บทที่ 22 กล้าดียังไงมาทำร้ายฉัน?
ถึงแม้ว่าในตอนนี้ เฉินเซิงจะพอมีฐานะอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ชอบมาสถานเริงรมย์แบบนี้ที่ผู้ชายส่วนใหญ่ต่างชื่นชอบนัก
สาเหตุที่เขามายังสถานอาบอบนวดแห่งนี้ในค่ำคืนนี้ ก็เพราะได้ข่าวมาว่าฮวาปู้ลั่วมาสนุกสนานอยู่ที่นี่ เขาจึงตั้งใจมาหาเื่อีกฝ่ายโดยเฉพาะ
ก่อนหน้านี้ฮวาปู้ลั่วแอบจ้างวานคนไปจัดการเฉินเซิง แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะตีซี้กับซ่างกวนเยียนได้ แต่ครั้งนั้นเฉินเซิงต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างมาก ห่างจากความตายเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปดเท่านั้น
ถ้าหากเฉินเซิงไม่ทุ่มสุดตัวเพื่อเอาชีวิตรอด และหากซ่างกวนเยียนมีฝีมือร้ายกาจกว่านี้ สุดท้ายแล้วคนที่ต้องพบจุดจบก็คงหนีไม่พ้นเขา
การกระทำของฮวาปู้ลั่วได้ล้ำเส้นเฉินเซิงไปแล้ว เขาจึงมาหาเื่อีกฝ่ายด้วยตัวเองในครั้งนี้
เมื่อรู้ว่าฮวาปู้ลั่วจองตัวนางเอกของสถานบันเทิงแห่งนี้ เฉินเซิงจึงจงใจเสนอราคาเป็สองเท่า เพื่อให้ทางสถานที่จัดเสี่ยวเจียวไปที่ห้องของเขา
คนในวงการนี้ส่วนใหญ่มักจะเห็นแก่เงิน บวกกับการที่เฉินเซิงจ่ายเงินอย่างไม่ลังเล ผู้จัดการหวังจึงอ้างเื่ต่างๆ นานา เพื่อย้ายเสี่ยวเจียวออกมาจากห้องของฮวาปู้ลั่ว
ฮวาปู้ลั่วยิ่งรอ ก็ยิ่งไม่เห็นวี่แววของเสี่ยวเจียว จึงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
ผู้จัดการหวังจึงต้องจัดหาหญิงสาวคนอื่นๆ มาให้เขาอีกหลายคน แต่หลังจากที่ได้เห็นความงามและความสามารถรอบด้านของเสี่ยวเจียวแล้ว ฮวาปู้ลั่วก็ไม่เหลียวแลหญิงสาวคนอื่นๆ อีกเลย
แล้วเขาก็ได้ยินเสียงคุ้นหูแว่วมาจากห้องฝั่งตรงข้าม ฮวาปู้ลั่วจึงแอบชะโงกหน้าไปมองผ่านช่องประตู เขาก็ได้เห็นเฉินเซิง ศัตรูคู่อาฆาต กำลังนั่งจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับชมการแสดงอันงดงามของเสี่ยวเจียว
นอกจากเสี่ยวเจียวแล้ว ด้านหลังเฉินเซิงยังมีหญิงสาวที่สวยกว่ายืนอยู่ข้างๆ อีกคน เฉินเซิงกำลังมีความสุขกับสาวสวยถึงสองคน!
เมื่อเห็นเฉินเซิงอยู่ในห้องพร้อมกับสาวงามสองคน กำลังมีความสุขอยู่กับบุญวาสนา ฮวาปู้ลั่วก็โกรธจนแทบคลั่ง
ในฐานะลูกของข้าราชการที่เติบโตมาท่ามกลางดอกไม้และเสียงปรบมือั้แ่เด็ก เขาเชื่อมาตลอดว่าสิ่งที่ดีที่สุดในโลกนี้ถูกเตรียมไว้สำหรับคนอย่างเขา
ตอนที่ตามจีบหลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ถูกเฉินเซิงดูถูกหลายครั้ง วันนี้ออกมาหาผู้หญิงระบายอารมณ์หน่อยก็ถูกอีกฝ่ายแย่งตัดหน้าไปอีก ฮวาปู้ลั่วคิดว่าอีกฝ่ายแย่งของที่เป็ของตัวเองไป จึงบุกเข้าไปในห้องของเฉินเซิง ด้วยความโกรธ
เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ผู้จัดการหวังรีบวิ่งมาดูพอเห็นว่าคนที่ก่อเื่คือฮวาปู้ลั่ว เธอจึงได้เข้าใจ
“ผู้จัดการหวังเธอบอกว่าเสี่ยวเจียวจะออกไปแค่แป๊บเดียวแล้วจะกลับมาอยู่เป็เพื่อนฉันไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมเธอกลับมาอยู่ที่นี่ ดื่มกินร้องรำกับไอ้หน้าอ่อนนี่ได้!” ฮวาปู้ลั่วถามด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ง่ายมาก ก็เพราะมีคนยอมจ่ายเงินมากกว่าคุณเป็สองเท่า” ซ่างกวนเยียนพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย
สิ่งที่ฮวาปู้ลั่วสนใจมากที่สุดในตอนนี้คือการกู้หน้าคืน เขาจึงไม่ได้ใส่ใจซ่างกวนเยียนมากนัก
“ฉันจองเด็กสาวคนนี้ไว้ก่อนชัดๆ แล้วทำไมเธอถึงหนีไปดูแลคนอื่นกลางคัน ถ้าผู้จัดการหวังไม่ให้คำอธิบายที่ดีพอ ระวังร้านคุณจะพังเอานะ” ฮวาปู้ลั่วพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่
“คุณชายฮวาคะ ร้านของเราก็เปิดมาเพื่อทำกำไรอยู่แล้ว ในเมื่อคุณชายท่านนี้ยอมจ่ายเป็สองเท่า เสี่ยวเจียวก็ต้องมาอยู่กับเขาเป็ธรรมดา” ผู้จัดการหวังพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ
“แค่สองหมื่นหยวนเอง ฉันให้สี่หมื่นเรียกเด็กนั่นไปปรนนิบัติฉันเดี๋ยวนี้” ฮวาปู้ลั่วพูดด้วยน้ำเสียงเ็า ดวงตาจ้องมองไปที่รูปร่างบอบบางเย้ายวนของเสี่ยวเจียว
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ฮวาปู้ลั่วพยายามจะใช้กำลังกับเธอ เสี่ยวเจียวก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ ถ้าเธอต้องกลับไปที่ห้องของเขาตอนนี้ คงไม่ต่างกับแกะน้อยเข้าปากเสือ เธอตัวสั่นเทาด้วยความหวาดผวา
ั้แ่เข้ามาในห้องนี้ เฉินเซิงปฏิบัติกับเธออย่างสุภาพมาตลอด เสี่ยวเจียวจึงรู้สึกประทับใจเขาเป็อย่างมาก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฮวาปู้ลั่วที่กำลังคุกคาม เธอจึงมองไปที่ชายหนุ่มด้วยแววตาขอความช่วยเหลือ
“หนึ่งแสน” เฉินเซิง พูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา
“แก…” ฮวาปู้ลั่วถึงกับพูดไม่ออกด้วยความโมโห
ถึงแม้ว่าเขาจะมีเงินสิบหมื่น แต่เขาก็รู้สึกว่าการทุ่มเงินมากขนาดนี้เพื่อแย่งผู้หญิงคนหนึ่งมันไม่คุ้มค่า แต่ถ้าจะให้ปล่อยเสี่ยวเจียวไปง่ายๆ เขาก็ยอมไม่ได้ ฮวาปู้ลั่วจ้องมองเฉินเซิงด้วยแววตาอาฆาต
“สองแสน”เมื่อเห็นว่าฮวาปู้ลั่วยังคงไม่ยอมลดละเฉินเซิงก็พูดต่อ
“ไอ้หน้าอ่อน นายคงรวยน่าดูสินะ คิดว่ามีเงินสกปรกอยู่ไม่กี่หยวนแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ?”
“ห้าแสน” เฉินเซิงพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
“คุณชายฮวาคะ คุณชายท่านนี้ยอมจ่ายห้าแสนเพื่อให้เสี่ยวเจียวอยู่ร้องเพลงเต้นรำเป็เพื่อนเขา ถ้าคุณไม่อยากจ่ายในราคาที่เท่ากัน ก็เชิญไปหาหญิงสาวคนอื่นเถอะค่ะ” ผู้จัดการหวังพูดไล่ฮวาปู้ลั่วทางอ้อมอย่างสุภาพ
“ฉันน่ะรู้จักคนในเมืองเจียงเฉิงไม่น้อย แค่ฉันเอ่ยปากคนมากมายก็พร้อมจะออกมาฆ่าแกแน่…” ฮวาปู้ลั่วก้าวเข้ามาหาเฉินเซิงแล้วยื่นนิ้วชี้หน้าข่มขู่
เฉินเซิงไม่แม้แต่จะชายตามองฮวาปู้ลั่ว เขายื่นมือไปคว้าเอวบางของเสี่ยวเจียวที่อยู่ไม่ไกลให้เข้ามาซบอก ก่อนจะยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์
เมื่อเห็นว่าเฉินเซิงไม่แม้แต่จะชายตามองเขาเลยแม้แต่น้อย ฮวาปู้ลั่วก็รู้สึกเจ็บใจอย่างมาก
ถ้าหากเฉินเซิงโกรธจนตัวสั่นแล้วโต้เถียงกับเขายังจะรู้สึกดีกว่านี้ แต่นี่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจเขาเลย แถมยังกอดเสี่ยวเจียวและจิบไวน์อย่างสบายใจเฉย
เมื่อนึกถึงตอนที่อยู่ในห้อง เด็กสาวที่ชื่อเสี่ยวเจียวยังไม่ยอมให้เขาแตะต้องตัวเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับยอมให้เฉินเซิงกอดโดยไม่ขัดขืน ฮวาปู้ลั่วก็ยิ่งโกรธหนักกว่าเดิม “ถุย! พวกสำส่อน!”
ปั่ก!
