ตอนที่ 46
ฝืนใจ
ปึง!!
ประตูเหล็กกล้าสีดำสนิทที่ถูกสลักลวดลายสีทองเอาไว้อย่างสวยงามไม่ต่างจากชุดที่อิงอินชอบสวมใส่ถูกปิดลงต่อหน้าอิงอินอย่างไม่ไยดีแถมผู้ที่ทำการขังอิงอินเอาไว้ยังเป็นผู่เยว่ผู้เป็นสหายสนิทอีกต่างหาก
“ผู่เยว่ นี่มันเรื่องอะไรกัน”อิงอินผู้ถูกขังเอาไว้ในห้องปิดไร้ทางออกเอ่ยปากถามไปทางผู่เยว่ที่อยู่อีกฝั่งของประตูโชคดีที่ประตูนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อปิดกั้นเสียงทั้งสองเลยยังสามารถพูดคุยกันได้ผ่านช่องส่งอาหาร
“ก็ท่านเป็นคนบอกข้าเองมิใช่หรือว่าหากอาการของวิชามารกำเริบอีกให้ขังท่านเอาไว้เพราะไม่ว่าท่านจะอยากได้อะไรมันก็จะทำให้ท่านเสียหายทุกครั้ง” ผู่เยว่ยืนกอดอกเบื้องหน้าประตูไม่มีท่าทีจะปล่อยอิงอินออกมาเลยแม้แต่น้อยวิชามารที่อิงอินฝึกฝนนั้นคือวิชามารโลภะวิชามารแห่งความโลภนี้ทำให้ผู้ฝึกฝนสามารถใช้คุณสมบัติของยาวิเศษได้หลายเท่าตัวเพียงแค่กินสมุนไพรวิเศษสักต้นผู้ฝึกฝนวิชามารโลภะนี้ก็จะสามารถเพิ่มพูนพลังวิญญาณได้อย่างง่ายดายแต่มันก็เหมือนเคล็ดวิชาอื่นๆพวกมันมีข้อเสียตามมาด้วยเสมอ และข้อเสียของเคล็ดวิชามารโลภะนี้ก็คือผู้ฝึกจะไม่สามารถควบคุมความต้องการเวลาอยากได้อะไรสักอย่างเอาไว้ได้หากถูกตาต้องใจอะไรบางอย่างเข้าต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตหรือทรัพย์สินทั้งหมดเหล่าผู้ฝึกฝนวิชามารโลภะก็แทบจะไม่สนใจและทุ่มทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา
กึก...เคร๊ง!!
สิ้นเสียงของผู่เยว่อยู่ๆประตูเหล็กกล้าที่ลงกลอนล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนาก็ถูกคนข้างในดันออกมาจนตัวล็อกบิดงอและฉีกขาดออกจากกันอย่างกับเป็นเส้นแป้งไอ้ประตูเหล็กกล้านี่ก็เหมือนกันผู่เยว่ก็เตือนนางไปแล้วว่ามันช่วยอะไรไม่ได้หรอกแต่นางก็ดึงดันจะสร้างให้ได้เพื่อใช้ป้องกันไม่ให้ตัวนางออกไปหาเรื่องใส่ตัวเองแต่ก็อย่างที่เห็นกำลังของนางมันหยุดได้ด้วยแผ่นเหล็กได้ที่ไหนกัน
“ถูกของเจ้า ข้าผิดเอง” อิงอินถอนที่เพิ่งฉีกประตูเหล็กเปิดออกมาหน้าตาเฉยทำสีหน้าสำนึกผิดออกมาเสียอย่างนั้นตั้งแต่ฝึกฝนวิชามารโลภะมานางก็เสียหายกับความอยากได้มาแล้วหลายต่อหลายครั้งพอได้ของที่อยากได้มาก็เป็นอันต้องมานั่งเศร้าแล้วนึกเสียดายทุกครั้ง
หากเป็นเงินทองหรือชีวิตของนางเองมันคงไม่เท่าไหร่อย่างมากนั่งเสียดายไม่กี่วันก็หาย แต่ครั้งก่อนอิงอินทนความอยากไม่ไหวจนทำร้ายจิตใจสหายสนิทเข้าหลังจากได้ของที่ต้องการก็เสียมิตรที่มีอยู่น้อยนิดไปเสียแล้วเพราะแบบนั้นอิงอินก็เลยขอให้ผู่เยว่ช่วยห้ามนางเอาไว้หากนางอยากได้อะไรขึ้นมาอีก
