ภายใต้สายตาที่ไม่เป็นมิตรหลายคู่ที่จับจ้องมาฉินลู่รู้สึกเหนื่อยกับการกินข้าวมาก
เขาสาบานเลยว่าต่อไปจะไม่มากินข้าวที่โรงอาหารในมหาวิทยาลัยหวาชิงอีกแล้วนี่เป็นการทรมานกันชัดๆ
“หมอฉิน! นายมากินข้าวที่โรงอาหารเหรอ”
จู่ๆ ก็มีเสียงที่ไพเราะดังขึ้น
ฉินลู่หันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นเฉียนเชี่ยน
เฉียนเชี่ยนสวมเครื่องแบบที่เผยให้เห็นรูปร่างที่งดงามถือกล่องอาหารกลางวันอยู่ในมือ
“ฉันนั่งตรงนี้ได้ไหม” เฉียนเชี่ยนมองไปที่เซี่ยหลิง สาวสวยที่อยู่ข้างๆฉินลู่ และชี้ไปที่ตำแหน่งข้างๆ
ฉินลู่พยักหน้า “ได้สิ นั่งเลย”
ดังนั้นเฉียนเชี่ยนจึงนั่งลงทางด้านซ้ายของฉินลู่ส่วนทางด้านขวาคือเซี่ยหลิง
นักศึกษาชายที่อยู่รอบๆ ยิ่งโกรธมากกว่าเดิม กินข้าวไม่ลงอีกต่อไป
ยังจะทนไหวได้ยังไง
ทำอะไรของแกฟะ
นักศึกษาสาวสวยแกก็แย่งไปแล้วแม้แต่อาจารย์คนสวยแกก็ยังไม่ยอมปล่อยไปอีก นี่ไม่มากไปหน่อยหรอ
นักศึกษาชายหลายคนรู้สึกอิ่มทันที ต่างก็พากันลุกขึ้นเดินออกไป
เฉียนเชี่ยนวางกล่องอาหารกลางวันในมือลง มองไปที่ฉินลู่และพูดว่า“ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก ไม่ได้ไปหานายเลย แนะนำเพื่อนที่อยู่ข้างๆให้ฉันรู้จักหน่อยได้ไหม”
ฉินลู่พยักหน้า ชี้ไปที่เซี่ยหลิงและพูดว่า“ตอนนี้เธอเป็นผู้ช่วยของฉัน เธอก็เคยเจอเมื่อไม่กี่วันก่อนแล้วนี่ตอนที่เราไปซื้อของที่ถนนบูติก เด็กผู้หญิงที่รักษาผู้ป่วยอาหารเป็นพิษคนนั้นน่ะ”
เมื่อฉินลู่พูดเช่นนี้ เฉียนเชี่ยนก็นึกขึ้นได้ทันทีมองไปที่เซี่ยหลิงด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “ที่แท้ก็คือเธอนี่เอง สวัสดีจ้ะฉันชื่อเฉียนเชี่ยน ฉันเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยหวาชิง”
“สวัสดีค่ะ! ฉันชื่อเซี่ยหลิง” เซี่ยหลิงดูเหมือนจะไม่สนใจเฉียนเชี่ยนมากนักยื่นมือออกไปจับมือกับเธอนิดหน่อยแล้วก็ปล่อย
“ตอนนี้อาการปวดหัวของเธอดีขึ้นหรือยัง” ฉินลู่ถามขึ้นขณะที่กินข้าวอยู่
“เวียนหัว ไม่ใช่ปวดหัว” เฉียนเชี่ยนแก้ และพูดต่อ“ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว วันนี้ฉันไม่เวียนหัวเลยทั้งวัน”
“อันที่จริงอาการปวดหัวของเธอเกี่ยวกับความเหนื่อยล้าด้วยเป็นอาจารย์ก็ต้องเตรียมการสอน ซึ่งต้องใช้ออกซิเจนในสมองค่อนข้างเยอะดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอาการวิงเวียนศีรษะที่จะเกิดขึ้นอีก เธอต้องพักบ่อยๆทำงานครึ่งชั่วโมงก็ออกไปพักผ่อนสักหน่อยจะดีที่สุด” ฉินลู่กล่าว
เฉียนเชี่ยนพยักหน้า “เข้าใจแล้ว ฉันจะระวัง”
“อืม”
“ช่วงนี้นายเป็นอย่างไรบ้าง ที่ห้องพยาบาลยุ่งไหม”
ฉินลู่ยิ้ม เหลือบมองเซี่ยหลิงที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดกับเฉียนเชี่ยนว่า“ไม่ยุ่งหรอก ฉันว่างมาก หลายวันมานี้ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย เซี่ยหลิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง”
“โอ้!”เฉียนเชี่ยนมองไปที่ฉินลู่ และพูดอย่างคลุมเครือ “นายช่างมีความสุขจริงๆ เลยนะ...”
