บทที่ 6 ตัดหนทางของเธอด้วยมือของฉันเอง
กู้เหยาหงุดหงิด แสงแดดร้อนแรง ิัของเธอแสบร้อนจากแสงแดด ปกติแล้วหน้าที่เก็บผักจะเป็ของกู้หนิง แล้วมันกลายเป็งานของกู้เหยาได้อย่างไร?
นั่นเป็เพราะว่าวันนี้จ้าวกุ้ยฮวาดุมากกว่าปกติ หญิงชราถึงกับนำไม้กวาดมาเคาะหน้าประตูห้อง "ตกลงจะไปหรือไม่ไป? หรือต้องรอให้ฉันไปเก็บเอง?"
กู้เหยารู้สึกเหมือนจะมีไข้ ทว่าก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเปิดประตู เธอรู้สึกหมดแรงอยู่ใต้แสงแดด ได้แต่เก็บผักใส่หม้ออย่างยากลำบาก
กู้หนิงนอนรับลมเล่นอยู่ในห้องฝั่งตะวันตก ในมือโบกพัดที่ทอจากต้นอ้อ รับประทานลูกท้อที่หอมหวานที่แช่อยู่ในน้ำเย็นอย่างมีความสุข
กู้เจี้ยนเซ่อนึกเป็ห่วงกู้หนิงกลัวว่าลูกสาวจะแอบออกไปทำงานหนักอีก จึงรีบกลับบ้านมาดูด้วยความสงสัย แล้วก็รู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นกู้หนิงนั่งพักอยู่ในห้อง "หนิงหนิงพักอยู่กับบ้านเชื่อฟังผู้ใหญ่ซักหลายวันหน่อยเถอะนะ เมื่อวานนี้..."
ประโยค ‘เธอเพิ่งพยายามแขวนคอตาย ร่างกายได้รับาเ็’ คนเป็พ่อพูดไม่ออก เขาไม่อยากพูดถึงเื่นี้อีกแล้ว
"หนูรู้แล้วค่ะพ่อ" กู้หนิงกวักมือเรียกบิดา "พ่อมานี่เถอะ หนูมีอะไรจะให้ดู"
กู้เจี้ยนเซ่อโยนผ้าเช็ดเหงื่อขาด ๆ ลงไปบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง ก่อนจะเดินไปหาบุตรสาว แต่ก่อนที่จะทันได้ตั้งตัว ไข่ต้มครึ่งลูกก็ถูกยัดเข้ามาในปากแล้ว "ลูกไปเอาไข่ต้มมาจากไหนกัน?"
กู้หนิงตอบว่า "คุณย่าให้หนูมาเมื่อเช้า หนูเหลือเอาไว้ให้พ่อครึ่งนึง"
"งั้นลูกก็ควรกินไปให้หมด จะเหลือไว้ให้พ่อทำไม?" ถ้าไม่ใช่เพราะว่าไข่ต้มถูกยัดเข้ามาในปากแล้ว กู้เจี้ยนเซ่อคงคายออกมาอย่างแน่นอน
กู้หนิงกะพริบตา พูดด้วยความอ่อนโยนว่า "พ่อทำงานหนัก ต้องบำรุงร่างกายหน่อยสิคะ"
"เด็กคนนี้! คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีก" กู้เจี้ยนเซ่อเดินกลับออกไปจากบ้าน แต่ในปากยังคงเต็มไปด้วยรสชาติของไข่ต้มแสนอร่อย
เขาเดินไปพบกับจ้าวกุ้ยฮวากำลังเลี้ยงไก่อยู่โดยบังเอิญ หญิงชราเห็นสีหน้าของลูกชายก็ถามว่า "หนิงหนิงเอาไข่ต้มให้แกกินสินะ?"
นี่มันอะไรกัน?
กู้เจี้ยนเซ่อหยุดชะงัก "แม่ก็ได้กินเหมือนกันเหรอ?" เมื่อคิดถึงเื่นี้ เขาก็ถามออกมาอีกครั้งว่า "เมื่อเช้าแม่ให้ไข่ต้มหนิงหนิงไปกี่ใบ?"
