ชายายอดพิษ พิชิตใจอ๋องมัจจุราช [นิยายแปล]

    บทที่ 60 ตกลงแล้วใครกันที่ได้ผลประโยชน์ (เปิดฟรีวันที่ 21 มกราคม 2569)

    เห็นฉินมู่มีท่าทีลังเล ซูอิ่นเย่ว์จึงมิได้ปฏิเสธในทันที นางถามว่า “ทำไมถึงอยากให้ข้าไปกับเจ้า”

    “พี่ซู ข้ารู้ว่าท่านอาจไม่ใส่ใจสิ่งที่คนอื่นพูด แต่ข่าวลือข้างนอกมันแย่เกินไปแล้ว งานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินอัครเสนาบดีครั้งนี้มีคนเข้าร่วมมากมาย หากท่านไปปรากฏตัวสักครั้ง ข่าวลือก็จะสลายไปเอง” ฉินมู่กล่าว

    ซูอิ่นเย่ว์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่านางไม่ค่อยเต็มใจ

    ฉินมู่โน้มเข้าไปใกล้ ใช้ลูกอ้อนทั้งหมดที่นางมี “ไปเถอะ ไปเถอะ ถือว่าไปเป็นเพื่อนข้าเถอะ”

    เมื่อถูกอ้อนวอนเช่นนี้ ซูอิ่นเย่ว์ก็ปฏิเสธไม่ลง

    ก่อนหน้านี้ฮูหยินอัครเสนาบดีก็เคยส่งเทียบเชิญมาแล้ว ซูอิ่นเย่ว์ตั้งใจจะให้เซียงเถาไปมอบของขวัญแทนตนเอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่านางต้องไปด้วยตัวเองเสียแล้ว

    ในเมื่อเป็นการไปร่วมงานวันเกิดของผู้อื่น ย่อมต้องแต่งกายให้เหมาะสม ไม่ให้ดูซอมซ่อเกินไป แต่ก็ไม่ควรเด่นเกินหน้าเจ้าภาพ

    ซูอิ่นเย่ว์แต่งตัวเพียงเล็กน้อย จากนั้นก็ออกเดินทางพร้อมฉินมู่

    พวกนางล่าช้าไปบ้าง หน้าประตูจวนอัครเสนาบดีเหลือรถม้าเพียงไม่กี่คัน

    ทั้งสองลงจากรถม้า หลังจากที่บ่าวรับใช้ตรวจสอบเทียบเชิญแล้ว ก็มีสาวใช้มานำทางพวกนางไปยังสวน

    จวนอัครเสนาบดีใหญ่โตนัก ต้องผ่านทั้งลานหน้าและระเบียงยาวหลายสาย กว่าจะไปถึงสถานที่จัดงานเลี้ยง

    ในสวนเต็มไปด้วยผู้คน แต่ละกลุ่มจับคู่สนทนากันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย

    สาวใช้ที่หน้าประตู เมื่อเห็นเทียบเชิญของทั้งสองแล้ว ก็ประกาศขึ้นเสียงดัง “พระชายาหลิงอ๋องซื่อจื่อ และคุณหนูห้าแห่งจวนแม่ทัพฉินมาถึงแล้ว!”

    ในชั่วพริบตา หลายคนหยุดพูดคุย แล้วหันไปมองที่ประตูสวน

    พวกนางล้วนจำฉินมู่ได้ ส่วนหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ นั้นก็คือบุตรีอนุที่แต่งกับซื่อจื่อเพื่อช่วยเสริมดวงใช่หรือไม่

    เพียงเห็นซูอิ่นเย่ว์สวมกระโปรงแพรปักลายสีฟ้า ดูเหมือนเรียบง่ายแต่เป็นผ้าหลิวหยุน เพียงขยับตัวเล็กน้อย เนื้อผ้าก็พลิ้วไหวราวกับเมฆลอย ขับให้ผิวพรรณของนางแลดูขาวกระจ่าง

    แม้ว่าซูอิ่นเย่ว์จะมิใช่หญิงงามอันดับหนึ่ง แต่แผ่นหลังของนางตั้งตรงราวกับลำไผ่ รูปร่างสง่างาม ดูสูงศักดิ์ และมีอากัปกิริยาที่หาได้ยาก

    นางยิ้มและสนทนากับฉินมู่ ดวงตาของนางเปล่งประกายราวอัญมณี ดูมีชีวิตชีวายิ่งนัก

    เมื่อทุกคนเห็นว่านางไม่มีแขนขาขาด และบนใบหน้าก็ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ต่างก็รู้สึกผิดหวังอย่างมาก

    ซูอิ่นเย่ว์มองออกถึงความผิดหวังในสีหน้าของพวกนาง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก

    งานเลี้ยงยังไม่เริ่ม ที่เวทีเล็กมีนางขับร้องกำลังบรรเลงพิณและขับร้องเพลง บรรยากาศชวนให้เพลิดเพลิน

