ราชันเวทเทพองเมียว

    53 นี่หรือคือโอซาก้า (3) - ตำนานอุราชิมะ ทาโร่

            “เราพอทราบเซียนน้อยท่านนี้เป็นองเมียวจิ สำหรับองเมียวจิแล้วชิกิงามิเป็นสิ่งไม่อาจขาดได้ ยิ่งทรงพลังเท่าไรยิ่งดี หมู่บ้านของเรามีของวิเศษอยู่ชิ้นหนึ่ง คือเขี้ยวเสือของราชันพยัคฆ์ขาวคนก่อน มีฤทธิ์กำราบสัตว์ร้าย ระหว่างเดินทางในป่าไม่ต้องกลัวสัตว์ร้ายกล้ำกราย หากนำมาทำเป็นชิกิงามิ เสมือนมีราชันพยัคฆ์เป็นข้ารับใช้ ทรงค่าหาใดเปรียบ สิ่งนี้พอทดแทนได้หรือไม่”

            เด็กหญิงไม่แม้แต่เสียเวลาครุ่นคิด เธอส่ายหน้าทันทีทั้งยังส่งสายตาไปทางเด็กชายให้หุบปากเอาไว้

            “แค่นี้เองหรือ ของระดับนั้นเราสองสามารถหาที่ไหนก็ได้ ลำพังสุนัขป่าที่มีก็ทรงพลังพออยู่แล้ว”

            ทานูกิเฒ่าขบริมฝีปากแน่น 

            “ความจริงยังมีของวิเศษอีกอย่าง เป็นก้อนหินก้อนหนึ่ง สามารถบันดาลโชคให้ท่านได้ เพียงแต่สิ่งนี้เป็นของวิเศษประจำเผ่าพันธุ์ยากที่เราผู้เฒ่าจะตัดสินใจ”

            ทานูกิเฒ่ามีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด

            โนะฮิเมะส่งสายตาอย่างเข้าใจ

            “เอาอย่างนี้แล้วกันคิดเสียว่านี่คือการค้า ไม่อาจกดขี่บังคับต้องเต็มใจทั้งสองฝ่าย หากเราสองคนเสร็จธุระกลับมาแล้วยังเจอท่านคอยอยู่ ให้ถือว่าสิ่งของสองสิ่งนี้เป็นของรางวัลที่เผ่าของท่านเต็มใจมอบเป็นค่าตอบแทน แต่ถ้ากลับมาไม่เจอกันให้ถือว่าไม่เคยมีสัญญานี้เกิดขึ้น ท่านคิดว่าอย่างไร”

            ทานูกิเฒ่าอึกอัก สุดท้ายพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ อย่างน้อยมีเวลาครึ่งปีให้คิดพิจารณา

            “เลิกคุยเรื่องหนัก ๆ ดีกว่า มา มา กินข้าวกันเถอะ”

            โนะฮิเมะกล่าวปิดการสนทนา ทั้ง ๆ ที่เฒ่าทานูกิยังมีเรื่องอยากพูดต่อ

            จังหวะนั้นเองต้าหมินรีบถ่ายทอดเสียงถาม

            “เฮ้ย ปีศาจทานูกิมีเป็นกองทัพเลยนะ จะไปสู้อย่างไรไหว”

            “ไม่ได้ให้สู้แค่ฆ่าปรสิตเท่านั้น มีวิธีตั้งเยอะแยะในหัวข้าตอนนี้มีสองสามวิธีแล้ว ไว้พวกเราไปถึงที่นั่นก่อนค่อยคุยกันอย่างละเอียดแล้วกัน อีกอย่างหินก้อนนั้นไม่ธรรมดา มีไว้ในครอบครองย่อมดีแน่”

            “แล้วศัตรูมิได้ไปแล้วรึ?”

            “ของวิเศษประจำเผ่าพันธุ์ พวกทานูกิน่าจะมีวิธีปกป้อง อีกอย่างก่อนลงมือเราตรวจสอบก่อนได้ว่าสิ่งของยังอยู่ไหม ถ้าไม่สัญญาเป็นอันยกเลิก เลิกคิดเรื่องพวกนี้เถอะ หาอะไรรองท้องแล้วพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ต้องเดินทางกันแต่เช้า”

            “เออ ได้”

            หลังรับประทานอาหารอย่างง่าย ๆ เสร็จแล้ว ชินโนสุเกะกับต้าหมินนอนหลับใต้ร่มไม้ ปล่อยให้โนะฮิเมะกับทานูกิเฒ่าผลัดกันเฝ้าเวร ปีศาจมีร่างกายทนทานกว่ามนุษย์ไม่นอนคืนเดียวไม่เป็นปัญหา

