“ ต้องขอบคุณนายท่านยิ่งนัก ที่ช่วยปลดปล่อยพวกเรา แต่ว่าตราบใดถ้าหากพวกเราเจอพวกมัน พวกเราก็ถูกพวกมันจับมาอีกเป็นแน่” ผู้เฒ่าใบไผ่ กล่าวด้วยความเศร้าใจ
“ พวกท่านรู้จักแม่ทัพวชิระหรือไม่” ผู้เฒ่าใบไผ่ตะลึงที่ได้ยินชื่อนี้
“ รู้จักซิ ข้าเคยเป็นผู้ช่วยของเขา” ผู้เฒ่าเอ่ยด้วยความดีใจ
“ ข้าเคยช่วยเหลือเขา เวลานี้เขาคงไปอยู่ที่สำนักเทพอีกาดำ ข้าจะพาพวกท่านไปอยู่กับเขา ท่านน่าจะปลอดภัย” อาซันเปิดมิติสีเงินให้พวกเขาไปพักก่อนเพื่อความปลอดภัย ทุกคนเข้าไปอยู่โดยอาซันให้พวกเขาไปอยู่ คนละโซนกลับท่านโหราจารย์ โดยที่ทอมก็เข้ามาด้วย ทำให้รู้ว่าที่แท้แล้ว อาซันนั้นเป็น ยมทูต
อาซันเข้ามาที่ปราสาท ก็พบ กับลูกแก้วและลูกขวัญ ทั้งสองวิ่งเข้ามากอดอาซันแน่น อาซันอุ้มทั้งสองคนไว้ในอ้อมอกแล้วหอมแก้มทั้งสองคน
“ ท่านพ่อกลับมาแล้ว ท่านแม่คิดถึงท่านพ่อด้วย” อาซันมองไปที่ราชาวดียิ้มยิ้ม
“ พูดอะไรกัน เจ้าแก้วเจ้าขวัญ” ราชาวดีเอ็ดลูกทั้งสองคน
“ ท่านแม่พาพวกเจ้าไปพบพี่ม่านฟ้าแล้วหรือยัง” ซันเอ่ยถาม
“ ไปมาแล้ว พี่ม่านฟ้าน่ารักมาก เด็กๆ ชอบพี่ม่านฟ้ามากเลยไปแล้วไม่อยากกลับปราสาทที่นั่นมีของเล่นเยอะแยะเลย ส่วนทาวอนก็รับปากเรื่องชุบชีวิตพวกเรา แต่ว่าช่วงนี้เธอมีแต่ความสุขเลยไม่มีน้ำตาออกมา “ อาซันปลอบไม่เป็นไร เรื่องนี้ค่อยเป็นค่อยไป
“ ท่านพ่อข้าอยากได้บ้านตุ๊กตา” เสียงของลูกแก้ว บอกออกมา อาซันนึกถึงเวลาเด็ก ถึงแม้ตัวเขาจะชอบบ้านตุ๊กตา แต่ก็ไม่นานก็เบื่อ ตัวเขาตอนนั้นชอบเล่นสไลเดอร์มากกว่า แต่เด็กผู้หญิงอาจจะชอบจริงๆ เพราะเห็นทาวอน กับ คีรินชอบอยู่เล่นบ้านตุ๊กตากันมากทั้งสองคนในตอนนั้น
“ ได้ไว้พ่อกลับมาคราวหน้าพ่อ จะไปเอามาให้เจ้าเล่นที่บ้านของเรานะ”
“ เย้ ต่อไปพวกเราจะมีบ้านตุ๊กตาแล้ว” ยังไม่ได้บ้านตุ๊กตาเลยเด็กก็ดีใจขนาดนี้แล้ว อาซันรับปากไป ยังไม่รู้ที่ไหนเขามีขายเลย ต้องไปถามพี่ใหญ่ อาซันออกมาพร้อมกับทอม ที่มีเรื่องมากมายอยากจะถามอาซัน
“ อาซัน นี่เจ้ามีโลกส่วนตัวด้วยหรือนี่ แล้วพวกวิญญาณเหล่านั้น เรียกเจ้าว่ายมทูตอีก เรื่องเป็นอย่างไรกันแน่” ทอมถามยาว
“ ก็ไม่มีอะไรมาก แม่ข้าเป็นยมทูต พ่อเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ส่วนมิติพวกนี้พี่ชายให้มาก็แค่นั้น” อาซันไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญเลย
“ โอ้โหมีแม่เป็นยมทูตด้วยหรือ ดีจัง “ ทอมมีเพื่อนเป็นยมทูตรู้สึกดีจริงๆ
