ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    ตอนที่ 46 จะระวังนะ

    ภายใต้สายตาที่ไม่เป็นมิตรหลายคู่ที่จับจ้องมาฉินลู่รู้สึกเหนื่อยกับการกินข้าวมาก

            เขาสาบานเลยว่าต่อไปจะไม่มากินข้าวที่โรงอาหารในมหาวิทยาลัยหวาชิงอีกแล้วนี่เป็นการทรมานกันชัดๆ

            “หมอฉิน! นายมากินข้าวที่โรงอาหารเหรอ”

            จู่ๆ ก็มีเสียงที่ไพเราะดังขึ้น

            ฉินลู่หันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นเฉียนเชี่ยน

            เฉียนเชี่ยนสวมเครื่องแบบที่เผยให้เห็นรูปร่างที่งดงามถือกล่องอาหารกลางวันอยู่ในมือ

            “ฉันนั่งตรงนี้ได้ไหม” เฉียนเชี่ยนมองไปที่เซี่ยหลิง สาวสวยที่อยู่ข้างๆฉินลู่ และชี้ไปที่ตำแหน่งข้างๆ

            ฉินลู่พยักหน้า “ได้สิ นั่งเลย”

            ดังนั้นเฉียนเชี่ยนจึงนั่งลงทางด้านซ้ายของฉินลู่ส่วนทางด้านขวาคือเซี่ยหลิง

            นักศึกษาชายที่อยู่รอบๆ ยิ่งโกรธมากกว่าเดิม กินข้าวไม่ลงอีกต่อไป

            ยังจะทนไหวได้ยังไง

            ทำอะไรของแกฟะ

            นักศึกษาสาวสวยแกก็แย่งไปแล้วแม้แต่อาจารย์คนสวยแกก็ยังไม่ยอมปล่อยไปอีก นี่ไม่มากไปหน่อยหรอ

            นักศึกษาชายหลายคนรู้สึกอิ่มทันที ต่างก็พากันลุกขึ้นเดินออกไป

            เฉียนเชี่ยนวางกล่องอาหารกลางวันในมือลง มองไปที่ฉินลู่และพูดว่า“ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก ไม่ได้ไปหานายเลย แนะนำเพื่อนที่อยู่ข้างๆให้ฉันรู้จักหน่อยได้ไหม”

            ฉินลู่พยักหน้า ชี้ไปที่เซี่ยหลิงและพูดว่า“ตอนนี้เธอเป็นผู้ช่วยของฉัน เธอก็เคยเจอเมื่อไม่กี่วันก่อนแล้วนี่ตอนที่เราไปซื้อของที่ถนนบูติก เด็กผู้หญิงที่รักษาผู้ป่วยอาหารเป็นพิษคนนั้นน่ะ”

            เมื่อฉินลู่พูดเช่นนี้ เฉียนเชี่ยนก็นึกขึ้นได้ทันทีมองไปที่เซี่ยหลิงด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “ที่แท้ก็คือเธอนี่เอง สวัสดีจ้ะฉันชื่อเฉียนเชี่ยน ฉันเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยหวาชิง”

            “สวัสดีค่ะ! ฉันชื่อเซี่ยหลิง” เซี่ยหลิงดูเหมือนจะไม่สนใจเฉียนเชี่ยนมากนักยื่นมือออกไปจับมือกับเธอนิดหน่อยแล้วก็ปล่อย

            “ตอนนี้อาการปวดหัวของเธอดีขึ้นหรือยัง” ฉินลู่ถามขึ้นขณะที่กินข้าวอยู่

            “เวียนหัว ไม่ใช่ปวดหัว” เฉียนเชี่ยนแก้ และพูดต่อ“ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว วันนี้ฉันไม่เวียนหัวเลยทั้งวัน”

            “อันที่จริงอาการปวดหัวของเธอเกี่ยวกับความเหนื่อยล้าด้วยเป็นอาจารย์ก็ต้องเตรียมการสอน ซึ่งต้องใช้ออกซิเจนในสมองค่อนข้างเยอะดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอาการวิงเวียนศีรษะที่จะเกิดขึ้นอีก เธอต้องพักบ่อยๆทำงานครึ่งชั่วโมงก็ออกไปพักผ่อนสักหน่อยจะดีที่สุด” ฉินลู่กล่าว

            เฉียนเชี่ยนพยักหน้า “เข้าใจแล้ว ฉันจะระวัง”

            “อืม”

            “ช่วงนี้นายเป็นอย่างไรบ้าง ที่ห้องพยาบาลยุ่งไหม”

            ฉินลู่ยิ้ม เหลือบมองเซี่ยหลิงที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดกับเฉียนเชี่ยนว่า“ไม่ยุ่งหรอก ฉันว่างมาก หลายวันมานี้ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย เซี่ยหลิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง”

            “โอ้!”เฉียนเชี่ยนมองไปที่ฉินลู่ และพูดอย่างคลุมเครือ “นายช่างมีความสุขจริงๆ เลยนะ...”