            เด็กชายหลับสนิทถึงเช้า ระหว่างรอเด็กหญิงทำอาหาร เขาขอไปเดินเล่นแถวนี้

            ท้องทะเลยังคงเป็นสีน้ำเงินเข้ม สายลมแรงพัดมาเป็นระยะ อากาศสดชื่นยามเช้าทำจิตใจสดชื่นแจ่มใส ลืมความลำบากและภยันตรายที่เจอระหว่างทางไปเสียสิ้น

            ขณะกำลังดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติอยู่นั่นเอง เขาพบเต่าทะเลตัวหนึ่งนอนอยู่บนชายหาด ตามตัวถูกแหจับปลาพันอยู่แน่น แลน่าสงสารยิ่งนัก พอมันเห็นเขารีบส่งสายตาเว้าวอนขอความช่วยเหลือ ด้วยไม่ใช่เรื่องยากอะไรดาบสั้นเล่มเดียวปัญหาก็คลี่คลาย

            ขณะเด็กชายยกตัวเต่าเพื่อหันหัวมันสู่ทะเลพลันได้ยินเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น

            “ขอบคุณมาก ถ้าไม่ได้คุณหนูช่วยข้าคงติดอยู่ตรงนี้เป็นอาหารให้นกจิกกิน ขอบพระคุณมาก ตัวข้าไม่มีสิ่งใดตอบแทน ถ้าอย่างไรขอเชิญคุณหนูไปวังบาดาล เจ้านายข้าต้องตอบแทนแน่นอน”

     

            เชี่ยยยยย!

            นี่มันเรื่องของอุราชิมะ ทาโร่นี่หว่า

     

            ต้าหมินแทบร้องอุทานออกมา ในสมองพลันนึกถึงนิทานพื้นบ้านเรื่องหนึ่ง

            อุราชิมะ ทาโร่ นิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่น ว่าด้วยชาวประมงชื่ออุราชิมะ ทาโร่ ผู้กตัญญู ออกหาปลาเพื่อนำเงินมาดูแลมารดาชรา วันหนึ่งเขาพบเด็ก ๆ ในหมู่บ้านกำลังรังแกเต่า หลังจากช่วยเต่าไว้ได้ เต่าตัวนั้นอาสาพาเขาไปเที่ยววังบาดาล ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงติดตามเต่าลงไปยังใต้ทะเล จากนั้นท่องเที่ยวด้วยความเพลิดเพลินอยู่สามปี เกิดคิดถึงมารดาจึงขอกลับขึ้นมาบนพื้นโลก 

            ยามนั้นเจ้าหญิงวังบาดาลเฝ้าอ้อนวอนให้เขาเปลี่ยนใจ เมื่อไม่สามารถทำได้เลยมอบกล่องแก่เขาใบหนึ่ง บอกว่ากล่องนี้สามารถพากลับวังได้ตลอดเวลา แต่มีข้อแม้หนึ่ง ห้ามเปิดกล่องเด็ดขาด

            พอกลับขึ้นมาเขาพบสภาพหมู่บ้านที่แปลกไป สอบถามได้ความว่าเวลาผ่านไปมากกว่าสามร้อยปี ด้วยความโมโหจึงเปิดกล่องนั้นออก พบเพียงควันขาว หลังควันจางหายอุราชิมะ ทาโร่ได้กลายสภาพเป็นชายชราและไม่สามารถกลับวังบาดาลได้ตลอดกาล

            “เออ ผมเกรงว่าคงไม่สะดวกน่ะครับ”

            ต้าหมินรีบปฏิเสธ ตำนานเรื่องอุราชิมะ ทาโร่น่ากลัวเกินไป เขาไม่อยากกลายเป็นชายชรา อีกอย่างคนเราไม่รู้จักกันมาก่อนกลับชวนเข้าบ้าน นี่หมายความว่าอย่างไร?

            นอกจากนี้การลงไปใต้น้ำ เท่ากับปล่อยความปลอดภัยของตนให้อยู่ในมือฝ่ายตรงข้าม อันที่จริงอาจไม่มีอะไรก็ได้ ทว่าใจเต้นแปลก ๆ รู้สึกหน่วง ๆ ในอก ความรู้สึกนี้เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งตอนเณรน้อยนั่น 

            นี่คือครั้งที่สอง

            เณรน้อยที่เก่งกาจขนาดนั้นกลับยืนนิ่งรอรับการช่วยเหลือ คล้ายกำลังรอตนอยู่ก็มิปาน ส่วนเต่าตัวนี้เป็นถึงบริวารวังบาดาลกลับติดอวนจับปลาง่าย ๆ นอนรอความตายอยู่บนชายหาด ให้อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อว่านี่ไม่มีอะไร ต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง อาจไม่ใช่มาร้าย แต่มาดีหรือเปล่าอันนี้ต้องดูกันยาว ๆ