ทั้งสองกลับสำนักอาซันกลับมาถึงห้อง ปีศาจจิ้งจอกก็เผยร่างจริงออกมาทำเอาอาซันตกใจในความงามของนางอีกครั้ง
“ นายท่าน ท่านสามารถชุบชีวิตคนได้จริงหรือ” ปีศาจจิ้งจอกได้ฟังอาซันพูดกับราชาวดีแล้วเกิดอยากคืนชีพเช่นกัน
“ ใช่แล้ว หรือว่าเจ้าก็อยากคืนชีพด้วย” อาซันเอ่ยยิ้มๆ
“ โธ่ นายท่านมีใครบ้างไม่อยากคืนชีพ ข้าขอคืนชีพได้ ไม่ว่าจะต้องตกเป็นทาสของท่านตลอดไป ข้าก็ยอม” ปีศาจจิ้งจอกเอ่ยกับอาซันอย่างตื่นเต้น
“ ข้ารับปาก ข้าจะชุบชีวิตให้เจ้า ขอให้เจ้าทำตัวดีดี ห้ามเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ก็ใช้ได้แล้ว ว่าแต่เจ้ามีชื่อว่าอะไร” อาซันเอ่ยถาม
“ ข้าชื่อ เรอา “
“ ท่านรู้ไหมในถ้ำที่เก็บร่างของอดีตเจ้าสำนักในนั้นมีอะไร คราวก่อนข้าเห็นมีค่ายกลขวางเอาไว้ไม่ให้ท่านแม่ทัพ วชิระเข้าไปด้านใน” อาซันนึกขึ้นมาได้
“ เมื่อครั้งนั้นข้าถูกจอมเวทย์ซาร์มานไล่ตามมา พอมันจับข้าได้แล้วฝังไว้ในเทวรูป
แต่พอมันจะย้ายเทวรูปออกไป เทวรูปกลับไม่ขยับ จอมเวทย์ซาร์มานมันพยายามเข้าไปในถ้ำ แต่สุดท้ายมันก็เข้าไปไม่ได้ ข้าก็เลยอยู่อย่างนั้น มาตลอด ข้างในนั้นเจ้าสำนักเคยบอกแค่เพียงว่า เป็นร่างของเจ้าสำนักคนก่อน เรื่องอื่นท่านต้องถามเขาเอง เขานัดท่านไปเจอที่หน้าสุสานของสำนัก” เรอาบอกกับอาซันว่าหัวหน้าสำนักอยากพบ
“ เจ้าสำนักอยากเจอข้าหรือ” อาซันยังไม่เคยเจอเจ้าสำนักเลย ขึ้นไปหาสักหน่อยก็ได้ คิดแล้วอาซันก็ขี่เมฆ ขึ้นไปยอดเขาทันที
“ เจ้ามาแล้วหรือ ซูซัน” เจ้าสำนักนั่งสมาธิ หลับตา พอรู้สึกได้ว่าเป็นอาซันก็ลุกขึ้นยืน
“ เจ้าสำนัก” เทียนเข้าไปทักทายทันที
“ ต้องขอบใจเจ้าที่ช่วยบรรพบุรุษของข้า ท่านทรมานมานานมากแล้ว เจ้าตามข้ามาข้างใน” เจ้าสำนักพาอาซันเข้ามาด้านในของสุสานของเจ้าสำนักคนก่อน
“ ที่นี่คือ ที่เก็บศพของเจ้าสำนักทุกรุ่น และยังเป็นที่เก็บพระศพของราชาและราชินีแห่งเมืองสุริยันจันทรา ด้วย" อาซันคุกเข่าทำความเคารพทั้งสองพระองค์ทันที
“ เมื่อ 150 ปีก่อนมีนักสู้จากโลกชั้น 2 มาที่อาณาจักรสุริยันจันทรา 4 คนพวกมันมีพลังถึงระดับจ้าวสวรรค์ พวกเราในอาณาจักรไม่มีใครต้านทานพลังมันได้เลยสักคน องค์จักรพรรดิและราชินี เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา ได้แต่อ้อนวอนเทพที่พวกเขาเคารพนับถือ คือ เทพสุริยัน กับ เทพีจันทรา โดยขอให้ท่านส่งคนมาช่วยเหลืออาณาจักรสุริยันจันทรา โดยท่านทั้งสองยอมพลีชีพ ตนเองเพื่อให้ท่านเทพเห็นใจ
