ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

ถึงแล้ว

ตอนที่222 ถึงแล้ว

           สุดท้ายการเดินเที่ยวเล่นก็จบลงเมื่อชิงเถารู้ว่านางได้รู้ของดีตามที่เชี่ยนเชี่ยนว่าแล้วซึ่งก็ได้รู้แล้วว่ามันคืออะไร เช่นนั้นแล้วนางจึงกลับที่พักเก็บเอาแรงเพื่อวันต่อไปดีกว่านั่นแหละนางหมดแรงเดินแล้วจริงๆ

 

           วันต่อมาการเดินทางก็กลับมาเป็นเช่นเดิมออกเดินทางในทุกๆเช้า และหาที่พักในช่วงเย็น ไม่ว่าจะได้เข้าพักในโรงเตี๊ยมสบายๆหรือว่าจะต้องตั้งกระโจมนอนกลางดินใต้ผืนฟ้าก็ผ่านมาหมดแล้วและก็ถึงเมืองสุดท้ายก่อนที่จะเข้าไปถึงเมืองหลวง เมืองนี้ห่างจากเมืองหลวงไม่มากซึ่งชิงเถาได้ยินมาว่าพรุ่งนี้ก็น่าจะถึง นางดีใจมากๆที่ได้ถึงที่หมายสักทีแต่ก่อนอื่นคืนนี้นางก็คงต้องนอนใต้ต้นไม้ไปก่อนอีกวัน

“เมืองนี้เจ้าไม่อยากแวะซื้อของแล้วหรือ”มี่หนิงหยางเอ่ยถามชิงเถา เขาขี่ม้ามาใกล้ๆกับหน้าต่างเพื่อถามนางอีกอย่างตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาพักอย่างไรก็คงต้องผ่านเมืองนี้ออกไปอย่างไม่ต้องพักอยู่แล้วแต่เขาก็อยากถามนางลองดู ถ้าเป็นไปได้เขาอาจจะให้เวลานางเดินเล่นสักหน่อยจากนั่นค่อยเร่งเดินทางให้ทันน้องชายตามระยะห่างเท่าเดิมก็ได้

“ไม่หละเจ้าค่ะรีบเดินทางต่อเถอะ ข้าอยากถึงเมืองหลวงเร็วๆแล้ว” ชิงเถาไม่ได้อยากลงไปเดินหาซื้ออะไรนางคิดว่าสินค้าของเมืองนี้กับเมืองหลวงก็คงไม่ต่างกันมากนักเพราะทั้งสองเมืองอยู่ไม่ไกลกันอีกอย่างเมืองหลวงก็น่าจะเป็นศูนย์รวมของสิ่งต่างๆมากกว่า

“เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าก็แล้วกัน”มี่หนิงหยางเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะเร่งการเดินทางให้เร็วขึ้นอีกสักหน่อย

 

“โหผู้คนเยอะมากเลยขอรับ”

“นั่นๆมีตัวอะไรด้วยน่ะขอรับ”

“ด้านนั้นๆมีกายกรรมเหมือนที่เราเคยดูด้วย”สองแฝดที่เกาะหน้าต่างคนละด้านเพื่อส่องดูความเป็นไปข้างนอกเอ่ยออกมาอย่างไม่หยุดเมื่อได้เห็นความเจริญของเมืองหลวงตั้งแต่รถม้าเคลื่อนผ่านประตูเมืองหลวงแคว้นเยว่อู่เข้ามาเมืองนี้ดูเหมือนว่าจะใหญ่ยิ่งกว่าเมืองหลวงของแคว้นฉวนอู่เสียอีกนะ

“นั่นนะเขาเรียกว่าอูฐเราอาจจะไม่ค่อยเห็นแต่ว่าทางเหนือห่างไปไม่เท่าไหร่ดูเหมือนจะมีทะเลทรายอยู่ด้วย”ชิงเถาเอ่ยตอบสิ่งที่น้องชายสงสัยเมื่อมองออกไปเห็นชาวบ้านจูงสายเชือกที่คล้องอูฐอยู่

“ส่วนกายกรรมนั่นอาจจะคนล่ะคณะกันก็ได้”

“พี่รองเช่นนั้นแล้วที่นี่เราก็สามารถเดินเที่ยวเล่นได้ใช่ไม่หรือขอรับ”น้องชายถามอย่างตื่นเต้นกว่าที่คณะทูตจะเดินทางกลับพวกเขาน่าจะได้อยู่เที่ยวที่นี่หลายวันพอสมควร

“เป็นเช่นนั้นพี่จะพาพวกเข้าเดินสำรวจจนถนนเป็นหลุมไปเลย” ชิงเถาเอ่ยบอกแต่คำเปรียบเทียบของนางน้องชายอาจจะไม่เข้าใจเท่าไหร่ตัวนางไม่ได้หนักขนาดนั้นจะทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อได้อย่างไร

