พรศักดิ์สิทธิ์แห่งการกลืนกิน
เมื่อตัดสินใจลงมือกัสก็กระตุ้นพลังของพรศักดิ์สิทธิ์ตามความเคยชิน
วินาทีนั้นความหิวโหยที่เป็ดังเปลวไฟก็พวยพุ่งออกมาจากส่วนลึกของิญญาร่างกายของเขาเดือดพล่านไปด้วยความหิวกระหายกลิ่นอายกระหายเืแผ่ขยายออกไปรอบทิศทางกดดันผู้คนทั้งหมดจนสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
ราวกับเหยื่อที่ถูกจ้องโดยนักล่าบุรุษวัยกลางคนเบื้องหน้าถูกกลิ่นอายกระหายเืนี้กดดันจนสติแทบขาดสะบั้นไป
อึดใจต่อจากนั้นกัสก็ปลดปล่อยความหิวกระหายออกไปพร้อมกับพลังิญญาปลดปล่อยความ้าที่จะกลืนกินทุกสิ่งออกไปจากร่างกายไปสู่พลังิญญาเพื่อก่อตัวเป็รูปร่าง
พลังิญญาที่ถูกปลดปล่อยมาจากร่างกายไหลไปรวมกันบริเวณเหนือหัวของกัสและก่อตัวเป็รูปร่างในชั่วอึดใจ
รูปลักษณ์ที่ก่อเกิดจากพลังิญญาที่ดำมืดนี้รวมตัวกันจนกลายเป็ส่วนหัวของสิงโตที่มีใบหูคล้ายกับหนู
หัวสิงโตสีดำที่เกิดจากพลังิญญาอ้าปากกว้างด้วยท่าทีที่หิวกระหายเป็ที่สุดการขู่คำรามที่ไร้เสียงเกิดขึ้นก่อนที่มันจะเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงและกัดเข้าใส่บุรุษวัยกลางคนเบื้องหน้า
ภาพที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ดวงตาทุกคู่ที่มองมาเบิกกว้างบุรุษวัยกลางคนที่ถูกหัวสิงโตกินเข้าไปกว่าครึ่งนั้นหยุดนิ่งไปในทันที
มันแข็งค้างไปโดยไม่มีการต่อต้านใดๆไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีแม้กระทั่งเสียงของลมหายใจและเสียงเต้นของหัวใจ
หัวสิงโตค่อยๆยกตัวขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับบางสิ่งบางอย่างที่มีสีขาวซึ่งถูกดึงออกมาจากร่างกายของบุรุษวัยกลางคน
ต่อจากนั้นมันก็เริ่มเคี้ยวด้วยท่าทางที่พึงพอใจเป็อย่างมากและกลืนมันลงไปในที่สุด
วินาทีที่สิงโตสีดำกลืนบางสิ่งบางอย่างลงไปบุรุษวัยกลางคนก็สั่นสะท้านขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วล้มลงไปในทันที
กัสนั้นไม่ได้สนใจบุรุษวัยกลางคนเลยแม้แต่น้อยความคิดของเขาจดจ่ออยู่กับพลังิญญาที่ผิดปกติของตัวเอง
ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เขาใช้พลังของพรหลังจากที่ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่และเป็ครั้งแรกที่เขาให้ความสนใจพลังิญญาของตัวเองจนสังเกตเห็นความแข็งแกร่งที่ผิดปกติของมัน
พลังิญญาของเด็กวัย13 นั้นไม่ว่าจะเกิดมาพร้อมกับพร์ระดับไหนจะมีพรศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ยังไงก็ไม่มีทางเลยที่จะมีปริมาณพลังิญญาที่มากถึงเพียงนี้
และที่สำคัญยิ่งกว่าคือความบริสุทธิ์ของพลังิญญาที่บริสุทธิ์จนผิดปกติ
ในฐานะของทายาทจากตระกูลอันดูวเดธต่อให้ไม่คิดที่จะเป็จอมเวทิญญาแต่กัสก็ยังมีความเข้าในในด้านของิญญามากกว่าคนทั่วไปมากเพราะถูกปลูกฝังมาั้แ่เด็ก
เพื่อไม่ให้เสียชื่อทายาทของตระกูลอันดูวเดธผู้ชำนาญในศาสตร์แห่งิญญากัสย่อมได้รับการถ่ายทอดความรู้ในด้านิญญามากเป็พิเศษทำให้เขาััได้ถึงความผิดปกติของดวงิญญาได้ในทันทีที่เริ่มัักับมัน
พลังิญญาของกัสนั้นผิดปกติมันมีกลิ่นอายความตายอัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยมสีสันของมันเองก็เป็สีดำซึ่งต่างจากดวงิญญาของคนปกติที่ควรจะเป็สีขาว
นอกเหนือจากนั้นแล้วปริมาณพลังิญญาความหนาแน่นและความแข็งแกร่งล้วนแต่มากผิดปกติทั้งสิ้น
‘พลังิญญาของเรา..เหมือนกับตอนที่เรายังเป็าาอันเดธอยู่เลย..ไม่ถูกต้อง!มันไม่ควรจะเป็แบบนี้..’
กัสค่อนข้างที่จะสับสนจึงไม่ทันสังเกตสายตาของผู้คนโดยรอบที่มองมายังเขาด้วยความหวาดกลัวและไม่ได้เห็นสายตาของเด็กสาวทั้งห้าที่มีทั้งความหวาดกลัวและความเป็ห่วง
่เวลานั้นเขาลืมสิ่งที่เกิดขึ้นไปโดยสิ้นเชิงกัสเลยไม่ทันสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มุ่งตรงเข้ามาหาเขาและเด็กสาวทั้งห้าด้วยความเร็วสูง
อึดใจเดียวเท่านั้นกลุ่มคนในชุดคลุมที่คล้ายๆกับบุรุษวัยกลางคนก็ปรากฏตัวขึ้นและโอบล้อมกัสและเด็กสาวทั้งห้าเอาไว้จากรอบทิศทาง
“สารเลว!! เ้ากล้าฆ่าคนในเมืองเชียวหรือ!!พวกเราจับตัวมันไว้!!”
เสียงะโนี้ทำให้กัสได้สติกลับมาในที่สุด เขาหันไปมองรอบตัวมองดูผู้คนที่โอบล้อมตัวเขาและเด็กสาวทั้งห้าเอาไว้ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาด้วยท่าทางดูถูกเหยียดหยาม
“ลำพังพวกเ้านะหรือคิดที่จะจับข้า..”
พริบตานั้นกลิ่นอายกระหายเืก็ถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้งพร้อมกับส่วนหัวของสิงโตสีดำที่ค่อยๆกลับมามีตัวตนอีกครั้ง
เห็นแบบนั้นสายตาของคนในชุดคลุมก็ปรากฏความหวาดกลัวขึ้นมาดวงตาของมันสั่นไหวเต็มไปด้วยความลังเลใจก่อนจะส่งสายตาออกไปยังหนึ่งในลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านหลังของกัส
ทันทีที่สัญญาณถูกส่งออกไปคนที่อยู่ด้านหลังกัสและเด็กสาวทั้งห้าก็ชักมีดออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่เด็กสาวที่ยืนอยู่หลังสุดทันที
ดวงตาของกัสเย็นเหยียบลงในพริบตาก่อนจะส่งเสียงคำรามออกมาครั้งหนึ่ง
เสียงนี้ไม่ได้ดังมากนักแต่อัดแน่นไปด้วยพลังิญญาที่ทำให้เวทมนตร์ของคนทั้งหมดปั่นป่วนไปชั่วขณะ
คนที่พุ่งเข้าใส่เด็กสาวที่ยืนอยู่หลังสุดนั้นชะงักไปชั่วขณะความเร็วของมันตกลงเกินกว่าครึ่งก่อนที่เงาสีดำจะเคลื่อนผ่านมันไปราวกับสายลมและพรากเอาบางสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตของมันออกไปจากร่าง
หัวสิงโตสีดำเริ่มเคี้ยวด้วยท่าทีที่ดุเดือดยิ่งกว่าก่อนหน้านี้จากนั้นกลืนลงไปในทันทีหลังจากเคี้ยวไปได้เพียง2 – 3 ครั้ง
เมื่อหัวสิงโตสีดำกลืนบางสิ่งบางอย่างลงไปคนในชุดคลุมที่ถูกกัดก็ล้มลงไปโดยปราศจากาแ
ความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคนเช่นเดียวกับความหวาดกลัวที่เพิ่มสูงขึ้นไม่มีหยุด
กัสยังคงยิ้มออกมาอย่างดูถูกเหยียดหยามและพยายามกระตุ้นความโกรธเกรี้ยวของฝ่ายตรงข้ามตามเทคนิคที่เขาเรียนรู้มาจากการต่อสู้จริงในชีวิตที่แล้ว
ตัวเขานั้นรู้ดีว่าเขามีความสามารถในด้านไหนเขาไม่มีร่างกายที่แข็งแกร่ง ไม่มีพลังเวทที่มากมายมหาศาลสิ่งเดียวที่เขามีคือพลังิญญาที่ดูเหมือนจะสืบทอดมาจากชีวิตก่อนซึ่งมีปริมาณที่มากเกินวัยของเขาไปมาก
ด้วยพลังิญญาที่กัสมีในตอนนี้เขาสามารถใช้มันควบคุมพลังของพรเพื่อฆ่าคนทั้งหมดที่ยืนอยู่ตรงนี้ได้ไม่ยาก
‘โชคดีจริงๆที่พลังิญญายังอยู่..หรือว่าเราจะย้อนกลับมาด้วยิญญานะ’
คิดจบแล้วกัสก็เหยียดยิ้มออกมา กลิ่นอายกระหายเืก็ทวีความเข้มข้นขึ้นในทันทีความเข้มข้นของกลิ่นอายเพิ่มสูงขึ้นจนแทบจะกลั่นตัวเป็คลื่นพลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
บรรยากาศและแสงสีเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยทำให้คนในชุดคลุมสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
่เวลานี้กลิ่นของความกลัวก็แผ่ขยายออกมาจากคนในชุดคลุมทั้งหมดกัสที่ได้กลิ่นนี้ถึงกับยิ้มกว้างและหัวเราะออกมาไม่หยุด
“เ้าเองก็เป็พวกของเ้าหนูสกปรกตัวนี้สินะ..”
คำว่าพวกเดียวกันนี้ทำให้ดวงตาของคนในชุดคลุมสั่นไหวขึ้นมาทันทีก่อนที่ความคิดบางอย่างจะเกิดขึ้นในใจและตอบปฏิเสธกลับไปในทันที
“ไม่ใช่!! พวกเราไม่ใช่พวกเดียวกับเ้าหนูโสโครกตัวนั้น!”
“อ๋อ..ไม่ใช่พวกเดียวกัน..แล้วเ้าจะมาหาเื่ข้าทำไม..หากไม่ใช่การแก้แค้นแทนเพื่อน..”
สีหน้าของคนในชุดคลุมบิดเบี้ยวไปเหงื่อของมันไหลออกมาเป็สายจนเปียกชุ่มไปทั้งตัวโดยเฉพาะแผ่นหลังที่เย็นะเืไปหมด
“ไม่ใช่!! ข้าไม่ได้มาเพื่อแก้แค้น!!แต่เพื่อจับคนที่กระทำความผิดอย่างเ้า!!”
คำคำนี้ทำให้รอยยิ้มของกัสกระตุกขึ้นเบาๆ เพราะทุกอย่างเป็ไปตามแผนของเขา
นิสัยของอันธพาลในเมืองนี้เขารู้ดีโดยเฉพาะกลุ่มคนในชุดคลุมที่เป็พวกที่อยู่ในด้านมืดของเมืองพวกมันไม่ใช่คนดีอะไรและเห็นแก่ตัวเป็ที่สุด
พวกมันเป็พวกรักตัวกลัวตายที่ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่าและอาศัยบารมีของผู้แข็งแกร่งกว่ามาปกป้องตัวเองด้วยการยอมเป็ข้ารับใช้ที่ทำงานสกปรกทุกอย่างแทนเ้านายของพวกมัน
ในสถานการณ์แบบนี้กัสเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าตัวเขาสามารถฆ่าทุกคนได้ทว่าเขาไม่อาจทำแบบนั้นได้เพราะมันจะเป็การกระตุ้นที่รุนแรงเกินไป
ตัวเขาในตอนนี้อ่อนแอเกินไปไม่ว่าจะเป็ร่างกายหรือพลังเวทไหนจะจุดอ่อนอย่างเด็กสาวทั้งห้าที่ต่อสู้ไม่เป็อีก
หากเลือกที่จะสู้ต่อกัสมั่นใจว่าเขาสามารถฆ่าทุกคนได้แต่น้องสาวของเขาและเด็กสาวทั้งสามอาจจะโดนลูกหลงจนตายได้เขาจึงไม่คิดที่จะเสี่ยง
“ข้านะหรือทำผิด..เ้าตาบอดหรือไง เ้าหนูสกปรกนั่นคิดจะหลอกขายของปลอมให้กับข้า..แถมมันยังคิดที่จะใช้กำลังกับคนของข้าด้วย..แล้วแบบนี้เ้าจะบอกว่าข้าทำผิดงั้นหรือที่ฆ่าคนที่คิดร้ายต่อคนของข้า”
ท่าทางของกัสนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้คนทั่วไปไม่อาจปฏิเสธได้คำพูดของเขาไม่ผิดเลยสักนิด หนูท่อคิดจะหลอกขายของปลอมแถมยังคิดที่จะใช้กำลังอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าความผิดของกัสก็คือเขาอำมหิตเกินไปลงมือเด็ดขาดเกินวัย
ความผิดของหนูท่อนั้นต่อให้ผิดจริงก็ไม่ได้หนักจนถึงขั้นที่ต้องฆ่ากันให้ตายการกระทำของกัสจึงพูดได้ว่าเป็การทำเกินเหตุ
แน่นอนว่าคนในชุดคลุมสามารถใช้เหตุผลนี้มาลงมือกับกัสได้ทว่ามันกลับนึกลังเลใจเนื่องจากพวกมันเองก็ขาดความชอบธรรมและกลัวการโจมตีแปลกๆของกัสด้วย
ท้ายที่สุดหัวหน้ากลุ่มก็ตัดสินใจถอนตัวมันส่งสัญญาณออกไปให้คนของมันเก็บศพของลูกน้องและหนูท่อกลับไปจากนั้นจึงหายตัวไปโดยไม่พูดอะไร
เห็นแบบนั้นกัสก็เค้นเสียงออกมาเบาๆก่อนจะถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งแล้วหันกลับไปมองน้องสาวและเด็กสาวทั้งสามที่กลัวเขาจนหน้าซีด
“ท่านพี่..ท่าน..ท่านไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ”
กัสยิ้มออกมาแบบฝืนๆ ต่อคำถามที่แฝงไว้ด้วยความเป็ห่วงและความหวาดกลัว
“อืม..ข้าไม่เป็อะไร ขอโทษที่ทำให้พวกเ้ากลัวนะ..”
ได้ยินแบบนั้นเด็กสาวทั้งห้าก็มีท่าทีผ่อนคลายลง แต่ก็ยังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในดวงตาของพวกเธอทุกคน
กัสนั้นทำได้เพียงฝืนยิ้มเพราะเขารู้ตัวดีว่าวิธีที่เขาใช้นั้นโเี้จนเกินไปสำหรับเด็กสาวที่อายุไม่ถึง 15 กลุ่มนี้ภาพแบบนี้โหดร้ายจนทำให้กลัวได้จริงๆ
ลำพังแค่พวกเธอยังกล้าพูดและถามเขาด้วยความเป็ห่วงแบบนี้ได้กัสก็พอใจแล้ว
“พวกเราไปกันเถอะ..อยู่ตรงนี้นานไปคงไม่ดีเท่าไหร่”
พูดจบกัสก็หมุนตัวแล้วเดินเข้าไปในประตูมิติเบื้องหน้าทันทีก่อนจะตามมาด้วยเด็กสาวทั้งห้าที่มีท่าทีหวาดกลัวอยู่ภายใน
ในตอนนี้เหล่าเด็กสาวยังใกลัวจึงไม่แปลกที่พวกเธอจะมีท่าทางแบบนี้กัสเองก็เข้าใจเพราะเขามีประสบการณ์มาแล้วถึงสองชีวิตเขารู้ดีว่าวิธีการต่อสู้ของเขามันน่ากลัวขนาดไหน
ความต่างระหว่างการ‘ฆ่า’ กับการ ‘กิน’ มันต่างกันมากกว่าที่ใครคิด
พรศักดิ์สิทธิ์ของเขาคือพลังแห่งการกลืนกินมันทำให้เขาหิวโหยอยู่ตลอดเวลา เดิมทีเขาไม่รู้วิธีที่จะใช้พลังของเขามาก่อนจนกระทั่งมันถูกกระตุ้นโดยบลูไซต์และทำให้เขาค้นพบแนวทางในการปลดปล่อยความหิวกระหายของตัวเอง
หลังจากนั้นเขาก็ถูกความหิวโหยครอบงำอยู่หลายต่อหลายครั้งและหลังจากที่ปลดปล่อยความหิวกระหายไปตามสัญชาตญาณครั้งแล้วครั้งเล่า
กัสก็ััได้ถึงการตอบสนองระหว่างพลังของพรกับพลังิญญาและในที่สุดเขาก็สร้างทักษะของตัวเองขึ้นมาและเรียกมันว่า
‘สิงโตกระหายเื’
ทักษะนี้เป็ทักษะเพียงหนึ่งเดียวที่เขาสร้างและพัฒนามันมาตลอดชีวิตที่แล้วของเขา
มันเป็ทั้งทักษะโจมตีทักษะป้องกัน ทักษะรักษาและทักษะสนับสนุนมันเป็ทุกอย่างสำหรับเขาและเป็เพียงสิ่งเดียวที่เขาใช้เพื่อเอาชีวิตรอดในการต่อสู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
การใช้ทักษะสิงโตกระหายเืครั้งแรกในชีวิตที่สองนี้ทำให้กัสตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งนั่นคือตัวเขาได้สืบทอดความชำนาญและพลังิญญาจากชีวิตที่แล้วมาโดยสมบูรณ์
ทักษะของเขายังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมันอยู่ในจุดสูงสุดที่เขาทำได้ในชีวิตก่อน
ด้วยพลังนี้เขาสามารถกลืนกินได้ทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็เืเนื้อ พลังเวท จนไปถึงพลังิญญา
ทว่ามันก็มีปัญหาอยู่ข้อหนึ่งซึ่งเป็ปัญหาที่ใหญ่มากสำหรับเขานั่นคือร่างกายของเขาไม่แข็งแกร่งพอที่จะรองรับสิ่งที่เขากินเข้าไป
พลังของเขาคือการกินมันทำได้แค่กินเท่านั้นส่วนการเปลี่ยนสิ่งที่กินให้กลายเป็พลังของตัวเองนั้นเขายังต้องพึ่งพาร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีของเขา
ทว่าตัวเขาในตอนนี้มีร่างกายที่อ่อนแอและไม่อาจย่อยสลายสิ่งใดที่เขากินเข้าไปได้ทำให้กัสไม่กล้าที่จะกินมากจนเกินไป
แต่ถึงจะพยายามกินให้น้อยและเลือกกินเฉพาะสิ่งที่รับได้ง่ายที่สุดสำหรับเขาอย่างิญญากัสก็ยังหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้อยู่ดี
เปลือกนอกกัสยังคงมีท่าทีที่เฉยชาและสงบนิ่งสีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดมีเพียงิัที่แดงก่ำขึ้นมาซึ่งมองดูแล้วยากที่จะตัดสินใจว่าเป็สัญญาณบ่งบอกถึงอาการาเ็หรืออ่อนล้าหรือไม่
ทว่ากัสไม่ปล่อยให้คนอื่นมีเวลาประเมินตัวเขานานนักเขาเดินตรงเข้าไปในดันเจี้ยนทันที
ผ่านเข้าไปยังลานกว้างขนาดใหญ่ที่มีประตูมิติตั้งอยู่ใจกลาง
กัสไม่อาจเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งใดเลยแม้แต่น้อยหากแต่เดินไปยังเคาน์เตอร์ที่มีคนในชุดคลุมสีดำยืนอยู่แล้วยื่นเหล็กกล้าลาวาออกไปเพื่อแลกมันเป็DP ของดันเจี้ยนสรวง์สีเขียว
ทันทีที่แลกเสร็จกัสก็หันกลับมาและพยักหน้าให้กับเด็กสาวทั้งห้าที่ดูเหมือนจะตื่นเต้นใกับดันเจี้ยนแห่งนี้เป็อย่างมาก
เด็กสาวทั้งห้ายังไม่ทันได้ปรับตัวหรือสำรวจพื้นที่โดยรอบก็ถูกกัสที่แลกเปลี่ยนDP เสร็จแล้วพาเข้าไปในประตูมิติของดันเจี้ยนต่อทันที
วินาทีนั้นทั้งหกคนก็หายเข้าไปในประตูมิติพอดีกับตอนที่คนกลุ่มหนึ่งได้เดินผ่านเข้ามาในลานกว้างของดันเจี้ยนพอดี
คนเ่าั้กวาดสายตาไปรอบๆด้วยท่าทีที่เร่งรีบเป็อย่างมาก หลังจากมองจนทั่วและไม่พบเห็นเป้าหมายอย่างกัสพวกมันก็ทำได้เพียงสบถออกมาอย่างหยาบคายแล้วหมุนตัวกลับออกไปด้านนอกในทันทีเพื่อรายงานให้หัวหน้าของมันทราบว่ากัสและพวกได้เข้าไปในดันเจี้ยนแล้ว
เมื่อก้าวผ่านประตูมิติของดันเจี้ยนเข้าไปกัสและเด็กสาวทั้งห้าก็มาปรากฏตัวในโลกที่แปลกประหลาด
ราวกับสวนแห่งเทพดินแดนที่ถูกปิดล้อมด้วยความว่างเปล่า ท้องฟ้าที่ไร้ขอบเขตดินแดนเล็กๆกับบ้านหลังน้อยที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหญ้า
‘เหมือนเดิมไม่มีผิด..ไม่สิปกติก็คงจะเป็แบบนี้เหมือนกันอยู่แล้วสินะ’
กัสยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะทรุดตัวลงไปอย่างช้าๆ และหมดสติไปในที่สุด
เสียงของกัสที่ล้มลงนั้นทำให้เด็กสาวทั้งห้าที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับดันเจี้ยนได้สติกลับมาในทันทีพวกเธอหันไปมองยังที่มาของเสียงก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นด้วยความใ
“ท่านพี่!!!”
“ท่านกัส!!”
เสียงกรีดร้องของเด็กสาวคือเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนที่สติของเขาจะหลุดลอยไปในความมืดมิด