ฉินลู่เข้าใจความหมายที่เฉียนเชี่ยนพูด เขาจึงพูดติดตลกว่า “ทำไมฉันรู้สึกว่าในคำพูดของเธอมีความอิจฉาอยู่นิดหน่อยกันนะ”
ใบหน้าของเฉียนเชี่ยนเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันใด “อย่าพูดมั่วๆ นะนายนั่นแหละอิจฉา”
“หึๆๆ ....” ฉินลู่ยิ้มอย่างชั่วร้าย
เซี่ยหลิงที่กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่ในที่สุดก็ทนไม่ไหวกับคนสองคนนี้ที่จีบกันต่อหน้าต่อตา เธอตบโต๊ะแล้วพูดว่า“พวกคุณยังจะกินข้าวกันอยู่ไหมเนี่ย!”
ฉินลู่และเฉียนเชี่ยนต่างก็ตกตะลึง
เซี่ยหลิงรู้สึกว่าประโยคที่เพิ่งพูดไปมีกลิ่นความอิจฉาซ่อนอยู่เยอะมากเธอจึงกระแอมไอและพูดอธิบาย“เวลากินข้าวถ้าพูดไปด้วยมันจะส่งผลต่อทางเดินอาหารและการย่อยอาหาร ก็แค่นั้นแหละ”
ฉินลู่และเฉียนเชี่ยนมองหน้ากัน เข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดอะไรและตั้งใจกินข้าว
“ตึง!”
ทันใดนั้นฉินลู่รู้สึกว่าเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่นั้นถูกกระแทกด้วยแรงมหาศาลและทันใดนั้นขาเก้าอี้ก็หัก จุดศูนย์กลางไม่มั่นคงทำให้เขากำลังจะล้มลงไป
แม้ว่าฉินลู่จะสุขภาพไม่ค่อยดี แต่เขาก็มีความยืดหยุ่นสูงเขากดมือซ้ายลงบนโต๊ะเพื่อช่วยพยุง ทำให้มั่นคงขึ้นจึงไม่ล้มลงไป
ใบหน้าของฉินลู่น่าเกลียดเล็กน้อยเขายืนขึ้นมองไปที่นักศึกษาชายในชุดกีฬาที่อยู่ข้างหลังเขา
ก็เห็นว่าบนใบหน้าเขามีคำขอโทษปลอมๆ แปะอยู่เขาก็พูดกับฉินลู่ด้วยใบหน้าราบเรียบ “โอ้ ขอโทษนะครับ เมื่อกี้ผมไม่ได้ตั้งใจไม่ได้ระวังน่ะครับ”
ฉินลู่ก้มลงมองเก้าอี้ที่ขาหักทั้งสองข้างจากนั้นก็จ้องไปที่นักศึกษาชายที่ใส่ชุดกีฬา แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “เตะเพียงครั้งก็ทำให้ไม้สองท่อนหักได้ดูเหมือนว่านายจะไม่ใช่แค่ไม่ระวังนะ นายยังดูเหมือนไม่มีความรู้สึกผิดอีกด้วย”
“งั้นเหรอ” นักศึกษาชายที่สวมชุดกีฬาลูบใบหน้าสบตากับฉินลู่และยิ้มเยาะเย้ย “คุณคิดไปเองน่ะ”
การเถียงกันของฉินลู่และนักศึกษาในชุดกีฬาดึงดูดความสนใจของเซี่ยหลิงเธอหันกลับไปจึงเห็นผู้ชายในชุดกีฬาและทันใดนั้นก็พูดขึ้นอย่างตกใจ “หยางซวี่ตง!”