“อ่านซะ นี่คือสิ่งที่ท่านนั่งเขียนด้วยตัวเองหากแม้แต่ตัวเองยังเตือนท่านไม่ได้ข้าก็ไม่ทราบจะไปหาใครมาห้ามท่านแล้ว”ผู่เยว่มองท่าทีสำนึกผิดของอิงอินอย่างไร้เยื่อใย นางยื่นม้วนกระดาษที่เขียนคติเตือนใจที่อิงอินเป็นผู้ลงมือเขียนด้วยตัวเองให้เจ้าตัวดูภายในม้วนกระดาษนั้นเขียนขั้นตอนการ ตัดใจ จากสิ่งที่อยากได้อย่างละเอียดเพื่อให้ตัวนางเองที่กำลังโดนผลกระทบของวิชามารได้ชั่งใจสักหน่อย
“ข้ารู้แล้ว...” อิงอินทำหน้ามุ่ยเหมือนบุตรสาวที่กำลังโดนมารดาดุด่าไม่มีผิดนางรับม้วนกระดาษมาก่อนจะเริ่มท่องข้อความที่ตัวเองเขียนเอาไว้ทีละข้อไม่ว่าจะเป็นคำเตือนใจว่าสิ่งที่อยากได้นั้นจำเป็นจริงหรือไม่ หากได้มาแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่
“เฮ้อ เขาก็แค่ผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ได้โดดเด่นอะไรเสียหน่อย”อิงอินอ่านข้อความในม้วนกระดาษก่อนจะหลับตาลงช้าๆเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมาชายหนุ่มที่ชื่อหงชุนหยางนั่นถึงจะหล่อเหลาแต่ก็เป็นเพราะวิชามารราคะทั้งสิ้นระดับฝีมือถึงจะดูโดดเด่นแต่ก็ยังเทียบเหล่าผู้ฝึกฝนวิชามารระดับสูงๆในเมืองไม่ได้เลยระดับพลังของเขาตอนนี้หากเจอกับคนมีฝีมือจริงๆคงรับมือไม่ไหวเป็นแน่ ส่วนเรื่องดนตรี...นางยอมรับว่าฝีมือของเขาในด้านนี้เป็นของจริง ก่อนจะมาเป็นผู้ฝึกฝนวิชามารอิงอินก็เป็นบุตรสาวตระกูลพ่อค้าที่แสนร่ำรวยมาก่อนเหล่านักดนตรีที่ได้ชื่อว่าเก่งกาจที่สุดในเมืองต่างๆก็ยังไม่อาจเทียบเท่าฝีมือของเขาได้แต่มันก็แค่ดนตรีเท่านั้นไม่ได้คุ้มค่าที่จะทุ่มเทเอามาไว้ข้างตัวในเมืองที่มีแต่ผู้ฝึกฝนวิชามารเช่นนี้เลย
“เอาล่ะ ข้าจะตัดใจ” อิงอินสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะยิ้มแย้มออกมาด้วยท่าทีผ่อนคลายเห็นหรือไม่การหักห้ามใจมันก็ไม่ใช่เรื่องยากนี่นา
“ยินดีด้วยเท่านี้ท่านก็ไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับที่นั่นแล้ว พวกมารราคะมีแต่พวกน่ารังเกียจทั้งนั้น”ผู่เยว่ยอมรับว่านางรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่ม้วนกระดาษรวมคำสอนประหยัดเงินนั่นจะได้ผลหรือเป็นเพราะเรื่องก่อนหน้านี้งั้นหรือ..
“ไม่ได้สิ ข้าบอกเขาว่าจะกลับมาขอให้ท่านเต่าทองคำรับเขาเข้ามาเป็นคนดูแลสวนข้าควรกลับไปบอกเขาว่าคำขอได้รับความยินยอมแล้วมิใช่หรือ” อิงอินเพิ่งจะนึกออกว่าตนรับปากกับชุนหยางเอาไว้ว่าจะมาคุยกับท่านเต่าทองคำให้หากนางตัดการติดต่อไปเลยไม่กลับไปหาเขาก็กลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด
“ก็ให้คนอื่นไปบอกสิท่านไม่จำเป็นต้องไปเองเสียหน่อย” ผู่เยว่จ้องมองอิงอินด้วยท่าทีจริงจัง ฐานะของอิงอินก็ไม่ใช่กระจอกเหล่าลูกน้องที่อยากจะทำงานให้นางเพื่อเอาหน้ามีตั้งมากมาย แค่นางเอ่ยปากคำเดียวก็มีคนยอมทำงานให้นางชนิดยอมถวายหัวตั้งมากมาย
“นั่นสิ พรุ่งนี้ให้คนไปบอกเขาก็พอ”อิงอินพยายามดึงสติกลับมาก่อนจะชวนผู่เยว่ไปพักผ่อนกันก่อน วันนี้นับว่าความหักห้ามใจของอิงอินพัฒนาขึ้นมากขอเพียงพยายามก็ทำได้มิใช่หรือ...