“ขอรับ”พยักหน้าเข้าใจยิ้มๆ

 

“พวกเราต้องไปส่งไป๋เล่อให้ถึงโรงเตี๊ยมเสียก่อนค่อยเข้าที่พัก” มี่หนิงหยางบอกแก่นาง ด้วยการมาถึงตอนนี้เหล่าคณะทูตคงต้องพักเสียก่อนพรุ่งนี้ค่อยจะเริ่มการเข้าวังเพื่อส่งมอบของกำนัลแก่ฮ่องเต้

“เจ้าค่ะอย่างไรก็หาโรงเตี๊ยมใกล้ๆกันเหมือนเดิมก็ได้” ชิงเถาตอบอย่างว่าได้นางไม่ได้เรื่องมากว่าต้องหาโรงเตี๊ยมที่ดีๆเพื่อเข้าพักแต่นางอยากให้ความสะดวกในการทำงานของอีกฝ่ายให้ได้พักในที่ใกล้ๆกับน้อยชายเพื่อจะได้ดูแลกันได้ง่ายๆ

“อืมข้าจะทำตามที่เจ้าแนะนำ” เขาเอ่ยก่อนจะละไปนำอยู่ด้านหน้าเช่นเดิม

 

           มี่หนิงหยางตามด้วยคนติดตามอีกไม่กี่คน(ที่เหลืออยู่ในเงามืด) ติดตามมาส่งฉวนไป๋เล่อจนถึงโรงเตี๊ยมเงียบๆด้วยด้วยมีผู้คนพุ้งพ่านทำให้พวกเขากลมกลืนไปกับคนอื่นๆจึงไม่ได้ทำให้พวกขุนนางเห็นความผิดสังเกตแต่อย่างใดถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้กลัวว่าฝ่ายนั้นจะรู้ตัวแต่อย่างใด เพราะเดินทางกันมาจนถึงตอนนี้อย่างไรกลุ่มของฉวนไป๋เล่อน่าจะรู้แล้วเพียงแต่ไม่ได่เอ่ยอะไรเท่านั้นซึ่งมี่หนิงหยางก็พอใจในการกระทำของน้องชายเป็นอย่างมากส่วนพวกขุนนางที่ติดตามมาด้วยนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่สนับสนุนฉวนไป๋เล่ออยู่แล้วจึงยอมหลับตาว่าตามผู้ที่เป็นนายส่วนขุนนางบางคนที่มาสังเกตการณ์และคานอำนาจองค์ชายเจ็ด มี่หนิงหยางก็ไม่ได้สนใจเพราะจะทำอะไรเขาได้กัน อย่างมากก็เอาเรื่องกลับไปฟ้องคนของตนเท่านั้นแล้วเหตุนี้ทำไมนี่หนิงหยางไม่เปิดเผยและร่วมเดินทางไปพร้อมๆให้จบๆไปเลยหล่ะเพราะนั่นมันก็ออกจะเกินไป มันจะดูไม่เหมาะสมกับทั้งสองฝ่ายเพราะแบบนี้เขายังบอกได้ว่าเดินทางมาเพื่อเรื่องของพรรคได้แต่หากมาพร้อมกันก็คงหาข้ออ้างไม่ได้

“องค์ชายเจ็ดเข้าที่พักอย่างปลอดภัยแล้วขอรับ”คนของมี่หนิงหยางคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อติดตามเข้าไปดูความเรียบร้อยให้ผู้เป็นนายเสร็จแล้ว

“ดีเช่นนั้นพวกข้าก็จะเข้าที่พักแล้วเจ้าอยู่ที่นี่ถ้ามีอะไรก็รีบไปแจ้งเรื่องแก่ข้า” มี่หนิงหยางสั่งการจากนั้นจึงได้บังคับม้าให้เดินไปยังโรงเตี๊ยมที่ได้ให้ลูกน้องอีกคนไปดูแลความเรียบร้อยให้ก่อนไม่ใช่ว่าเขาจะเข้าพักร่วมกับคนอื่นไม่ได้ เพียงแต่ว่าถ้าห้องว่างตอนนี้กี่ห้องเขาก็จะจองไว้ทั้งหมดเพื่อที่คนจะได้ไม่พุ้งพ่านจนเกินไป และลดความเสี่ยงในชีวิตลงไปได้มากด้วย

 

“พวกเจ้าสองคนก็เข้าพักเถอะอย่างไรข้าก็ฝากพวกท่านดูแลน้องชายด้วยนะเจ้าคะ” ชิงเถาเอ่ยสั่งเด็กแฝดโตแล้วก็เข้าพักคนละห้องเช่นเดิมแต่ทุกครั้งชิงเถาก็จะสั่งไว้เพื่อความสบายใจและให้คนติดตามของนางไปนอนดูแลน้องชายด้วย