            “อืม คงไม่ว่างอ่ะครับ พอดีผมกับเพื่อนติดธุระ ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน”

            “นายท่านของข้าเป็นคนใจร้อน คงไม่อาจรอขนาดนั้นหรอก เอาอย่างนี้แวะไปสักครู่ ข้ารับรองว่าจะรีบส่งคุณหนูขึ้นมาโดยเร็วที่สุด”

            เร่งกันอย่างนี้ชวนน่าสงสัยสุด ๆ

            “เออ ไม่ล่ะครับ ข้างบนนี้สบายดี อีกอย่างผมเป็นคนไม่โลภ ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนน่ะครับ”

            “จริงหรือ?”

            เสียงของเต่าเปลี่ยนไป ทีแรกไม่เอะใจอะไร แต่ต่อมาคลื่นกลับแรงขึ้น ฟ้าเริ่มมืดครื้มเหมือนฝนใกล้ตกทั้งที่ไม่มีเค้าลางมาก่อน อีกทั้งเสียงลมดังหวีดหวิวอย่างประหลาด คล้ายมีเสียงกระซิบมากับสายลมอย่างไรอย่างนั้น”

            “อะไรนะครับ”

            “เราถามว่าเจ้าช่วยผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนหรือ”

            “เออ เฉพาะครั้งนี้ครับ การแก้แหให้คุณเต่าแค่งานง่าย ๆ เอง”

            “เข้าใจตอบดีนี่”

            ทันใดนั้นเต่าหายไป เกิดลมเมฆประสานที่จุดห่างไกลในมหาสมุทร มองเห็นคลื่นยกตัวขึ้นสูงเสียดฟ้า ข้างในสายน้ำมีเงาของบางสิ่งซ่อนอยู่ ภายใต้เกลียวคลื่นมีรูปร่างยาวเหมือนงูตัวใหญ่มีเขา

            มังกร!

            ดวงตาเจิดจ้าดั่งคบเพลิง แฝงพลังอำนาจอันไม่อาจปฏิเสธได้ ความเผด็จการอย่างยิ่งยวดของสิ่งมีชีวิตขั้นสูง เทพเจ้าผู้สถิตในโลกมนุษย์

            “ไอ้หนู ขอบใจที่ช่วยบริวารของข้า”

            เสียงประหนึ่งฟ้าร้องก้องไปทั่วบริเวณ ดังอย่างยิ่งทว่ามีเพียงต้าหมินเท่านั้นที่ได้ยิน

            “เออ ขอรับ”

            ต้าหมินอึ้งงันไปทันใด แค่ออกมาเดินเล่นไหงเจอกับมังกรเสียได้

            “ในเมื่อเจ้าไม่หวังผลตอบแทน ข้าขอให้คำเตือนแก่เจ้าแทนแล้วกัน พลังของเทพอินาริในร่างเป็นของเจ้าและไม่ใช่ของเจ้า รีบฝ่าด่านขึ้นสู่เขตขั้นต่อไปโดยไว ยิ่งอยู่สูงเท่าไรเจ้ายิ่งสัมผัสมันได้เท่านั้น อย่าตายเสียก่อนล่ะ ราชันปีศาจทั้งสี่เริ่มระแคะระคายเรื่องเจ้าแล้ว ชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ก็คือคำสาปด้วยเช่นกัน หากวันใดถูกตามล่าจนไม่อาจอยู่บนพื้นดินได้ จดจำเอาไว้เทพมังกรทะเลตะวันออกเป็นสหายของเจ้า สามารถมาหลบภัยได้ทุกเมื่อ”

            พอสิ้นเสียงนี้ คลื่นยักษ์ เมฆทะมึน สายลมแรงพลันหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในมือของต้าหมินปรากฏไข่มุกเม็ดหนึ่ง เปล่งประกายสีนวลใย ขาวบริสุทธิ์งดงามยิ่ง แม้เทพมังกรไม่ได้บอกว่านี่คือสิ่งใด แต่เขารับรู้ด้วยตัวเองว่านี่คือใบเบิกทางสู่วังใต้บาดาลของเทพมังกรทะเลตะวันออก

            ว่าแต่ราชันปีศาจทั้งสี่คือใคร?

            เทพอินาริ?

            แล้วพลังเทพที่ว่าคืออะไร?

     

            คงได้เวลาสนทนาจริงจังกับโนะฮิเมะแล้ว!