“พวกเ้ารีบหลบไป...”
แสงไฟสีส้มแดงราวเปลวเพลิงดวงใหญ่ตกลงมาจากฟากฟ้า ลงสู่พระครรภ์องค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหง พระนางทรงเ็ปยิ่งนักราวกับภายในพระครรภ์มีกองเพลิงกองใหญ่สุมอยู่ แม้ขึ้นชื่อว่าเป็อดีตแม่ทัพหญิงที่เก่งกาจผู้หนึ่ง แต่การที่พลังแห่งไฟเข้าแทรกพลังแท้จริงซึ่งเป็พลังแห่งวารีทำให้ความเจ็บครั้งนี้ยากเกินกว่าจะรับไหว พระนางมิได้ส่งเสียงแห่งความเ็ปออกมา แต่การที่พระนางสลบก็ยืนยันถึงความเ็ปได้เป็อย่างดี
เหล่าหมอหลวงและนางกำนัลต่างพากันแตกตื่นใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งองค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงสลบไปเช่นนี้ พระอาการยิ่งน่าเป็ห่วงมากขึ้น ด้วยยังมิได้มีพระประสูติการ คิ้วหนาของเหล่าหมอหลวงต่างขมวดราวกับปมร้อยปม กระทั่งหมอหลวงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ปมคิ้วของเหล่าหมอหลวงคนอื่น ๆ จึงคลายออกพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่
“พระธิดาทรงประสูติแล้ว”
เพียงชั่วครู่พระธิดาองค์น้อยเปล่งเสียงร้องจ้าโดยมิต้องกระตุ้น สร้าง
ความประหลาดใจให้เหล่าหมอหลวงยิ่งนัก
แม่ทัพหลี่หลงซวนได้ยินเสียงพระธิดาตัวน้อยถึงกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“ซิงหรง...ซิงหรง ลูกพ่อ” แม่ทัพหลี่หลงซวนรีบผนึกพลังอัคคีหงส์ษาเข้าที่ สองเท้าเดินไปอุ้มพระธิดาองค์น้อยไว้ในอ้อมอก แม้ในใจจะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่อาจเลี่ยงชะตากรรมครั้งนี้ได้ แต่ก็อดใจหายไม่ได้ที่จะต้องจำใจจากบุตรสาวและบุตรชายที่ตนรักยิ่งไป เขาตั้งใจตั้งชื่อพระธิดาตัวน้อยตามที่ผู้เป็พี่ตั้งให้เมื่อครู่
‘หลี่ซิงหรง’
แม่ทัพหลี่หลงซวนส่งพระธิดาองค์น้อยคืนให้แก่นางกำนัล จากนั้นจึงทอดสายตามองภรรยาที่สลบไปเมื่อครู่ด้วยความห่วงใย พลังอัคคีในตัวพระธิดาองค์น้อยเกือบจะทำให้พลังวารีของมารดาสลาย หากเขาเข้ามาช่วยไว้ไม่ทัน
แม้บุตรที่เกิดจากสองเทพที่มีพลังเวทต่างกัน แต่พลังเวทในตัวจะมีเพียงหนึ่ง พลังนั้นจะอ่อนมาก หากไม่รับการฝึกฝนหรือบำเพ็ญเพียรเพิ่ม แต่พลังของพระธิดานั้นมากล้น มากจนแม้แต่แม่ทัพหลี่หลงซวนที่บำเพ็ญเพียรและได้รับการฝึกฝนมาหลายหมื่นปียังต้องใช้พลังเจ็ดในสิบส่วนเพื่อจะควบคุมพลังนาง เพียงแค่นี้เขาก็พอรู้แล้วว่าหนทางต่อไปข้างหน้า นางจะต้องปกป้องมารดาและดินแดนแห่งนี้ได้แน่
“ลูกเราจะสบายดี นางจะปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง เ้าอย่าห่วงเลย”
แม่ทัพหลี่หลงซวนยิ้มอบอุ่นให้องค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงที่ยังคงสลบ
แต่อยู่ๆ รอยยิ้มที่ฉาบใบหน้าเมื่อครู่จางหายไปเมื่อนึกถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่กำลังรอ
เวลาใกล้จะมาถึงแล้ว...
