บทที่ 101
อลันกับภามขับเกวียนมาจนถึงร้านไวน์ของฮาคิม ทั้งสองเอาเกวียนเข้าไปจอดในโรงม้าแล้วก็เข้าไปในร้านตามปกติ แสดงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเข้ามาด้านในก็พบกับฮาคิมที่กำลังขายของให้ลูกค้าอยู่ แต่เกษตรกรหนุ่มก็ส่งสัญญาณให้เขารู้ว่าต้องทำตัวปกติ ภามให้อลันทำเป็นเดินดูสินค้าคุยกับพนักงานในร้าน ส่วนตัวเขาก็นั่งพักผ่อนเฉยๆ อยู่ที่โต๊ะรับแขก ที่จริงคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะรับแขกไม่ใช่เจ้าของฟาร์มหนุ่ม แต่เป็นเจ้าแพนดั้นปลอมตัวมาต่างหาก ส่วนตัวจริงของชายหนุ่มได้ปีนข้ามรั้วมุดซอกตึกอ้อมไปทางที่ผ่านมา และใช้ผ้าคลุมปิดหน้าเอาไว้ค่อยๆเดินเข้าไปแอบดูอยู่ในจุดที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น เป้าหมายเป็นไปตามที่เจ้าแพนดั้นบอกไว้ ชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ต้นๆ แต่งกายดูดีเหมือนพ่อค้าแต่บุคลิกไม่ดีรูปร่างผอมหลังงอ ท่าทางลุกลี้ลุกลนตลอดเวลา แม้แต่ชาวบ้านยังหันมามองด้วยความสงสัย ชายหนุ่มค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ร้านไวน์ แล้วก็แอบดูภามตัวปลอมที่นั่งผ่อนคลายอารมณ์อยู่บนโซฟา ท่าทางของชายร่างผอมดูมีพิรุธมากจนภามตัวจริงที่แอบดูอยู่ไกลๆเห็นต้องส่ายหัว สักครู่พ่อค้าหนุ่มคนนั้นก็ย่องเข้าไปในโรงม้าที่พวกเขาจอดเกวียนเอาไว้ ภามที่เห็นดังนั้นรีบส่งโทรจิตหาเจ้ามังกรน้อยทันที‘แพนดั้นตามไปดูว่าเจ้านั่นเข้าไปทำอะไรกับเกวียนของเรารึเปล่า’‘ได้เลยขอรับ’ มังกรน้อยในร่างภามตอบรับทางจิตเรียบร้อย ก็ลุกเดินออกจากร้านไปทางโรงม้า โดยบอกให้อลันรออยู่ในร้านเหมือนเดิม เกษตรกรหนุ่มตัวจริงเปิดผ้าปิดหน้าออก แล้วก็รีบตามไปอย่างรวดเร็ว จนมาถึงหลังกองฟาง ภามที่แอบดูอยู่ก็เห็นชายร่างผอมกำลังติดอะไรบางอย่างที่ใต้เกวียนของเขา แต่เกษตรกรเจ้าของเกวียนกลับหาเจ้ามังกรน้อยที่ส่งมาสอดแนมก่อนไม่เจอ ภามจึงต้องโทรจิตหาเจ้าแพนดั้นอีกครั้ง‘แพนดั้นเจ้าอยู่ตรงไหน ข้าเห็นไม่ชัดเลยว่าชายคนนั้นทำอะไรอยู่ที่เกวียนของเรา’ ภามกล่าวถาม‘ข้าอยู่นี่ขอรับ ข้างล้อเกวียนนี่เลย’ หลังจากแจ้งทางโทรจิตจบภามก็มองไปเห็นกระรอกตัวหนึ่งที่อยู่ตรงล้อเกวียนโบกมือให้กับเขา‘เอ้า! อยู่นั่นเองแล้วเจ้าคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ?’ ชายหนุ่มถาม‘เขากำลังติดกล่องที่มีพลังเวทย์บางอย่างเข้าไปใต้ท้องเกวียนขอรับ’ มังกรน้อยกล่าวตามที่เห็น‘แล้วบอกได้ไหมว่ามันคือกล่องอะไร เป็นเวทมนตร์ประเภทไหน?’ ภามถามต่อ‘ข้าบอกได้เพียงว่ามันส่งคลื่นพลังเวทย์บางๆกระจายเป็นวงกว้างมากๆ แต่ไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายเลยขอรับ’ แพนดั้นกล่าวออกมาตามความรู้สึกภามคิดชั่งใจอยู่สักครู่ ไม่ว่าของที่ชายคนนั้นนำมาติดไว้ที่เกวียนของเขาจะเป็นอะไร แต่จุดประสงค์ของผู้กระทำคงไม่ได้หวังดีต่อเขาแน่นอน แม้ว่าการเผยตัวแล้วจับกุมชายร่างผอมไว้จะสามารถทำได้ แต่ไม่รู้ว่าคนที่ลงทุนติดอุปกรณ์เวทมนตร์ไว้แบบนี้จะมีอิทธิพลขนาดไหนเหมือนกัน เกษตรกรหนุ่มยังไม่อยากเสี่ยงที่จะมีเรื่องแบบซึ่งหน้า เจ้าของเกวียนยังคงซุ่มดูสักพัก ซึ่งเขาก็รู้สึกว่าเจ้าพ่อค้าคนนั้นไม่มีความเป็นมืออาชีพด้านงานจารกรรมเอาเสียเลย เพราะถ้ามีคนเดินเข้ามาในโรงจอดเกวียนนี้ก็ต้องเห็นเขากันทุกคน แถมยังติดตั้งอุปกรณ์ด้วยระยะเวลาค่อนข้างนาน จนเมื่อมีรถม้าคันใหม่วิ่งเข้ามาชายผู้มีพิรุธถึงได้รีบหลบออกไป ภามกำลังจะตามพ่อค้าไป แต่ก็ได้ยินเสียงหญิงสาวที่ตะโกนออกมาจากรถม้าคุยกับสารถีของตนเข้าพอดีเสียก่อน“อัลเฟรดเมื่อตะกี้คนที่ทำตัวลับล่อๆ นั่นใช่พ่อค้าที่ชื่อเคลย์รึเปล่า?” หญิงสาวกล่าว“น่าจะใช่ขอรับ มีอะไรหรือเปล่าคุณหนู” คนขับรถถามกลับ“ก็เจ้านั่นอยู่ในกลุ่มการค้าโอเมก้าที่เป็นคู่แข่งของฮาคิม แล้วมันมาทำอะไรที่นี่ล่ะ ไม่ได้การแล้วข้าต้องไปบอกเขาอย่างเร่งด่วน” หญิงสาวไม่รอให้คนขับรถลงมาเปิดประตู เธอรีบเปิดออกไปเองโดยที่ผ้าคลุมหน้าของเธอยังพันไว้ไม่เรียบร้อย ภามที่แอบดูอยู่หลังกองฟางประหลาดใจมาก เมื่อได้พบกับหญิงสาวผมดำยาว สตรีซึ่งเขาจำได้ดีทีเดียว นั่นก็คือคุณหนูที่เคยใส่ชุดแม่มดสีแดง และต่อสู้กับเจ้าแพนดั้นนั่นเองแถมยังรู้จักกับฮาคิมด้วย แต่ที่สำคัญกว่าในตอนนี้คือติดตามชายมีพิรุธคนนั้นไป ภามจึงต้องเรียกหาแพนดั้นอีกครั้ง‘แพนดั้นเจ้าเป็นยังไงบ้าง ยังกลัวผู้หญิงคนนั้นอยู่รึเปล่า?’ ชายหนุ่มถามเจ้ามังกรน้อย‘ข้าไม่ได้กลัวสักหน่อยนี่ขอรับ ยังไงนางก็ไม่มีทางจับข้าได้ ยิ่งมีท่านภามอยู่ด้วยข้ายิ่งมั่นใจ’ เจ้าแพนดั้นตอบมาอย่างสบายๆ‘เป็นอย่างนั้นก็ดีแล้ว ตอนนี้เจ้าตามพ่อค้าหลังโก่งคนนั้นไปอย่าให้มันรู้ตัวนะ แล้วก็ระวังตัวด้วย’ ภามออกคำสั่ง แล้วย้ำให้ระวังตัวเพราะในเมืองนี้ยังมีเขตอาคม และจอมเวทย์ชั้นสูงอยู่มากมาย‘รับทราบขอรับ’ เจ้ามังกรตัวเขียวกลายร่างจากกระรอกไปเป็นนกน้อยแล้วก็บินตามเป้าหมายไปทันที อดีตทหารไม่จำเป็นต้องปิดบังใบหน้าอีกต่อไป เขาเดินเข้าไปสำรวจที่เกวียนของตนซึ่งเขาก็เห็นกล่องแปลกๆนั้นชัดเจน แม้ไม่ต้องก้มมองด้วยซ้ำ ภามถึงกับส่ายหน้าให้กับความสะเพร่ามักง่ายของชายร่างผอมหลังโก่งคนนั้นจริงๆ ซึ่งทำให้สารถีชราของคุณหนูผมดำที่กำลังจอดรถม้าข้างๆเห็นเข้าพอดี“พ่อหนุ่มนั่นเกวียนของเจ้ารึ?” ชายชราอัลเฟรดถามขึ้น“ใช่แล้วขอรับ ไม่รู้ใครเอากล่องแปลกๆนี่มาติดใต้เกวียนข้า ท่าน...ท่านพ่อบ้านคิดว่ายังไง?” ภามไม่รู้จะกล่าวอะไรกับคนที่ทักมาเขาจึงถามไปตรงๆถึงเรื่องที่กังวล แล้วยังเดาเรียกชายชราว่าพ่อบ้านโดยดูจากการแต่งกายที่ภูมิฐาน“โอ้! เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าเป็นพ่อบ้าน? ถ้าเป็นคนอื่นคงนึกว่าข้าเป็นคนขับรถไปแล้ว ส่วนไอ้กล่องนั่นน่ะมันคืออุปกรณ์เวทย์สำหรับติดตามระยะไกล ของแพงทีเดียวนะ คนที่หมายหัวเจ้านี่ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน” มาถึงตอนท้ายบทสนทนาอัลเฟรดถึงกับกล่าวเสียงเครียด“เอ๋! อย่างนั้นข้าควรทำยังไงดีล่ะ?” ชายหนุ่มถามแบบขอไปทีไม่มีความกังวลใดๆ“ฮ่าๆๆ ท่าทางเจ้าจะไม่ได้กลัวเลยสักนิด ข้าคงไม่ต้องบอกแล้วกระมังว่าควรทำยังไง เอาเป็นว่าเจ้าถอดออกมาแล้วเอาไปโยนทิ้งที่ไหนสักแห่งก็แล้วกัน” ชายชราหัวเราะให้กับความไม่ยี่หระกับปัญหาของชายหนุ่ม ซึ่งทำให้เขาค่อนข้างจะถูกชะตากับเกษตรกรคนนี้พอสมควร“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณที่แนะนำนะท่านพ่อบ้าน เดี๋ยวข้าลองไปปรึกษาหารือกับเพื่อนก่อนว่าจะเอาคืนพวกก่อกวนยังไงดี ขอตัวก่อน” ภามแกะกล่องที่ติดอยู่ใต้เกวียนออกมาแล้วโยนใส่ไว้ในเกวียนแทน พร้อมกล่าวลาพ่อบ้านอย่างอารมณ์ดี เมื่อรู้ว่าของที่ถูกแอบมาติดไว้คืออะไร ภามเดินเข้าไปในร้านพบว่าอลันนั่งมึนอยู่ที่โซฟารับแขกแล้ว“น้าอลันเป็นอะไรไปเนี่ย หืม? นี่เจ้าเมาเหรอ? เขาให้แค่ชิมไวน์เพื่อลองรสชาติ แต่กลับชิมจนเมา เฮ้อ!” ชายหนุ่มบ่นผู้ช่วยของเขา“โธ่ ท่านภามนานๆข้าจะได้ลิ้มลองของดี ก็ต้องมีบ้างที่จิบเยอะไปหน่อยนะขอรับ แล้วก็ท่านฮาคิมรออยู่ที่ห้องทำงานด้านบนแล้ว สะอึก!” ดูเหมือนว่าอลันจะดื่มไปค่อนข้างเยอะ เพราะได้สิทธิ์พิเศษในฐานะแขกของเจ้าของร้าน