ตอนที่ 35
สตีฟและโฟว์ยังยืนจับมือกันอยู่เกือบหนึ่งนาทีจนโฟว์เริ่มรู้สึกแปลกๆจึงพูดออกมา
“เอ่อ...คือว่าปล่อยมือได้หรือยังคะ” โฟว์เริ่มจะเขินจนหน้าขึ้นสีเพราะสตีฟเองก็หน้าตาไม่ได้แย่ แถมเธอเองก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อน
“อ๊ะขอโทษครับ” สตีฟรีบปล่อยมือทันทีก่อนจะยิ้มแห้งๆ
“อ่ะแฮ่ม !! เอาล่ะค่ะเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าที่ฉันมาในวันนี้ก็เพราะอยากจะเจอคุณพ่อบ้านและพูดคุยด้วยซักหน่อย” โฟว์กระแอมออกมาแก้เขินก่อนจะปรับอารมณ์และพูดถึงธุระของเธอ
“อยากเจอผมงั้นเหรอครับ” สตีฟชี้หน้าตัวเอง
“ใช่เพราะไม่กี่วันก่อนรองหัวหน้าสมาคมฮีโร่สาขานิวยอร์คได้เขียนรายงานพวกเราถึงฮีโร่คนหนึ่งนั่นก็คือคุณ ซึ่งจากที่พวกเราได้อ่านรายงานนั้นแล้ว ฉันก็ได้รับคำสั่งให้มาพบคุณทันที แต่น่าเสียดายที่คุณออกไปทำภารกิจ ฉันจึงรออยู่ที่เมืองนิวยอร์คเพื่อรอให้คุณกลับมา” โฟว์พูด
“รายงานเรื่องผมงั้นเหรอครับ” สตีฟสงสัยพลางคิดว่าเรื่องอะไร
“ขอโทษนะครับคุณพ่อบ้าน ผมได้เขียนรายงานเรื่องค่าสถานะของคุณและสกิลของคุณส่งให้เบื้องบนเองเพราะคุณอาจจะเป็นความหวังของมนุษย์ชาติก็ได้” อีเกิ้ลอายพูดพลางขอโทษสตีฟอย่างจริงใจเพราะนี่ถือเป็นข้อมูลส่วนตัวของสตีฟ
“ผมเนี่ยนะครับความหวังของมนุษย์ชาติ” สตีฟถามย้ำอีกครั้ง
“ใช่ครับคุณนั่นแหละ แค่ไม่ถึงเดือนเลเวลคุณเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ตอนเขียนรายงานคุณเลเวลแค่แปดสิบห้าเองนะครับ ดูตอนนี้สิขยับไปหนึ่งร้อยสี่แล้ว ถือเป็นการอัพเลเวลที่เร็วมากเลยนะครับ” อีเกิ้ลอายพูด
“เอ่อเลเวลมันอัพยากขนาดนั้นเลยเหรอครับ ถึงผมจะมีสกิลยูนีคนั่น แต่คนอื่นไม่อัพเร็วแบบผมเหรอครับ” สตีฟถาม
“คนอื่นเดือนนึงอัพได้แค่สองหรือสามเลเวลเท่านั้น แต่ปัญหาไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับปัญหาคือค่าสถานะของคุณต่างหากสกิลนี้มันดันไปคูณกับการเพิ่มขึ้นของค่าสถานะคุณด้วย คุณรู้หรือเปล่าครับค่าสถานะคุณตอนนี้มันเทียบเท่ากับเลเวลเท่าไหร่” อีเกิ้ลอายถามแน่นอนสตีฟส่ายหน้าเขานั้นไม่รู้หรอกว่าค่าสถานะคนอื่นเป็นอย่างไร
“อีเกิ้ลอายคุณไปทำงานต่อเถอะเดี๋ยวฉันคุยเอง” โฟว์หันไปบอกอีเกิ้ลอาย