ส่วน เจ้าสำนักองค์ก่อน ก็ต่อต้านคนทั้ง 4 จนถึงวาระสุดท้าย ก่อนตายท่านสั่งให้ข้ารอห้ามต่อต้านมันเป็นอันขาด แล้วอีก 150 ปี จะมีคนที่ท่านเทพส่งมา จัดการกับพวกมันทั้ง 4 คน และจะปลดปล่อย อาณาจักรสุริยันจันทรา ให้เป็นอิสระ
ข้ารอมา 150 ปี จนข้าลืมคำพูดของอาจารย์ที่ได้บอกเอาไว้ จนได้มาเจอเจ้าและเจ้าก็ได้ช่วยบรรพบุรุษของข้าได้อย่างง่ายดาย สังหารนักฆ่า และสุดท้ายเจ้าสามารถปลดปล่อย คนที่ถูกฝังตราประทับทาสเอาไว้ได้อีก ทำให้ข้ามั่นใจว่าเจ้าจะต้องเป็นคนที่ท่านเทพสุริยัน ส่งมาปลดปล่อยอย่างที่อาจารย์ข้าบอกไว้อย่างแน่นอน “ เจ้าสำนักหันกลับมามองหน้าอาซัน เหมือนอยากจะถามว่าอาซันจะช่วยคนในอาณาจักรแห่งนี้หรือไม่
“ ท่านเจ้าสำนักไม่ต้องห่วง ข้าให้สัญญาว่า ข้าจะปลดปล่อย คนในอาณาจักรแห่งนี้เป็นอิสระ และจะฆ่าพวกมันให้หมด ไม่ให้กลับมาดินแดนแห่งโลกนี้อีกต่อไป” อาซันให้สัญญา เจ้าสำนักรู้สึกตื้นตันเป็นอย่างยิ่ง พาอาซันมาที่รูปปั้นสีทองคือท่านเทพสุรยันนั้นเอง
“ อาจารย์เล่าว่า ท่านเทพสุริยัน มี พระมเหสีองค์แรก คือ เทวีคงคา ได้ให้กำเนิดโอรส คือท่าน ยมเทพ เทพแห่งความตาย ท่านเทพสุริยันได้สั่งไว้ว่า เมื่อใดยมเทพได้กำเนิดขึ้นเขาจะกลับมาปลดปล่อย ช่วยเหลือผู้คนในโลกแห่งนี้และก่อนที่ท่านจะจากไป ท่านได้ทิ้ง หินกำเนิดโลกก้อนนี้ไว้ให้ทายาทของท่านด้วย” อาจารย์เจ้าสำนักเทพสุริยัน เดินไปเปิดค่ายกลขนาดเล็ก ก็มีเสียงครืน ออกมา แล้วมีแท่นหินค่อยๆ โผล่มาจากดิน มีก้อนหินรูปทรงแปลกๆ อยู่ด้านบน มีแสงส่องประกายวิบวับ อาซันรู้สึกถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ในหินกำเนิดโลกก้อนนี้ เหมือนว่ามันกำลัง บอกให้อาซันรีบมารับพลังจากมันไป อาซันเดินเข้าไปหาหินกำเนิดโลกอย่างไม่รู้ตัว แล้วนำมือทั้งสองมือไปสัมผัสหินกำเนิดโลก
ปรากฏการณ์ประหลาด แสงจากหินกำเนิดโลกพุ่งเข้าสู่หน้าผากของอาซันเป็นจุดเดียว อุณหภูมิภายในห้องพุ่งขึ้นสูง อาซันรู้สึกว่าสมองของเขาได้รับพลังมหาศาลมากมายจนสมองแทบจะระเบิดออกมา ทะเลแห่งห้วงสติของเขาขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นทะเลที่กว้างไกล จิตวิญญาณก็เปิดรับสัมผัสมากขึ้นไปทั่วทั้งเมืองสุริยันแห่งนี้ เส้นเลือดขยายใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับพลังที่ไหลบ่าเข้ามาภายในร่างกาย