"ใบเดียว" จ้าวกุ้ยฮวาหยุดการโปรยข้าวเปลือกในมือ รู้สึกตื้นตันใจเป็อย่างยิ่ง "มีไข่ต้มแค่ใบเดียวเท่านั้น หนิงหนิงแบ่งให้แกครึ่งหนึ่งแบ่งให้ฉันครึ่งหนึ่ง สุดท้ายหนิงหนิงก็ไม่ได้กินอะไรเลย เด็กคนนี้ใจดีกับคนอื่นมากเกินไปแล้ว"
"ในอนาคต พวกเราต้องดูแลเธอให้ดี หนิงหนิงเป็คนดีแบบนี้ชีวิตลำบากแน่"
"แม่ไม่ต้องห่วง ผมจะคอยดูแลเธอเอง"
...
ตอนเย็น หลิวซูเจินพาหยางหยางกลับมา หลิวซูเจินคือแม่ของกู้หนิง เหตุผลที่เธอไม่อยู่บ้านในเวลานี้ ก็เพราะพาลูกชายคนเล็กกลับไปที่บ้านแม่เพื่อขอยืมเงินค่าเทอม เธอตั้งใจจะส่งลูกสาวทั้งสองคนไปเรียนต่อมัธยมปลายในตัวเมือง
ปรากฏว่าตอนที่หลิวซูเจินกลับมาก็เป็เวลาอาหารค่ำพอดี สะใภ้ใหญ่อย่างหลิวชุนหัวกำลังถือจานผัดผักพร้อมกล่าวว่า "อ้อ น้องสะใภ้กลับมาได้เวลาพอดีเชียวนะ มาถึงไม่ต้องทำอะไรก็ได้กินแล้ว"
หลิวชุนหัวกับหลิวซูเจินเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน หลิวชุนหัวมักจะดูถูกแม่ของกู้หนิงอยู่เสมอ เพราะเธอรู้ดีว่าหลิวซูเจินเป็คนที่ไม่เหลือใครอีกแล้ว พ่อของหลิวซูเจินหายตัวไปั้แ่เธอยังเด็ก ครอบครัวของเธอจำต้องเลี้ยงดูหลิวซูเจินมาั้แ่เล็ก แม้ว่าจะมีฐานะยากจนมากก็ตาม
หลิวซูเจินพูดอะไรไม่ออก รีบจับมือลูกชายอายุสิบเอ็ดขวบอย่างหยางหยางมาไว้ใกล้ตัว พร้อมกับกำชับว่า "อย่าไปกินของเขาเลย..."
"แหม ไม่ใช่เพิ่งจะกินวันนี้วันแรกสักหน่อย" เมื่อหลิวชุนหัวพูดออกมา หลิวซูเจินก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรอีกแล้ว
เธอได้แต่ก้มหน้า ส่วนหยางหยางทำปากยื่น เขาหิวมากหลังจากเดินทางไกล
หนิงหนิงออกมาจากห้องพัก ก็เห็นแม่กับน้องชายกำลังถูกรังแก จึงส่งเสียงขึ้นมาทันที "เดี๋ยวนี้ป้าสะใภ้ใหญ่ชอบรังแกเด็กแล้วเหรอคะ หรือว่าคุณป้าเป็หัวหน้าตระกูลกู้แล้ว? แม่หนูจะกินหรือไม่กินอะไรคุณป้าไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยวสักหน่อย หรือว่าคุณป้าตั้งใจรังแกแม่หนูกันแน่"
หลิวชุนหัวไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ เธอไม่กล้ายกตัวเองเทียบเท่ากับแม่สามี ย่อมไม่กล้าต่อปากต่อคำกับกู้หนิงอีก
เธอรีบเปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็ว "แม่แกยังไม่ว่าอะไร เด็กอย่างแกมาปากแจ๋วอย่างนี้ได้ยังไง?"
กู้หนิงหัวเราะเยาะ "คุณย่ายังไม่ได้มาสั่งห้ามไม่ให้แม่หนูกินเลย ป้าเป็แค่สมาชิกครอบครัวเหมือนกัน มีสิทธิ์อะไรมาห้ามคนอื่นไม่ให้กินข้าว หรือคุณป้าคิดว่าตัวเองมีอำนาจมากเท่าหัวหน้าครอบครัวแล้ว?"