.
.
.
“อะไรนะ...ไปแล้วงั้นหรือ”เช้าวันต่อมาหลังจากนอนหลับไปตื่นหนึ่งผู่เยว่ที่เดินมาที่ห้องของอิงอินภายในวังเต่าทองคำนั้นกลับพบแต่เพียงความว่างเปล่าเมื่อเอ่ยปากถามกับสาวรับใช้ก็ได้ความว่านางออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้วหรือว่านางจะ...
“ไม่ใช่ๆข้าไม่อยากจะได้เขาเสียหน่อย แต่ข้าเป็นคนรับปากเขาเองข้าก็ต้องเป็นคนกลับมาบอกผลลัพธ์สิ”รู้ตัวอีกทีอิงอินก็มาถึงหน้าประตูทางเข้าสวนพฤกษชาติเสียแล้วระหว่างนางกำลังคิดเข้าข้างตัวเองอยู่นั้นเสียงพิณของเขาก็ลอยมาตามลมทำเอาความว้าวุ่นที่อยู่ในใจค่อยๆเลือนหายไปทีละน้อยเสียงเพลงของเขาช่วยปลอบโยนผู้คนได้จริงๆ
“จริงสิ ถ้าข้าไม่มาก็ไม่ได้ฟังเพลงนะสิความจริงข้าก็แค่อยากฟังเพลงเท่านั้นล่ะ” อิงอินตอนนี้ถึงขั้นหลอกตัวเองเสียแล้วนางเดินเข้าไปภายในสวนก่อนจะเดินทะลุเข้าไปยังเรือนที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยชุนหยางมักจะนั่งเล่นพิณอยู่ที่ศาลาที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านตรงนั้นเป็นที่ที่ชมสวนได้ดีที่สุดและเหมาะแก่การดื่มด่ำเป็นที่สุดอา...นางลืมพกสุรามาด้วยนี่นา หรือบางทีนางควรจะส่งสุรามาไว้ที่เรือนดูแลบุปผานี่เยอะๆดี
“ท่านอิงอิน ท่านมาแล้วหรือขอรับ”ยามเห็นนางชุนหยางแสดงท่าทีตกใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มอย่างรวดเร็วแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเห็นได้ชัดเจนอยู่ดีว่าเขากำลังฝืนยิ้มเหมือนไม่อยากจะอยู่กับนางเสียเท่าไหร่อิงอินเคยพบเจอเหล่าผู้หลอกลวงมากมาย พวกมันแสร้งยิ้มได้แนบเนียนกว่านี้มาก แต่ถึงจะแนบเนียนเพียงไรสายตาของบุตรสาวพ่อค้าก็ดูออกทั้งนั้นล่ะแต่คงเป็นเพราะรอยยิ้มที่ดูออกอย่างง่ายดายนี่เองทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายกว่ารอยยิ้มที่แนบเนียนเป็นไหนๆ
“วันนี้ข้ามาบอกเจ้าว่านับแต่นี้ไปเจ้าเป็นคนของท่านเต่าทองคำแล้วอย่างน้อยพวกกระจอกข้างนอกนั่นก็คงไม่มารบกวนเจ้าอีก และขอให้เจ้าดูแลสวนของท่านเต่าดำอย่างสุดความสามารถ”อิงอินหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูดธุระที่ตนมาให้เรียบร้อย เท่านี้หน้าที่ของนางก็เป็นอันจบและนางก็ควรหันหลังกลับได้แล้ว..
