เนื่องจากกังหลงยังสวมใส่สร้อยปิดลมปราณซ่อนชีพจรอยู่แม้พลังอันรุนแรงนี้จะพลันหลุดออกจากการควบคุมของสร้อนปิดลมปราณซ่อนชีพจรออกไปได้แต่ก็เป็นเพียงวูบเดียวสร้อยปิดลมปราณซ่อนชีพจรก็กลับมาควบคุมทำงานได้ดังเดิมอีกครั้งในทันที ผู้คนทั่วไปภายนอกจึงมิอาจสำรวจระดับปราณยุทธที่แท้จริงในปัจจุบันของกังหลงได้เมื่อพลังวูบนั้นผ่านไปเพียงชั่วเวลาเพียงหนึ่งลมหายใจ
หลังจากโคจรลมปราณเพื่อปรับร่างกายให้เสถียร กังหลงเดินย่างสามขุมเข้าหาเหวินต้าหัวในทันที คนผู้นี้คิดสังหารตนโดยมิมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวแม้แต่น้อยเพียงเพื่ออาณาจักรของตัวเองกลับคิดสังหารผู้อื่นโดยมิลังเล ตนก็มิอาจปล่อยเภทภัยเช่นนี้ให้หวนกลับมาแว้งกัดตนในภายหลังได้อีกต่อไป กล่าวขึ้น
"ข้ากับท่านนับเป็นศรัตรูคู่แค้นกันสมบูรณ์แล้ว ในเมื่อท่านต้องการกำจัดข้า เช่นนั้นข้าจะดูว่าท่านจะมีความสามารถเช่นนั้นรึไม่ "
เหวินต้าหัวหลังจากโจมตีกระบวนท่าเก้ามังกรทะลายปฐพีด้วยพลังทั้งหมดไป แต่ผลมิอาจสังหารบุรุษหนุ่มที่แสดงระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดได้ หนำซ้ำพลังโจมตีคล้ายโดนฝ่ายตรงข้ามดูดกลืนไปจนแทบหมดสิ้นภายในชั่วกระพริบตา ทราบว่านี่มิใช่เหตุการณ์ที่เป็นปกติแล้ว เจ้าหนุ่มที่ดูอ่อนแอพลังยุทธต่ำต้อยเพียงระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดผู้นี้ถึงกับหลบรอดการโจมตีของตนได้ถึงสามครั้งสามครา และยิ่งมาเจอกระแสพลังกดดันที่รุนแรงวูบหนึ่งนั้น จึงคิดจะถอนตัวหลบหนี แต่บัดนี้ชายหนุ่มเบื้องหน้าได้ก้าวออกมาปิดช่องทางหลบหนีไปเสียสิ้น
กังหลงพลันปลดปล่อยพลังออกมาทั้งหมด กระแสพลังกดดันอันมหาศาลได้แผ่ออกมารอบข้างดุจภูเขาไฟปะทุฉันนั้น
"พรึ่บ..!!"
พลังกดดันจากกังหลงสะกดพลังปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุดของเหวินต้าหัวไว้จนหมดสิ้นมิอาจสำแดงอานุภาพใดได้ กังหลงขยับกายวูบทะยานขึ้นเหนือเวหา ปีกปราณยุทธปรากฏขึ้นพร้อมพลังระดับราชันย์ที่รุนแรงกล้าแข็งจนผู้คนในรัศมีสองร้อยวาสามารถสัมผัสได้ ต่างตระหนกจนตัวสั่น บังเกิดเสียงอุทานขึ้นจากรอบ ๆ บริเวณ
"อา..ปราณราชันย์ !! เจ้าหนุ่มนั่นแท้จริงมีพลังถึงเพียงนี้ "
"ปีก...ยุทธ ปราณราชันย์ เขาปิดซ่อนพลังไว้ได้อย่างไรกัน !!"
เสียงเหวินต้าหัว กล่าวขึ้นด้วยความแตกตื่น มันอยู่ใกล้กังหลงที่สุดจึงเห็นปีกยุทธที่แสดงออกอย่างชัดเจนและสัมผัสถึงพลังกดดันที่มหาศาลจนมิอาจต้านทานได้ ด้วยขอบเขตที่ห่างกันหลายช่วงชั้นต่อให้อาศัยอำนาจของอาวุธระดับราชันย์มาช่วยเสริมก็มิอาจชดเชยความต่างชั้นที่ห่างกันเช่นนี้ได้ เหวินต้าหัวหยิบหยกสื่อสารออกมาและรีบกล่าวขึ้น
"นายท่าน !! ช่วยข้าด้วย ...ปีกยุทธ...เป้าหมาย ระดับ...."