ผ่านไปเพียงครู่เสียงฝีเท้าขุนพลทหารนายหนึ่งดังกึกก้องด้วยความเร่งรีบ วิ่งเข้ามาภายในวัง
“ข้าขอพบแม่ทัพหลี่” เสียงทหารนายนั้นเอ่ยกับทหารยามที่กำลังเฝ้าอยู่หน้าห้องบรรทม
แม่ทัพหลี่หลงซวนได้ยินเสียงทหารกล้า ใบหน้าเคร่งขรึมหันไปกำชับกับหมอหลวง
“ดูแลองค์จักรพรรดินีและพระธิดาให้ดี” จากนั้นแม่ทัพหลี่หลงซวนจึงเดินออกมา
ขุนพลทหารกล้าที่รออยู่หน้าประตูเห็นแม่ทัพหลี่หลงซวน เขารีบโน้มกายลงเพื่อทำความเคารพ
“คารวะท่านแม่ทัพ”
“อย่ามากความ มีเื่ใด” แม่ทัพหลี่หลงซวนไม่รอช้าด้วยในใจพอรู้คำตอบแล้ว
“ตอนนี้ผลึกแก้วทางด้านทิศตะวันออกเกิดรอยร้าวขึ้นแล้วขอรับ”
แม่ทัพหลี่หลงซวนสีหน้าครุ่นคิดพักใหญ่ เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่ารอยร้าวจะต้องเกิดขึ้นเป็แน่ เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเป็วันนี้
‘ทุกอย่างเร็วเกินไปจริง ๆ’
“เ้านำกองทหารไปเฝ้าตรงรอยร้าวและทางเชื่อมไว้ให้ดี อย่าให้ผู้ใด
เล็ดลอดออกไปได้ และข้าก็ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเล็ดลอดเข้ามาได้เช่นกัน”
“ขอรับท่านแม่ทัพ” ขุนพลทหารรับคำสั่งและรีบออกไปจัดการ
แม่ทัพหลี่หลงซวนรีบกลับเข้ามาในห้องบรรทมอีกครั้งพร้อมกับองค์ชายน้อยหลี่ห่าวซวน เขาออกคำสั่งให้หมอหลวงและเหล่านางกำนัลออกไปให้หมด เมื่อสิ้นเสียงฝีเท้านางกำนัลคนสุดท้าย ประตูห้องบรรทมถูกปิดลง
แม่ทัพหลี่หลงซวนลูบพระปรางองค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงอย่างเบามือ พระนางค่อย ๆ ลืมพระเนตรขึ้น ภาพองค์หญิงตัวน้อยนอนหลับอยู่ข้างกาย มีพี่ชายอย่างหลี่ห่าวซวนคอยเขี่ยแก้มยุ้ยเล็กๆ เล่น ช่างเป็ภาพที่อบอุ่นยิ่งนัก อีกทั้งยังมีผู้เป็พระสวามีนั่งเฝ้าอยู่มิห่าง
องค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงทอดพระเนตรใบหน้าแม่ทัพหลี่หลงซวนที่มีรอยยิ้มน้อยๆ ในทีแรก แปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม ใจพระนางยามนี้อดคิดไม่ได้ว่าเวลาแห่งการจากลาคงใกล้เข้ามาแล้ว
“ท่านพี่หาวิธีอื่นมิได้หรือ” คำถามเดิมถูกเปล่งออกจากพระโอษฐ์หลายครั้งหลายครา แต่คำตอบก็ยังคงเป็เช่นเดิม
“หากข้าไม่ทำเช่นนี้ ข้าก็จนหนทางแล้วจริง ๆ” แม่ทัพหลี่หลงซวนทอดถอนใจมองไปที่องค์ชายและพระธิดาองค์น้อย ก่อนจะเรียกให้หลี่ห่าวซวนเดินมาหา
หลี่ห่าวซวนผละมือออกจากองค์หญิงตัวน้อยที่กำลังยิ้มร่าเดินไปหาบิดาตามคำสั่ง
“ห่าวซวนต่อไปเ้าต้องดูแลเสด็จแม่และน้องสาวเ้าให้ดี เข้าใจหรือไม่” ฝ่ามือหนาของบิดายกขึ้นลูบผมบุตรชายไปมาด้วยความเอ็นดู
องค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงมองดูภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยหลากหลายอารมณ์ นางเข้าใจว่าทั้งหมดเป็ลิขิตแห่งชีวิตและมิอาจฝืนชะตา