“เอาล่ะค่ะคุณพ่อบ้าน ถ้าไม่เป็นการรบกวนขอดูค่าสถานะของคุณได้หรือเปล่าคะ แล้วฉันจะให้ดูค่าสถานะของฉันเป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อที่คุณจะได้มีข้อเปรียบเทียบ เลเวลของฉันตอนนี้คือ หนึ่งร้อยหกสิบห้า ซึ่งถือว่าติดหนึ่งในสิบผู้ที่เลเวลมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้” โฟว์พูด
“ได้ครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะเปิดค่าสถานะของตัวเองทั้งหมดขึ้นมาและส่งไปให้เธอดู
หน้าต่างชื่อ : สตีฟ แมคดูวัลล์ Level : 104อาชีพ : สุดยอดพ่อบ้าน (ฮีโร่)อายุ : 29 ฉายา : คุณพ่อบ้านRank : Sสกิลพิเศษทำอาหาร Lv.100 Maxทำความสะอาด Lv.100 Maxเจรจาต่อรอง Lv.100 Maxเย็บปักถักร้อย Lv.100 Maxค่าประสบการณ์ x 10 Maxสถานะความแข็งแกร่ง 225ความเร็ว 200พลังกาย 183ความฉลาด 47โชค 18
“ช่างเป็นค่าสถานะที่มหาศาลจริงๆ” โฟว์มองอย่างอึ้งๆก่อนจะเปิดสถานะของตนเองขึ้นมาให้สตีฟดูบ้าง
หน้าต่างชื่อ : ชีน่า สตาร์โลน Level : 165 อาชีพ : ฮีโร่อายุ 32ฉายา : หนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งRank : SSSโค้ดเนม : โฟว์สกิลพิเศษสร้างประตูมิติ Lv.82 (ยูนีคสกิล)สถานะความแข็งแกร่ง 145ความเร็ว 139พลังกาย 135ความฉลาด 115โชค 30
สตีฟดูค่าสถานะของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งติดหนึ่งในสิบก่อนจะมาเปรียบเทียบกับค่าสถานะของตนพลางเงยหน้ามองเธอซึ่งกำลังยิ้มให้สตีฟอยู่
“ทำไม....” สตีฟยังพูดไม่ทันจบโฟว์ก็พูดขึ้นมาซะก่อน
“สงสัยสินะคะ ว่าทำไมค่าสถานะของฉันถึงน้อยขนาดนี้” โฟว์พูดซึ่งสตีฟก็พยักหน้า
“นี่เป็นค่าสถานะปกติแล้วค่ะ เป็นคุณต่างหากที่มีค่าสถานะมากเกินไปคุณพ่อบ้าน” โฟว์อธิบาย
“นี่แสดงว่าค่าสถานะผมมันไม่ปกติสินะครับ” สตีฟถามเพื่อยืนยันอีกครั้ง
“ใช่ค่ะขนาดอันดับที่หนึ่งยังมีค่าสถานะแค่ประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเองนะคะคุณน่ะแข็งแกร่งกว่าเขาไปเรียบร้อยแล้ว” โฟว์พูดออกมา
“แต่ว่าสกิลของผมมัน !!!” สตีฟกำลังจะพูดต่อก็โดนขัดอีกครั้ง
“ด้วยค่าสถานะแบบคุณในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องมีสกิลเลยค่ะ แต่สุดยอดไปเลยนะคะ เกิดมาพึ่งเคยพบเคยเห็นคนที่มีสกิลห้าชนิดและเลเวลเต็มแบบนี้” โฟว์พูด