หินกำเนิดโลกค่อยๆ ไหลเข้าสู่หน้าผากแล้วไหลไปในร่างกายของอาซัน เข้าไปสู่ท้องน้อยแล้วมันก็กลายเป็นศูนย์รวมแหล่งพลังงานในร่างกายของอาซัน
อาซันลืมตาดูความเปลี่ยนแปลงของร่างกายของตัวเอง รู้สึกว่าผิวพรรณของเขาคล้ายจะเป็นสีทองอร่าม แล้วลองใช้พลังจิตวิญญาณกระจายพลังออกไปมันสามารถสัมผัสรับรู้ถึงทุกคนที่เขาอยากสัมผัสได้ เขาสามารถสัมผัสได้ว่าองค์หญิงซาร์เมนธา กำลังแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำร้อน กำลังลูปไล้ร่างกายที่สวยงานผิวพรรณขาวผ่องไปทั่วร่าง อาซันเห็นหน้ามองมาที่อาซันตรงๆ แต่ไม่เห็นอะไร อาซันอดไม่ได้เลยลองใช้สัมผัสลูบไล้ใบหน้าของเธอ ซาร์เมนธาตกใจ รีบลุกขึ้นทันที อาซัน ตกใจลืมตาขึ้น
“เป็นไปได้อย่างไร นี่เราสามารถส่งสัมผัสไปที่ห่างไกลเช่นนี้ได้เชียวหรือนี่”
อาซันลองดึงพลังจากหินกำเนิดโลกออกมา แต่ว่ายังไม่สามารถดึงออกมาได้มากเท่าที่ตั้งใจไว้ อาจเป็นเพราะของเขตพลังจ้าวปฐพี ไม่สามารถดึงพลังจากหินต้นกำเนิดได้ คงต้องฝึกให้มีขอบเขตที่สูงขึ้น อาซันเดินออกไปหาเจ้าสำนักที่ยืนรออยู่ด้านหน้า กับ ปีศาจจิ้งจอกพันปี
“ ท่านยมทูต” เจ้าสำนักคำนับอาซันด้วยความเคารพอย่างจริงใจ
“ เรอา คงบอกท่านแล้วซินะ ว่าข้าเป็นใคร” อาซันก็ไม่ได้อยากปิดบังอะไร
“ เมื่อท่านเป็นยมทูต ก็เป็นการยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าท่านต้องเป็นโอรสของท่านเทพสุริยันอย่างแน่นอน มิเช่นนั้น หินต้นกำเนิดโลก ถึงได้ยอมสยบอยู่ใต้อำนาจของท่าน” เจ้าสำนักเทพสุริยันมั่นใจยิ่งนัก
“ เอาเถอะ ว่าแต่ถ้าข้าจะไปคัดเลือกที่ขึ้นสู่โลกที่สอง ท่านก็ช่วยใส่ชื่อของข้ากับทอมเพื่อนข้าไปด้วยได้ไหม” อาซันเอ่ยขอเสียเลย
“ ไม่มีปัญหา แต่ว่าข้าต้องรายงานต่อท่านเรื่องหนึ่ง สมัยที่กองทัพซาร์บุกเข้ายึดเมืองสุริยันจันทรา พวกมันนำของวิเศษออกไปจากดินแดนแห่งนี้ 2 สิ่ง นั่นคือ บ่วงยมบาศ และ กระบองยมทัณฑ์” เจ้าสำนักรายงาน
“ บ่วงยมบาศ กับ กระบองยมทัณฑ์ มันวิเศษอย่างไรหรือ” อาซันพึมพำเบาๆ
“ ไม่มีใครทราบ แต่ว่าพวกเราถือว่ามันเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ประจำกายของท่านยมเทพ โอรสของท่านเทพสุริยัน “ เจ้าสำนักรายงาน อาซันได้ฟังก็พยักหน้า
และจากนั้นอาซันก็เอ่ยถามที่ตั้งของสำนักเทพอีกาดำ
“ ทางตอนใต้ของเมืองจันทรา มีดินแดนแห่งหนึ่งเรียกว่าดินแดนบรรพกาลในดินแดนแห่งนี้ ดำรงอยู่ได้มานับล้านปีก่อนที่จะมีมนุษย์กำเนิด ขึ้นบนโลก