แต่ครั้นจะให้ยอมรับใจนางก็ทำได้ยากยิ่งเช่นกัน
‘เหตุใดถึงส่งเราสองมาให้พบหน้า แต่มิส่งโชคชะตามาให้เคียงคู่’
“ข้าจะดูแลทั้งสองให้ดี” องค์ชายตัวน้อยรับปากด้วยน้ำเสียงอันห้าวหาญเยี่ยงนักรบ เด็กน้อยภาคภูมิใจเมื่อได้ยินใคร ๆเรียกขานบิดาตนว่าเป็แม่ทัพใหญ่คุมทหารนับแสน แต่ก็อดหวั่นใจกับศึกาไม่ได้ แม้เขาจะไม่ได้อยู่กับบิดามาั้แ่ถือกำเนิด แค่เพียงได้ยินผู้อื่นขนานนามของบิดาตนก็ทำให้เขาใฝ่รู้เื่การทหารมากกว่าเทพตนเล็กๆ ทั่วไป เขาอดที่จะหวั่นใจไม่ได้ว่าบิดาที่หายตัวไปอาจตายในศึกาแล้วก็เป็ได้โดยที่เขาเองจะไม่ได้ยินแม้แต่ข่าว แต่คำสั่งของบิดาครานี้ทำให้เขารู้สึกใจหวั่นใจกว่ายามนั้นยิ่งนัก องค์ชายน้อยเอ่ยถามเพราะมิอยากให้บิดาหายไปอีก
“ท่านพ่อจะกลับเมื่อใด”
“ข้าอยู่กับเ้าเสมอ ห่าวซวน” ผู้เป็บิดาหยิบหยกขาวรูปหงส์สยายปีกที่สลักคำว่า‘หลี่’ ให้บุตรชาย ก่อนจะบอกเด็กน้อยด้วยเสียงสั่นเครือ
“เ้าออกไปรอพ่อที่ตำหนักของเ้า”
“เช่นนั้นลูกลาท่านพ่อ” องค์ชายตัวน้อยโน้มตัวลงจุมพิตน้องสาวที่หน้าผากและเดินออกไป แม้ก่อนจะปิดประตูเขาปรายตามองไปที่บิดาซึ่งกำลังมองเขาอยู่เช่นกัน สองสายตาผสานกันอยู่เนิ่นนานราวกับพยายามประทับภาพอีกฝ่ายไว้ในใจเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่เด็กชายตัวน้อยจะปิดประตูลงและหันหลังเดินจากไป
แม่ทัพหลี่หลงซวนยิ้มให้องค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงเหมือนดั่งวันแรกที่ได้พบกันในสนามรบที่เต็มไปด้วยเืและศัตรู โชคชะตาคงให้เราเดินร่วมทางกันได้เพียงแค่นี้
“เ้ารู้ใช่หรือไม่ว่านางสามารถใช้พลังอัคคีหงส์ษาและพลังแห่งวารีได้” แม่ทัพหลี่หลงซวนเอ่ยถาม องค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงทรงผงกพระเศียรเป็เชิงรับคำ
พระธิดาช่างพิเศษนัก นอกจากพลังเวทแห่งไฟจะแข็งแกร่ง ในตัวของนางยังมีพลังเวทแห่งน้ำด้วยเช่นกัน ในหกดินแดนไม่มีผู้ใดที่สามารถถือครองสองพลังเวทได้ แม้แต่ผู้เป็เซียน
พลังอันมากล้นก็เปรียบได้ดั่งดาบสองคม จะว่าดีก็ดี จะว่าร้ายก็ไม่ผิด ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับตัวของนาง
“สิ่งที่ข้ากลัวที่สุดคือพลังของนาง และสิ่งที่ข้าภูมิใจที่สุดคือพลังของนางเช่นกัน ข้าจะใช้ยันต์น้ำแข็งผนึกพลังของนางไว้ แม้น้ำแข็งไม่อาจต้านทานไฟได้แต่พลังวารีในตัวนางจะหลอมน้ำแข็งได้ใหม่ทุกเมื่อ”
แม่ทัพหลี่หลงซวนเห็นใบหน้ากังวลของผู้เป็ภริยาแล้วจึงเอ่ยต่อว่า
“เมื่อโชคชะตาของนางมาถึงและจำเป็จะต้องใช้มัน เมื่อนั้นยันต์น้ำแข็งจะคลายไปเอง”
“ท่านหมายความเช่นไร”
“เ้าจำคำข้าไว้...”