    ขณะนั้นมีสตรีวัยสี่สิบเศษเดินเข้ามา นางคือฮูหยินอัครเสนาบดี

    ฮูหยินอัครเสนาบดีมองสำรวจซูอิ่นเย่ว์ นางเพียงส่งเทียบเชิญไปให้จวนหลิงอ๋องตามธรรมเนียม มิคาดว่าซูอิ่นเย่ว์จะมาจริงๆ

    ก่อนแต่งงานนางเป็นถึงเซี่ยนจู่ อันมีชาติกำเนิดสูงส่ง ภายในใจจึงมิได้เห็นค่าซูอิ่นเย่ว์นัก

    ซูอิ่นเย่ว์โชคดีนัก หลังแต่งเข้าสู่จวนหลิงอ๋องกลับไม่ต้องเป็นม่าย ทว่ากลายเป็นพระชายาซื่อจื่อโดยสมบูรณ์

    ทว่าวันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินอัครเสนาบดี นางย่อมต้องยิ้มต้อนรับ “นี่คือพระชายาซื่อจื่อสินะ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมา ข้ายังนึกว่าเจ้าจะป่วยอีกแล้ว ดูท่าว่าวันนี้ข้าได้อานิสงส์จากคุณหนูห้า หากมิใช่นาง คงไม่มีใครพาเจ้ามาได้”

    ฉินมู่รู้สึกกระอักกระอ่วน “ท่านอาหญิง…”

    ซูอิ่นเย่ว์รู้ดีว่าเมื่อคราวก่อนจี้หมัวมัวปฏิเสธไปด้วยข้ออ้างต่างๆ แต่ไม่คิดว่าฮูหยินอัครเสนาบดีจะเป็นคนตรงเช่นนี้ เอ่ยแสดงความไม่พอใจออกมาต่อหน้า

    แต่นางกลับมิได้รังเกียจฮูหยินอัครเสนาบดีนัก กล่าวสิ่งที่คิดต่อหน้าย่อมดีกว่าพวกที่เสแสร้งเป็นมิตรลับหลัง

    ดังนั้นนางจึงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “พูดไปก็แปลก พอนางมาหาข้า อาการป่วยของข้าก็หายดี เช่นนั้นแล้วคราวหน้าฮูหยินอัครเสนาบดีต้องให้น้องฉินมาเชิญข้าอีก ข้าจะต้องมาร่วมงานแน่นอน”

    รอยยิ้มที่มุมปากของฮูหยินอัครเสนาบดีชะงักไป คำพูดของซูอิ่นเย่ว์ชัดเจนว่านางให้เกียรติฉินมู่จึงมางานนี้

    ช่างหยิ่งผยองยิ่งนัก ดูท่าว่าคำพูดของผู้อื่นจะเป็นจริงเสียแล้ว

    ขณะนั้น หยางซื่อได้ยินเสียงของซูอิ่นเย่ว์ จึงพาบุตรสาวทั้งสองเดินออกมาจากโถงรับรอง

    หยางซื่อยิ้มพลางกล่าวว่า “พี่หญิงซ่ง ลูกสาวข้ามีนิสัยตรงไปตรงมา วันนี้เป็นวันดีของท่าน อย่าได้ถือสานางเลย”

    เดิมทีฮูหยินอัครเสนาบดีเพียงรู้สึกขัดใจเล็กน้อย แต่พอหยางซื่อออกมาขอโทษอย่างกะทันหัน กลับทำให้นางรู้สึกว่าหยางซื่ออ่อนแอเกินไป

    เมื่อเห็นรอยฝ่ามือจางๆ บนใบหน้าของซูเยียนหนิง นางก็อดนึกถึงข่าวลือที่ว่าซูอิ่นเย่ว์บังคับให้พี่สาวร่วมสายเลือดคุกเข่าและตบหน้าไม่ได้ ความโกรธในใจก็ปะทุขึ้นมา รู้สึกว่าซูอิ่นเย่ว์ช่างเหลิงเกินไป ต่อให้เป็นบุตรอนุที่แต่งเข้าสกุลสูงศักดิ์ ก็ไม่ควรเหยียบหัวมารดาและพี่สาวสายตรงได้!

    นางขมวดคิ้วกล่าวว่า “เจ้าช่างใจดีเสียจริง ทั้งที่เป็นนางพูดเองแท้ๆ เจ้ายังต้องออกหน้าขอโทษแทนนางอีกหรือ”

    หยางซื่อถอนหายใจ สีหน้าดูเจ็บปวด “ข้าเป็นแม่ของนาง ย่อมต้องปกป้องลูกสาวของตน ไม่เช่นนั้นนางคงไม่พอใจ”

    “เจ้าเป็นทั้งมารดาและภรรยาเอก!” ฮูหยินอัครเสนาบดีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นางมิใช่บุตรีภรรยาเอก ก็สมควรเคารพและให้เกียรติเจ้า หากเจ้ายังอบรมลูกเช่นนี้ เกรงว่าพวกนางจะยิ่งไม่นอบน้อมต่อผู้ใหญ่ และไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี”