สตีฟมองค่าสถานะของตัวเองอีกครั้งพลางคิดในใจ นี่เราแข็งแกร่งที่สุดในโลกแล้วงั้นเหรอบ้าน่าเป็นไปได้ไง สตีฟคิดในใจอย่างงงๆเพราะเขานั้นพึ่งจะเข้าสมาคมฮีโร่ได้ไม่กี่เดือนเอง เรื่องเก็บเลเวลก็ไม่ได้จริงจังอะไรด้วยนึกไม่ถึงเวลาแค่นี้จะทำให้เด้ากลายเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดไปซะแล้ว
“แล้วต้องการอะไรจากผมครับ” สตีฟถามย้อนกลับไปถึงจุดประสงค์หลักที่โฟว์มาหาเขา
“ก็บอกแล้วไงคะ ว่าคุณน่ะเป็นความหวังของมนุษย์ชาติคุณรู้หรือไม่คะว่าเราน่ะสูญเสียเม็กซิโกไปแล้ว” โฟว์ถาม
“ครับผมได้ยินจากภรรยามาเหมือนกัน” สตีฟพยักหน้า
“ที่นั่นถูกถล่มด้วยสัตว์กลายพันธ์เลเวลสองร้อย ฮีโร่ระดับ S ของเรามีอยู่ที่นั่นเจ็ดคนทุกคนเสียชีวิตทั้งหมดค่ะ” โฟว์อธิบายสั้นๆ
“เลเวลสองร้อย !!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ใช่ค่ะดังนั้นพอเราทั้งสิบได้รับรายงานเรื่องคุณแล้ว เราจึงตกลงกันว่าอยากจะขอให้คุณช่วยเป็นกำลังให้เราในการทวงโลกใบนี้คืนมาจากพวกสัตว์กลายพันธ์ค่ะ” โฟว์พูดออกมา
“ผมเนี่ยนะครับ” สตีฟถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ค่ะตอนนี้คงมีเพียงคุณเท่านั้นที่จะสามารถทวงทวีปเม็กซิโกคืนมาได้ เพราะอันดับหนึ่งของเราได้ลองไปสู้กับมันมาแล้วแต่ปรากฎว่าแพ้กลับมา” โฟว์พูดเพราะอิจิยะ หรือโค้ดเนมวัน หัวหน้าของพวกเธอนั้นได้ลองไปสู้กับสัตว์กลายพันธ์เลเวลสองร้อยนั่นมาแล้วแต่ปรากฎว่าสู้ไม่ไหวโชคดีแค่ไหนแล้วที่รอดมาได้
“อันดับหนึ่งยังไม่ไหวเลยงั้นเหรอครับ” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ใช่ค่ะเขาแพ้กลับมา” โฟว์พยักหน้ายืนยันสตีฟได้ยินดังนั้นก็เริ่มคิดหนักจากเหตุผลตอนแรกที่เขาเป็นฮีโร่ก็เพื่อปลดหนี้เท่านั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องหนักอึ้งเข้ามาหาเขาซะแล้ว ถ้าเขาตัดสินใจจะช่วยมันจะมีชีวิตของคนบนโลกเป็นเดิมพัน ไหนจะเรื่องซาร่าอีกเขาไม่รู้จะอธิบายกับเธออย่างไรถ้าเธอรู้เรื่องนี้เข้า
เพราะถ้าซาร่ารู้ว่าสตีฟจะไปสู้กับพวกสัตว์กลายพันธ์ล่ะก็เธอจะต้องเป็นห่วงและขอตามไปด้วยแน่ๆ ตอนนี้สตีฟรู้แล้วว่าตนเองแข็งแกร่งแค่ไหน ด้วยเลเวลของซาร่าที่อยูที่เลเวลร้อยต้นๆนั้น สตีฟคิดว่าเธอคงแข็งแกร่งกว่าเจ้าคราเค่นไม่เท่าไหร่ สตีฟนั้นไม่อยากให้ซาร่ากลับไปเป็นฮีโร่เหมือนแต่ก่อน เขายังจำภาพซาร่าที่มีแผลกลับมาบ้านได้ดี ภาพเหล่านั้นเขาไม่อยากเห็นอีก แถมซาร่าเป็นคนคลั่งคุณธรรมและความถูกต้องเสียด้วยเธอจะต้องลงมือทำอะไรเสี่ยงๆอย่างแน่นอน