“เมื่อใดดวงชะตาแห่งหงส์ไฟถูกเปิดผนึก เมื่อนั้นาแห่งดินแดนทั้งหกจะเกิดขึ้นอีกครา” มืออันเย็นเฉียบของแม่ทัพหลี่หลงซวนค่อย ๆ เอื้อมไปจับพระหัตถ์ขององค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงไว้แน่น
องค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงทรงรู้สึกเศร้าเพราะโชคชะตานัก นอกจากพรากพระสวามีอันเป็ที่รักไปแล้ว เหตุใดโชคชะตาถึงไม่ปรานีแม้กระทั่งพระธิดาของพระนาง
“สุริยุปราคามาเยือนคราหน้า รอยร้าวจะใหญ่ขึ้นจนยากเกินเยียวยา
ดินแดนแห่งนี้จะถูกเปิดผนึกขึ้นอีกครั้ง ข้าไม่อาจรอให้ถึงวันนั้นได้” น้ำเสียงเข้มถูกเปล่งออกมาจากใบหน้าที่เคร่งเครียดของแม่ทัพหลี่หลงซวน
“ข้าฝากสองสิ่งที่ข้ารักดั่งชีวิตไว้กับเ้า”
“ข้าจะดูแลทั้งสองเป็อย่างดี” องค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหงทรงจำต้องข่มพระทัยรับคำ
แม่ทัพหลี่หลงซวนทอดสายตามองผู้เป็จักรพรรดินีที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง นางมิไม่ได้เป็แค่ภรรยา แต่นางคือคู่คิด คู่ทุกข์คู่ยาก หากปราศจากสตรีผู้นี้ ชีวิตแม่ทัพใหญ่ที่ถูกขับไล่ออกจากดินแดน์ไม่สามารถยืนยาวได้ถึงเพียงนี้
แม่ทัพหลี่หลงซวนใช้พลังไฟเย็นจากในกายทั้งหมด จรดนิ้วชี้และนิ้วกลางที่เย็นะเืจนเป็น้ำแข็งกดไปที่หน้าผากของพระธิดาที่กำลังนอนนิ่ง ใบหน้าพริ้มราวกับมิได้รู้สึกถึงสิ่งใด
จุดสีแดงเล็กๆ ปรากฏขึ้นระหว่างคิ้ว เพียงครู่จุดสีแดงนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็เปลวเพลิง นิ้วที่เยือกเย็นจากพลังไฟเย็นค่อย ๆละลาย ใบหน้าของแม่ทัพหลี่หลงซวนแสดงถึงความเ็ปแต่ยังคงจรดนิ้วมือทั้งสองไว้ กระทั่งเปลวเพลิงมอดดับลง กลายเป็เกล็ดหิมะสีขาวกึ่งกลางหน้าผาก
แม่ทัพหลี่หลงซวนมองพระธิดาแล้วยิ้ม จากนั้นจึงปรายตาไปหาภรรยาที่กำลังน้ำตานองใบหน้า
“หากแม้นภพหน้ามีจริง เราสองคงได้พบกันอีก” แม่ทัพหลี่หลงซวนเอ่ย
ภารกิจครานี้เขาทำสำเร็จแล้ว จากนี้ไปคงต้องฝากเื่ราวที่เหลือไว้กับโชคชะตา
ปีกแห่งหงส์ไฟกางผงาดเหนือเกศาแห่งองค์จักรพรรดินีหลี่เฟยหง เสียงแห่งปักษาอัคคีร้องดังกึกก้องทั่วดินแดนสาบสูญ
เหล่าข้าราชบริพารหน้าห้องบรรทมต่างรู้สึกโศกเศร้า มิต่างกับชาวประชาแห่งดินแดนสาบสูญ แม้จะรู้ว่าภัยพิบัติครั้งใหญ่หลวงนี้กำลังจะถูกแก้ไข
แต่ต้องแลกด้วยชีวิตอันทรงค่าของผู้ที่มากความสามารถเช่นแม่ทัพหลี่หลงซวน
การเสียสละของท่านแม่ทัพหลี่หลงซวนครั้งนี้ จะถูกจารึกไว้ในหัวใจของไพร่ฟ้าชาวประชาดินแดนสาบสูญทุกคน
ปักษาอัคคีบินขึ้นสูงเสียดฟ้า กางปีกออกแผ่ทั่วขอบธาราอันไพศาล ท้องฟ้าครามคำรามเลื่อนลั่น ผลึกแก้วที่ครอบอยู่เดิมแตกกระจาย กลายเป็ปีกแห่งปักษาอัคคีครอบพสุธาแห่งดินแดนสาบสูญไว้ให้อยู่ในผลึกแก้วแห่งไฟอัคคีซึ่งจะปกปักดินแดนแห่งนี้ตราบชั่วกัลปาวสาน
ปีกหงส์ไฟผงาดเหนือฟากฟ้า
เสียงแห่งหงส์ดังกึกก้องพสุธายามรุ่งสาง
ปีกแห่งไฟคงแผ่นดินไว้ชั่วกาลนาน
เสียงแซ่ซ้องดังประสานทั่วปฐี
เขียนโดย เจียงหยิงเยว่
พิมพ์เล่มและจัดจำหน่ายโดย TwoPlusOne Book