เมื่อกู้หนิงพูดออกมาเช่นนี้ หลิวชุนหัวก็เสียงอ่อยลงโดยทันที "ฉันเป็ป้าแกนะ แกมันดาวมรณะจริงเชียว..." หลิวชุนหัวพึมพำ ถือจานผัดผักในมือทำท่าจะเดินหนีไปที่ประตู แต่สองเท้ากลับพันกัน สุดท้ายเธอก็ล้มลงพร้อมกับจานผัดผักในมือ
ผักกาดจีนที่เพิ่งถูกผัดมาร้อนฉ่าหกราดเต็มหน้าอกของหลิวชุนหัว เธอส่งเสียงร้องเหมือนหมูถูกน้ำร้อนลวก "กรี๊ดดดดดด!"
"แสบไปหมดแล้ว!!!"
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้อง จ้าวกุ้ยฮวาก็ปรากฏตัวขึ้น หญิงชรามองผัดผักกาดที่หกเต็มพื้น นึกเสียดายขึ้นมาทันที "หลิวชุนหัว เธอมันไม่ได้เื่ คิดว่าอาหารเป็เศษขยะหรือไง ไม่อยากกินข้าวแล้วเรอะ!"
กู้หนิงปล่อยให้คุณย่ากับป้าสะใภ้ทะเลาะกันไป
เธอรีบหันกลับไปกวักมือเรียกหลิวซูเจินกับหยางหยาง บอกใบ้ให้ทุกคนกลับไปที่ห้องพักฝั่งตะวันตก
หลังจากปิดประตูห้องพักแล้ว หลิวซูเจินก็ยกมือขึ้นทาบหน้าอกด้วยความใกลัว "หนิงหนิง ลูกกล้าพูดแบบนั้นได้ยังไง?" เธอเข้าใจว่าลูกสาวอาจจะเดือดร้อนไปด้วย
แต่ทันทีที่หนิงหนิงปรากฏตัว ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
กู้หนิงมองแม่กับน้องชายของตนเอง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "แม่คะ เวลาคนเราเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง คนคนนั้นก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว" นี่คือความจริง
"เคยตายมาแล้วอะไรกัน? ลูกยังเด็กอยู่ ห้ามพูดเื่ไม่เป็มงคลแบบนี้อีก" หลิวซูเจินไม่รู้เื่ที่หนิงหนิงพยายามจะแขวนคอตาย เธอนำซองใส่เงินออกมาจากกระเป๋าอย่างระมัดระวัง ในซองมีเงินอยู่ยี่สิบหยวน "หนิงหนิง พวกลูกสองพี่น้องจะได้ไปโรงเรียนพร้อมกันแล้ว"
กู้หนิงมองเงินที่อยู่ในมือแล้วเงียบไป ก่อนเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า "แม่คะ เหยาเหยาสั่งให้หนูแขวนคอตาย เธอจะได้ไปเรียนต่อ"
กู้หนิงจ้องมองปฏิกิริยาของหลิวซูเจิน
รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าหลิวซูเจิน "ลูกว่าอะไรนะ?" เธอรีบเปิดดูคอเสื้อของหนิงหนิง เห็นรอยช้ำจากการรัดของเชือกอย่างชัดเจน เสียงของคนเป็แม่แข็งกระด้างขึ้นทันตา "หนิงหนิง ลูกทำอะไรลงไป ต่อให้นั่นเป็น้องสาวของลูก แต่นี่คือโอกาสเรียนต่อของลูกเลยนะ!"
"ใครใช้ให้ลูกแขวนคอตายนะ?" หลิวซูเจินที่ปกติสงบเรียบร้อยและขี้ขลาด ตอนนี้กลับไม่ต่างไปจากนางพญาสิงโตผู้โกรธแค้น
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลิวซูเจิน กู้หนิงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก บอกความจริงอันโหดร้ายออกมาว่า "เหยาเหยาสั่งให้หนูแขวนคอตายค่ะแม่ เธอจะได้ไปเรียนต่อ แล้วแม่ยังจะเอาค่าเทอมให้เหยาเหยาอีกไหม?"
กู้หนิง้าทำลายเส้นทางชีวิตของกู้เหยาด้วยมือของเธอเอง