“กังวลเรื่องคุณภรรยาเหรอคะ !!” โฟว์ถามหลังจากเห็นสีหน้าคิดหนังของสตีฟ
“คุณรู้ !!” สตีฟตกใจ
“ใช่ค่ะและต้องขอโทษด้วยที่เราสืบเรื่องของคุณพ่อบ้านมาทั้งหมดแล้ว คุณแต่งงานกับภรรยาตั้งแต่อายุสิบเก้า ยังไม่มีลูกเพราะภรรยาคุณมีลูกยาก หลายปีก่อนภรรยาคุณเคยเป็นฮีโร่ชั้นแนวหน้า จนได้รับฉายาว่าซุปเปอร์เกิร์ล แต่หลังจากเป็นฮีโร่ได้ไม่กี่ปีจู่ๆ ก็ผันตัวมาเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนฮีโร่ เพราะคำขอร้องของคุณถูกต้องมั้ยคะ” โฟว์ร่ายยาวให้สตีฟฟัง
สตีฟได้ยินดังนั้นก็อึ้งทันทีเพราะนึกไม่ถึงว่าจะรู้ด้วยว่าซาร่าเลิกเป็นฮีโร่เพราะคำขอร้องของเขาที่ไม่อยากเห็นเธอไปเสี่ยงอันตรายอีก
“ถ้าคุณตัดสินใจช่วยเราล่ะก็ฉันโฟว์จะเป็นคู่หูให้เองค่ะ เพราะดูคุณจะกังวลเรื่องภรรยารู้ว่าคุณเป็นฮีโร่อยู่ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ปลอมสถานะเวลาอยู่ที่บ้าน แถมฉันเองก็มีสกิลประตูมิติอยู่ด้วย สามารถพาคุณไปได้ทุกที่ในอเมริกาได้ในพริบตาเลยค่ะ ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภรรยาจะจับได้เลยค่ะ” โฟว์พูดหว่านล้อมสตีฟพวกเธอนั้นสืบเรื่องของสตีฟและคิดคำนวณเหตุผลของสตีฟมาหมดแล้ว
(พวกผู้ก่อตั้งทั้งหมดเป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกมาก่อนอย่าลืมนะครับ)
“ขอผมไปคิดซักคืนได้หรือเปล่าครับแล้วผมจะกลับมาให้คำตอบ” สตีฟมองเข้าไปในดวงตาของโฟว์และพูดออกมา
“ได้สิคะ แต่ฉันน่ะรู้คำตอบของคุณอยู่แล้วล่ะค่ะ” โฟว์พูดพลางคิดในใจ คุณต้องตงลงช่วยพวกเราแน่ๆ เพราะคุณคงไม่อยากให้ภรรยากลับไปสู้ที่แนวหน้าอีกคุณน่ะรู้อยู่แก่ใจดีว่าถ้าอเมริกาถูกบุกรุกเมื่อไหร่พวกเราคงเรียกฮีโร่และอดีตฮีโร่ทุกคนกลับสู่สนามรบอีกครั้ง
จากนั้นสตีฟก็เดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“คุณนี่พูดเหมือนกับใช้ภรรยาของคุณพ่อบ้านมาเป็นตัวประกันเลยนะครับเพราะจากที่ผมฟังคุณพูดเรื่องของคุณพ่อบ้านที่ไปสืบมา ดูเหมือนเขาไม่ต้องการให้ภรรยากลับไปเสี่ยงเป็นฮีโร่แนวหน้านะครับ” อีเกิ้ลอายพูด
“พวกเราดูเหมือนเป็นตัวร้ายเลยใช่มั้ยล่ะคะ แต่ช่วยไม่ได้หรอกค่ะมันจำเป็นจริงๆ” โฟว์พูด