            ฉินลู่เข้าใจความหมายที่เฉียนเชี่ยนพูด เขาจึงพูดติดตลกว่า “ทำไมฉันรู้สึกว่าในคำพูดของเธอมีความอิจฉาอยู่นิดหน่อยกันนะ”

            ใบหน้าของเฉียนเชี่ยนเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันใด “อย่าพูดมั่วๆ นะนายนั่นแหละอิจฉา”

             “หึๆๆ ....” ฉินลู่ยิ้มอย่างชั่วร้าย

            เซี่ยหลิงที่กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่ในที่สุดก็ทนไม่ไหวกับคนสองคนนี้ที่จีบกันต่อหน้าต่อตา เธอตบโต๊ะแล้วพูดว่า“พวกคุณยังจะกินข้าวกันอยู่ไหมเนี่ย!”

            ฉินลู่และเฉียนเชี่ยนต่างก็ตกตะลึง

            เซี่ยหลิงรู้สึกว่าประโยคที่เพิ่งพูดไปมีกลิ่นความอิจฉาซ่อนอยู่เยอะมากเธอจึงกระแอมไอและพูดอธิบาย“เวลากินข้าวถ้าพูดไปด้วยมันจะส่งผลต่อทางเดินอาหารและการย่อยอาหาร ก็แค่นั้นแหละ”

            ฉินลู่และเฉียนเชี่ยนมองหน้ากัน เข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดอะไรและตั้งใจกินข้าว

            “ตึง!”

            ทันใดนั้นฉินลู่รู้สึกว่าเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่นั้นถูกกระแทกด้วยแรงมหาศาลและทันใดนั้นขาเก้าอี้ก็หัก จุดศูนย์กลางไม่มั่นคงทำให้เขากำลังจะล้มลงไป

            แม้ว่าฉินลู่จะสุขภาพไม่ค่อยดี แต่เขาก็มีความยืดหยุ่นสูงเขากดมือซ้ายลงบนโต๊ะเพื่อช่วยพยุง ทำให้มั่นคงขึ้นจึงไม่ล้มลงไป

            ใบหน้าของฉินลู่น่าเกลียดเล็กน้อยเขายืนขึ้นมองไปที่นักศึกษาชายในชุดกีฬาที่อยู่ข้างหลังเขา

            ก็เห็นว่าบนใบหน้าเขามีคำขอโทษปลอมๆ แปะอยู่เขาก็พูดกับฉินลู่ด้วยใบหน้าราบเรียบ “โอ้ ขอโทษนะครับ เมื่อกี้ผมไม่ได้ตั้งใจไม่ได้ระวังน่ะครับ”

            ฉินลู่ก้มลงมองเก้าอี้ที่ขาหักทั้งสองข้างจากนั้นก็จ้องไปที่นักศึกษาชายที่ใส่ชุดกีฬา แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “เตะเพียงครั้งก็ทำให้ไม้สองท่อนหักได้ดูเหมือนว่านายจะไม่ใช่แค่ไม่ระวังนะ นายยังดูเหมือนไม่มีความรู้สึกผิดอีกด้วย”

            “งั้นเหรอ” นักศึกษาชายที่สวมชุดกีฬาลูบใบหน้าสบตากับฉินลู่และยิ้มเยาะเย้ย “คุณคิดไปเองน่ะ”

            การเถียงกันของฉินลู่และนักศึกษาในชุดกีฬาดึงดูดความสนใจของเซี่ยหลิงเธอหันกลับไปจึงเห็นผู้ชายในชุดกีฬาและทันใดนั้นก็พูดขึ้นอย่างตกใจ “หยางซวี่ตง!”