    หยางซื่อพยักหน้ารับติดต่อกัน ก่อนจะหันไปกล่าวกับซูอิ่นเย่ว์ “เย่ว์เอ๋อร์ รีบขอโทษฮูหยินอัครเสนาบดีเสีย”

    ภรรยาขุนนางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองหลวงต่างมารวมตัวกันที่นี่ ทุกคนพากันกระซิบกระซาบ เตรียมรอดูซูอิ่นเย่ว์เสียหน้า

    ฉินมู่กำมือซูอิ่นเย่ว์แน่น

    เห็นชัดว่าเป็นฮูหยินอัครเสนาบดีที่เริ่มกล่าวเหน็บแนมก่อน คนยังไม่ทันได้พูดอะไร หยางซื่อก็รีบร้อนออกมาขอโทษเสียแล้ว ตอนนี้เรื่องทั้งหมดกลายเป็นความผิดของซูอิ่นเย่ว์ไปเสียได้

    หากพี่ซูขอโทษ ก็จะกลายเป็นเรื่องน่าขัน ต่อไปเหล่าภรรยาขุนนางก็จะดูแคลนนางมากขึ้น

    แต่หากไม่ขอโทษ ก็จะไม่เพียงแต่ทำให้ฮูหยินอัครเสนาบดีขุ่นเคือง ยังจะถูกมองว่าโอหังไร้มารยาท

    ทั้งหมดเป็นความผิดของนางเอง อยู่ดีไม่ว่าดีเหตุใดต้องลากซูอิ่นเย่ว์มางานเลี้ยงนี้ด้วย

    ซูอิ่นเย่ว์กลับไม่รีบร้อน กล่าวอย่างใจเย็นว่า “ฮูหยินอัครเสนาบดีแค่ล้อข้าเล่น บอกว่ามีเพียงน้องฉินเท่านั้นที่สามารถเชิญข้าออกจากจวนได้ ข้าก็เพียงเล่นตามไปอีกประโยคหนึ่ง แล้วเหตุใดต้องให้ข้าขอโทษด้วยเล่า หรือว่าฮูหยินอัครเสนาบดีที่กล่าวก่อนนั้น มิใช่พูดเล่น แต่เป็นการตำหนิข้า?”

    ฮูหยินอัครเสนาบดีหน้าตึงขึ้นมาทันที ซูอิ่นเย่ว์กล่าวเพียงไม่กี่ประโยคกลับทำให้นางดูเป็นคนใจแคบไปเสียได้

    อีกทั้งสามีของนางก็กำชับนักหนาว่าอย่าก่อเรื่องกับฉู่จี้เฟิงและภรรยา เมื่อนางคิดได้เช่นนั้น ก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา ทว่ากลับหาทางลงให้ตนเองไม่ได้

    ซูอิ่นเย่ว์รู้ดีว่านี่เป็นการยุยงของหยางซื่อ นางมิได้ต้องการเป็นศัตรูกับจวนอัครเสนาบดี จึงกล่าวขึ้นอีกครั้งว่า “แต่ข้ามาด้วยใจจริงเพื่ออวยพรวันเกิดฮูหยินอัครเสนาบดี ฮูหยินอัครเสนาบดีย่อมเพียงล้อข้าเล่น มิใช่ตำหนิข้าใช่หรือไม่ ฮูหยินอัครเสนาบดี ท่านว่าอย่างไรเล่า”

    เมื่อฮูหยินอัครเสนาบดีเห็นว่าซูอิ่นเย่ว์ให้ทางลงแก่ตนเอง ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที นางกล่าวว่า “ถูกต้อง ถูกต้อง ข้าเพียงล้อเล่นเท่านั้น ซูฮูหยิน เจ้าอย่าได้ถือเป็นจริงจัง”

    ผู้คนรอบข้างพากันพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมทั้งหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง

    หยางซื่อไม่ยอมแพ้ กล่าวขึ้นว่า “พี่หญิงซ่ง ท่านช่างใจกว้างนัก เช่นนั้นให้ข้าเป็นคนขอโทษแทนเย่ว์เอ๋อร์เถอะ”

    แต่ฮูหยินอัครเสนาบดีตอนนี้เข้าใจความตั้งใจของหยางซื่อแล้ว นางพยุงหยางซื่อขึ้นพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา 

    “ข้าพูดเล่นกับพระชายาซื่อจื่อสองสามคำ เจ้ากลับรีบร้อนออกหน้าขอโทษแทนนาง ผู้อื่นคงคิดว่าข้ารังแกผู้น้อย เช่นนั้นหากข่าวลือแพร่ออกไป ก็คงฟังดูไม่ดีนัก”

    คล้ายกับเรื่องชายายอดพิษ พิชิตใจอ๋องมัจจุราช [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730