“จริงสิไหนๆก็มาแล้วเจ้าเล่นพิณของเจ้าให้ข้าฟังสักเพลงสิ” สมองของนางพยายามสั่งให้ตัวเองหันหลังกลับแต่ปากของนางกลับทำตรงกันข้าม ไม่ใช่แค่ปากเท่านั้นขาของนางยังพาตัวเองไปนั่งบนเสื่อที่ปูเอาไว้บนพื้นศาลาอีกต่างหาก
“ขะ..ขอรับ”ท่าทีลำบากใจของชุนหยางทำให้อิงอินรู้สึกตลกทุกครั้งที่เขาแสดงท่าทีเช่นนั้นออกมา เขาจะปฏิเสธนางก็ได้นางไม่ว่าอะไรหรอก...มั้งนะแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ทำแล้วยอมเล่นเพลงให้นางฟังทุกครั้งที่นางขอ แถมเขายังเล่นเพลงให้นางฟังเต็มฝีมือไม่มีความรู้สึกไม่ยินยอมผสมปนเปมาในบทเพลงเลยแม้แต่น้อยช่างเป็นมืออาชีพจริงๆแถมท่าทางยามดีดเพลงพิณก็ยังดูสง่ามากอีกด้วย
“อา...ช่างมันเถอะ” ในเวลาที่เพลงของชุนหยางจบลงอยู่ๆไอมารรอบตัวนางก็พลุ่งพล่านราวกับพายุกำลังจะเริ่มก่อตัวเพียงแต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ไอมารเท่านั้นแต่พลังวิญญาณมหาศาลของอิงอินเองก็ยังล้นทะลักออกมาจากการควบคุมของนางเองด้วยวินาทีที่ชุนหยางสัมผัสพลังวิญญาณของนางได้ก็ถึงกับหน้าซีดเผือดเลยทีเดียว
ตึง!!
ถึงจะไม่ใช่ผู้ฝึกฝนวิชามารคลุ้มคลั่งแต่ด้วยเรียวแขนที่ถูกเสริมด้วยพลังวิญญาณมหาศาลก็กดร่างของชุนหยางลงกับพื้นได้อย่างง่ายดายทั้งยังทำให้นางได้ชื่นชมรูปร่างของเขาอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
“เจ้าจะต้องเป็นของข้า” อิงอินเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกระหายต้องการจะครอบครองออกมาพร้อมๆกับพลังวิญญาณที่ปะทุราวกับภูเขาไฟระเบิดนี่เป็นพลังวิญญาณที่คนคนหนึ่งสามารถมีได้จริงๆงั้นหรือ
“เดี๋ยวก่อนขอรับ นี่ท่านจะทำอะไร...”ชุนหยางที่โดนจับกดเสียโดยไม่ทันตั้งตัวตะลึงไปหลายอึดใจกับท่าทีของอิงอินนางเป็นผู้ฝึกฝนวิชามารแน่ๆแต่ชุนหยางไม่ทราบว่านางเป็นผู้ฝึกฝนวิชามารอะไร แต่ไอมารเมื่อครู่ที่ชุนหยางสัมผัสได้มันเหมือนกับตอนที่ความกระหายของมารราคะกำลังควบคุมจิตสำนึกของชุนหยางเลยหรือว่านางจะกำลังโดนผลกระทบของวิชามารเข้าเล่นงาน?
“เจ้าก็น่าจะรู้นี่ว่าข้ากำลังจะทำอะไร”อิงอินยิ้มหวานออกมาก่อนจะขึ้นมานั่งทับอยู่บนร่างของชุนหยางก่อนจะใช้ปลายนิ้วค่อยๆดึงเสื้อของชุนหยางให้เผยผิวพรรณออกมามากกว่าเดิมถึงจะเป็นความต้องการอยากได้เป็นเจ้าของ แต่เมื่อสิ่งที่นางต้องการเป็นบุรุษมันจะมีวิธีไหนครอบครองได้ดีเท่ากับวิธีนี้อีก
“เดี๋ยวก่อนขอรับ ข้าฝึกฝนวิชามารราคะนะขอรับหากท่านทำแบบนั้นท่านจะถูกข้าดูดพลังวิญญาณมานะขอรับ” ชุนหยางพยายามห้ามอิงอินเอาไว้เพราะอิงอินหาใช่ผู้ฝึกฝนวิชามารราคะอย่างจูอิงไม่หากนางหลับนอนกับเขานางก็ต้องโดนดูดพลังวิญญาณมาแน่นอน
“เอาสิ ข้ามีพลังวิญญาณเหลือเฟือเลยล่ะ”อิงอินได้รับคำเตือนแต่นางกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย นางล้วงมือเข้าไปตรงทรวงอกของนางก่อนจะนำยาเม็ดหนึ่งออกมานางเอายาเม็ดนั้นเข้าไปไว้ในปากก่อนจะใช้ปากของนางป้อนยาเม็ดนั้นให้ชุนหยางกลืนเข้าไปถึงมันจะเป็นแค่ยาเพิ่มพูนพลังวิญญาณก็เถอะ แต่ยาตัวนี้ก็มีส่วนผสมช่วยบำรุงส่วนนั้นของบุรุษด้วยนี่นางหลอกตัวเองมาทำไมตั้งนานนะ นางพกยาเม็ดนี้มาด้วยตั้งแต่แรกมันก็ชัดอยู่แล้วมิใช่หรือว่านางฝืนมันไม่ได้