กังหลงเห็นอีกฝ่ายหยิบหยกชนิดหนึ่งออกมา แน่ใจว่าต้องเป็นหยกสื่อสารชนิดหนึ่งที่อีกฝ่ายต้องการใช้ส่งข้อมูล เพื่อความไม่ประมาทจึงตัดสินใจรวบรัดกำจัดอีกฝ่ายในทันที ป้องกันปัญหาใหญ่ที่จะตามมา พลันโคจรพลังจากจุดจักระธาตุสายฟ้าฟาดฝ่ามือจู่โจมไปทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ
"สัตตะมรณา อัสนีพิฆาต !!"
"เปรี้ยง"
"อย่า ..า.าา.!!"
"บึ้ม !!"
"อ๊าก. ก.กกก !!"
หลังสิ้นเสียงร้องและเสียงระเบิดกัมปนาท บังเกิดหลุมลึกขนาดใหญ่เส้นผ่าสูญกลางกว่าห้าเมตรลึกลงไปสองเมตรกว่า ร่างผู้ฝึกยุทธระดับปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุดมลายหายไปสิ้น มิหลงเหลือไว้แม้แต่เศษเสี้ยว กลิ่นเนื้อไหม้ตลบอบอวลไปทั่วจนผู้ที่เฝ้าดูเกิดความสะอิดสะเอียนแทบอาเจียน
"โอ..เขาเป็นถึงผู้ฝึกยุทธระดับราชันย์ที่แม้แต่ข้าก็มิอาจเป็นคู่มือเขาได้ ก่อนนั้นข้าเคยทรนงเหยียดหยามผู้อื่นคิดว่าในรุ่นเยาว์ด้วยกันในอาณาจักรเนตรอสูร คงมิมีใครจะเป็นคู่มือของข้าได้อีก นับว่าเป็นความคิดอันน่าละอายนัก เหนือฟ้ายังมีฟ้า เป็นวลีที่มิอาจมองข้ามได้อย่างแท้จริง"
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะรำพึงกับตัวเองเบา ๆ เหม่อมองไปยังร่างบุรุษหนุ่มซึ่งบัดนี้ยังลอยตัวอยู่กลางอากาศท่ามกลางปีกยุทธที่กระพืออย่างแผ่วเบา ร่างนั้นต้องแสงจันทราที่เพิ่งมาเยือนในยามค่ำคืน มองดูเหมือนเทพบุตรจุติมาจากฟากฟ้า
"เป็นการพิฆาตสังหารอันหมดจดนัก..!! "
"เทพบุตรอัสนี !!"
"เทพบุตรอัสนี !!"
หลากหลายเสียงพึมพำออกมาเมื่อเหม่อมองไปยังร่างที่ต้องแสงจันทราที่เพิ่งมาเยือนในยามค่ำคืน เหมือนเทพบุตรจุติจากฟากฟ้านั้น
สายฟ้าสีน้ำเงินผ่าฟาดไปยังร่างผู้ฝึกยุทธระดับยุทธปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุดมลายหายไปสิ้นไปในพริบตา นับเป็นพลังโจมตีอันรุนแรงและต่างติดตาผู้ที่เฝ้าดูจนอกสั่นขวัญหายคล้ายยังมิได้เลือนหายไปจากห้วงความทรงจำของแต่ละคน
พลังโจมตีอันรุนแรงระดับนี้ ถึงจะเป็นผู้ที่มีระดับปราณยุทธสูงส่งตั้งแต่ระดับปราณราชันย์ขึ้นไปก็มิแน่ว่าจะต้านทานได้โดยมิได้รับบาดเจ็บ แต่ผู้ที่มีปราณยุทธตั้งแต่ปราณราชันย์ขึ้นไป ก่อนหน้านี้ต่างมิเคยมีใครแสดงตัวมาก่อน
ในอาณาจักรเนตรอสูร ถ้าจะมีผู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์แสดงตัว ครานี้ก็นับเป็นคราแรกที่มีผู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์แสดงตัวขึ้น และยังแสดงขึ้นพร้อมกันถึงสองคนในเวลาใกล้เคียงกัน คนแรกคือนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ ส่วนคนที่สองคือบุรุษหนุ่มนามกังหลง แถมทั้งสองคนนี้ต่างมีอายุที่เยาว์วัยยิ่งเพียงวัยสิบห้าถึงสิบหกปีเท่านั้น หากข่าวนี้ได้แพร่กระพัดออกไป ต้องสร้างความโกลาหลครั้งใหญ่ไปทั่วพิภพแห่งนี้แน่