ชายชุดกีฬาหันหน้าไปทางเซี่ยหลิง เผยรอยยิ้มของสุภาพบุรุษออกมาและกล่าวว่า “ช่างบังเอิญจริงๆ เลย ดีใจที่ได้เจอเธอนะเซี่ยหลิง”
เซี่ยหลิงขมวดคิ้ว “ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ คนมีตังค์อย่างนายไม่เคยเข้ามากินข้าวในโรงอาหารไม่ใช่เหรอ”
หยางซวี่ตงยิ้ม
เขาไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่ามีลูกน้องคาบข่าวไปบอก ว่าคนรักของเขาที่หายตัวไปหลายวันมานั่งกินข้าวกับผู้ชายคนหนึ่งในโรงอาหารเขาก็เลยรีบมาที่นี่
“เซี่ยหลิง เธอแนะนำฉันให้รู้จักเพื่อนคนนี้ที่อยู่ข้างเธอหน่อยสิ”หยางซวี่ตงชี้ไปที่ฉินลู่ และพูดกับเซี่ยหลิง
“นี่คือเจ้านายของฉัน” เซี่ยหลิงพูดอย่างติดตลก
“เจ้านาย?”หยางซวี่ตงมองฉินลู่ขึ้นลงอย่างพิจารณาและพูดพร้อมกับมองฉินลู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “เซี่ยหลิง เธอกำลังล้อฉันเล่นหรือเปล่าฉันก็เห็นว่าเขาเป็นแค่หมอธรรมดาๆ เขาจะเป็นเจ้านายเธอได้อย่างไร อ้อ! ใช่ ตอนนี้เธอเป็นเด็กฝึกงานของเขาใช่ไหม หืม ไม่ถูกสิโรงเรียนของเราไม่มีโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยนี่นาแล้วเขามากินข้าวในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยได้ยังไง”
เซี่ยหลิงอธิบาย “เขาเป็นแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยของเรา”
“หมอประจำห้องพยาบาล!”หยางซวี่ตงตกใจ และพูดอย่างไม่เชื่อ “เธอกำลังฝึกงานกับแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยเนี่ยนะเธอเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า”
คิ้วที่โค้งได้รูปสวยงามของเซี่ยหลิงขมวดเข้าหากันและเธอก็พูดอย่างไม่พอใจ “แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยแล้วยังไง ก็เป็นหมอเหมือนกันฉันมาเรียน ไม่ได้มาทำงาน”
“แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยเล็กๆ แบบนี้จะไปมีทักษะทางการแพทย์อะไรเธอเรียนกับเขามันไม่เสียเวลาเหรอ” หยางซวี่ตงไม่ได้มองที่ฉินลู่เลยเขาพูดหักหน้าฉินลู่อย่างโจ่งแจ้ง “เซี่ยหลิง เอาอย่างนี้ไหมฉันใช้เส้นให้เธอได้เข้าไปฝึกงานที่โรงพยาบาลเพื่อประชาชนอันดับสองของเมืองจิงเฉิงเป็นไง พ่อฉันรู้จักหัวหน้าแผนกหลายคน เธออยากไปฝึกกับใครก็ได้ที่นั่น”
“ไม่จำเป็นหรอก” เซี่ยหลิงเบะปาก
ด้วยฐานะทางครอบครัวของเธอแล้วหากเธอต้องการไปฝึกงานที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ยังต้องพึ่งคนอื่นอีกเหรอแค่คุณย่าของเธอพูดคำเดียวก็จบแล้ว
เมื่อเห็นว่าเซี่ยหลิงไม่สนใจเขา หยางซวี่ตงก็ไมรู้สึกอะไรเขาหันไปมองฉินลู่ และออกคำสั่ง “ในเมื่อเซี่ยหลิงฝึกงานอยู่กับนาย นายก็ต้องดูแลเธออย่างดีต้องตอบสนองความต้องการของเธอทั้งหมด ถ้านายกล้ารังแกเซี่ยหลิง หรือให้เธอทำงานบ้านฉันจะทำให้นายลำบากแน่ และนายก็ไม่ต้องเป็นมันแล้วหมอประจำมหาลัยนี่”
ฉินลู่รู้สึกไม่ถูกชะตากับนักศึกษาที่ชื่อหยางซวี่ตงที่อยู่ตรงหน้าเขาเลยเมื่อเจอเขาก็พูดจาอวดดีบอกว่าจะทำให้เขาลำบาก เขาก็หัวเราะออกมาทันทีชี้ไปที่เซี่ยหลิงและพูดว่า “ฉันไม่เพียงแต่จะให้เธอทำงานบ้านให้ฉันทุกวันแต่ฉันยังเอางานทั้งหมดไปให้เธอทำด้วย นายจะทำอะไรฉันเหรอ”