“ขอรับ”ผู้ติดตามตอบรับ

“พี่รองไม่ต้องห่วงขอรับ”

“ใช่ข้าจะไม่ออกไปไหนหากพี่รองไม่มาเรียก” น้องชายทั้งสองให้สัญญากับพี่สาวเป็นอย่างดีก่อนจะแยกย้ายกันเข้าที่พัก ตอนนี้ใกล้จะได้อาหารเย็นแล้วเข้าไปพักสักหน่อยค่อยออกมาอีกทีก็แล้วกัน

“ดีมากเดี๋ยวพี่จะมาตามพวกเจ้าอีกครั้ง”

 

“แล้วหลังจากนี้ท่านจะทำอะไรต่อเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยถามมี่หนิงหยางเมื่อทุกคนกินข้าวเสร็จแล้ว อาหารค่ำวันนี้ทุกคนลงมานั่งกินในห้องอาหารของโรงเตี๊ยม

“หลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วพรุ่งนี้ไป๋เล่อก็จะเข้าเฝ้าฮ่องเต้ไม่แน่เขาอาจจะได้เข้าพักในตำหนักใดตำหนักหนึ่งในวัง”มี่หนิงหยาตอบชิงเถาตามสิ่งที่คิด

“แล้วเข้าพักในวังจะปลอดภัยหรือเจ้าคะ”ชิงเถาถามอย่างเป็นห่วง

“พวกเขาไม่ยอมให้แขกต่างบ้านต้องเป็นอะไรไปหรอกไม่เช่นนั้นอาจได้หมาดหมางกันจริงๆแน่ เพียงเท่านี้ก็ถือว่าแคว้นฉวนอู่ยอมอ่อนให้มากแล้ว”มี่หนิงหยางวิเคราะห์ เช่นนั้นเขาจึงได้วางใจถ้าหากน้องชายได้รับการดูแลภายใต้ของวังหลวงแห่งนี้

“เป็นดังเช่นท่านว่าก็ดีมากๆเลยเจ้าค่ะแล้วท่านคิดว่าพวกเขาพำนักที่นี่กี่วันหรือเจ้าคะ” ชิงเถาถามนางจะได้วางแผนการเที่ยวถูก

“อย่างน้อยก็สักห้าหรือเจ็ดวันหรือมากกว่านั้นก็ครึ่งเดือนได้”คำตอบของมี่หนิงหยางไม่ได้ทำให้นางได้สิ่งที่ต้องการอย่างนั้นแล้วก็เรื่องเที่ยวตรงจุดสำคัญๆก่อนก็แล้วกันเอาแบบที่ถ้าไม่ได้ไปก็แบบมาไม่ถึงอะไรอย่างนั้น

“ว่าแต่คุณชายมีกิจการที่เมืองนี้ด้วยหรือเจ้าคะ” ชิงเถาลองถามอีกคนดูเพราะดูเหมือนนางจะเห็นชื่อร้านที่เหมือนกับกิจการของพรรคเหนือเมฆาเป็นเจ้าของส่วนจะเป็นร้านอะไรนั้นนางก็ไม่แน่ใจ

“ใช่จริงๆก็มีอยู่หลายเมือง แต่ที่เมืองนี้จะมีหอการค้า”มี่หนิงหยางไม่ได้คิดมากกับคำถาม เขาตอบนางออกมาตรงๆถึงแม้ว่าส่วนใหญ่กิจการของพรรคเหนือเมฆาจะอยู่ที่แคว้นฉวนอู่แต่ที่แคว้นใกล้เคียงก็มีอยู่เหมือนกัน

“โหกิจจการใหญ่โตน่าดู ข้าเองก็อยากจะขยายการค้าไปเมืองอื่นเช่นกันแต่ยังวางแผนไม่ถึงไหนเลยเจ้าค่ะที่แน่ๆยังไม่ได้กำหนดแน่ชัดว่าจะเปิดสาขาใหม่ที่เมืองไหน”ชิงเถาบอกเล่าความคิดของนางออกมาให้อีกคนฟัง เรื่องนี้นางคิดมาสักพักแล้วคนงานที่ไว้ใจได้ก็มีความสามารถเพียงพอที่จะให้ไปดูแลร้านที่อยู่ห่างตาแล้ว

“เรื่องนี้เจ้าปรึกษาข้าได้นะมีหลายเมืองใหญ่ที่มีกำลังซื้อเพียงพอต่อสินค้าของเจ้าแน่นอน”มี่หนิงหยางเริ่มให้คำปรึกษาและบทสนทนาบนโต๊ะก็เป็นเรื่องราวของการทำธุรกิจไปโดยปริยาย