ซ่างกวนเยียนเห็นแววตาเ็าของเฉินเซิง เหมือนกับได้รับสัญญาณบางอย่าง เธอจึงปล่อยหมัดใส่ฮวาปู้ลั่วอย่างรวดเร็ว
ฮวาปู้ลั่วโดนหมัดของซ่างกวนเยียนเข้าไปเต็มๆ จนเซล้มลงไปกองกับพื้น ดวงตาข้างหนึ่งของเขากลายเป็สีม่วงคล้ำในพริบตา
“แม่งเอ๊ย! นังนี่กล้าดียังไงมาต่อยฉัน! รู้ไหมว่าฉันเป็ใคร!” ฮวาปู้ลั่วตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น
ปั่ก!
ซ่างกวนเยียนปล่อยหมัดออกไปอีกครั้ง ตาอีกข้างของฮวาปู้ลั่วก็กลายเป็สีม่วงช้ำทันที
ในวินาทีต่อมา ซ่างกวนเยียนก็โน้มตัวลงหมัดเล็กๆ ของเธอรัวใส่ใบหน้า ศีรษะ และร่างกายของฮวาปู้ลั่วราวกับสายฝน
เสียง ปั่ก! ปั่ก! ดังต่อเนื่อง ฮวาปู้ลั่วร้องโหยหวนราวกับหมูโดนเชือด
เมื่อเห็นซ่างกวนเยียนลงมืออย่างรุนแรง ผู้จัดการหวังก็คิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้ช่างโเี้เกินไป ถึงขั้นขึ้นคร่อมแล้วซ้อมอีกฝ่ายขนาดนี้
ฮวาปู้ลั่วร้องลั่นด้วยความเ็ป แต่เฉินเซิงกลับทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไร มือข้างหนึ่งของเขายังคงโอบเอวบางของเสี่ยวเจียวไว้แน่น คิดในใจว่าเอวของเธอช่างอ่อนนุ่มน่าััเสียจริง เด็กสาวจากเมืองหลวงคนนี้ เรียกได้ว่าเป็สาวสวยที่หาตัวจับยากเลยทีเดียว
“คุณผู้หญิงคะ ถ้าคุณยังไม่หยุดเขาอาจจะตายได้ ได้โปรดไว้ชีวิตคุณชายฮวาด้วยเถอะค่ะ” เมื่อเห็นเืไหลอาบหน้า จมูก และใบหูของ ฮวาปู้ลั่ว ผู้จัดการหวังจึงรีบเข้ามาขอร้องให้ซ่างกวนเยียนไว้ชีวิต
ถ้าผู้หญิงคนนี้ฆ่าคนตายขึ้นมา อาบอบนวดแห่งนี้ก็ต้องรับผิดชอบไปด้วย ผู้จัดการหวังจึงต้องเข้ามาห้ามปราม
แต่ซ่างกวนเยียนกลับเมินเฉยต่อคำพูดของผู้จัดการหวัง เธอยังคงรัวหมัดใส่ฮวาปู้ลั่วไม่หยุด
ฮวาปู้ลั่วนอนขดตัวอยู่บนพื้น ถูกซ้อมจนดูน่าสงสารยิ่งกว่าสุนัขจรจัดเสียอีก
ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเื่ร้ายแรง แต่ซ่างกวนเยียนก็ไม่ฟังคำพูดของเธอ ผู้จัดการหวังจึงต้องหันไปขอร้องเฉินเซิง
เฉินเซิงพยักหน้า ซ่างกวนเยียนจึงยอมหยุดทำร้ายฮวาปู้ลั่ว
“เฉินเซิง! แล้วก็นังตัวดี! พวกแกกล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ เื่นี้ฉันไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่ เฉินเซิง! สักวันฉันจะแย่งผู้หญิงทุกคนของแกมาเป็ของฉัน... ส่วนนังนี่ฉันจะหาผู้ชายร่างั์มาขยี้แกทุกวัน ให้แกได้รู้จักกับคำว่า 'ตายทั้งเป็'!...” ั้แ่เกิดมาฮวาปู้ลั่วไม่เคยต้องพบกับความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน เมื่อซ่างกวนเยียนหยุดมือลง เขาก็รีบเช็ดเืที่มุมปากพลางะโด่าทออีกฝ่ายด้วยความเคียดแค้น
“อยากหาคนมาขยี้ฉันเหรอ?” ซ่างกวนเยียนมองฮวาปู้ลั่วด้วยรอยยิ้มเ็าที่แฝงไปด้วยความโเี้
เมื่อถูกสายตาเย็นเยียบของซ่างกวนเยียนจ้องมอง ฮวาปู้ลั่วก็ััได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“นี่แกจะทำอะไรน่ะ? พ่อฉันเป็ถึงอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองเจียงเฉิง ลุงฉันเป็ผู้แทนสภา ป้านฉันเป็รองอธิบดีกรมยุติธรรม ลองแตะต้องฉันแม้แต่ปลายเล็บดูสิ…” ฮวาปู้ลั่วตะคอกใส่ซ่างกวนเยียนด้วยท่าทางดุดัน แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความหวั่นเกรง