“แค่สัตว์กลายพันธ์เลเวลสองร้อย ถ้าพวกคุณทั้งสิบร่วมมือกันผมว่ามันไม่น่าจะเกินกำลังของพวกคุณนะ” อีเกิ้ลอายพูดกับโฟว์
“ก็อาจจะเป็นแบบนั้นค่ะ แต่นี่น่ะไม่ใช่เรื่องที่ว่าทำไมเราถึงต้องการคุณพ่อบ้านหรอกนะคะ เราต้องการทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้เพื่อรับมือกับสัตว์กลายพันธ์ที่ร้ายกาจกว่านี้ต่างหากล่ะคะ” โฟว์พูด
“ร้ายกาจกว่านี้ ???” อีเกิ้ลอายสงสัยตอนนั้นเองอีเกิ้ลอายก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากมือถือของเขา
“ลองเปิดดูสิคะ” โฟว์พูดออกมาทำให้อีเกิ้ลอายรู้ว่าโฟว์เป็นคนส่งอะไรบางอย่างมานั่นเอง
เขาหยิบมือถือออกมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นรูปภาพรูปหนึ่ง เขารีบเปิดเข้าไปดูทันทีก่อนจะเผลอลุกพรวดขึ้นมาจากโต๊ะ
ครืด !! ตึง !! ด้วยที่ว่าอีเกิ้ลอายลุกเร็วไปหน่อยทำให้เก้าอี้ที่นั่งอยู่หงายหลังล้มลงกับพื้นแต่อีเกิ้ลอายนั้นไม่คิดจะสนใจเก้าอี้นั่นเลย เขาได้แต่มองหน้าโฟว์ด้วยสีหน้าตกตะลึง
“ภาพนี่มันของจริง ???” อีเกิ้ลอายถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ใช่ค่ะนั่นน่ะภาพจริงเลย” โฟว์ยิ้มออกมาซึ่งภาพที่อีเกิ้ลอายเห็นอยู่นั้นคือภาพปลาวาฬตัวหนึ่ง ขนาดของมันนั้นอีเกิ้ลอายไม่สามรถบอกได้ว่าใหญ่แค่ไหน แต่ปลาวาฬตัวนี้มันกำลังบินอยู่แทนที่จะแหวกว่ายอยู่ในทะเล
แต่ที่เขาตกใจที่สุดไม่ใช่เรื่องปลาวาฬบินได้หรอกนะแต่เป็นเลเวลของมันต่างหาก
หน้าต่างUnknow Level.512Error Error Error Error Error Error Error Error Error
ซึ่งภาพนี้เป็นภาพเดียวกันกับที่เท็นเคยเอาให้พวกสิบผู้ก่อตั้งดูตอนรู้ข่าวเม็กซิโกนั่นเอง (ตอนที่ 21)
“เลเวลขนาดนี้มัน ถ้ามันโจมตีใส่ประเทศเราล่ะก็ !!!” อีเกิ้ลอายแค่จินตนาการดูก็ถึงกับสั่นสะท้ายไปทั้งตัว
“ใช่ค่ะมันอาจจะทำลายเมืองๆหนึ่งของเราได้ด้วยการโจมตีครั้งเดียวเลยก็ได้ เผลอๆความรุนแรงของมันอาจจะเทียบเท่ากับนิวเคลียร์เลยล่ะมั้งใครจะรู้ล่ะคะแถมจากที่รู้มาดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่ตัวเดียวในโลกด้วย แต่นี่คือภาพๆเดียวที่เราได้หลักฐานมา” โฟว์พูดออกมาก่อนจะหลับตาและสูดหายใจเข้าลึกๆ ถ้ามองที่มือของเธอล่ะก็จะเห็นว่าเธอกำลังสั่นอยู่
ใช่แล้วโฟว์กำลังกลัว กลัวว่าตัวตนระดับนี้จะโจมตีโลกเข้าสักวันหนึ่ง
จบ...