            ชายชุดกีฬาหันหน้าไปทางเซี่ยหลิง เผยรอยยิ้มของสุภาพบุรุษออกมาและกล่าวว่า “ช่างบังเอิญจริงๆ เลย ดีใจที่ได้เจอเธอนะเซี่ยหลิง”

            เซี่ยหลิงขมวดคิ้ว “ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ คนมีตังค์อย่างนายไม่เคยเข้ามากินข้าวในโรงอาหารไม่ใช่เหรอ”

            หยางซวี่ตงยิ้ม

            เขาไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่ามีลูกน้องคาบข่าวไปบอก ว่าคนรักของเขาที่หายตัวไปหลายวันมานั่งกินข้าวกับผู้ชายคนหนึ่งในโรงอาหารเขาก็เลยรีบมาที่นี่

            “เซี่ยหลิง เธอแนะนำฉันให้รู้จักเพื่อนคนนี้ที่อยู่ข้างเธอหน่อยสิ”หยางซวี่ตงชี้ไปที่ฉินลู่ และพูดกับเซี่ยหลิง

            “นี่คือเจ้านายของฉัน” เซี่ยหลิงพูดอย่างติดตลก

            “เจ้านาย?”หยางซวี่ตงมองฉินลู่ขึ้นลงอย่างพิจารณาและพูดพร้อมกับมองฉินลู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “เซี่ยหลิง เธอกำลังล้อฉันเล่นหรือเปล่าฉันก็เห็นว่าเขาเป็นแค่หมอธรรมดาๆ เขาจะเป็นเจ้านายเธอได้อย่างไร อ้อ! ใช่ ตอนนี้เธอเป็นเด็กฝึกงานของเขาใช่ไหม หืม ไม่ถูกสิโรงเรียนของเราไม่มีโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยนี่นาแล้วเขามากินข้าวในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยได้ยังไง”

            เซี่ยหลิงอธิบาย “เขาเป็นแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยของเรา”

            “หมอประจำห้องพยาบาล!”หยางซวี่ตงตกใจ และพูดอย่างไม่เชื่อ “เธอกำลังฝึกงานกับแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยเนี่ยนะเธอเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า”

            คิ้วที่โค้งได้รูปสวยงามของเซี่ยหลิงขมวดเข้าหากันและเธอก็พูดอย่างไม่พอใจ “แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยแล้วยังไง ก็เป็นหมอเหมือนกันฉันมาเรียน ไม่ได้มาทำงาน”

            “แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยเล็กๆ แบบนี้จะไปมีทักษะทางการแพทย์อะไรเธอเรียนกับเขามันไม่เสียเวลาเหรอ” หยางซวี่ตงไม่ได้มองที่ฉินลู่เลยเขาพูดหักหน้าฉินลู่อย่างโจ่งแจ้ง “เซี่ยหลิง เอาอย่างนี้ไหมฉันใช้เส้นให้เธอได้เข้าไปฝึกงานที่โรงพยาบาลเพื่อประชาชนอันดับสองของเมืองจิงเฉิงเป็นไง พ่อฉันรู้จักหัวหน้าแผนกหลายคน เธออยากไปฝึกกับใครก็ได้ที่นั่น”

            “ไม่จำเป็นหรอก” เซี่ยหลิงเบะปาก

            ด้วยฐานะทางครอบครัวของเธอแล้วหากเธอต้องการไปฝึกงานที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ยังต้องพึ่งคนอื่นอีกเหรอแค่คุณย่าของเธอพูดคำเดียวก็จบแล้ว

            เมื่อเห็นว่าเซี่ยหลิงไม่สนใจเขา หยางซวี่ตงก็ไมรู้สึกอะไรเขาหันไปมองฉินลู่ และออกคำสั่ง “ในเมื่อเซี่ยหลิงฝึกงานอยู่กับนาย นายก็ต้องดูแลเธออย่างดีต้องตอบสนองความต้องการของเธอทั้งหมด ถ้านายกล้ารังแกเซี่ยหลิง หรือให้เธอทำงานบ้านฉันจะทำให้นายลำบากแน่ และนายก็ไม่ต้องเป็นมันแล้วหมอประจำมหาลัยนี่”

            ฉินลู่รู้สึกไม่ถูกชะตากับนักศึกษาที่ชื่อหยางซวี่ตงที่อยู่ตรงหน้าเขาเลยเมื่อเจอเขาก็พูดจาอวดดีบอกว่าจะทำให้เขาลำบาก เขาก็หัวเราะออกมาทันทีชี้ไปที่เซี่ยหลิงและพูดว่า “ฉันไม่เพียงแต่จะให้เธอทำงานบ้านให้ฉันทุกวันแต่ฉันยังเอางานทั้งหมดไปให้เธอทำด้วย นายจะทำอะไรฉันเหรอ”

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน