Chapter 4
แกล้งอ่อย
@ตึกคณะนิเทศศาสตร์
“เป็อะไรไปญดา สีหน้าไม่ดีเลย”
ตอนนี้เรานั่งเรียนกันอยู่ที่ห้องเรียนรวมซึ่งมีนักศึกษาเกือบสองร้อยคน มีผสมกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง มีพี่ปีสามปีสี่มาเรียนด้วยค่ะวันนี้
“เบื่อ อยากกลับไปนอนแล้ว”
ฉันบอกเฟื่องฟ้าไปแบบนั้นพร้อมกับซบหน้าลงกับโต๊ะแล้วจ้องมองชีทที่เพิ่งถ่ายเอกสารมาเรียนสำหรับวันนี้เพราะว่าไอแพดยังอยู่ที่ห้องครามและฉันก็ไม่มีหน้าจะไปเอาหรอก
“แปลกจริง ปกติก็เห็นแกออกจะตั้งใจเรียนทำไมวันนี้ดูเบื่อโลก”
เฟื่องฟ้า เพื่อนสนิทในสาขาเพียงคนเดียวของฉัน เราสนิทกันมาั้แ่ปีหนึ่งเจอกันต้อนรับน้อง ยัยเฟื่องฟ้าเป็สาวเฉิ่ม ใส่แว่นแล้วก็ชอบรวบมัดผมไว้ตลอดส่วนการแต่งตัวแน่นอนว่าใส่เสื้อนักศึกษาตัวใหญ่กับกระโปรงพีทยาวกรอมข้อเท้า ทั้งยังชอบพกกระเป๋าผ้าสีขาวซีดคู่ใจถือไปไหนมาไหนด้วย
“ฟ้า เดี๋ยวเที่ยงนี้แกไปคณะบริหารเป็เพื่อนหน่อยสิ”
“ไปเจอพวกเพื่อนแกเหรอ ไม่เอาหรอก ฉันไม่อยากไปเจอพวกผู้ชายพวกนั้น”
เฟื่องฟ้ารู้ดีว่าฉันสนิทกับคราม และเพื่อนในกลุ่มของครามก็มีเปเปอร์กับพีซึ่งแน่นอนว่าเฟื่องฟ้าไม่ชอบ ยัยนี่ไม่ชอบคุยกับผู้ชายและไม่ชอบอยู่ในกลุ่มผู้ชายซะเลย อาจจะเป็เพราะว่าเกิดมาทั้งชีวิตนี้ยัยเฟื่องฟ้าไม่เคยมีแฟนเลยซักคน
“แกก็เลิกเขินอายเวลาคุยกับผู้ชายเถอะน่าฟ้า นะๆ พาไปเป็เพื่อนหน่อยฉันลืมไอแพดไว้ที่คราม”
คิดว่ามันน่าจะติดมือเอามาด้วยเพราะเมื่อเช้ามันส่งข้อความมาว่าให้ไปเอาไอแพดคืนที่โรงอาหารคณะบริหาร ซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่ได้พิมพ์อะไรตอบกลับไป มันอายเกินกว่าจะพูดอะไรได้
เฟื่องฟ้าที่นั่งถือปากกาหมุนไปมาในมือพร้อมกับขยับแว่นกำลังคิดหนักว่าจะไปเป็เพื่อนฉันดีไหม
“เฮ้อ ไปก็ไป แต่ไม่กินข้าวที่โรงอาหารนั้นได้ไหม ฉันเกร็งมากเลยนะเพราะต้องนั่งกินข้าวกับพวกผู้ชาย”
“ได้จ้ะเพื่อนรัก เดี๋ยวเรารีบไปรีบกลับกัน”
ฉันก็ไม่อยากไปนั่งกินข้าวกับพวกนั้นเหมือนกัน ตอนนี้หน้าครามฉันยังมองไม่ติดเลย
เฟื่องฟ้าพักอยู่หอในของมหาวิทยาลัยและชอบใช้จักรยานปั่นเดินทางไปกลับในมอ เธอเป็เพื่อนรักของฉันและมาจากต่างจังหวัด ฐานะทางบ้านของเฟื่องฟ้าไม่ได้ดีนัก อะไรที่ประหยัดได้เธอก็ประหยัด
ฐานะของเราสองคนต่างกันมาก แต่ก็แปลกที่คบกันได้โดยไม่มีปัญหาอะไรเลย เฟื่องฟ้าถึงแม้จะไม่ได้รวยอะไรแต่ไม่เคยมีปัญหามาหยิบยืมเงินฉันเลยสักนิด ทำงานหนัก เรียนก็เก่ง เรียกได้ว่าฉันชื่นชมยัยเฟื่องฟ้าจริงๆนะที่ใช้ชีวิตได้ดีขนาดนี้
เวลาต่อมา
@ โรงอาหารคณะบริหาร
“ขอไอแพดคืนด้วย”
ฉันเดินมาที่โต๊ะกินข้าวซึ่งทั้งสามหนุ่มกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ ยัยเฟื่องฟ้าเดินตามฉันแล้วก็ก้มหน้าไม่ยอมสบตากับใครทั้งนั้น อย่างกับแม่ชีเลยเพื่อนฉันเนี่ย
ครามเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันก่อนจะเอื้อมหยิบไอแพดที่อยู่ในกระเป๋าเป้สีดำของตัวเองขึ้นมาแล้วยื่นให้
ฉันรับไอแพดมาแล้วสะบัดก้นหนีหวังจะเดินออกไปแต่เสียงทักท้วงของเปเปอร์ก็ดังขึ้น
“จะรีบไปไหนวะญดา กินข้าวด้วยกันก่อนดิมึง”
ทำเอาฉันต้องหันหน้ากลับไปมองอีกครั้งทั้งที่ใจตอนนี้อยู่ที่คณะนิเทศของตัวเองแล้ว ฮืออ ไอ้บ้าเปอร์ มาเรียกฉันไวทำไมเนี่ย
“โทษที พอดีวันนี้พาเพื่อนมาด้วยอ่ะเดี๋ยวว่าจะกลับไปกินที่โรงอาหารใกล้ๆคณะ”
ฉันหันไปยิ้มให้เปเปอร์ พีที่กำลังกินข้าวอยู่หยุดลงแล้วเงยหน้าขึ้นมามองฉันกับเฟื่องฟ้า
“เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันหลายรอบละ ไม่เห็นแนะนำบ้างเลยว่าเพื่อนชื่ออะไร”
เปเปอร์ถามพร้อมฉีกยิ้มอารมณ์ดี คงจะสงสัยในความลึกลับของเพื่อนสนิทฉันสินะ เจอหน้ากันทีไรไม่เคยสบตาไม่เคยทักทายและไม่เคยพูดคุยกันเลย ใครจะไปรู้ว่าที่เป็อย่างนี้เพราะยัยเฟื่องฟ้าน่ะเขินมาก กับผู้ชายนี่ไม่กล้าเข้าใกล้เลยด้วยซ้ำถ้าไม่มากับฉัน
“นี่เพื่อนสนิทเราเองเรียนสาขาเดียวกัน ชื่อเฟื่องฟ้า”
“สวัสดีเฟื่องฟ้า ชื่อน่ารักจังเลยครับ”
เปเปอร์ที่อยู่ในชุดนักศึกษา ใบหน้าหล่อคมพร้อมกับผมสีน้ำตาลฉีกยิ้มใจดี ฉันหันมามองเฟื่องฟ้าเพื่อนรักก็เห็นว่าเมื่อโดนผู้ชายทักแบบนั้นก็ยิ่งก้มหน้าลงมองพื้นไม่เงยหน้าขึ้นสบตา
“สะ สวัสดีค่ะ”
“นั่นเปเปอร์นะฟ้า ส่วนอีกคนที่หน้านิ่งๆชื่อพี”
ฉันแนะนำเพื่อนของครามให้กับเฟื่องฟ้าได้รู้จักอย่างเป็ทางการ ฉันจับตัวเฟื่องฟ้าให้หันมาประชิดและสะกิดด้านหลังให้เงยหน้าขึ้นเพื่อจะทักทายกับเพื่อนๆของคราม หากยังก้มหน้าอยู่อย่างนี้คงจะเสียมารยาทน่าดู
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ เปเปอร์ พี”
“อืม”
พีเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวที่กำลังกินอยู่แล้วครางในลำคอตอบเพราะหากไม่ตอบอะไรเลยคงจะเสียมารยาท แต่ก็ยังคงหน้านิ่ง ไม่มีรอยยิ้มออกมาบนใบหน้าหล่อตี๋นั้น
“งั้นเราไปนะ”
แนะนำเฟื่องฟ้าเสร็จฉันก็รีบบอกลาเปเปอร์กับพีโดยไม่หันไปสบตากับครามอีก ไม่อยากจะพูดคุยอะไรกับมันแล้วตอนนี้
เวลาต่อมา
17.00 นาฬิกา
เรียนกันมาทั้งวันจนตอนนี้ก็หมดคาบเรียนแล้ว ฉันกับฟ้าแยกย้ายกันกลับโดยยัยฟ้าปั่นจักรยานกลับหอในซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตึกเรียน ส่วนฉันก็เตรียมไปขึ้นแท็กซี่ที่หน้ามหาวิทยาลัย
“ญดา!“
รถยุโรปคันสีขาวจอดที่หน้าป้ายรถเมล์ซึ่งฉันกำลังยืนรอแท็กซี่อยู่ในตอนนี้
“ไทเกอร์..”
เสียงคุ้นเคย ใบหน้าหล่อคมดูร้ายลึก ดวงตาเรียวเฉี่ยวยาวกับผมสีดำสนิททรงทูบล็อคขับกับผิวขาวๆที่ดูก็รู้ว่ามีเชื้อสายจีน และเขาคนนี้ก็คือ อดีตเพื่อนรักของคราม
“ไม่เจอกันนาน สบายดีมั้ย?”
ใบหน้าหล่อตี๋ฉีกยิ้มกว้าง ส่วนฉันเองก็ยิ้มเจื่อน ที่จริงในอดีตฉันกับไทเกอร์ก็สนิทกันมาก เรียกว่าเราทั้งสามคนสนิทกันดีกว่า...
“สบายดี แล้วนี่ไทจะไปไหน เรียนอยู่มอนี้เหมือนกันเหรอ?”
“หึ เรียนอยู่อีกมอนึงแต่พอดีวันนี้แวะมาหาเพื่อนที่มอนี้ แล้วนี่จะไปไหน?”
“รอแท็กซี่อยู่อ่ะ กำลังจะกลับหอ”
“ทำไมนั่งแท็กซี่? ได้ข่าวมาว่าเรียนอยู่ที่เดียวกับกับไอ้ครามไม่ใช่เหรอ”
น้ำเสียงที่พูดถึงครามดูไม่ค่อยอยากพูดถึงนัก จากที่ฉีกยิ้มก็กลายเป็หน้านิ่งเรียบสนิทไม่แสดงอารมณ์เมื่อพูดถึงชื่อ อดีตเพื่อนรัก อย่างคราม
“ก็ใช่แหละ แต่ก็คนละคณะเรียนก็ไม่ตรงกัน”
“ขึ้นมาสิ เดี๋ยวพาไปส่ง”
คำชักชวนของไทเกอร์ทำเอาฉันลังเลอยู่ไม่น้อย ถ้าหากฉันเลือกข้างที่จะอยู่กับไทเกอร์ก็เท่ากับว่ามีปัญหากับคราม ครามกับไทเกอร์ในตอนนี้เป็เหมือนกับคู่อริที่ไม่มีวันลงรอยกันได้ ไม่มีทางเลยสักนิดที่ทั้งคู่จะกลับมาคุยกันได้เหมือนแต่เก่าก่อน...
“อื้ม”
ฉันตัดสินใจเปิดประตูขึ้นไปแล้วนั่งที่เบาะข้างคนขับ พี่ตัดสินใจขึ้นมาแบบนี้ก็เพราะว่ายังไงไทเกอร์ก็คืออดีตเพื่อนรัก และฉันกับไทเกอร์ไม่เคยมีปัญหาส่วนตัวกัน
“ไม่คิดเลยนะว่าไทจะเรียนอยู่แถวนี้”
ฉันคิดว่าไทเกอร์เรียนอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่ก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศซะอีก เพราะเมื่อประมาณสี่ปีที่แล้วตอนที่พวกเราทั้งสามคนอายุสิบเจ็ดปี ไทเกอร์ได้ย้ายบ้านไปอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่และหลังจากนั้นฉันกับครามก็ไม่ได้ข่าวคราวของไทเกอร์อีกเลย
“อยากจะเข้ามาเรียนในกรุงเทพ กูก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมาเจอมึงอยู่ที่นี่นะญาดา”
“อื้ม บังเอิญเนอะ”
ฉันตอบแบบไม่เต็มเสียงนักเพราะความรู้สึกในตอนนี้มันเกร็งไปหมด แม้ว่าในอดีตจะเคยสนิทกันเพราะว่าเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน แต่ตอนนี้เราก็ไม่ได้สนิทกันเหมือนแต่ก่อนแล้ว
“จะให้กูไปส่งที่คอนโดเลยเหรอ ไม่เจอกันนานไปเที่ยวกับกูหน่อยมั้ย?”
“ไปเที่ยวที่ไหนล่ะ?”
“กูนัดเพื่อนที่มอมาร้านเหล้าแถวนี้ จะไปด้วยกันมั้ย?”
่นี้ฉันเองก็เบื่อๆ บวกกับเจอเพื่อนรักปฏิเสธที่จะไม่มีอะไรด้วยก็ทำเอาช้ำใจหนักอยู่นะ มันเหมือนฉันกลายเป็ผู้หญิงไม่มีเสน่ห์ยังไงอย่างนั้น
อยากรู้จังเลยว่าถ้าอ่อยไทเกอร์แบบที่อ่อยคราม ไทเกอร์จะรู้สึกอะไรมั้ยกับรูปร่างหน้าตาของฉัน...
อ๊ะ นี่ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย! ยังไงไทเกอร์ก็เป็เพื่อนฉันนะจะเอามันมาเป็แบบทดสอบอย่างนี้มันจะดีหรอ
แต่ไทเกอร์ก็เป็เหยื่อที่น่าลองอยู่ไม่น้อย... มันเป็คู่อริของคราม เป็คนที่ครามมีปัญหาด้วย ถ้าครามรู้ว่าฉันมีความสัมพันธ์กับไทเกอร์ที่เกินเพื่อนมันจะเป็ยังไงกันนะ?
“อื้ม เอาสิ”
“แต่นี่ยังเย็นอยู่เลย กว่าจะเข้าร้านเหล้าก็คงจะประมาณสองสามทุ่มนะญดา”
“งั้นมึงก็มาอยู่คอนโดกับกูก่อนสิ... คอนโดกูอยู่แถวนี้อ่ะ”