๆๆน...นั...นัท หรือ หรือ..ว่า...น้องคนนั้น”

                คำพูดของมลสะกิดใจจนทำให้นัทตกใจมากเผลอใช้มือปัดสปีกเกอร์ตกลงไปที่พื้นแตกกระจายทุกคนหันมามองหน้าเคาน์เตอร์ มลกับนัทพยายามจ้องมองไปที่เจนจิราจนในที่สุดจำได้ “ตายแล้ว...น้องคนนั้น...น้องคนนั้นคือคุณเจนจิรานี่น่า”

                นัทกับมลรีบวิ่งออกมาจากเคาน์เตอร์ตรงมาที่เจนจิราด้วยความร้อนใจในขณะที่ชูศักดิ์กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังมาไม่ห่างนัก “คุณเจนจิราคะ...ส..ส.สะ..สวัสดีค่ะ”

                “สวัสดีครับคุณเจนจิรา...คุณเจนจิรามานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังงัยครับ?”ชูศักดิ์เอ่ยปากถามทันที

                เจนจิรายกมือไหว้ตอบรับด้วยรอยยิ้ม“สวัสดีค่ะคุณชูศักดิ์”

                “หนูขอโทษคุณเจนจิราจริงๆค่ะ...ที่ให้คุณเจนจิรานั่งรอเป็นชั่วโมง...หนูขอโทษที่จำคุณเจนจิราไม่ได้หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ”น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาสั่นเครือด้วยความกลัวอย่างมาก “หนูทั้ง2 คนขอโทษจริงๆ ที่จำคุณเจนจิราไม่ได้…”

                “อะไรนะ!! นี่เรา2 คนให้คุณเจนจิรานั่งรอตรงนี้เป็นชั่วโมงเลยเหรอ? รอด้วยเหตุผลว่าจำเจ้านายตัวเองไม่ได้!!!” ชูศักดิ์หันไปดุนัทกับมลด้วยความโกรธอย่างยิ่ง“อะไรกันนี่!!! มีอย่างที่ไหน!จำเจ้านายตัวเองไม่ได้เนียนะ!!!!!”

                เสียงตวาดของชูศักดิ์ทำให้ทุกคนแถวนั้นหันมาให้ความสนใจเจนจิราทันทีหลายคนรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปถ่ายคลิปกันเต็มไปหมด

                “สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ...คุณเจนจิรา”

                “สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน”

                “หนูต้องขอโทษคุณเจนจิรานะคะหนูจำไม่ได้จริงๆ...ตอนแรกหนูคิดว่าเป็นนักศึกษามาติดต่อขอฝึกงานค่ะ”

                เจนจิราฟังคำตอบออกมาอดอมยิ้มไม่ได้“หนูถือว่าเป็นคำชมนะคะ”

                “หนูไม่ได้พูดเล่นหนูพูดจริงนะคะ หนูไม่คิดว่าคุณเจนจิราจะหน้าเด็กขนาดนี้”

                “ไม่เป็นไรนะคะคุณชูศักดิ์พี่ๆ ทั้ง 2 คนอาจจะจำหนูไม่ได้จริงๆ วันนี้หนูไม่รีบด้วยค่ะ”

                “คุณเจนจิราครับขออนุญาตสอบถามเรื่องการรับสมัครพนักงานใหม่ได้ไหมครับว่าเป็นไปตามข่าวลือหรือเปล่าครับ?” ชายแปลกหน้าคนหนึ่งหันมาเอ่ยปากถาม

                   “สำหรับเรื่องนี้หนูขอคุยรายละเอียดก่อนนะคะคิดว่ารอประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายประชาสัมพันธ์จะดีกว่าค่ะ”

                “ขอบคุณครับคุณเจนจิรา”

                “หนูขอตัวก่อนนะคะหนูต้องเข้าไปคุยกับคุณชูศักดิ์แล้วนะคะ...ยังไม่มีประกาศวันนี้แน่นอนค่ะหนูได้ข้อสรุปชัวร์ๆ แล้ว แจ้งข้อมูลละเอียดชัดเจนแน่นอนค่ะ”

     

                   เจนจิราเข้าประชุมกับชูศักดิ์ด้วยความเคร่งเครียดตั้งแต่นาทีแรกของการพูดคุยเธอไล่ถามข้อมูลอย่างละเอียดจนกระทั่งชูศักดิ์ต้องเรียกพนักงานหลายคนเข้ามาช่วยเสริมข้อมูลในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นความสำคัญของพนักงานแต่ละตำแหน่ง, เงื่อนไขการโยกย้าย ฯลฯ และอื่นๆอีกมากมาย

            การประชุมยังคงดำเนินต่อเนื่องยาวนานจนเวลาล่วงเลยมาถึง5 ทุ่มครึ่งจนกระทั่งการประชุมเสร็จสิ้น เจนจิราขอตัวเดินทางกลับอาคารแฝดทันที

             

            สีหน้าชูศักดิ์ยังคงเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดพูดผ่านทางสปีกเกอร์โฟนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มีใครอยู่บ้างๆๆ...พี่ขอน้ำส้มสักแก้วขอด่วนๆๆ”

            “รอบดึกวันนี้หมวยอยู่ค่ะพี่ชูศักดิ์”

            “คุณเจนจิราไล่บี้พี่จนมึนไปหมดแล้วเนีย...”เสียงยังไม่ทันขาดคำเท่าใดนักชูศักดิ์ต้องทิ้งทั้งตัวลงเก้าอี้โชฟาด้วยความอ่อนล้า

    คล้ายกับเรื่องสัญญารัก สัญญาณหลอน (มี e-book แล้ว) ที่คุณอ่าน