ความเป็นจริงแล้วก่อนหน้านี้ผู้คนในอาณาจักรเนตรอสูรอันกว้างใหญ่ต่างคาดหวังว่าในพิภพนี้อาจมีผู้ที่มีพลังยุทธที่สูงส่งตั้งแต่ระดับปราณราชันย์ขึ้นไปที่มิต้องการแสดงตัวเกิดขึ้นบ้างไม่มากก็น้อยแต่เหตุไฉนในช่วงระยะหลายร้อยปีที่ผ่านมาถึงกลับมิเคยมีใครแสดงตัวตนให้เห็นมาก่อน
จะมีเหตุผลได้ที่ต่างไม่ต้องการเปิดเผยหรือว่าความเป็นจริงแล้วอาจจะยังมิเคยมีผู้ที่ฝึกตนจนมีพลังยุทธที่สูงส่งตั้งแต่ระดับปราณราชันย์ขึ้นไปเกิดขึ้นเลยแม้แต่คนเดียวก็เป็นได้หรือว่าพวกเขาต่างเป็นกบน้อยในรอยตีนโคที่มิเคยออกไปรับรู้เรื่องราวภายนอกอาณาจักรเลยหรือกระนั้น
หรือถ้าหากก่อนหน้านี้เคยมีผู้ฝึกยุทธระดับราชันย์เกิดขึ้นบ้างแล้วในอาณาจักรเนตรอสูรแล้วมีเหตุผลใดที่ผู้ฝึกยุทธระดับราชันย์เหล่านั้นจึงมิยอมเปิดเผยตัวตนให้ผู้อื่นได้รับทราบบ้างนี่นับเป็นเหตุผลที่ชวนให้ครุ่นคิด
แต่บัดนี้ ณเวลานี้ผู้คนที่นี่ต่างได้พบได้เห็นกับตาตัวเองแล้วถึงตำนานแห่งราชันย์ ได้รับรู้ว่าอาณาจักรเนตรอสูรที่เคยตกต่ำมานานกลับมีผู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์เกิดขึ้นแล้ว และเกิดขึ้นถึงสองคนด้วยกันแถมยังเป็นราชันย์รุ่นเยาว์ที่อายุมิถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ..!!
หลังจากกังหลงเปิดเผยพลังฝีมือและระดับปราณราชันย์แสดงปีกยุทธจนเป็นที่ประจักษ์โจมตีด้วยพลังสายฟ้าที่ทรงพลังปรากฏให้ผู้คนมากมายได้เห็น กังหลงครุ่นคิดขึ้นเห็นทีต่อไปนับจากนี้คงจำต้องเปิดเผยตัวตนเพราะแม้ตนจะพยายามปิดบังซ่อนเร้นความสามารถที่มีไว้ปานใดก็ตามแต่เมื่อถึงคราการแข่งขันระดับอาณาจักรทั้งทางด้านโอสถและด้านวรยุทธที่จะมาถึงในอีกไม่ช้าก็คงต้องแสดงออกมาให้ผู้อื่นได้เห็นอยู่ดี
ตัดความกังวลทั้งมวลเชิดหน้ามองโลกกว้างร่อนตัวลงต่ำโฉบวูบไปยังหลุมลึกที่เกิดขึ้นจากพลังโจมตีของตนก้มลงเก็บวัตุสีดำนิลชิ้นหนึ่งพร้อมดาบเล่มหนึ่งพบว่าเป็นแหวนมิติระดับกลางวงหนึ่งและดาบระดับราชันย์ที่มีลวดลายมังกรสลักอย่างสวยงาม
นับว่าโชคดีที่พลังโจมตีของจักระธาตุสายฟ้ามิได้ทำลายแหวนมิติและอาวุธระดับราชันย์ไปมิเช่นนั้นคงน่าเสียดายแย่ เพราะขณะโจมตี กังหลงมุ่งรีบกำจัดอีกฝ่ายเพื่อมิให้ส่งข้อมูลต่าง ๆ ออกไป ป้องกันปัญหายุ่งยากที่จะตามมาในภายหลังจนเกือบลืมนึกถึงอาวุธระดับราชันย์ที่ตนหมายปองไว้ก่อนหน้านี้