พวกสิ่งมีชีวิตถูกคุ้มครองด้วยกฏธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตที่เข้าไปไม่สามารถใช้พลังยุทธเพื่อทำร้าย หรือ ทำลายใครได้ง่ายๆ ผู้ที่เป็นใหญ่ในดินแดนแถบนี้ คือพวกสัตว์บรรพกาล ที่มีร่างกายและกำลังมากมายมหาศาล สำนักเทพอีกาดำตั้งสำนักอยู่ที่นั้น พวกทหารอาณาจักรซาร์ไม่กล้าเข้าไป ในดินแดนแถบนี้ ดังนั้น แดนบรรพกาลจึงเต็มไปด้วยพวกที่ต่อต้านอาณาจักรซาร์ “ เจ้าสำนักเทพสุริยันเอ่ย
อาซันได้ข้อมูลแล้วพรุ่งนี้คงต้องเดินทางไปดินแดนบรรพกาล เพื่อส่งมอบคนให้กับสำนักเทพอีกาดำ ไม่รู้ว่าท่านวชิระ จะอยูที่นั่นหรือเปล่า
ตอนเช้า ทอมวิ่งหน้าตาตื่น มาบอกอาซันด้วยความตกใจ
“ อาซัน เจ้าสำนักมอบป้ายทอง มา 2 อันให้เจ้ากับข้าได้เข้าไปร่วมแข่งขันเพื่อไปเรียนที่สำนักของโลกที่ 2 แล้ว” ทอมกล่าวด้วยความดีใจ อาซันเห็นทอมดีใจก็ยิ้มยินดีเช่นกัน
“ แต่ข้าไปทำอะไรทำไมเจ้าสำนักถึงให้ข้ากัน “ ทอมนึกสงสัยแต่พอมาหน้าอาซัน
ก็คิดว่าต้องเป็นอาซันแน่ๆ ที่ช่วยพูดให้
“ พวกเราได้ไปก็ดีแล้ว แต่ว่าพวกเราต้องไปทำงานบางอย่างก่อน คือไปดินแดนบรรพกาล ไปส่งมอบคนให้สำนักเทพอีกาดำ” อาซันเอ่ย ทอมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสได้ไปผจญภัยดินแดนบรรพกาล ก่อนที่อาซันจะเดินทางมีทหารกลุ่มใหญ่ ขี่ม้าเข้ามาล้อมรอบอาซัน กับ ทอม
“ เจ้าคือ ซูซัน ที่กล้าบังอาจข่มขู่องค์ชาย 5 กับองค์ชาย 8 ใช่ไหม” นายทหารผู้นี้น่าจะเป็นหัวหน้าของทหารพวกนี้ มีพลังขอบเขตจ้าวเมฆาระดับ 9
“ อาซัน ท่านนี้เป็นรองแม่ทัพระดับที่ 3 ท่านซาร์ทรี คุมค่ายทหารตอนเหนือทั้งหมด ระวังตัวด้วย” ทอมกระซิบบอก อาซันพยักหน้า
“ ใช่แล้ว พวกมันสองคนออกจากสำนักไปแล้วหรือ” อาซันย้อนถาม
“ เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว ทหารจัดการ” สิ้นคำสั่งรองแม่ทัพระดับที่ 3 พลธนูนับร้อยก็ระดมยิงธนูเข้าใส่ อาซัน กับ ทอม นับร้อยดอก ตั้งใจว่าทั้งสองคนต้องกลายเป็นตัวเม่นแน่ๆ อาซันปล่อยม่านพลังจ้าวปฐพีมากั้นเป็นเกราะป้องกันเอาไว้ ลูกดอกไม่สามารถ ทะลุเข้ามาได้
“ แค่พลังจ้าวปฐพี ระดับ 1 เฮอะ” รองแม่ทัพซาร์ทรีส่งพลังหมัดขอบเขตจ้าวเมฆา มาปะทะกับม่านพลังของอาซัน เปรี้ยง ม่านพลังของอาซันถึงกับร้าวทันที
อาซัน ก้าวเดินออกมาจากม่านพลัง
“ คนที่คิดจะสังหารข้า ไม่เคยมีใครมีจุดจบที่ดีสักคน พวกแกก็ไม่มีข้อยกเว้น”อาซันพูดจบแล้วหยิบธนูปราณเทพออกมา...